เคียงเธอ
หวันยิหวาแอบรักจิระ เพื่อนชายข้างบ้านที่รู้จักกันตั้งแต่เกิด โดยที่ไม่รู้ว่าเขาและเธอมีใจตรงกัน วันหนึ่งหวาไม่สบาย จิระจึงช่วยดูแล...แล้วเขาก็เผลอใจจูบเธอเข้าโดยที่เธอไม่รู้ตัว

เป็นตัวละครคู่พี่ของเรื่องเหตุเกิดที่...หัวใจ แต่เพื่อความกระชับและความต่อเนื่อง จึงขอแยกออกมาเป็นอีกเรื่องนึงค่ะ
Tags: จิระ หวันยิหวา แอบรัก เพื่อนสนิท

ตอน: ตอนที่ 11 : แต่งงานกันนะ


หลังจากที่พักทานอาหารกลางวันกันอิ่มหนำสำราญแล้ว รถบัสก็มุ่งหน้าสู่ที่พัก โดยที่พักแห่งนี้เป็นรีสอร์ทที่เป็นแพลอยอยู่กลางน้ำ แพหลังหนึ่งมีสี่ห้องสามารถนอนได้ห้องละสี่คน สามสาวสำนักข่าวกรองนอนด้วยกัน พี่อรนอนกับครอบครัว จิระนอนห้องเดียวกับผู้จัดการทั่วไป ส่วนขวัญฤดีดึงดันว่าจะนอนคนเดียว หวันยิหวาจึงขอไปนอนห้องเดียวกับสามสาว ซึ่งพวกหล่อนก็ยินดี

เมื่อแบ่งห้องกันได้เรียบร้อยแล้วผู้จัดการทั่วไปก็บอกกำหนดการณ์ต่อไป

“ทุกคนแบ่งห้องนอนกันได้เรียบร้อยแล้วนะครับ กิจกรรมต่อไปของพวกเราคือการล่องแพ ขอให้ทุกคนไปเปลี่ยนเสื้อผ้ารองเท้าให้เรียบร้อยอีกสามสิบนาทีเจอกันที่ท่าเทียบแพนะครับ ใครไม่อยากลงน้ำก็ให้รออยู่ที่ท่านะครับ เพราะทางรีสอร์ทบอกว่าถ้าลงแพไปแล้วขากลับต้องว่ายน้ำทุกคนไม่มีข้อยกเว้น ได้ยินกันทุกคนนะครับอีกสามสิบนาทีเจอกัน” ว่าความเสร็จแล้วทุกคนก็แยกย้ายไปยังห้องพักของใครของมัน

“นีก็นึกว่าคุณจีกับคุณหวาจะนอนห้องเดียวกันซะอีกนะคะ” เอมทักขณะที่เอาเสื้อผ้าออกมาแขวน หวันยิหวายิ้มเขิน

“จีกับหวายังไม่ได้แต่งงานกันคงจะไม่เหมาะมั้งคะ”

‘นี่ขนาดเพิ่งตกลงเป็นแฟนกันตะกี้ หล่อนยังถูกเขาทั้งกอดทั้งหอม ขืนไปนอนห้องเดียวกันคืนนี้ก็เสร็จโจรน่ะสิ’

“นี่ถ้าเป็นคุณขวัญฤดีล่ะก็ คงไม่ได้ยินคำนี้จากหล่อนหรอก” พัดบอก

“คงจะรีบรวบหัวรวบหางคุณจีตั้งแต่ถึงที่พักแหงๆ แล้วดูสิเจ้าหล่อนขอนอนคนเดียวด้วย นีว่ามีแผนร้ายแน่ๆ”

“คุณหวาอย่าปล่อยให้คุณจีอยู่ตามลำพังนะคะ แม่นี่อาจจะวางยาคุณจีเหมือนในละครหลังข่าว แล้วพาไปที่ห้อง พอพระเอกตื่นขึ้นมาก็แกล้งร้องไห้กระซิกๆ ก็ได้ค่ะ”

