Cause of Love...เล่ห์อำพรางใจ: เอบิช (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)
เพราะความจำเป็นในชีวิต บีบบังคับให้ ‘มิวาร์’
ต้องทำสัญญาเงินกู้กับ ‘อีรอส ไททัน’ โดยแลกกับการเป็นผู้หญิงของเขา

อีรอสเป็นนักธุรกิจไฟแรง ติดโผชายในฝันของสาวๆ ทั่วทั้งนครนิวยอร์ก
และมีดีกรีเป็นถึงลูกชายประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา
แต่ในสายตาของมิวาร์ เขาก็เป็นแค่อีตาหื่นจอมเจ้าเล่ห์คนหนึ่ง
ที่จ้องจะหิ้วเธอขึ้นเตียงทุกวินาที!

เรื่องงาน ‘แพทย์หญิงมิวาร์ กรุณา เกรแฮม’ ไม่เคยเป็นสองรองใคร
แต่เรื่องความรัก...เธอขออยู่ให้ห่าง ช่างต่างจากเขา...อีรอส...กามเทพตัวพ่อ
ที่ฟ้าจงใจส่งลงมาตามไล่ล่าเอาความรักจากเธอชัดๆ
การทำสัญญากับเขาในครั้งนี้ จึงเดือดร้อนมิวาร์ต้องงัดสารพัดวิธีมาชิ่งหนีเขา
โดยไม่อาจล่วงรู้เลยว่า ในเวลาเดียวกันนั้น
เธอกำลังถูกดึงเข้าไปพัวพันในวังวนของการฆาตกรรมอำพราง
เนื่องจากวิชาชีพของเธอเอง...

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายนี้ เธอจะเอาตัวรอดเช่นไร
อำพรางหัวใจ หรือยอมสยบให้กับเล่ห์กลของเขาดี!?


*********************

นิยายเรื่องนี้เขียนโดย "เอบิช" และตีพิมพ์กับ "ปลายปากกาสำนักพิมพ์ (Plaipakka Publishing) " ค่ะ ทีมงานปลายปากกาจึงนำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60-70% ของเรื่องนะคะ ใครชอบพระเอกหล่อ รวย และหื่นตัวพ่อ จัดไปค่ะ 555+ ขอบอกว่าฮีเปย์หนักมากกกกก แถมฉลาดและเจ้าเล่ห์เป็นที่หนึ่ง! แต่ขณะเดียวกันก็คอยปกป้องนางเอกสุดฤทธิ์ เรื่องนี้มีความโรแมนติกพาฝันนิดๆ และมีปมฆาตกรรมให้ติดตามด้วย

ท้องเรื่องอยู่ในยุค 2023 #รับประกันความสนุก!


***************************

นักอ่านท่านใดสนใจมีทั้งแบบ eBook และแบบรูปเล่มนะคะ

***สำหรับแบบรูปเล่มวางจำหน่าย 4 ช่องทาง***

1.ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
2.ร้านออนไลน์ เช่น ร้านนิยายรัก ร้านbooksforfun และร้านบาร์บี้บิวตี้บุ๊ค(ฉัตรธิดา สำเฮี้ยง)
3.สั่งซื้อโดยตรงกับสนพ.โดย inbox หาแอดมินเพจปลายปากกาสำนักพิมพ์ หรือผ่าน Line: plaipakkabooks
4.ซื้อผ่าน shopee ร้าน plaipakkabooks_officialshop (ส่งฟรีทุกเล่ม)

หนังสือพร้อมส่ง

จำนวน 372 หน้า (พร้อมตอนพิเศษ)

ราคา 349฿ จากราคาปก 389฿
ค่าจัดส่งลงทะเบียน 45฿ (รวมเป็น 394฿)
ค่าจัดส่ง EMS 70฿ (รวมเป็น 419฿)

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ "ปลายปากกา สำนักพิมพ์"

