รักเดียว

Tags: รักเดียว, รักนิรันดร

ตอน: p17-22

....รุ่งขึ้นชายหนุ่มตื่นนอนก็ไม่พบหล่อนแล้ว...ความรู้สึกบางอย่างกลั่นตัวในดวงจิตบีบคั้นให้หัวใจที่เคยคิดว่าหวั่นไหวต่อใครบางคน เพิ่มแรงเบียดอัด จนแน่นในทรวงอก รวดร้าวเกินกว่าความรู้สึกครั้งไหน ทว่าเจ้าตัวหาได้คิดโอนอ่อนคล้อยตามความรู้สึกข้างใน

...คงบอกกับตนเองว่า...

...คงเป็นเพราะอาการบาดเจ็บที่ทำให้เขายังรู้สึกไม่ปกติ...

เขาสลัดความรู้สึกต่างๆออกไปแล้วพาตัวเองออกไปทำภารกิจอันควรและที่เขาทำค้างไว้เมื่อสองสามวันก่อน...

....ณ อาคารดูแลคนเจ็บที่สำนักแพทย์ ยังมีชาวบ้านที่ติดเชื้อนอนรักษาตัว ไม่เบาบางลงกว่าก่อน เมื่อเห็นสภาพเป็นเช่นนั้น เขาจึงสัญญากับตนเองว่า เขาจะต้องหาสาเหตุของโรคระบาดครั้งนี้ให้ได้
แล้ววันทั้งวันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ก่อนเสร็จสิ้นภารกิจของวัน เขาได้ข้อสรุปจากที่ประชุมในสำนักแพทย์เรื่องยารักษาโรคระบาด แต่ตัวยาไม่มีขายในท้องตลาดมาตั้งแต่ก่อนเกิดโรค ทำให้ยาที่มีอยู่จำกัดไม่เพียงพอต่อจำนวนคนไข้ตอนนี้ จำเป็นต้องหาสมุนไพรชนิดนี้เพิ่มอย่างเร่งด่วน เขาอาสาเป็นคนไปเก็บให้ และจะออกเดินทางพรุ่งนี้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น...

เขากลับเข้ามาบ้านในตอนค่ำ แวะทักทายพี่สาวที่นั่งพักผ่อนอยู่ที่สวนไม้ประดับหน้าบ้านสักพัก แล้วจึงพาตนเองมาที่ห้องพักส่วนตัว

บ้านของครอบครัวเขาเป็นจวนไม้แบบที่เห็นได้ในหนังจีนโบราณ แบ่งตัวเรือนแยกเป็นสัดส่วน ห้องของเขาอยู่ในเรือนที่เยื้องไปทางทิศตะวันออกด้านหลังของสวน

ชายหนุ่มเดินทะลุห้องรับแขกส่วนตัวไปทางห้องอาบน้ำ เมื่อไปถึงก็พบว่าบ่าวรับใช้ได้เตรียมน้ำอาบไว้ให้เรียบร้อย

จึงเดินเข้าไปหลังฉากกั้นปลดเสื้อผ้าออกจากตัวอย่างเมื่อยล้า แล้วก้าวลงไปแช่ตัวในอ่างน้ำที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ งดงามราวสระอโนดาตย่อส่วน ถือโอกาสใช้เวลาในการชำระล้างร่างกายช่วยผ่อนคลายความปวดเมื่อยไปในตัว

แล้วจู่ๆก็

พรึบ!

“จ๊ะเอ๋”

..พรวด..!!

เสียงทักทายแปลกประหลาดอันไม่เคยมีในโลกของเขาบวกกับเงาตะคุ่มๆเหนือศีรษะในระยะประชิด ทำให้คนที่กำลังนั่งผ่อนคลายพาดศีรษะบนขอบอ่างหลับตาเมื่อครู่สะดุ้งพรวด เอื้อมมือไปกระชากร่างเหนือศีรษะลงมาทุ่มลงสระอย่างรวดเร็ว รุนแรง ตามแบบฉบับนักรบผู้ดุดันเมื่อยามออกศึกกำราบศัตรู

ร่างเล็กของคนที่อายุไม่ค่อยเล็ก ที่คิดแค่แวะมาทักทาย จึงลอยละล่องติดมือตามแรงกระชาก

