เรื่องสั้น Yaoi By Ha.Ma.06
เรื่องสั้นที่ถูกรวบรวมไว้ในเรื่องนี้ มีดังต่อไปนี้

1 พบกันที่ปลายอุโมงค์มืด 2 ความรักดั่งจันทร์สีเลือด
Tags: เรื่องสั้น วาย Yaoi

ตอน: ความทรงจำวัยเยาว์

"นี่ นายชื่ออะไร"

"เชน"

"เราดอนนะ ยินดีที่ได้รู้จัก" 

เด็กน้อยดอนยื่นมือให้เชนที่กำลังนั่งกอดเข่าพิงเครื่องเล่นม้าหมุนในสวนสนุก เชนเงยหน้ามองเด็กตัวเล็กผิวขาว ตากลมโต ดวงตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง คาดหวังว่าเขาจะยื่นมือให้ 

เชนยื่นมือส่งให้เด็กน้อยดอน เพื่อลุกขึ้นยืน

"นายมีเลือดออก เดี๋ยวเราพาไปหาคุณแม่นะ แล้วคุณแม่นายอยู่ไหน" คำถามจี้ใจเชนจนน้ำตาเอ่อล้นบดบังดวงตา ดอนตกใจทำสิ่งใดไม่ถูก

"น่ะ...นายเป็นอะไร อย่าร้องสิ เดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดคิดว่าเราแกล้งนายหรอกนะ" ดอนนำมือจับแก้มของเชนและดึงขอบแขนเสื้อแขนยาวของตัวเองเช็ดให้อย่างรวดเร็ว ทำให้เชนร้องไห้หนักกว่าเดิมเมื่อมีคนเข้ามาปลอบ

"ฮือๆ ฮือๆ" 

เสียงร้องไห้และน้ำตาไหลเป็นสายจนอาบแก้ม ทำให้แขนเสื้อของดอนเปียกชุ่มทั้งสองข้าง ดอนจ้องมองเด็กผู้ชายอายุไล่เลี่ยกับเขาไม่วางตา ในใจคิดหาหนทางที่จะปลอบให้คนตรงหน้าหยุดร้องไห้เสียที ทำไมต้องร้อง!

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงเชนหยุดร้องและเงยหน้ามองคนตรงหน้า ทำให้ดอนต้องจับมือเชนพาไปนั่งที่ม้านั่ง

เชนนั่งนิ่งไม่พูดอะไร และดอนก็นั่งข้างๆ นิ่งเงียบเหมือนกัน

เวลาผ่านไปไวโดยไม่ได้ทันสังเกตว่าพระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า และได้เวลาที่คุณแม่ของดอนร้องเรียกให้กลับบ้าน

"เดี๋ยวพรุ่งนี้มาหานะ หวังว่าเราคงไม่เห็นนายร้องไห้อีก" ดอนยิ้มกว้าง จนคนมองอย่างเชนรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

.

.

เฮือก...

ผมฝันเรื่องอดีตอีกแล้ว ความฝันที่ไม่อยากจะจำและต้องการให้หลงลืมมันไป ทำไมถึงกลับมาให้หวนคิดถึงอีก 

"ดอน นายมัน..." ไม่รู้จะหาคำใดมาอธิบายออกมาเป็นคำด่าได้ คงเป็นเพราะนายที่กลับมาทำให้ลืมไม่ได้สักที



เมื่อสามวันก่อน

ผมทำงานบริษัท เป็นพนักงานธรรมดาที่ไม่ได้ดีเด่นอะไร และผมก็มีความสุขกับการใช้ชีวิตในแบบของผม แต่ไม่คิดว่าสิ่งที่ผมพยายามลืมและทำได้แล้ว มันกลับมาอีกครั้ง

"วันนี้มีพนักงานเข้ามาใหม่"

"อ้าว บริษัทรับเพิ่มเหรอ" ผมถามอย่างสงสัย

"ไม่รู้สิ เข้ามาตอนที่ไม่ได้เปิดรับ มันก็แปลกๆ อยู่นะ" 

นั่นสิ เขาเป็นใครทำไมถึงเข้ามาทำงานตอนนี้กัน หรือจะมีเส้น แต่จะเป็นใครหรือจะทำอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับผมสักหน่อย 

แต่ผมคิดผิด...