“พูดถึงแผนร้ายฉันก็เพิ่งนึกออก พอดีฉันได้ยินคุณขวัญคุยโทรศัพท์ว่าจ้างใครสักคนให้มาทำงานให้ นี่ปหละ แต่ฉันฟังไม่ค่อยถนัดเพราะเขาพูดเบามาก บอกตามตรงฉันไม่ไว้ใจคุณขวัญเลย” เอมเล่าเรื่องที่ตนได้ยินให้อีกสามคนได้ฟัง ซึ่งทั้งนีและพัดก็เห็นด้วย

“กันไว้ดีกว่าแก้นะคะ คุณหวาต้องระวังให้มาก ผู้หญิงคนนี้ถึงจะร้ายแบบแสดงออกแต่เขาก็ร้ายลึกด้วย” นีเสริม หวันยิหวายิ้มให้ทั้งสามคนก่อนกล่าวขอบคุณ

“ขอบคุณทั้งสามคนมากๆ ที่คอยเป็นห่วง หวาจะระวังตัวนะคะ”



หลังจากเสร็จกิจกรรมการล่องแพช่วงบ่าย ทุกคนก็ไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายก่อนถึงเวลารับประทานอาหารในตอนเย็น ซึ่งทางรีสอร์ทแห่งนี้จัดให้นักท่องเที่ยวที่พักอยู่ในรีสอร์ทรับประทานอาหารร่วมกัน เมื่อทานอาหารเสร็จเรียบร้อย ก็จะเป็นการแสดงแสงสีเสียงเล่าถึงประวัติความเป็นมาของทางรถไฟสายมรณะซึ่งจัดแสดงที่รางรถไฟ และจุดที่ชมและที่พักของพวกเราอยู่ตรงข้ามกับทางรถไฟแบบพอดิบพอดี

จากนั้นก็จะเป็นการทำกิจกรรมร่วมกันของพนักงานและนักท่องเที่ยว มีการแสดงโชว์ร้องเพลงประกอบลีลาของพี่ๆ ที่คุมแพ นักท่องเที่ยวทุกคนต่างชื่นชมกันไม่ขาดปาก โดยเฉพาะเพลงที่ร้องคู่ชายหญิงแต่ใช้นักร้องเพียงคนเดียวสลับเสียงและท่าทางไปมา เรียกทั้งความอึ้งทึ่งและฮาจากนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี และยิ่งฮือฮายิ่งไปกว่าเดิมเมื่อพนักงานสาวๆ ในบริษัทรู้ว่าคนที่คุมแพที่ตนเองนั่งไปแล้วก็เพิ่งร้องเพลงสลับไปมาเมื่อสักครู่เป็นเจ้าของรีสอร์ท ที่สำคัญยังโสดเสียด้วย พ่วงท้ายด้วยดีกรีโทบริหารจากต่างประเทศ...ดูจากสายตาคงมีคนอยากเป็นคุณนายที่นี่หลายคนเชียวกระมัง

“มาถึงช่วงสุดท้ายของค่ำคืนนี้แล้วนะครับ ของให้ทุกท่านจัดเก้าอี้ให้เป็นวงกลมเพื่อที่ว่าเราจะได้มาเล่นเกมกัน” พอพิธีกรหรือก็คือเจ้าของรีสอร์ทพูดเสร็จแขกที่มาพักก็ลุกขึ้นจัดเก้าอี้กันอย่างพร้อมเพรียง มีเพียงขวัญฤดีเท่านั้นที่เดินออกมาข้างนอก

“เล่นเป็นเด็กๆ ไปได้ ปัญญาอ่อน” สาวสวยเบ้ปากอย่างดูถูก แต่ระหว่างทางเดินกลับห้องที่ตัวเองพัก ก็เจอกับนายศักดิ์ที่ดักรออยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ข้างทาง

