ดุจจันทร์ดั้นเมฆ: หอมดึก (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)
‘ตรีเมฆ’ ไม่ได้เกิดมามีชีวิตเลวร้าย เขาไม่ได้มีปมด้อยจนต้องสร้างจุดเด่น ตรงกันข้ามเขามีพร้อมทุกอย่าง แต่ความ ‘พร้อม’ นั้นทำให้ชายหนุ่มใช้ชีวิตอย่างประมาทจนสุดท้ายต้องถูกตราหน้าว่าเป็น ‘ไอ้ขี้คุก’ เขาผลาญทำลายชีวิตทุกคนที่รักเขา และในวันที่เขาได้รับอิสรภาพทางกาย จิตใจเขากลับถูกความรู้สึกผิดพันธนาการแน่นหนา

‘จันทน์กะพ้อ’ หล่อนมองโลกใบนี้สวยงามไปเสียหมด มองทุกอย่างเป็นบวกจนบางครั้งพลาดพลั้งกลายเป็นเหยื่อได้ง่ายๆ แต่หล่อนกลับไม่สิ้นหวังที่จะมองแต่แง่งามของชีวิต เมื่อก้าวเข้ามาในครอบครัวที่เว้าแหว่งของตรีเมฆ หล่อนกล้าๆ กลัวๆ ชายหนุ่มห่าม ดิบ เถื่อนที่พ่วงมากับป้าชราและเด็กน้อยผู้น่าสงสาร

เขามันต้องตำราผู้ชายที่พ่อสอนนักหนาว่าให้อยู่ห่างๆ เข้าไว้

ใจหนึ่งหล่อนก็อยากทำอย่างนั้น แต่อีกใจก็อยากเอาชนะความหยาบกระด้างของเขา อยากให้คนที่เอาแต่มองโลกตาขวาง หันมาเห็นแง่งามของชีวิตเสียบ้าง

แต่โดยที่หล่อนไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ ดวงตาคมดุคู่นั้นกลับเอาแต่จับจ้องหล่อนไม่วาง ในเมื่อหล่อนกล้ามาส่องแสงวับๆ แวมๆ ในหัวใจที่มืดดำของเขา เมฆร้ายก้อนนี้ก็จะโอบล้อม ตีประชิด กักกั้นไว้ไม่ให้หล่อนเคลื่อนคล้อยหนีหายไปทางไหนได้อีกเลย


*********************

นิยายเรื่องนี้เขียนโดย "หอมดึก" (ผู้แต่ง พนาพร่ำรัก และฝนเมษา ดอกไม้พฤษภา) และได้ตีพิมพ์กับ "ปลายปากกาสำนักพิมพ์ (Plaipakka Publishing)" ทีมงานปลายปากกาจึงนำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60-70% ของเรื่องนะคะ เป็นแนวโรแมนติกดราม่า พาฟิน และอบอวลในหัวใจมากๆ ค่ะ นอกจากนี้ยังมีความน่ารักของครอบครัวที่มาพร้อมกับปัญหาสังคมในแง่มุมต่างๆ ด้วย หอมดึกบอกเล่าชีวิตคนรากหญ้าผ่านตัวละครได้มีมิติมากๆ #รับประกันความสนุกเช่นเคย!


***************************

นักอ่านท่านใดสนใจมีทั้งแบบ eBook และแบบรูปเล่มนะคะ

***สำหรับแบบรูปเล่มวางจำหน่าย 4 ช่องทาง***

1.ศูนย์หนังสือจุฬาฯ

2.ร้านออนไลน์ เช่น ร้านนิยายรัก ร้านbooksforfun ร้านบาร์บี้บิวตี้บุ๊ค(ฉัตรธิดา สำเฮี้ยง) ร้าน Banniyayindy(Budsara Thongrussamee) ร้านหนังสือต้นสน วังหลัง ศิริราช และร้านBestbookSmile

3.สั่งซื้อโดยตรงกับสนพ.โดย inbox หาแอดมินเพจปลายปากกาสำนักพิมพ์ หรือผ่าน Line: plaipakkabooks

4.ซื้อผ่าน plaipakkabooks_officialshop ใน shopee

หนังสือพร้อมส่ง

คุ้มสุดด้วยจำนวน 544 หน้า (พร้อมตอนพิเศษ)

สั่งซื้อออนไลน์ราคาเพียง 369฿ จากราคาปก 402฿
ค่าจัดส่งลงทะเบียน 45฿ (รวมเป็น 414฿)
ค่าจัดส่ง EMS 70฿ (รวมเป็น 439฿)