***แบบ eBook วางจำหน่ายที่เว็บ Mebmarket***
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: บทที่ 8 -100%

ในฐานะแพทย์ชันสูตรพลิกศพ มิวาร์นึกเสมอว่าตัวเองมีหน้าที่เป็นปากเสียงให้กับคนตาย ดังนั้น...เธอจึงเคารพศพทุกศพและดูแลเป็นอย่างดี แม้ว่าเธอจะใช้เวลากับศพเหล่านั้นแค่ช่วงระยะเวลาอันสั้นก็ตาม สมัยที่เธอเป็นหมอมือใหม่ การชำแหละศพมักสร้างความลังเลใจให้กับเธอเสมอ แต่เมื่อเธอทำอาชีพนี้มาหลายปีแล้ว ความชำนาญจึงเพิ่มขึ้นตามประสบการณ์

มีดผ่าตัดในมือของเธอทั้งเบาและคมกริบ เธอเริ่มลงมือผ่าศพที่เป็นคิวแรกของวันนี้โดยการกรีดเป็นรูปตัววาย เธอจรดมีดลงไปบนไหล่ซ้ายแล้วกดมีดลงไปในผิวเนื้อกรีดลงมาใต้ราวนม เธอกรีดตามวิธีที่เรียนมาจนถึงช่วงล่างเฉียงไปทางซ้ายของสะดือ คาร่าก็โผล่ร่างขึ้นตรงหน้าประตูห้องชันสูตรศพ ตะโกนไม่ดังนักว่า

“คุณหมอคะ มีโทรศัพท์ค่ะ”

“บอกไปว่าฉันไม่ว่าง” เธอพูดผ่านหน้ากาก สายตายังจับจ้องเนื้อหนังของคนตาย

“จากมิสซิสแมคคอยล์ค่ะ เธอบอกว่ามีเรื่องด่วนจะคุยกับคุณ”

“บอกเธอไปว่าอีกสักสามชั่วโมงฉันจะโทร.กลับ”

“ฉันบอกไปแล้วค่ะ แต่เธอเอาแต่โวยวายฟูมฟายใส่โทรศัพท์ตลอด เวลา”

บ้าชะมัด มิวาร์ถอนหายใจ เธอไม่ได้ไปเยี่ยมเฮเลนนานแล้วจนรายนั้นคงคิดว่าเธอลืม จึงโทร.มาต่อว่าด้วยความน้อยใจเป็นแน่

“แองเจลลิก้า...เธอทำงานในส่วนของเธอต่อไป ฉันจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด ไม่เกินห้านาที”

“ค่ะคุณหมอ” ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ทั้งเธอและดีเนอร์คู่ใจจะทิ้งความสนิมสนมไว้นอกห้อง แล้วสวมวิญญาณคุณหมอกับผู้ช่วยเข้าหากัน

มิวาร์วางมีดลง ถอดถุงมือยาง ดึงหน้ากากออก แล้วถอดบู๊ตคลุมรองเท้า จากนั้นจึงเดินไปรับโทรศัพท์มือถือจากคาร่าก่อนหายเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว

“สวัสดีค่ะเฮเลน” เธอกรอกเสียงลงไปอย่างนุ่มนวล

“หนูไม่มาเยี่ยมฉันหรือโทร.มาหาฉันกว่าอาทิตย์แล้วนะ” เฮเลนพิ ลาปรำพัน

“ต้องขอโทษคุณจริงๆ ค่ะ ช่วงนี้งานหนูยุ่งมาก คุณมีอะไรอยากจะบอกหรือเปล่าคะถึงโทร.มาเวลานี้”

“ฉันโทร.มารบกวนเวลางานของหนูสินะ” เสียงนั้นฟังดูตัดพ้อมาก กว่าจะถามไถ่ด้วยความเกรงใจ

“ไม่หรอกค่ะ หนูก็พอจะปลีกตัวจากงานได้บ้าง”

“ฉันอยากให้เธอตรวจสอบผลชันสูตรศพของอีริกให้หน่อย ฉันไม่เชื่อว่าเขาจะกินยาเกินขนาดเพื่อฆ่าตัวตาย”

“แต่ผลการชันสูตรจากหมอในเขตนั้นก็ออกมาแล้วนี่คะ โธ่ คุณคะ...คุณปล่อยวางเสียเถอะค่ะ”

“ไม่! ฉันปล่อยวางไม่ได้” เฮเลนเผลอแผดเสียงเข้ามาในโทรศัพท์จนมิวาร์ต้องดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหูด้วยความตกใจ จากนั้น...เธอก็ได้ยินเสียงร้องไห้โฮปนสะอึกสะอื้นของนางลอดออกมา