...ร่วงลงไปในทิศทางมือของเขาที่เหวี่ยงไป ... หัวแทบปักก้นอ่าง ก่อนจะถูกกระชากกลับขึ้นมา

...พรึบ..พรับ..ฉับ...ฉึก

หล่อนถูกเขากระชากไปมาอยู่อย่างนั้นจนไม่ทันได้หายใจหายคอ

...แขวก....แขวกๆๆๆๆๆๆ....แขวก

ตัวเสื้ออันผลิตจากใยผ้าแบบบางหวังคุณสมบัติให้ผู้สวมใส่สบายตัว ขาดจากกันอย่างยับเยิน ไม่มีชิ้นดี

“เสื้อข้า!! ไม่ๆๆๆๆ...”

หล่อนร้องโหยหวนอย่างแสนเสียดายชุดใหม่ที่ลงทุนข้ามเวลาไปซื้อมาจากกรุงทรอย

นี่มันนิยายรักในศึกรบหรือศึกรักในอ่าง รบ กันแน่ ทำไมพระเอกของเราถึงได้คึกนัก

“..พอๆ..หยุดๆก่อน..พ่อพระเอก..นี่ข้าเอง”

หล่อนตะโกนละล่ำละลัก ฝ่าแรงน้ำที่กระเฉาะเข้าปาก ..บอกเขา
พลางเอามือยึดข้อมือแข็งราวคีมเหล็กที่กอบกุมอกเสื้อขาดวิ่นของหล่อนไว้แน่น กดยึดมือเขาแนบกับอก เพื่อไม่ให้เขากระชากคอเสื้อที่ขาดอยู่แล้วให้มันขาดมากขึ้น

แค่นี้เสื้อของหล่อนก็จำสัญชาติตัวมันเองไม่ได้แล้ว

ชายหนุ่มชะงักเมื่อรู้ว่าเป็นหล่อน มือแข็งคลายลง...

“..นี่.ท่าน....”

“ใช่ข้าเอง” หล่อนละล่ำละลักบอก รีบยึดมือเขาไว้แน่น ก่อนเขาจะทันชักมือกลับ

“เอ่อ” เขาอึกอัก เมื่อการกระทำของหล่อนส่งผลให้มือของเขาสัมผัสกับอวัยวะข้างใต้อย่างจัง

“ทำไม..เห็นข้าเป็นศัตรูของเจ้าไปแล้วหรือ โห..ทั้งเอาหัวกดน้ำ ทั้งกระชากคอ กระชากไปกระชากมา กระชากเอาๆ ..จนจะตายอยู่แล้ว...เป็นพระเอกฟิฟตี้เฉดออฟเกร หรือเรา..ถึงได้ชอบความรุนแรง แต่ต่อให้มีรสนิยมแบบนั้น...ก็ต้องถามกันก่อนไหมว่า ข้าชอบแบบนี้ด้วยหรือเปล่า
..เฮ่อ...แล้วนี่ดู...ดูสิ...เสื้อข้าขาดหมดแล้ว”

หล่อนบ่นให้เขาเป็นพัลวัน พลางถอนหายใจ ที่จะไม่ถูกเขาทุ่มลงน้ำอีก

นอกจากจะไม่ยอมปล่อยมือจากเขาแล้ว หล่อนยังออกแรงกดมือนั้นเข้าหาอกตนเองยิ่งขึ้นอีก ด้วยตอนนี้รู้แล้วว่าเสื้อด้านหน้าไม่เหลือสภาพที่เรียกว่าเสื้อเหลืออยู่ คงเหลือแค่เพียงเศษผ้าที่อยู่ในกำมือของเขาที่ชายอันขาดวิ่นของมันช่วยปกปิดหน้าอกของหล่อนไว้...

เขาก้มลงมองผลงานตัวเองตามที่หล่อนว่า ก่อนจะรีบวกสายตากลับขึ้นมาแทบไม่ทัน

“..เอ่อ..ใช่..เสื้อ..ขาด...จริงๆด้วย”

ชายหนุ่มทำหน้าไม่ถูก ได้แต่ยืนหน้าแดง

......ริ้วแดงที่ค่อยๆชัดขึ้นที่สองข้างแก้มบนใบหน้าขาวราวหยกน้ำงาม เตือนให้หล่อนระลึกได้ว่า...หล่อนไม่ควรจะปล่อยให้เขายืนอายหล่อนอยู่แบบนี้

“เอ่อ..อย่างที่บอก..ที่โลกของข้า ..การจับนมของผู้อื่น..เป็นเรื่องปกติ..แฮ่ๆ..”