“สวัสดีครับคุณขวัญ ไม่คิดถึงผมบ้างเลยเหรอครับ” ชายหนุ่มที่ชื่อศักดิ์จับมือเรียวของสาวสวยทำท่าจะจุมพิตแต่ขวัญฤดีสะบัดมือออกอย่างรุนแรง

“จะบ้าเหรอโผล่มาทำไมแถวนี้ ถ้าเกิดมีใครมาเห็นเข้าจะว่าไง” ขวัญฤดีจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง

“ผมก็คิดถึงคุณน่ะสิครับ ลืมแล้วหรือครับว่าเราเป็นคนคุ้นเคยกัน” อีกฝ่ายกล่าว โดยย้ำคำว่า ‘คุ้นเคย’ อย่างจงใจ

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยนะแล้วก็เปลี่ยนที่คุยได้ไหม เพราะฉันไม่อยากให้ใครมาเจอว่าอยู่กับนายตรงนี้” หญิงสาวว่าเพราะแถวนี้ไม่ปลอดภัยหากว่าใครมาเจอเขาหล่อนเดือดร้อนแน่ๆ นายศักดิ์ยิ้มอย่างยินดีเขาจึงพาไปที่บ้านพักของตน สาวสวยไม่พอใจที่เขาพามาที่นี่แต่ก็ต้องจำยอมเพราะที่นี่ดูจะปลอดภัยที่สุดสำหรับปรึกษางานที่หล่อนจะให้เขาทำ เมื่อถึงบ้านพักหญิงสาวจึงหยิบรูปหวันยิหวาออกมาจากกระเป๋าถือแต่ยังไม่ทันที่จะยื่นให้ ชายหนุ่มที่รอโอกาสอยู่แล้วก็เดินเข้ามาประชิดตัวทันที

“คุณเอางานมาอ้างเพื่อที่จะได้อยู่กับผมรึเปล่าครับ” นายศักดิ์สวมกอดเอวกลมกลึง แล้วจึงจุมพิตคลอเคลียอยู่ที่ซอกคอหญิงสาว

“หยุดเลยนะ ฉันเรียกนายมานี่เพราะเรื่องงาน เอานี่” ขวัญฤดีหยิบรูปจากกระเป๋าสตางค์ให้นายศักดิ์

“ฉันจ้างนายมานี่เพื่ที่จะให้จัดการยัยนี่ให้พ้นหูพ้นตาฉัน” ร่างระหงกำชับ

“ให้จัดการยังไง” ชายหนุ่มถาม

“ยังไงก็ได้ ไม่เลือกวิธี จะลงมือตอนไหนก็แล้วแต่สะดวก” ขวัญฤดีบอก

“ฉันไปล่ะ จัดการให้เรียบร้อย พวกมันจะกลับกันมะรืนนี้ หวังว่าคงไม่พลาด” สาวสวยจับลูกบิดเตรียมจะเปิด แต่นายศักดิ์เอามือยันประตูไว้ไม่ให้เปิด

“สั่งงานเสียเรียบร้อย...แต่มัดจำยังไม่ได้วางเลยนะครับ” ชายหนุ่มกระซิบที่ข้างหู พร้อมกับดึงแขนขวัญฤดีให้เข้ามากอดกระชับร่างของสาวสวยเข้ามาในวงแขน นายศักดิ์ก้มหน้าหมายจะไปหอมแก้มแต่ขวัญฤดีเบี่ยงหน้าหลบทำให้ชายหนุ่มเปลี่ยนที่หมายไปจุมพิตลงที่ซอกคอแทน จมูกโด่งและริมฝีปากหยักลึกไล้ไปทั่วคอเรียวระหง แล้วเรื่อยขึ้นมาที่กกหู ก่อนหยุดที่ริมฝีปากสวย รสจูบที่เร่าร้อนและรุนแรง เมื่อเห็นว่าสาวสวยไม่มีท่าทางขัดขืนแล้วชายหนุ่มจึงกดร่างของหล่อนแนบลงบนเตียงนุ่มแล้วกระซิบที่ข้างหูว่า