“โอเคค่ะโอเค ใจเย็นก่อนนะคะ ตอนนี้หนูติดชันสูตรศพอยู่ ไว้จะไปหาคุณที่บ้านเย็นนี้ตอนเลิกงานค่ะ”

“มาหาฉันหรือจ๊ะ...โอ ดีเลย ฉันอยากคุยกับหนูตัวต่อตัวมากกว่า ดีจ้ะดี ฉันจะส่งรถไปรับหนูนะจ๊ะ”

“ค่ะ เย็นนี้เจอกันค่ะ”

มิวาร์เป่าลมออกจากปาก และกลับไปชันสูตรศพต่อขณะเดียวกันแองเจลลิก้าก็พยายามซักไซ้ว่าเฮเลนมีปัญหาอะไร แต่เธอเลือกที่จะไม่เล่าเพราะมันเป็นเรื่องระหว่างเธอกับเฮเลนเท่านั้น หลังจากนั้นเมื่อเสร็จในห้าชั่วโมงต่อมาเธอก็เก็บตัวเงียบในห้องทำงานเพื่อเตรียมรายงาน เอกสาร และพยานหลักฐานในส่วนของเธอไว้ใช้ในการขึ้นให้การต่อศาลในสัปดาห์หน้าพอถึงห้าโมงเย็น คาร่าก็เยี่ยมหน้าเข้ามาบอกว่าคนขับรถของเฮเลนมารออยู่แล้วที่ลานจอดรถหลังโรงพยาบาล

มิวาร์แปลกใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าคนขับรถไม่ใช่โจชัวเหมือนเคย แต่เป็นเอียนลูกชายของอาดัม คนสวน เธอชวนเขาคุยเล็กน้อย ทำให้ทราบว่าเอียนมาเป็นคนขับรถให้เฮเลนได้พักใหญ่แล้ว หลังจากที่เขาตกงานและถูกเพื่อนร่วมห้องพูดเป็นทำนองไล่เพราะไม่มีเงินแชร์ค่าห้อง

“ตอนนั้นคุณทำงานอะไรคะ”

“ทำงานทุกอย่างที่ได้เงินน่ะคุณ” คำพูดโต้กลับมาของเอียนมักฟังระคายหู ไม่เป็นมิตร แต่มิวาร์ไม่ถือสา

“คุณคงไม่เหมารวมงานที่ผิดกฎหมายด้วยหรอกนะ”

“ถ้าเงินดี ทำไมผมจะไม่ทำล่ะคุณผู้หญิง สมัยนี้...ไม่มีเงินก็อดตาย ผมยังอยากมีชีวิตอยู่ในโลกเส็งเคร็งนี้อีกนานๆ”

“แล้วโจชัวรับหน้าที่เป็นคนขับรถให้คุณแชนนิ่งใช่ไหม” เธอจงใจเปลี่ยนเรื่อง ถามอะไรไปเรื่อยเท่าที่คิดออก

“เปล่า ที่จริงเราสองคนมีหน้าที่ขับรถให้มาดามกับคุณหนูเหมือน กัน แล้วแต่ว่าท่านจะเรียกใช้ใคร”

“อ้อ...ถ้ามาดามเรียกใช้โจชัวให้มาขับรถ วันนั้นคุณก็ขับให้แชนนิ่งแทน”

“ถูกต้อง”

“แล้วนี่แชนนิ่งกลับมาจากเอเชียยังคะ”

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะยังไม่เห็นคุณแชนนิ่งเลย”

ทั้งสองยังคุยกันอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะปล่อยให้ความเงียบคืบคลานเข้ามาในรถซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาระหว่างคนขับรถกับผู้โดยสารที่ไม่รู้จักมักจี่กันดี อีกอย่างมิวาร์ก็ไม่มีคำถามอะไรที่สำคัญพอจะถามเอาจากเอียน ถึงแม้เธอจะสงสัยว่าใช่เอียนหรือเปล่าที่คุยกับแชนนิ่งเรื่องปืนในวันนั้น แต่เมื่อไม่ มีเหตุการณ์ร้ายแรงใดๆ เกิดขึ้นกับมิเชล เธอก็ปล่อยให้ความคิดนี้หายไปจากสารบบ ถึงแม้เธอจะสังเกตเห็นอย่างหนึ่งว่าเอียนกับแชนนิ่งมีรูปร่างคล้ายคลึงกันทั้งความสูงและความหนาของกล้ามเนื้อ เธอสังเกตตอนที่เอียนยืนรอเปิดประตูรถรับเธอ