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ "ปลายปากกา สำนักพิมพ์"

***แบบ eBook วางจำหน่ายที่เว็บ Mebmarket***
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: บทที่ 7 -40%

มาต่อพร้อมสะกิดจ้า ^^ วันนี้เปิดให้สั่งซื้อในราคาสั่งจองวันสุดท้ายนะคะ พ้นวันนี้ไปค่าส่งจะกระเด้งขึ้นมานะ55555555 ส่งหนังสือช่วงบ่ายวันนี้ค่ะ

ช่องทางสั่งจองและราคา กดในปุ่ม ‘อ่านเรื่องย่อ’ ด้านบน

************

เวลาเกือบเที่ยงคืนเห็นจะได้ ป้ามาลีจึงหลับไปเพราะฤทธิ์ยาคลายเครียดที่หมอจัดมาให้พกติดตัวเป็นประจำแม้แกจะเป็นคนหัวโบราณที่ไม่ยอมกินยามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่บางครั้งยาพวกนี้ก็ช่วยให้ค่ำคืนที่แสนยากลำบากแบบนี้ผ่านไปได้โดยไม่ทุกข์ระทมมากจนเกินไปนัก

“มันไม่เคยเข้าใจอะไรเลย มันไม่รู้หรอกว่ากว่าป้าจะมัดใจคนเช่าพวกนี้ไว้ได้มันใช้เวลาขนาดไหน มันมาไม่กี่เดือนก็ทำเสียเรื่องหมด หนูจันทน์คิดดูสิ แล้วต่อไปจะเอาอะไรกินกัน”

“ป้าใจเย็นๆ นะคะ คุณเมฆคงโกรธที่คนพวกนั้นพูดจาข่มขู่ป้า”

“มันจะเอาอะไรนักหนากับคนหาเช้ากินค่ำ ป้าก็ไม่ใช่ผู้ดีมาจากไหน พูดจากระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา เราเปิดห้องให้เขามาเช่า จะเถรตรงเกินไปมันก็ไม่ได้หรอก” ป้ายิ่งบ่นยิ่งใจเสีย หากพรุ่งนี้ทุกคนย้ายออกหมดจะเป็นยังไงกัน

จันทน์กะพ้อได้แต่ลูบต้นแขนเหี่ยวแห้งนั้นเบาๆ เพื่อปลอบประโลม หล่อนรู้อยู่แก่ใจว่าผู้เช่าแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง แม้จะอยู่ที่นี่มาได้ยังไม่ถึงปีก็ตาม หล่อนเห็นพฤติกรรมก้าวร้าว ชอบแหกกฎ ได้คืบจะเอาศอกของพวกเขา แต่ป้ามาลีก็พูดถูก ผู้ให้บริการธุรกิจแบบนี้จะตรงเป็นไม้บรรทัดแบบนั้นก็คงมาถึงจุดแตกหักกันอย่างในวันนี้

“ลูกล้าง ลูกผลาญแท้ๆ เลย ไม่มีเสียละที่จะทำให้พ่อแม่สบายใจ ป้าว่าป้าจะอายุสั้นก็เพราะมันนี่แหละ”

“ป้าขา อย่าพูดอย่างนั้นเลย”

“จะให้ป้าทำยังไงล่ะ มันถือว่ามันเป็นเจ้าของ ใช่ ชื่อมันเป็นเจ้าของจริง แต่ป้านี่เป็นคนดูแลมากับมือ แล้วนี่มันไปมีเรื่องกับเขาอย่างนั้น เขาจะไม่แจ้งความจับเข้าคุกไปอีกเรอะ เพิ่งออกมาได้ไม่เท่าไร เวรกรรมแท้ๆ” ป้ามาลีบ่นไปก็น้ำตาไหลไปด้วย จันทน์กะพ้อหมดทางจะปลอบโยนเลยแค่นั่งฟังนางระบายความทุกข์ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งนางหลับไปเอง หล่อนจึงได้ตลบมุ้งออกมา เก็บชายให้แล้วเดินไปชะโงกดูเด็กชายตรีเพชรที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ในมุ้งเล็กข้างๆ กันแล้วก็ค่อยๆ เดินออกมาจากห้องนอนของเจ้าของบ้าน