“...ถ้าคุณไม่รีบล่ะก็อยู่ปรึกษางานกับผมสักชั่วโมงสองชั่วโมงนะครับ...” ชายหนุ่มไม่รอฟังคำตอบ เขากดริมฝีปากลงไปอีกครั้งซึ่งคราวนี้เจ้าหล่อนเองก็ตอบสนองริมฝีปากอย่างร้อนแรงไม่แพ้กัน



กว่ากิจกรรมของทางรีสอร์ทจะเสร็จสิ้นก็ประมาณเที่ยงคืนเศษๆ แต่ละคนแยกย้ายกลับไปยังที่พักของตน ขวัญฤดีรอจนแน่ใจว่าทุกคนกลับไปหมดแล้วจึงออกจากบ้านพักของนายศักดิ์บ้าง แต่ก็อย่างที่สำนวนไทยว่าไว้ หน้าต่างมีหูประตูมีช่องใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย เพราะขณะที่ขวัญฤดีออกมาจากห้องพักนายศักดิ์ นีกับพัดก็บังเอิญไปเห็นเธอเข้าพอดีและทั้งคู่ต่างก็สงสัยว่าสาวสวยเข้าไปทำอะไรในบ้านพักหลังนั้น กลับมาถึงห้องพักก็รีบเล่าให้เอมและหวันยิหวาฟังทันที

“ถึงว่ากลับมาช้าจัง เราเกือบจะชวนคุณหวาออกไปตามหาแล้วนะเนี่ย” เอมบอก

“มันน่าแปลกไหม คุณขวัญเขาเข้าไปในนั้นทำไม บริษัทเราไม่ได้จองห้องพักที่อยู่บนฝั่งสักหน่อย เราสองคนก็เลยสงสัย ว่ายัยแม่มดเข้าไปทำอะไร” พัดว่า

“หรือว่านัดใครเอาไว้ จำเรื่องที่ยัยนี่จ้างใครมาทำงานให้ได้ป่ะ ฉันว่าใช่แน่เลย” นีเดาบ้าง

“แต่เขาจะจ้างมาทำไมล่ะ”เอมถาม

“ฉันก็ไม่รู้นี่แหละ แต่รู้สึกกลิ่นมันไม่ค่อยดีเลย” พัดบอก

“คุณหวาต้องระวังให้มากกว่าเดิม จะไปไหนก็บอกพวกเรานะคะ” สามสาวเตือน

“ขอบคุณทุกคนมากนะคะ”



เช้าวันรุ่งขึ้นทางรีสอร์ทก็จัดกิจกรรมล่องเรือชมลำน้ำและนำชมถ้ำเชลยดูหินงอกหินย้อย พอตกบ่ายก็ไปเล่นน้ำกันที่น้ำตกไทรโยคน้อยและรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย น้ำตกไทรโยคน้อยเป็นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่นักแต่ว่าสวยงาม น้ำตกลงจากหน้าผาหินปูน ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำที่สามารถลงเล่นน้ำได้ บางแอ่งเป็นลานที่ลาดเอียงลงไปคล้ายสไลเดอร์ มีต้นไม้สูงใหญ่ให้ความร่มรื่น อีกทั้งมีร้านค้า ร้านอาหารและห้องอาบน้ำสำหรับคนที่ลงเล่นน้ำด้วย

พวกพนักงานตกลงว่าจะกินข้าวเหนียวส้มตำบริเวณน้ำตกซึ่งจิระและหวันยิหวาเองก็เห็นด้วย แต่รู้สึกจะมีปัญหาอยู่คนหนึ่ง