รถแล่นมาถึงคฤหาสน์แมคคอยล์ในเวลาต่อมา มิวาร์ชอบที่จะมองหุ่นปูนปั้นที่ตั้งวางเรียงรายตลอดทางเดินรถมุ่งสู่ตัวคฤหาสน์ มันเป็นตุ๊กตาเทพธิดาเด็กมีปีกในอิริยาบถแตกต่างกันสูงราวๆ สามฟุตเท่านั้น เมื่อลงจากรถก้าวเข้าไปในห้องโถงก็พบว่า เฮเลนรอคอยเธออยู่แล้วในห้องน้ำชาซึ่งเธอเดินตามการนำของซาแมนธาเข้าไป

“มิวาร์ หนูมาแล้ว”

เฮเลนลุกพรวดออกจากโต๊ะน้ำชาเดินรี่มาจับมือเธอทันทีที่เห็นหน้า ใบหน้าที่อมทุกข์ของเฮเลนนั้นทำให้มิวาร์สะท้อนใจด้วยความสงสาร กระนั้น...ดวงตาสีสวยของเฮเลนก็เป็นประกายสดใสกว่าทุกครั้งขณะจ้องดูเธอ

“ยังไม่ได้กินอะไรมาใช่ไหม ฉันสั่งเชฟให้ทำอาหารอิตาเลียนไว้รอต้อนรับหนูแล้วจ้ะ”

“เกรงใจจังค่ะ หนูตั้งใจจะมาคุยเรื่องงานเท่านั้น”

“อยู่กับฉันนานๆ หน่อยเถอะนะจ๊ะ ฉันเหงา”

“ค่ะ แต่คงไม่ดึกมากนะคะ”

“โอ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ฉันรู้ว่าหนูคงเหนื่อยและอยากพักผ่อน”

เฮเลนจูงมิวาร์เดินไปนั่งยังโต๊ะน้ำชาราวกับเธอเป็นเด็กเล็ก มันทำให้คุณหมอสาวอดคิดไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเฮเลนและลูกๆ ทั้งสองนั้นห่างเหินกันมากหรือเปล่า เพราะการกระทำของเฮเลนเหมือนคุณแม่ที่ไม่ได้พบเจอลูกมาเป็นแรมปี เธอรู้ว่าเฮเลนรักเธอเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง แต่การกระทำของหญิงกลางคนมันบ่งบอกว่าเธอกำลังเหงาจริงๆ อย่างที่พูดออกมา

“ฉันรู้ว่าหนูไม่ดื่มชาเลยเตรียมน้ำส้มคั้นเย็นเจี๊ยบไว้ให้แล้วจ้ะ แซม...ไปเอาน้ำส้มมาเสิร์ฟที”

“ค่ะ มาดาม” ซาแมนธาออกไปจากห้องน้ำชาแค่ห้านาทีก็กลับมาพร้อมถาดใส่แก้วทรงสูงสีสวยที่มีเปลือกส้มสดติดอยู่บนขอบแก้ว นางวางแก้วลงตรงหน้าหญิงสาว

มิวาร์ขอบคุณซาแมนธาและดูดน้ำส้มเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าฟังสิ่งที่เฮเลนกล่าวออกมา

“ฉันว่าเรามาเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะจ๊ะ หนูจะได้ไม่เสียเวลา”

มิวาร์พยักหน้าเห็นด้วย “ทำไมคุณถึงอยากให้หนูตรวจสอบผลชัน สูตรศพอีริกล่ะคะ”

“ฉันบอกหนูแล้วไงว่าฉันไม่เชื่อว่าอีริกจะฆ่าตัวตาย มิวาร์...หนูรู้ไหมว่าวันเกิดเหตุ อีริกพูดอะไรกับฉัน”

เธอนิ่งเงียบเพื่อรอให้หญิงกลางคนได้ระบายความชอกช้ำใจอย่างเต็มที่

“อีริกบอกฉันว่าเขาจะไปโรงละคร แต่จริงๆ แล้วเขาไปหานังเมียน้อย ไปหาหล่อนถึงบ้านที่เขาเช่าให้หล่อนอยู่ด้วยเงินของฉัน” น้ำเสียงของเฮเลนเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ

“เขาดูปกติดีทุกอย่าง จนฉันเชื่อไม่ลงว่าเขาจะโง่คิดฆ่าตัวตาย ถึง แม้ว่าธุรกิจของเรามีความเสี่ยงต่อการล้มละลายสูง และความสัมพันธ์ในครอบครัวไม่ดีนัก แต่เขาจะไม่มีวันฆ่าตัวตายโดยเฉพาะไปฆ่าตัวตายที่บ้านเมียน้อยอย่างนั้น”

“คุณเลยคิดว่ามิเชลวางแผนฆ่าเขาสินะคะ”

“ใช่ มันนั่นแหละที่ฆ่าอีริก” เสียงของเฮเลนเหี้ยมขึ้นมาทันที

“แต่หมอชันสูตรศพก็ยืนยันต่อสื่อแล้วนี่คะว่า ท่านฆ่าตัวตายด้วยการกินยาเกินขนาดจริง”

“ฟังนะ มิวาร์ เรื่องนี้มันฟังดูไม่สมเหตุสมผลสำหรับเธอก็จริง แต่เธอจะเชื่อผลการชันสูตรของหมอคนอื่น นอกเหนือจากตัวเธอเองชันสูตรไม่ ได้”

“งั้นขอเหตุผลมากกว่านี้ได้ไหมคะ”

“เพราะว่าอีริกเพิ่งทำประกันชีวิตได้ไม่ถึงสองปีน่ะสิ ถ้าเขาเกิดฆ่าตัวตายในช่วงนี้ เราก็ไม่สามารถเคลมเงินประกันได้ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าอีริกจะทำประกันชีวิตเพียงเพื่อเขาจะฆ่าตัวตายหลังจากนั้นแล้วลูกเมียจะไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรเลย”

“อ้อ หนูเข้าใจแล้วละค่ะ”

“นอกจากนี้นักสืบของฉันยังสืบพบว่านังนั่นมีส่วนได้เงินก้อนใหญ่ในพินัยกรรมที่อีริกทำขึ้นไว้ให้มันด้วย”

“อืม...ฟังดูไม่ดีเลยนะคะ”

“ใช่...ได้โปรด มิวาร์ ฉันอยากให้เธอตรวจสอบผลชันสูตรศพของอีริกอีกครั้ง ถึงฉันจะโกรธเกลียดเขามากแค่ไหนที่นอกใจฉัน แต่ฉันก็อยากทวงความยุติธรรมให้กับเขานะ”

“ตกลงค่ะคุณ ทำใจให้สบายนะคะ คุณเป็นผู้ใหญ่คนนึงที่หนูนับถือมาก หนูยอมรับงานนี้ค่ะ”

“โอ...ขอบใจมากจริงๆ มิวาร์ ฉันรู้ว่าหนูเป็นคนดีแค่ไหน”

“เพราะคุณดีต่อหนูมากต่างหากล่ะคะ”

“ขอบใจจ้ะ งั้นเย็นพรุ่งนี้ฉันจะส่งนักสืบที่ฉันว่าจ้างให้ตามสืบคดีนี้ไปคุยกับหนูนะ”

“ได้ค่ะ โทร.มาแจ้งอีกทีก็ดีค่ะ”

“ฉันรู้ว่าหนูจะไม่ทำให้ฉันผิดหวัง มิวาร์”

ทั้งสองยังคุยกันอีกสักครู่หนึ่งด้วยเรื่องทั่วๆ ไป ก่อนที่เฮเลนจะพาเธอไปยังห้องรับประทานอาหารเพื่อรับประทานมื้อเย็นด้วยกัน เวลานั้นเป็นเวลาหกโมงเย็นพอดี เชฟหนุ่มสองคนทยอยนำอาหารมาเสิร์ฟเป็นอาหารอิตาเลียนขึ้นชื่อห้าอย่าง มิวาร์รอจนเฮเลนเชื้อเชิญให้รับประทานอาหารเธอถึงลงมือทานอย่างสุภาพ