“อุ๊ย” หล่อนร้องอุทานเมื่อผละจากประตูมาแล้วพบกับร่างสูงใหญ่ ดำทะมึนยืนดูดบุหรี่อยู่ที่ราวระเบียงมืดๆ

เมื่อรู้ว่าเป็นใคร หล่อนก็ผ่อนลมหายใจยาว สาวเท้าเข้าไปหา อดมองไปที่บุหรี่ที่ยังมีไฟติดวาบๆ และควันอ้อยอิ่งนั้นด้วยสายตาตำหนิไม่ได้

“ดูดบุหรี่ก็ไม่ต่างกับการเป็นขี้ยาหรอก จะว่าไม่ใช่ยาเสพติดก็คงไม่ได้ เพราะถ้าไม่ติดก็คงเลิกไปได้แล้ว เพราะไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด” หล่อนอยากจะถ่ายทอดคำพูดของพ่อคำจันทร์กรอกใส่หูเขาบ้าง แต่เกรงว่าจะกวนอารมณ์ขุ่นของเขาขึ้นมาอีก อีกอย่างเขาก็มีมารยาทพอสมควร เมื่อหล่อนเดินเข้าไปใกล้เขาก็ดีดบุหรี่ตัวนั้นหล่นหายไปทันที

“หลับแล้วสินะ ไม่ได้ยินเสียงด่าแล้วนี่”

“ค่ะ แต่ป้ามาลีไม่สบายใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น”

เขาพยักหน้าช้าๆ กับคำบอกของหล่อน แต่ไม่ยอมสบตาด้วย

ดูเหมือนเขากำลังคิดอะไรบางอย่าง หรืออาจจะกำลังสำนึกผิดอยู่ก็เป็นได้...จันทน์กะพ้อนึกเช่นนั้นก็เอ่ยต่อ

“ป้ามาลีเป็นห่วงกิจการห้องแถวมากค่ะ”

“งั้นก็ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว” เขาเอ่ย จันทน์กะพ้อเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาเป็นประกายฟังเขาพูดต่อ “เพราะผมจะปิดมันซะ แล้วจะรื้อสร้างมันขึ้นมาใหม่”

“คุณเมฆ แต่คุณยังไม่ได้ปรึกษาคุณแม่ของคุณเลยนะคะ อีกอย่างผู้เช่าพวกนั้นเขาก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องถ้าคุณทำแบบนั้น”

“ก็เอาสิ ผมพร้อม ห้องแถวตรีเนตรเป็นของผม แม่รู้ข้อนี้ดี เดี๋ยวผมจะจัดการมันเอง แม่ไม่ต้องห่วง ฝากคุณบอกแม่ด้วยก็แล้วกัน” เขาพูดจบก็หมุนตัวกลับเดินดุ่มไปในทิศทางห้องพักของตนเอง จันทน์กะพ้อรีบสาวเท้าตามไปจนทัน

“ถึงตามกฎหมายจะเป็นชื่อคุณ แต่มันคือความภาคภูมิใจของแม่คุณนะคะ มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่พ่อกับแม่ของคุณร่วมสร้างมาด้วยกันไม่ใช่หรือคะ” หล่อนถลันเข้าไปขวางหน้า ใกล้เสียจนได้กลิ่นบุหรี่จางๆ

“หรือคุณจะให้ผมนั่งดูไอ้พวกนั้นมันลบหลู่ทั้งข่มขู่แม่ผมเพราะมันคิดว่าเราต้องง้อพวกมันงั้นเรอะ” ดวงตาเขากลับเดือดดาลขึ้นมาอีก

“แล้วทำไมคุณไม่ค่อยพูดค่อยจากับพวกเขาล่ะคะ”

“ผมชอบตาต่อตาฟันต่อฟันแบบนี้ล่ะ” ตรีเมฆแสยะยิ้มยิงเขี้ยวคมเข้าใส่

“ถ้าอย่างนั้นที่แม่คุณพูดมันก็จริงทุกประการ”

“จริงอะไร?” คิ้วเข้มขมวดมุ่น นึกรำคาญใจที่อีกฝ่ายตอแยไม่เลิก เขาทั้งเหนื่อยทั้งหิว และกำลังโมโหจนอยากจะลงกับใครสักคนอยู่พอดี

แต่ความเป็นครูของจันทน์กะพ้อมันห้ามไม่อยู่เสียแล้ว!