หล่อนใช้มุกเดิม

อย่างไม่พูดเปล่า หล่อนยังยื่นมืออีกข้างไปจับหน้าอกเปลือยของเขา เพื่อพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า มันเป็นเรื่องปกติ..จริงๆ...

...โดยหารู้ไม่ว่าทันทีที่หล่อนยื่นมือข้างนั้นออกมา ก็เท่ากับเป็นการปล่อยมือของเขากลับไปพร้อมกับอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายเช่นกัน

...ผ่าง..!!

.......เขาเห็น....ทุกอย่าง..อย่างช่วยไม่ได้....

“....เดี๋ยว...” หล่อนพยายามคิดหาทางออก

“ไม่ต้องตกใจ... .เอ่อ...คิดซะว่านี่คือการแช่ออนเซ็นก็แล้วกัน...รู้จักไหม..แช่..ออนเซ็น...เอ่อ...ใช่แล้ว..แช่ออนเซ็น....แฮ่ๆ...”

กึก!

หล่อนพยายามปรับเสียงให้ดูเป็นปกติที่สุดขณะบอกเขาว่าสิ่งที่เกิดระหว่างเขากับหล่อนตอนนี้คือการแช่น้ำพุร้อนร่วมกันเท่านั้น

เขาทำหน้างง ส่ายหน้า พยายามบังคับสายตาตนเองให้อยู่แค่ระดับใบหน้าหล่อน ...อย่างสุดความสามารถ ..

“เอ่อ..คือ..ในโลกมนุษย์มีชนชาติหนึ่งที่เขามีน้ำพุร้อน ให้แช่ และอาบได้ เพียงแต่การอาบน้ำพุร้อนของเขา เราเรียกว่าการออนเซ็น...พวกเขาก็เปลือยกายแบบเรา ในตอนนี้....แล้ว... แช่...เอ่อ..แบบนี้....ผู้หญิงผู้ชายก็แช่ได้หมด..ถือเป็นเรื่องปกติ...เดี๋ยวว่างๆ..ข้าจะพาไปแช่ดูเอาไหม..แฮ่ๆ ”

ชายหนุ่มทำหน้าเออออไปกับสิ่งที่หล่อนพยายามอธิบาย แต่ในใจอดขำให้กับความแถของหล่อนไม่ได้ ไม่รู้ว่าป่านนี้สีข้างจะถลอกแค่ไหน ว่าแล้วสายตาที่เขาพยายามควบคุมระดับการมองให้สูงเข้าไว้ ก็ทรยศเลื่อนลงต่ำไปสำรวจสีข้างของหล่อนจริงๆ โชคดีที่ยังไม่ถลอกเขาคิด
เมื่อมองเห็นว่าผิวช่วงนั้นของหล่อนยังอยู่เนียนดี..

.....................ครึ่งชั่วโมงต่อมา.....

ทั้งคู่ก็มานั่งประจันหน้ากันอยู่ที่โต๊ะชา ริมระเบียงติดห้องนอนของเขา

“เด็กน้อยเอ๋ย เลิกหน้าแดงได้แล้ว ..ข้า เองก็ไม่ใช่สาวๆแล้ว อายุอานามก็พอจะเป็นแม่ของเจ้าได้เลยทีเดียวนะ เหตุการณ์เมื่อครู่ก็ถือซะว่า ลงออกเซ็นพร้อมเพื่อนแม่!!ก็แล้วกัน..แฮ่ๆ”

หล่อนบอกเขาเมื่อเห็นอาการหน้าแดงของเขายังเป็นไม่หาย แม้จะผ่านช่วงเวลาแห่งการเผด็จศึกในอ่างออนเซ็นมาแล้วสักพัก

“เพื่อนแม่..หรือ..” เขาถามอย่างไม่สบอารมณ์ เริ่มไม่ชอบให้หล่อนเรียกเขาว่าเด็กน้อย และไม่ชอบที่หล่อนบอกตัวเองว่าเป็นเพื่อนแม่