"นี่ทุกคน ฝากเพื่อนใหม่ด้วยนะ เขามาทำงานวันนี้วันแรก" หัวหน้าพาพนักงานใหม่เข้ามาให้ทุกคนรู้จัก

บ้าน่า... คงไม่ใช่เขา...

"สวัสดีครับ ผมชื่อดอน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ"

รอยยิ้มเป็นมิตรและชื่อที่ผมไม่อยากจำ กลับมาอีกครั้ง

ทำไงดี เขายังจำเราได้ไหม แต่ผมจำเขาได้ทันทีที่เห็น

"คง...คงไม่ใช่เขาหรอก" ผมหลอกตัวเอง 

"ดอน พ่อนายบอกให้ไปหาที่ห้องผู้บริหาร"

ค้างไปหลายวิ ผมหันไปมองทุกคนในห้องทำงาน เสียงซุบซิบดังเป็นกลุ่มๆ ใครๆ ก็รู้กันว่าห้องผู้บริหารนั้นคือห้องของใคร ถ้าไม่ใช่ห้องของบอสใหญ่

ผมเกือบลืมไปว่าคุณพ่อของดอนเป็นนักลงทุนที่มีชื่อเสียงมาเป็นหุ้นส่วนในบริษัทที่ผมทำงานอยู่ เรื่องนี้ผมมารู้ทีหลัง หลังจากทำงานมาหลายปี ไม่คิดว่าจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ยิ่งไม่อยากเจอก็ยิ่งเจอ แถมเขายังมาทำงานแผนกเดียวกับผมอีก นายจะมาทำไม

ผมจ้องมองดอนตอนที่เขาไม่เห็นผม ยังไงก็ใช่เขา แม้ผมจะปิดหูปิดตาไม่สนใจข่าวที่ลงแทบทุกวันก็ตาม จนผมต้องสะกดจิตตัวเองไม่ให้นึกถึงช่วงวัยเด็กที่เรารู้จักกัน ทั้งๆ ที่ผมสามารถอยู่กับตัวเองได้แล้ว อยู่ในโลกของผม แต่พอเจอเขาผมก็ยังลืมไม่ได้สักที บ้าบอที่สุด

"เชนไปถ่ายเอกสารให้ที พี่ต้องรีบเข้าประชุม"

พี่เลขาของหัวหน้าใช้ผม ผมต้องรีบช่วยเพราะว่ามันเป็นงานของผมไง ยังไงก็ดีกว่าอยู่ให้เห็นเขา 

ระหว่างถ่ายเอกสารให้พี่เลขา ใจผมก็ต้องว้าวุ่น เมื่อดอนเดินมาพร้อมกับเพื่อนในแผนกหลายคน 

รอยยิ้มนั่นทำให้ผมหมั่นไส้ และท่าทางที่เป็นมิตรกับคนทั่วไปอีก ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด ทำไมผมต้องทนทุกข์กับสิ่งที่เขาฝากไว้คนเดียวด้วย 

"ผมฝากถ่ายฉบับนึงครับ" เสียงของคนที่ผมเพิ่งเห็นเขาเดินผ่านไปไม่กี่นาที มาอยู่ข้างหลังผม จนผมทำอะไรไม่ถูกแต่ต้องเก็บอาการให้ได้

"ครับ" พยักหน้าและรับเอกสารมาถ่ายให้ รีบทำ นายจะได้รับไป อย่ามายืนข้างๆ ให้หงุดหงิดเล่น

"คุณชื่ออะไรครับ ผมดอนครับ"