“ก็จริงที่ว่าคุณกลับมาเพื่อก่อปัญหาให้แกไง กลับมาเพื่อล้างผลาญทุกอย่างที่พ่อคุณสร้างไว้”

“จันทน์กะพ้อ!” เขากระชากข้อมือบางเข้าประชิด ภาพเขาตวัดฝ่ามือใส่หน้าผู้หญิงสามหาวคนนั้นยังติดตา จันทน์กะพ้ออดสั่นสะท้านด้วยความกลัวขึ้นมาไม่ได้

“มันจะมากไปแล้วนะ”

“ไม่หรอกค่ะ ถ้าเทียบกับสิ่งที่คุณทำกับป้ามาลี”

“ทำไม คุณเป็นแม่ผมอีกคนหรือไง” ร่างแกร่งเบียดประชิดจนหลังของหล่อนชนราวระเบียง จันทน์กะพ้อเอี้ยวตัวหลบจนหลังแอ่น เรือนผมยาวสลวยปลิวไสวอยู่ในสายลมเย็นยามดึกดื่น หล่อนใจหายวาบ มองความสูงที่น่าหวาดเสียว ไม่กล้าดิ้นออกจากอุ้งมือเขา หากเขาปล่อยมือหล่อนคงร่วงลงไปที่ลานดินด้านล่างเป็นแน่!

“คุณเมฆ” หล่อนผวาร้อง

“ทำไม กลัวเหรอ อบรมต่ออีกสิครับคุณครู” 

“คนพาล” หล่อนกัดฟันตะคอก ตรีเมฆยิ้มกริ่ม รวบเอวบางไว้มั่นสัมผัสเนื้อนิ่มใต้เสื้อยืดของหล่อน เขากระซิบตอบ

“ว่าแต่คนอื่น แล้วตัวเองล่ะ มันจริงไหมที่ว่าคุณล่อไอ้ศักดิ์ขึ้นมาหาบนเรือน”

“ไม่จริง คุณก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง”

“งั้นเหรอ” นัยน์ตาดุของเขาเจ้าเล่ห์ “แล้วที่ว่าคุณคือผู้หญิงที่แม่ของผมหามาไว้ให้เป็นเมียเมื่อออกมาจากคุก มันจริงหรือเปล่าล่ะ” เสียงกระซิบถามดังอยู่ไม่ห่างเกินคืบ ลมหายใจของเขาร้อนระอุ จันทน์กะพ้อรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ราวกับกำลังเป็นไข้

“มะ...ไม่จริง”

“แต่คุณก็พิเศษกว่าคนอื่นๆ แม่อุตส่าห์ยกมาไว้บนบ้าน เพื่ออะไรล่ะ”

“บ้า! คิดอกุศล คุณมันพาล พวกเราอยู่กันสามคนดีๆ แท้ๆ คุณก็กลับมาทำให้ทุกคนมีปัญหา คุณมัน...อื้อ” สิ้นเสียงร้องอู้อี้ จันทน์กะพ้อก็สะท้านหนักใต้ร่างเขา ตรีเมฆพลิกกายแกร่งให้แผ่นหลังชิดราวระเบียงแทน มือร้อนข้างหนึ่งสอดเข้าไปใต้เสื้อยืด ลูบไล้ผิวกายเนียนนุ่ม รัดรึงเอวบางให้แนบสนิทกับกายแกร่ง อีกมือประคองหัวสวยๆ ให้แหงนหงายรองรับริมฝีปากหนาหนักได้รูปที่ประกบลงมาบนเรียวปากนุ่มฉ่ำช่างเจรจาสั่งสอนอย่างถนัดถนี่ จากบดขยี้ให้เผยอรับ กลับกลายเป็นดูดดึงเคล้าคลอครั้งแล้วครั้งเล่าจนกลีบปากแทบช้ำ พักใหญ่เขาก็หยุดปาก ก่อนที่หล่อนจะขาดใจตาย ปล่อยให้หล่อนหอบหายใจหนัก ดวงตาโตที่มีแพขนตางอนหนาเปียกชื้น ผมยาวยุ่งเหยิงพันอยู่ในนิ้วมือเขา ตรีเมฆมองสบตาคู่นั้น พลันบังเกิดความรู้สึกเอ็นดูระคนหมั่นไส้ ปากเล็กๆ ของหล่อนแดงฉ่ำวาววับ น่าจูบอีกหน

“ยะ...อย่า” หล่อนหลบวูบ เม้มปากแน่น แว่วเสียงหัวเราะหึๆ ลึกล้ำดังมาจากเจ้าของวงแขนที่ยังรัดหล่อนไว้ไม่ยอมปล่อย

“ปากจัดแบบนี้ ไม่นึกว่าจะ...”