ระหว่างที่เชฟนำอาหารมาเสิร์ฟนั้น มิวาร์สังเกตพบว่าเชฟคนหนึ่งมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับคนที่คุยกับแชนนิ่งตรงเงามืดของพุ่มไม้ในคืนนั้น เชฟรายนี้เป็นคนหน้าตาดีมีเชื้อสายสเปน อีกคนเป็นคนร่างหนาแต่ตัวเตี้ยแบบมะขามข้อเดียวซึ่งไม่เข้าข่ายคนที่แชนนิ่งสั่งให้ไปหาปืน

“แชนนิ่งยังไม่กลับมาจากเอเชียอีกหรือคะ” มิวาร์ถามขึ้น

“ยังเลยจ้ะ เขาว่าจะหาทำเลลงทุนใหม่ๆ ในประเทศแถบนั้นด้วย”

“แล้วเฮเลน่าล่ะคะ เธอได้ทานอาหารร่วมกับคุณบ้างหรือเปล่าหลัง จาก...”

“เราจะกินมื้อเช้าด้วยกันจ้ะ แต่มื้อเย็น...เฮเลน่าบอกฉันว่าอยากดินเนอร์กับเพื่อน”

“เธอคง...เอ่อ...ไม่ได้ทำตัวประชด...หรอกใช่ไหมคะ” กว่าจะรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป มันก็สายเกินแก้เสียแล้ว กระนั้น...ใบหน้างดงามตามวัยของเฮเลนสงบเยือกเย็นกว่าในตอนแรกมากนัก

“ฉันรู้ว่าอีริกทำตัวให้เฮเลน่าผิดหวัง และฉันเองก็โทษในสิ่งที่เฮเลน่าทำตอนนี้ไม่ได้”

มิวาร์นิ่งเงียบ เพราะไม่รู้ว่าจะหาคำพูดใดที่เหมาะแก่การปลอบประ โลมใจเฮเลน

“ช่วงนี้หนูสนิทกับอีรอสมากหรือจ๊ะ” จู่ๆ เฮเลนก็ถามเรื่องที่ทำให้น้ำส้มคั้นหวานเจี๊ยบในปากมิวาร์มีรสเฝื่อนขึ้นมาทันที

“ไม่เลยค่ะ เราไม่ได้สนิทกัน”

“มีคนเห็นหนูไปหาอีรอสที่ห้องพักของเขาในเดโอบานส์ สเปซ”

“เราไปคุยเรื่องงานกันน่ะค่ะ”

“หนูเหมาะสมกับอีรอสมากกว่าเฮเลน่าเสียอีกนะ”

คำพูดที่เปลี่ยนปุบปับกะทันหันและมีนัยแฝงทำเอามิวาร์ตามไม่ทันก่อนวงหน้างามจรัสจะค่อยๆ ซับสีเลือดขึ้น

“คือหนู...กับเขา...”

“เฮเลน่าเอาแต่ใจและดื้อรั้นเกินไป ส่วนหนูเป็นคนมีเหตุมีผลและแข็งแกร่ง อีรอสน่าจะชื่นชอบผู้หญิงแบบหนูมากกว่าลูกสาวฉัน”

“หนูไม่หลงเสน่ห์เพลย์บอยหรอกค่ะ” เธอยิ้มแห้ง

“อนาคตมันไม่แน่ไม่นอนหรอกจ้ะ”

เมื่อคิดว่าบทสนทนาชวนทำให้เธออึดอัดและหาคำตอบดีๆ ไม่ได้ มิวาร์จึงชวนเฮเลนคุยเรื่องธุรกิจของนางซึ่งนางก็ยอมเปลี่ยนเรื่องแต่โดยดี ทั้งสองคุยกันเพลินจนกระทั่งอาหารหมดเกลี้ยง เธอก็ขอตัวลากลับ

มิวาร์นั่งขบคิดไปตลอดทางภายในรถที่เอียนเป็นคนขับเกี่ยวกับสิ่งที่เฮเลนบอกเธอ แม้ว่าความสัมพันธ์ของหญิงผู้นี้กับคนตายอาจจะคลอนแคลนมานานแล้ว เฮเลนอาจจะบอกว่าเธอรักสามีของเธออยู่ กระนั้น...เรื่องของ ‘เงิน’ ก็ยังดูมีอำนาจในหัวใจของคนทั้งคู่ เฮเลนคงหวังเงินประกันของอีริกมากกว่า แต่ถึงอย่างไรก็ตาม...เบาะแสอันเล็กน้อยที่เฮเลนเพิ่งให้เธอมาก็พลิกโฉมหน้าสาเหตุการตายของอีริกไปทันที