เย็นวาบไปทั้งตัว เมื่อคนที่รู้จักถามชื่อ ใช่สิ เขาลืมผมไปแล้วไง 

"เชน...เชนครับ" ผมตอบเบาๆ และยิ้มน้อยๆ กลับไป

ทั้งผมและดอนนิ่งเงียบ ผมรีบถ่ายเอกสารให้เขา และรีบนำเอกสารที่พี่เลขาฝากเอาไปให้อย่างรวดเร็ว อย่างน้อยก็ยังดีกว่าเจอหน้าของดอน

เวลาสามวันที่ผมต้องทนอึดอัดกับการเห็นเขาอยู่รอบตัว ให้ตายสิ ทำไมผมต้องมาทนกับคนที่จำผมไม่ได้ไปทำไม

นอกจากที่ผมเจอเขาทุกวันแล้วยังต้องฝันกับอดีตที่ผมลืมไปนานอีก

"นาย...เจ็บใจนัก" คนที่ต้องทนทุกข์เป็นผม 

อดีตที่ไม่อยากจำของผมกลับมีเขาอยู่

.

.

"เชน พรุ่งนี้เราต้องย้ายบ้านแล้วนะ"

"อ้าว...แล้วแบบนี้เราก็ไม่เจอนายอีกแล้วสิ" เชนทำหน้าเศร้า ทำไมถึงต้องจากกันอย่างกะทันหันด้วย ยังไม่มีเวลาได้ทำใจเลย

"ไม่เป็นไร ยังไงเราสองคนต้องได้เจอกัน" ดอนยื่นมือมาลูบแก้มเชนเบาๆ 

ความอบอุ่นจากมือดอน เป็นสิ่งที่ทำให้เชนไม่อาจลืมได้ลง

"นายคงไม่ลืมเราใช่ไหม" ดอนยิ้มและส่งสายตาคาดหวังคำตอบจากเชน

"อื้ม...สัญญา เราจะไม่มีวันลืม"

สัญญาบ้าบอในวัยเด็กทำให้ผมอยากกลับไปทำลายให้สิ้นซาก เมื่อได้พบเขาอีกครั้ง

ในวันรับน้องปี 1 ของมหาวิทยาลัยที่ผมสอบเข้าได้

"ดอน เราไง เชน จำได้ไหม" 

วันนั้นผมดีใจมากที่ได้พบกับเขา แต่คำตอบของเขาทำให้ผมหน้าชาและเสียใจจนไม่อยากอยู่ใกล้

"เชนไหน ผมไม่รู้จัก ขอโทษด้วยครับ"

เย็นชาและเดินหนีผมอย่างคนที่ไม่รู้จักกัน นายกลายเป็นคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่

ผมต้องตัดใจและทนกับความโด่งดังของเขาในชั้นปี จนผมเข้าใจและทำใจได้แล้วถ้าเขาไม่ทำแบบนั้นกับผม

"อย่าขยับ อยู่นิ่ง ๆ"

เสียงของเขาดังก้องพร้อมกับใบหน้าที่เข้ามาใกล้ผม เขาร้ายกาจมากที่ดึงผมมาอยู่ในช่องตึกที่ไม่มีใครเห็น

"อื้อ..." เขาบ้ามากที่กอดจูบผมโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว

ต้องดิ้น...แต่ทำไมผมทำไม่ได้ กลับเคลิ้มตามเขาจนน่าเจ็บใจ

"ขอบคุณนะ" ถอนจูบจากผมแล้วพูดประโยคนี้ก่อนที่จะทิ้งให้ผมยืนอึ้งอยู่ที่เดิม

และวันรุ่งขึ้นก็ได้ข่าวว่าเขาย้ายมหาวิทยาลัยไปแล้ว บ้าบอ...ทำไมถึงทำกับผมแบบนี้ นายมันไม่น่าให้อภัย

ผมคิดทบทวนเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น ความทรงจำที่ผมอยากลืมต้องกลับมาอีกครั้งพร้อมกับเขาที่อยู่รอบตัว