“บ้า! ปล่อยเลยนะ คุณทำอย่างนี้กับฉันได้ยังไง”

“ทำตามสัญชาตญาณดิบมั้ง”

“คุณมันป่า...”

“อ๊ะๆๆ อย่าเชียวนะคุณครู ขืนอบรมผมอีกทีเดียวเจอโหมโรงชุดใหญ่แน่” เขาขู่ไปก็ไล้นิ้วบนเรียวปากนุ่มไปด้วยราวกับอดใจไว้ไม่ไหว แก้มหล่อนแดงสุกปลั่งราวกับแก้มมะม่วง แถมยังหอมหวานน่ากัดกินสักคำ จันทน์กะพ้อไม่กล้าเถียง ไม่กล้าดิ้นรน ได้แต่ใช้สองมือดันอกเขาไว้ รอจนพักใหญ่ ดวงตาวาวๆ ของเขาก็อ่อนแสงลงเป็นประกายวิบวับราวกับหนุ่มน้อยขี้เล่น หล่อนจึงเอ่ยขึ้นช้าๆ

“ปล่อยฉันได้หรือยังคะ อย่าทำแบบนี้เลยนะ ฉันยังอยากอยู่กับป้ามาลีไปนานๆ ถ้าคุณทำแบบนี้ ฉันคงไม่กล้าอยู่ต่อ”

“อ้อ นี่จะเอาแม่มาขู่หรือนี่ อืม หัวไวไม่เลวนะคุณครู”

“ฉันไม่ได้ขู่ค่ะ” หล่อนเบียดกายออกเบาๆ ก็อยู่ห่างจากกายเขาได้เล็กน้อย “เพียงแต่ถ้าหากคุณล่วงเกินฉัน ฉันก็คงไม่ต่างจากที่คนเขาดูถูกสักเท่าไร ถ้าจะเป็นแบบนั้น โดยอาชีพของฉัน ฉันก็คงไม่กล้าอยู่ที่นี่ต่อไป”

หล่อนเอ่ยเสียงเบา หากหนักแน่นอย่างคนใจดีสู้เสือ ตรีเมฆพิศมองเจ้าของร่างบางอีกครั้ง

ไม่เลวเลยสำหรับวิธีการรับมือเขาของยายเชยคนนี้

เขาปล่อยมือจากหล่อน จันทน์กะพ้อยืนอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่งก็หันหลังเดินกลับไปทางห้องนอนของตนช้าๆ ตรีเมฆมองตามสองเท้าที่เดินไปอย่างมั่นคง และไหล่บางที่เหยียดตรงของหล่อนไปจนถึงหน้าห้อง หล่อนดันประตูเปิดออก ขณะจะก้าวเท้าให้พ้นธรณีประตูพลันหางตาเจ้ากรรมกลับเหลือบกลับไปมองเขา ร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกจ้องมองมาด้วยสายตาวาววับ ดวงตาคมหรี่มองมีแววล้อเลียนหยอกเย้า หัวใจของหล่อนกระตุก พร้อมๆ กับที่ปลายเท้าสะดุดเข้ากับธรณีประตู เจ็บจนต้องร้องออกมาทีหนึ่งก่อนจะรีบงับบานประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา หูยังแว่วเสียงหัวเราะราวกับจะหยอกเย้าดังมาจากนอกห้อง จันทน์กะพ้อต้องยืนพิงประตูรวบรวมสติและลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติแล้วจึงไปอาบน้ำเข้านอน

**************

เมื่อตัดสินใจไปแล้ว ตรีเมฆก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาตั้งโต๊ะจ่ายค่ามัดจำให้ผู้เช่าที่เตรียมขนของออกหลังจากที่ได้เข้าสำรวจตรวจตราห้องเช่าตามสัญญาเช่าที่ครูตรีเนตรทำไว้ให้แม่มาลี แม้ผู้เช่าจะแช่งชักหักกระดูก โอดครวญบ้างเขาก็ไม่ใส่ใจ มีบางคนที่มาขอป้ามาลีเพื่ออยู่ต่อ ป้าได้แต่ส่ายหน้าบอกให้ไปคุยกับเจ้าของห้องเช่าตัวจริงเอง ตรีเมฆขยายเวลาให้พวกเขาอยู่ต่อได้อีกเพียงเดือนเดียว หลังจากจัดการธุระในช่วงเช้าเรียบร้อย เขาก็ขับรถออกไปจากบ้าน ส่วนป้ามาลีและลำดวนก็ยังเปิดขายผลไม้ต่อไป