บางครั้ง...เงินกับการฆาตกรรมก็มาคู่กัน



****************



วันรุ่งขึ้น มิวาร์ต้องขึ้นศาลไปให้ปากคำในฐานะผู้เชี่ยวชาญในคดีฆาตกรรมคดีหนึ่งช่วงบ่าย จนกระทั่งห้าโมงเย็นเธอจึงออกจากศาล และพบกับนักสืบเอกชนที่เฮเลนจ้างไว้ในสำนักงานของเธอ เขาชื่อเฮนรี่ กอสส์ เป็นชายหน้าตาธรรมดา แต่ดวงตายาวรีของเขาฉายแววฉลาดเฉลียวและรอบรู้ เขามีโครงร่างสูงใหญ่และกำยำไปด้วยมัดกล้ามเหมือนพวกทหารในหน่วยปฏิบัติการรบพิเศษ เธอเชิญเขาเข้ามานั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของเธอทันทีที่คาร่าบริการน้ำตะไคร้เสร็จและจากไป การเจรจาก็เริ่มต้นขึ้น

“จากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยอมร่วมมือกับผม เขาบอกว่าวันที่วุฒิสมาชิกอีริกเสียชีวิต มิเชลก็อยู่ด้วยกับเขา เธอกำลังอาบน้ำอยู่และเมื่อลงมาชั้นล่าง เธอก็พบเขานอนอยู่บนพื้นตรงจุดที่พบศพพร้อมขวดยาเปล่า”

“ตำรวจเชื่อคำพูดของเธออย่างงั้นหรือคะ ฉันหวังว่าตำรวจจะได้ขึ้นไปตรวจห้องน้ำชั้นบนด้วยนะคะ”

“พวกเขาไม่ได้ขึ้นไปตรวจชั้นบนแต่แรก เพราะกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจสถานที่เกิดเหตุที่พบศพเท่านั้น”

“ว่าแล้วเชียว” มิวาร์คราง

“คุณหมอก็รู้ใช่ไหมครับว่าตำรวจท้องที่จะส่งทีมปราบอาชญากรรมมือดีไปทำงานเฉพาะได้รับรายงานฆาตกรรมเท่านั้น ในกรณีของท่านวุฒิ สมาชิก มิเชลแจ้ง ๙๑๑ โวยวายขอความช่วยเหลือจากตำรวจว่า มีคนกินยาเกินขนาด มันจึงเกิดรายงานว่าเป็นการตายตามธรรมชาติ ตำรวจที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์จึงถูกส่งไปยังที่เกิดเหตุ”

“บันทึกปากคำของตำรวจว่าไงบ้างคะ”

“มิเชลอ้างว่าท่านวุฒิสมาชิกเป็นสามี เธอตีโพยตีพายว่าเขาไม่หาย ใจ เขาไม่หายใจ”

“เอาละค่ะ ที่นี้คุณสืบทราบอะไรอีก”

“ผมได้รายงานการชันสูตรและรายงานพิษวิทยามาจากสำนักงานชันสูตรในเขตนั้น กับเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสนใจของมิเชล กราแตงค์”

นักสืบกอสส์เลื่อนซองเอกสารไปตรงหน้าเธอ มิวาร์เลื่อนแฟ้มลงมาอยู่ใต้มือยังไม่เปิดดูเสียทีเดียว ก่อนจะถามว่า

“เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของมิเชล มันน่าสนใจยังไงคะ”