“ขวัญไม่อยากกินส้มตำค่ะจี” ขวัญฤดีพยายามออดอ้อนแต่รู้สึกจะไม่เป็นผล

“งั้นคุณก็กินอย่างอื่นสิครับ ร้านอาหารมีตั้งเยอะแยะ” จิระบอกอย่างไม่ใส่ใจ ทำให้ขวัญฤดีที่รอฟังคำตอบถึงกับหน้างอง้ำไม่สบอารมณ์ ในเมื่อชายหนุ่มไม่สนใจหล่อนก็เลยต้องจำใจกินส้มตำ แต่กินได้สองคำเจ้าหล่อนก็ทำใจไม่ได้ลุกขึ้นไปซื้อของกินอย่างอื่นแทน จิระกระซิบบอกให้หวันยิหวารีบกินให้เสร็จจะได้ชิ่งก่อนที่ขวัญฤดีกลับมา หญิงสาวพยักหน้าเห็นด้วยทันที

“รีบไปกันเถอะหวา” จิระยื่นมือไปให้หวันยิหวาจับ

“ไปเล่นน้ำกัน” ชายหนุ่มกล่าวเมื่อเดินหลบพ้นรัศมีการตามล่าของขวัญฤดีมาไกลพอสมควรแล้ว เขาถอดรองเท้าออก ก่อนจะก้าวลงน้ำซึ่งสูงแค่เอว

“นายเล่นเหอะ ฉันว่าฉันไม่เล่นดีกว่า...เอ๊ะ” ยังไม่ทันที่หวันยิหวาจะพูดจบมือหนาของชายหนุ่มก็กำรอบข้อมือเรียวแน่น

“ถ้าหวาไม่เล่นจีจะฉุดลงมาเลย” ชายหนุ่มยื่นคำขาด

“จีอย่าแกล้งหวาสิ ว้าย!!” หวันยิหวาเสียหลักเนื่องจากลื่นเพราะตะไคร่ติดบนผิวหิน แต่จิระก็ไวกว่ารวบตัวอุ้มหญิงสาวไว้ได้ทันท่วงที แต่หวันยิหวาก็เปียกอยู่ดี

“นายจีบ้า ดูสิหวาเปียกหมดเลย” หญิงสาวค้อนให้แต่ชายหนุ่มหัวเราะร่า

“ไหนๆ เปียกแล้วก็มาเล่นน้ำเหอะ” จิระชวน พร้อมกับกวักน้ำใส่

“ฉันบอกว่าไม่เล่นไง” ปากจะบอกว่าไม่เล่นแต่มือก็กวักน้ำใส่ชายหนุ่มเช่นกัน

“ไหนบอกว่าไม่เล่น ดูสิจีเปียกหมดแล้ว”

“ก็จีแกล้งหวาก่อนนี่”

“สู้กันสักตั้งก็ไม่เลว”

“แน่จริงจีก็จับหวาให้ทันล่ะกัน”

แล้วหวันยิหวาก็สำนึกได้ว่าไม่น่าไปท้าเขาแบบนั้นเลย เพราะเมื่อครู่หล่อนเพิ่งโดนเขาขโมยหอมแก้มไปอีกรอบแล้ว และทุกอิริยาบถของหนุ่มสาวคู่นี้ก็อยู่ในสายตาในศักดิ์ตลอดเวลา เขาตามผู้หญิงคนนี้มาทั้งวันแต่ไม่มีโอกาสสักที สงสัยต้องจัดการให้เรียบร้อยภายในคืนนี้เสียแล้ว



หลังจากกลับมาจากน้ำตกทุกคนก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและรับประทานอาหารเย็นกัน และกิจกรรมคืนนี้ผู้จัดการทั่วไปแอบจองห้องคาราโอเกะของทางรีสอร์ทไว้ทำเซอร์ไพรส์ให้พนักงาน

แต่ละคนผลัดกันร้องเพลงกันคนละเพลงสองเพลง และคนที่สนุกที่สุดก็คงหนีไม่พ้นสามสาวของเราที่ร้องเพลงป๊อปแองเจิ้ลประกอบท่าทางอย่างสนุกสนานเรียกเสียงหัวเราะได้จากทุกคน

“...หัวใจนี้อยากรู้ อยากรู้ รักเอย รักเอยรักอยู่ไหน ฉันคนนี้อยากรู้ อยากรู้ รักเอยอยู่หนใด...”