“เพราะป้าตามใจลูกชายแบบนี้น่ะสิ มันถึงเสียผู้เสียคนจนติดคุกติดตาราง” ผู้เช่าที่กำลังขนของอดเอ่ยกระแนะกระแหนไม่ได้ ลำดวนลอบมองสีหน้าของป้าด้วยความเห็นใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ 

“อย่าว่าแต่พวกแกเลย แม้แต่ฉันเอง ถ้าเขาไล่ฉันก็ต้องไป ของทุกสิ่งทุกอย่างเป็นชื่อของตรีเมฆทั้งนั้น” หญิงชราเอ่ยน้ำตาคลอ กลัวใจลูกชายและหวาดหวั่นกับอนาคตของตนกับเด็กชายตรีเพชร



*****************



ตรีเมฆขับรถมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดที่ร้านกาแฟสไตล์โมเดิร์นนั่งสบายกลางกรุงแห่งหนึ่ง เขานัดพบกับเพื่อนเก่าสมัยเรียนคนหนึ่งเพราะมีเรื่องต้องขอความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย หลังจากจิบกาแฟดำได้ไม่ถึงครึ่งแก้ว เพื่อนที่เขานัดไว้ก็เปิดประตูร้านเข้ามา เขากวาดสายตามองไปทั่วจนมาหยุดที่ร่างของตรีเมฆที่นั่งอยู่มุมเงียบๆ แสนสบายมุมหนึ่งของร้านกาแฟมีชื่อแห่งนั้น เขามองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งจึงได้เปิดยิ้มกว้างเดินเข้ามาหา

“ว่าไงไอ้เสือ” ชายผู้นั้นโอบไหล่อีกฝ่ายกระชับกระแทกกับหัวไหล่ของตนเบาๆ ท่าทีทักทายที่ทั้งสองแสดงกันเป็นประจำเมื่อห้าหกปีก่อน

“ศมา”

ศมา คือวิศวกรหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันกับตรีเมฆ ทั้งสองรู้จักกันตั้งแต่เรียนมัธยมฯ ปลาย เมื่อศมาย้ายตามพ่อแม่เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ตรีเมฆเป็นเพื่อนคนแรกๆ ของเขา ศมาเป็นคนมุ่งมั่นกับการเรียน แม้จะไม่หัวดีอย่างตรีเมฆที่เรียนอะไรเพียงเล็กน้อยก็เข้าใจทะลุปรุโปร่ง แต่เขาก็เป็นคนพากเพียร ความยากจนของครอบครัวทำให้ศมาไม่กล้าเกเร ไม่กล้าทำให้พ่อแม่ผิดหวัง ทั้งสองสอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกัน เรียนคณะและสาขาวิชาเดียวกัน ต่างกันก็แต่ตรีเมฆเลือกทางเดินที่มืดหม่น ในขณะที่ศมาเดินมุ่งหน้าไปอีกทาง

“ไปไงมาไงวะ ตอนรับโทรศัพท์เมื่อคืนกูนึกว่าฝันไป ยังนึกด่าในใจว่าใครที่ไหนโทร.มาไม่รู้จักเวล่ำเวลายังกับไอ้เมฆไม่มีผิด ไม่นึกว่าจะเป็นมึงจริงๆ”

“เออ กูก็ไม่นึกว่ามึงยังใช้เบอร์เก่าอยู่ แค่ลองกดดู”

“เบอร์นี้พ่อแม่พี่น้องญาติโกโหติกาจำได้หมดแล้ว เปลี่ยนทีก็ยุ่งยาก ใช้ติดต่องานด้วย สะดวกดี”

“ญาติเยอะเหมือนเดิมนะมึง”

ตรีเมฆมองใบหน้ากระจ่างแม้ผิวเข้มแทนของเพื่อน ดวงตาของเขาแจ่มใสไม่เปลี่ยนแปลง ศมายังเป็นแสงตะวันสว่างจ้า ในขณะที่เขาเป็นหมู่เมฆที่หมองมัว อึมครึม ราวกับฟ้าก่อนพายุร้าย