"ฉันควรทำยังไงกับนายดี" ผมอยากเข้าไปหาและลองทักอีกครั้ง ว่าผมเป็นใคร แต่พอมาคิดอีกที เขาก็คงทำกับผมเหมือนเดิม 

มันอาจจะดีแล้วก็ได้ที่เขาทำเป็นไม่รู้จักผม เพราะยังไงผมกับเขา เราสองคนคงไปไม่ได้อยู่ดี ตั้งแต่วันนั้น วันที่ผมโดนเขาจูบ ผมก็รู้ว่าผมคิดกับเขามากกว่าคำว่าเพื่อนไปแล้ว  ดีแล้วที่เขาจำผมไม่ได้

"ทำอะไรน่ะเชน" หัวหน้าถามผมทันทีที่ผมยื่นซองสีขาว

"ผมขอลาออกครับ" ใช่ เป็นทางออกที่ดีที่สุด

"เหตุผล" คนเป็นหัวหน้าถาม เพราะเชนเป็นพนักงานที่ดี ต้องมีอะไรบางอย่างที่มาขอออกกะทันหัน

"คือ...ผมอยากกลับไปทำงานใกล้บ้านครับ" ถึงผมจะเสียดายเพราะที่นี่ให้เงินเดือนดี แต่จะดีกว่าถ้าไม่มีดอนให้ผมต้องว้าวุ่นใจ

"รับไว้พิจารณาก่อนนะ ยังไงก็ต้องรอคนเข้ามาใหม่ก่อนถึงจะออกได้"

"ครับ ผมทราบครับ"

เป็นกฎของบริษัท ถ้าจะยื่นใบลาออกก็ต้องรอให้มีคนมาแทนและต้องแจ้งล่วงหน้าสามเดือน ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่ได้เงิน ต้องสอนคนใหม่ให้เป็นงานก่อน

และแล้วข่าวก็ดังไปทั่วเกี่ยวกับการลาออกของผม แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ยังไงแล้วเดี๋ยวพวกเขาก็ลืมผม เป็นธรรมดาของการทำงาน คนใหม่เข้ามาคนเก่าออก ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น

ผ่านไปสามเดือนกับการสอนน้องเข้าใหม่ วันสุดท้ายกับการย้ายข้าวของเก็บ ผมมองแผนกที่เคยทำงานมาหลายปีและเพื่อนๆ ที่ยิ้มให้ พร้อมกับอวยพรให้ผม แต่ทำไมการตัดสินใจครั้งนี้กลับทำให้ผมเศร้าเมื่อดอนไม่ได้สนใจกับการลาออกของผม

ดีแล้ว ผมคิด เป็นการตัดสินใจและออกห่างอย่างเงียบๆ ยังไงซะ เพื่อนในความทรงจำก็คือมิตรภาพที่ผ่านมาแล้วเท่านั้น มันไม่มีอะไรที่ให้น่าจดจำอีก ลาก่อน ความทรงจำและมิตรภาพในวัยเยาว์ของผม ให้ทุกอย่างที่จดจำได้อยู่ที่เขาคนนั้นที่จำผมไม่ได้

"เฮ้อออ.." ผมถอนหายใจล้มตัวนอนมองเพดานห้องพักที่อาศัยมาหลายปี รอสิ้นเดือนค่อยคืนกุญแจพร้อมจ่ายเงินค่าห้องก่อนกลับไปตั้งหลักที่บ้าน

"แม่จะว่ายังไงบ้างนะ"

ถึงผมจะหาที่ทำงานใหม่ใกล้บ้านบ้างแล้ว แต่ผมยังไม่ได้บอกแม่ แม่ผมคงตกใจที่จู่ๆ ผมก็คิดย้ายมาทำงานใกล้ๆ

ก๊อกๆ...ก๊อกๆ...