“ใช่เพื่อนแม่ ต่อไปเจ้าจะเรียกข้าว่า น้า หรือ ป้าก็ได้ ...เอ่อ..แต่ว่า..เรียก ว่าพี่สาวดีกว่า สองอย่างนั้นดูจะแก่ไปหน่อย”

“น้า ป้า พี่สาว เหรอ” เขาย้อน อย่างพยายามควบคุมอารมณ์ที่เริ่มจะขึ้นเป็นริ้วๆของตนเอง
ทำไมจะต้องว่าตัวเองแก่! เขาว่าหล่อนในใจ

ก่อนจะหันมารินชาอุ่นๆยื่นให้หล่อนจิบ

หล่อนเห็นดังนั้นก็เข้าใจว่าเขาคงอึดอัดจากข้อกำหนด ทำเนียมในโลกของเขา

“เด็กน้อย ในโลกของเจ้า ชายหญิงล้วนทะนุถนอมพรหมจรรย์แห่งตนไว้ให้แก่บ่าวสาวของตนเองในอนาคต...ถ้าเหตุการณ์เมื่อครู่เกิดขึ้นกับหญิงสาวในโลกของเจ้า ข้ารู้ว่าเจ้าคงต้องรับผิดชอบนางโดยการแต่งงาน..มันคงทำให้เจ้ารู้สึกไม่สบายใจ” หล่อนเดาความคิดเขา

“แต่กับข้าไม่เหมือนกัน เจ้าไม่ใช่ผู้ชายคนแรกที่ข้าใกล้ชิด หากจะต้องให้ใครมารับผิดชอบ ข้าคงต้องผ่านการแต่งงานมาเป็นพันครั้ง..เพราะฉะนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมาแต่งกับข้าหรอก”

...หล่อนไม่รู้ว่ายิ่งพูดก็ยิ่งทำให้เขาของขึ้นไปอีก....

“...หากนางคือคนที่ข้ารัก ต่อให้นางผ่านผู้ชายมากถึงสองพันก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจข้าได้..”

..พรวด..

หล่อนอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน จนสำลักชา คว้าผ้าเช็ดหน้าของเขามาเช็ดปากแทบไม่ทัน

“เจ้าว่าอะไรนะ ใครรักใคร” หล่อนถามเพื่อความแนใจ

“จะใครรักใคร..ก็มีกันอยู่สองคน” เขาตอบ อุบอิบ

“เจ้าล้อเล่นใช่ไหม เด็กน้อย บอกเลยในโลกนี้ไม่มีใครทำให้ข้า 127 รักได้แน่นอน ถึงแม้เจ้าจะนิสัยดีมาก รวยมาก เก่งมาก ฉลาดมาก หล่อมาก หุ่นก็ดีมาก เซ็กซ์แอพเพียวก็สูงปรี๊ด แต่ก็ไม่สามารถทำให้ข้ารักได้แน่นอน ฟันธง ”

เขาฟังหล่อนสาธยายสรรพคุณของเขา แล้วยิ่งเขินหนัก ขนาดนี้ยังจะไม่รักอีก

“....ใครเขาอยากรักกับท่านป้ากัน คำพูดหลอกชมพวกนี้ เอาไว้ไปหลอกเด็กอมมือดีกว่า.. ทำเป็นพูดดี แก่แล้วไม่ใช่หรือเรา ยังจะมาทำหมาหยอกไก่ ให้รักกับป้า..ข้ายอมตายดีกว่า ” เขาปลั๊บกลับให้กับคนไม่รู้ใจตนเอง

แต่หล่อนก็หาได้รู้สึก รู้สาในความหมายที่ซ่อนอยู่

“..ชารสชาติดีจัง มาๆ จิบชาร้อนๆกันดีกว่า..”

ต่อให้โมโหแค่ไหน อย่างดีเขาก็คงทำได้แค่นั่งจิบชาตามหล่อน และบอกกับตัวเองว่า

...ปล่อยไปก่อนก็แล้วกัน..



ผู้หญิงลืมง่าย
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 17 มิ.ย. 2563, 20:54:28 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 17 มิ.ย. 2563, 20:54:28 น.

จำนวนการเข้าชม : 25





<< page10-16   p22-28 >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account