“เออ ทิ้งไม่ได้ พ่อแม่แก่มากแล้ว พี่น้องบางคนก็ยังเรียนไม่จบ ว่าแต่มึงเถอะ ออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“สามสี่เดือนละ” ตรีเมฆตอบเนือยๆ เลื่อนกาแฟร้อนที่เด็กเสิร์ฟเพิ่งวางลงบนโต๊ะไปด้านหน้าของเพื่อน “ดี แม่สบายดีไหม”

“ดีตามอัตภาพ จะไม่ดีหน่อยก็ตรงที่กูออกจากคุกมาอยู่ด้วยแล้วนี่แหละ”

“ปากไม่ดีตามเคย”

“เออ”

“แล้วมึงมีอะไรให้ช่วยวะ”

“กูจะทุบห้องแถวสร้างใหม่”

“ห้องแถวของพ่อตรีเนตรน่ะเหรอ”

“ใช่ แต่ตอนนี้มันเป็นของกูแล้ว สภาพทรุดโทรมมาก ผู้เช่าไม่ค่อยพอใจ ปัญหาเลยเยอะ กูอยากทำให้แม่ใหม่ จะปรับปรุงบ้านไปด้วยเลย มึงพอมีคิวว่างบ้างไหม”

“ทำไมโทรมไวนัก สร้างยังไม่ถึงสิบปีไม่ใช่เหรอ”

“ยัง แต่ผู้รับเหมาที่สร้างมันห่วย ช่วงนั้นบ้านกูมันแย่ อย่างที่มึงรู้”

“เออ แล้วทำไมมึงไม่คุมเองเลยวะ เรียนมาพอๆ กัน” ติดก็แต่ว่าในปีสุดท้ายตรีเมฆไปก่อคดีค้ายาและข้อหาขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมๆ กับขัดขืนการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจและอื่นๆ อีกหลายข้อหา ไม่อย่างนั้นตรีเมฆก็คงจบมาเป็นวิศวกรเต็มตัวไม่ต่างจากศมา 

“ไม่ละ กูมันวิศวะเถื่อน อยากทำให้ถูกต้องมากกว่า”

“ก็ได้ กูมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างอยู่พอดี”

“อืม ดี ก้าวหน้าไม่เลวนี่เพื่อน”

“ไม่หรอก บริษัทเล็กๆ เปิดไว้ให้น้องๆ มันมาทำ มึงก็รู้ว่ากูญาติเยอะ งานการมันก็หายาก มาทำ มากินอยู่ด้วยกันเสียเลย ประหยัดดี”

“เออ ตกลง ว่างวันไหนมึงก็ไปที่บ้านกู ได้ไวหน่อยก็ดี”

“แล้วผู้เช่าล่ะวะ”

“ไล่ออกไปหมดแล้ว คนสุดท้ายอยู่จนสิ้นเดือนนี้”

“ไอ้เมฆ!”



*****************



หลังจากคุยกันต่ออีกราวครึ่งชั่วโมง ศมาก็ขอตัวออกไปที่ไซต์งานก่อสร้างนอกเมือง ตรีเมฆโบกมือลาเพื่อนที่ลานจอดรถของร้านกาแฟแห่งนั้นแล้วก็บิดมอเตอร์ไซค์มุ่งหน้ากลับมาที่ห้องแถว ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดทำสวนตั้งท่าจะออกไปขนผลไม้จากสวนกลับมาที่แผงผลไม้ท้องก็ร้องขึ้นมาเพราะยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่ตื่นนอนจนบ่ายโมงแล้ว เขาเดินเข้าไปเปิดตู้กับข้าวในครัว เห็นแกงจืดตำลึงหมูน้ำใสแจ๋วกับข้าวสวย และปลาแห้งทอดกรอบก็จัดการเสียจนอิ่มท้อง เมื่อหันมองหาน้ำดื่มก็เห็นน้ำอัญชันสีสวยแช่อยู่ในตู้เย็น

เขาเคยเห็นคุณครูคนสวยของตรีเพชรเอาน้ำแข็งใส่แก้ว ราดน้ำอัญชันต้มใบเตยนี้ลงไป ตามด้วยโซดา บีบมะนาวนิดๆ แล้วยกมาให้ทุกคนชิมแก้ร้อนกัน เขารู้สึกติดใจในรสชาตินั้นแต่ก็ขี้เกียจเกินกว่าจะประดิดประดอยจึงได้เทน้ำอัญชันพรวดใส่แก้วแล้วยกขึ้นดื่มอั้กๆ ก่อนจะปาดลิ้นเลียริมฝีปาก น้ำอัญชันใบเตยที่ปรุงไว้สำหรับเติมน้ำแข็ง โซดาและน้ำมะนาว เมื่อยกซดเพียวๆ แบบนี้ก็ให้รสหวานหอมจัด ติดลิ้นติดปากไม่ต่างจากรสฉ่ำหวานที่เขาได้ลิ้มลองจากเรียวปากอิ่มของคนชง