“คุณหมอคงทราบดีว่ามิเชลเป็นเมียน้อยของท่านวุฒิสมาชิก แต่มันไม่ใช่แค่นั้นครับ ท่านเคยทำพินัยกรรมยกบ้านหลังนี้กับเงินสดอีกหกแสนเหรียญให้กับเธอ แต่เมื่อสามวันก่อนท่านจะตาย ท่านสั่งทนายความให้เอาชื่อของเธอออกจากพินัยกรรม ตอนแรกที่สืบทราบผมคิดว่าท่านคงเห็นอะไรบางอย่างในตัวเธอที่ทำให้ท่านไม่พอใจและไว้วางใจ จนกระทั่ง...ตำรวจจับชายคนหนึ่งชื่อ เฮนดริก ฮาร์เปอร์ ได้ในขณะที่เขาใช้บัตรกดเงินสดไม่จำกัดวงเงินของท่าน กดออกไปสองวันวันละสามครั้ง ครั้งละห้าหมื่นเหรียญ และยังใช้บัตรเครดิตของท่านซื้อของใช้ราคาแพงอีกเยอะมาก ตำรวจตามจับกุมได้ในวันที่สามหลังจากท่านเสียชีวิตครับ เพราะเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งเรื่องความผิดปกติของบัญชีผู้ตายกับมาดามแมคคอยล์หลังพบศพท่านวุฒิ สมาชิกเพียงสี่ชั่วโมง ตำรวจจึงตามร่องรอยนี้ ดูเหมือนว่านายฮาร์เปอร์คนนี้จะเป็นโจรกระจอกที่ขาดความระมัดระวังเรื่องกล้องวงจรปิด”

“แล้วคุณมีความเห็นยังไงกับนายฮาร์เปอร์คนนี้คะ”

“ผมคิดว่าเขาเป็นชู้รักของมิเชล”

“ชู้รัก...หมอนี่ยอมรับสารภาพกับตำรวจหรือเปล่าคะ”

“เปล่า เขาบอกว่าเขาเป็นคนใช้ในบ้านของมิเชล บัตรกดเงินสดและบัตรเครดิตของท่านวุฒิสมาชิกที่เขามีกับตัวก็ได้มาจากเธอ เพราะเธอสั่งให้เขาไปกดเงินและซื้อของตามใบสั่งในตอนที่ท่านวุฒิสมาชิกยังอยู่ในบ้าน”

“ฟังน่าเชื่อถือนะคะ”

“ใช่...และมิเชลก็ยืนยันว่าหมอนี่เป็นคนใช้ในบ้านเธอจริงๆ ตำรวจจึงต้องปล่อยตัวไป แต่บัตรกดเงินสดกับบัตรเครดิตนั้น ทางมาดามได้แจ้งทนายความขอให้ทางธนาคารอายัดแล้ว”

“แต่คุณเชื่อว่ามิเชลกับนายฮาร์เปอร์อะไรนั่นลอบคบชู้กันสินะคะ”

“ผมคิดว่าท่านวุฒิสมาชิกคงระแคะระคายเรื่องนี้ ถึงสั่งถอนชื่อเธอออกจากพินัยกรรม”

“แต่มันก็ยังตอบโจทย์ว่ามิเชลลอบวางแผนฆาตกรรมท่านวุฒิสมา ชิกไม่ได้อยู่ดี...เอาละค่ะ ฉันขอเวลาอ่านเอกสารเหล่านี้หนึ่งวัน ได้เรื่องยังไงฉันจะแจ้งให้คุณทราบโดยเร็วค่ะ”

“คุณหมอจะเลิกงานกี่โมงครับ”

“คะ?” มิวาร์เบิกตากว้างเล็กน้อย ถามเขาด้วยสุ้มเสียงประหลาดใจ

“ผมอยากจะชวนคุณหมอไปทานอาหารเย็นด้วยกันสักมื้อ” นักสืบกอสส์ยิ้มเก๋

“ฉันมีนัดกับเพื่อนแล้วค่ะ เสียใจด้วย”

แววตาของนักสืบหนุ่มสลดลงวูบหนึ่ง ก่อนเขาจะฉีกยิ้มเก๋ไก๋อีกหน เอ่ยเสียงทุ้มกลั้วหัวเราะว่า “หวังว่าถ้าผมขอนัดทานอาหารมื้อหน้า คุณหมอจะไม่ปฏิเสธนะครับ”

“ฉันขอไม่รับปากนะคะ”

เธอยิ้ม นักสืบกอสส์แกล้งหัวเราะกลบเกลื่อนอาการคอตกของเขา ก่อนจะเดินจากไป



หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บ



ปลายปากกาสำนักพิมพ์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 24 ส.ค. 2563, 23:14:59 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 24 ส.ค. 2563, 23:14:59 น.

จำนวนการเข้าชม : 60





<< บทที่ 8 -65%   บทที่ 9 -35% >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account