ใครกันมาเคาะประตู ผมมองประตูห้องก่อนที่จะลุกไปเปิด 

สิ่งที่ทำให้ผมค้าง คือใบหน้าของคนที่ผมไม่ต้องการเห็น มายืนอยู่ตรงหน้าผม ที่สำคัญ เขารู้จักห้องผมได้ยังไง

"อย่าเพิ่งพูดหรือถามอะไร ให้เราเข้าห้อง"

มาถึงก็สั่ง จนผมงง มันหมายความว่ายังไง

"เร็วเข้าสิ" ดอนดันประตูและเข้ามาอยู่ในห้องโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว เขาปิดประตูก่อนที่จะหันมามองหน้าผม

"เชน" ดอนเรียกชื่อผม นั่นทำให้ผมใจเต้นรัว

"กลับมาทำงานเถอะนะ" ดอนกระซิบข้างหูผม จนผมรู้สึกหวิวแปลกๆ 

"ดะ...เดี๋ยวก่อน" ผมอึ้งกับคำพูดของเขา อย่าบอกนะว่าจริงๆ แล้ว เขาจำผมได้แต่แกล้งลืม

"เชน เราไม่อยากเป็นแค่เพื่อน ขอร้องล่ะ ได้โปรดอย่าเป็นเพื่อนกันอีกเลย"

มันหมายความว่ายังไง ผมงง 

ดอนดันอกผมให้ลงไปนั่งที่เตียง ก่อนที่จะค่อยๆ จับใบหน้าของผมให้มองเพียงเขา 

"ว่าไง" ดอนถามอีกครั้ง

"หมายความว่ายังไง นายจำเราไม่ได้ไม่ใช่หรือไง" ผมยังจำได้ดี ที่เขาปฏิเสธผมในวันรับน้อง

"ไม่ใช่ เราจำนายได้ตั้งแต่วันที่นายเข้ามาทัก"

"หมายความว่ายังไง" ผมงง แล้วจ้องมองไปที่ดวงตาของดอน จึงรู้ว่าเขาไม่ได้โกหกผม เขาพูดความจริง

"เพราะนายน่ารักและโดดเด่นทุกครั้งที่มีความสุข มันทำให้เราคิดเป็นแค่เพื่อนกับนายไม่ได้อีกต่อไป"

ดอนดันตัวผมให้นอนลงกับเตียงก่อนที่จะโน้มตัวเข้าหามากขึ้นอีก จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ และกลิ่นกายที่เป็นเอกลักษณ์จากตัวของดอน 

แย่แล้ว...ผมหยุดใจสั่นไม่ได้ 

"ว่ายังไงครับ" ใกล้มากกว่าเดิมจนลมหายใจของเราทั้งคู่เริ่มแรงขึ้นและสัมผัสได้จากอีกฝ่าย

"สัญญาว่าจะไม่ลืม เราก็ยังเหมือนเดิม ไม่เคยลืมนาย แต่ว่าเราคิดกับนายเป็นเพื่อนไม่ได้เหมือนกัน ขอร้อง อย่าทำเป็นไม่รู้จักกันอีกได้ไหม" ผมรู้สึกอึดอัดจนถึงขีดสุดและได้ปลดปล่อยคำพูดทั้งหมดออกมา จนหยุดไม่ได้ที่จะร้องไห้

"นายยังเหมือนเดิม ขี้แยเหมือนเดิม" ดอนยิ้มและใช้นิ้วเรียวของเขาปาดน้ำตาทั้งสองข้างของผม

ก่อนที่จะกอดจูบและดื่มด่ำกับความรู้สึกที่มีให้แก่กันมาโดยตลอด ตั้งแต่วันแรกจนวินาทีนี้ ความทรงจำที่หวนคืนมานั้นจะจดจำร่วมกันตลอดไป

ตลอดไป...ความทรงจำที่มีนายอยู่ด้วย



HM06
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 18 ก.ย. 2563, 16:43:12 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 18 ก.ย. 2563, 16:43:12 น.

จำนวนการเข้าชม : 28





<< เกลียดเสียงดังแต่ไม่คิดเกลียดนาย (Yaoi)   
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account