เมื่อลงจากเรือนมาแล้วมองไปที่แผงผลไม้ตรีเมฆก็เห็นลูกค้าแวะเวียนมาซื้อผลไม้รสชาติดี ราคาถูกไม่ขาดสาย ป้ามาลีและลำดวนกำลังง่วนกันอยู่จนไม่ได้สนใจเขา ตรีเมฆทอดถอนใจ เขารู้ว่าแม่ไม่ชอบใจที่เขาตัดสินใจทำอะไรไปโดยพลการแบบนั้น แต่ถึงผู้เช่าจะไม่พูดออกมาเขาเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าสภาพของตึกแถวนั้นมันเก่ามากแล้ว ปล่อยทิ้งนานไปก็อาจจะเป็นอันตรายได้ และสภาพของตึกแถวปลูกกับดินที่ไม่แข็งแรงเท่าใดนักแบบนั้น นับวันจะยิ่งก่อปัญหา ช่วงที่ปลูกสร้างห้องแถวนี้ตรีเมฆจำได้ว่าเขาเริ่มเกเร เที่ยวเตร่จนไม่เป็นอันเรียน สุขภาพของพ่อก็เริ่มมีปัญหา แม่ผู้เป็นช้างเท้าหลังเสมอกลับต้องมาเป็นคนรับมือกับผู้รับเหมาระดับล่างที่คอยเอารัดเอาเปรียบ เบิกเงินมากแต่ใช้ของไม่ดี มีปัญหากันตลอดจนแทบสร้างไม่เสร็จ

ห้องแถวตรีเนตรในบ่ายวันนี้มีรถจอดอยู่บางตาอย่างเห็นได้ชัด ผู้เช่าที่ไม่ได้ไปทำงานต่างหลบหน้าหลบตาเก็บข้าวของอยู่ในห้อง บรรยากาศจึงอึมครึมน่าอึดอัดยิ่งนัก ทว่าตรีเมฆไม่ใส่ใจ ในเมื่อผู้เช่าเหล่านี้ไม่เห็นหัวแม่ผู้ชราของเขาแล้ว ทำไมเขาต้องเห็นใจพวกนั้นด้วย สู้เขาสร้างเสียใหม่ให้แข็งแรงทนทาน น่าอยู่ พร้อมผู้เช่าหน้าใหม่ที่เป็นมิตรและมีความเคารพกฎกติกามากกว่าเดิมไม่ดีกว่าหรือ ผู้เช่าหลายคนที่เข้าใจสภาพของห้องแถวและเปลี่ยนใจยินดีรับค่ามัดจำล่วงหน้าคืนบวกค่าขนย้ายอีกเล็กน้อยที่ตรีเมฆช่วยจ่ายให้แล้วจากไปด้วยดี ส่วนคนที่ค้างค่าเช่าไว้ก็พูดไม่ออก เมื่อตรีเมฆยื่นข้อเสนอว่าจะลดค่าเช่าที่ค้างให้ครึ่งหนึ่งต่างก็เริ่มเก็บข้าวของกัน มีเพียงสามสี่ครอบครัวที่ยังเอาตำรวจมาข่มขู่เขา ซึ่งชายหนุ่มหาได้ใส่ใจไม่

ตรีเมฆอยู่ในคุกมานานพอที่จะรู้ว่า เงินซื้อได้ทุกอย่างแม้แต่ความยุติธรรม เงินที่พอมีอยู่เขาจะเอามาจัดการปัญหานี้เสียให้หมด แล้วเริ่มตั้งต้นใหม่อย่างถูกต้องเสียที


(((มาต่อให้ยาวววววววเลยค่ะ)))

+++eBook โหลดได้ที่ mebmarket+++



ปลายปากกาสำนักพิมพ์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 4 พ.ค. 2563, 06:40:46 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 4 พ.ค. 2563, 06:40:46 น.

จำนวนการเข้าชม : 56





<< บทที่ 6 -100%   บทที่ 7 -60% >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account