“สนใจจะร้องเพลงไหม” จิระถาม

“ไม่ดีกว่า กลัวคนอื่นฟังไม่ได้ หรือว่าจีจะร้อง” หวันยิหวาปฏิเสธก่อนเอ่ยถาม ขณะที่สายตากำลังมองไปที่สามสาว ‘ป๊อปแองเจิ้ล’

“ใช่แล้ว” ชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ พูดพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ดวงตาคู่คมวาวเป็นประกายราวกับว่าเขากำลังคิดอะไรบางอย่างไว้ในจิตใจและสิ่งที่กำลังคิดเป็นเรื่องที่เขาหมายมั่นไว้ว่าต้องออกมาดีแน่ๆ

“ถามจริง จีกำลังคิดอะไรอยู่หรือเปล่า เพราะหวารู้สึกว่าเจ้าเล่ห์ชอบกล” หญิงสาวอธิบาย คราวนี้จิระยิ้มกว้างแต่ไม่ยอมตอบ เพราะเพลงของสามสาวก็จบลงพอดี พร้อมๆ กับทำนองเพลงที่จิระขอไว้ก็ดังขึ้นต่อกัน ไมค์ลอยถูกส่งมาให้ตรงหน้าหนุ่มเรียกเสียงฮือฮาให้กับพนักงานในบริษัท เพราะแต่ละคนไม่เคยเห็นเจ้านายหนุ่มในด้านนี้มาก่อน มือหนารับไมค์มาถืออย่างมุ่งมั่น ก่อนจะเอื้อยเอ่ยเพลงๆ นี้เพื่อมอบให้ใครคนหนึ่ง

“เพลงๆ นี้ผมขอมอบให้คนที่นั่งข้างๆ ผม คนนี้ครับ” จิระผายมือมาทางหวันยิหวา ก่อนเสียงทุ้มนุ่มประกอบบทเพลงจะดังขึ้น



“...หากฉันจะรักรักใครสักคน เรื่องของเหตุผลสำคัญน้อยกว่าจิตใจ
จะบอกว่ารักเพราะอยากจะรักก็คงไม่มากเกินไป ใครจะมองยังไงฉันคิดว่าไม่สำคัญ
แค่รู้ว่ารักรักเธอจนหมดใจ ไม่รู้ตรงไหนขอเพียงแต่ให้เป็นเธอ
ไม่มีตรงไหนที่ไม่รัก...รักเธอที่เธอเป็นเธอ ไม่ได้พลั้งได้เผลอฉันรักเธอเพียงผู้เดียว...” แววตาอ่อนโยนที่จ้องมองมาที่หญิงสาวอันเป็นที่รักพร้อมกับรอยยิ้มละมุนและเสียงหวานๆ กำลังบ่งบอกความหมายและความรู้สึกภายในจิตใจของชายหนุ่มที่มีต่อเธอ

“...ไม่ขอให้เป็นเหมือนใครเพราะมันไม่ใช่เธอ แต่ขอให้เป็นอย่างเธอทั้งตัวและหัวใจ
ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะดีจะร้ายถึงแม้จะเป็นอย่างไรไม่เสียใจที่รักเธอ...” มือหนาของเขาเลื่อนไปจับมือของหญิงสาวไว้มั่น เหมือนดั่งเป็นหลักประกันว่าความรู้สึกของเขาที่ถ่ายทอดออกมาในเพลงนี้เป็นความสัตย์จริงที่ออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ

“...ที่เขาว่าสวยเขามองกันอย่างไร ที่เขาว่าหรูเขาดูกันที่ตรงไหน
แต่สิ่งที่เห็นสิ่งที่รู้ ฉันดูเธอตรงหัวใจ ไม่ว่ามองยังไงก็เป็นเพียงความงดงาม
ไม่ขอให้เป็นเหมือนใครเพราะมันไม่ใช่เธอ แต่ขอให้เป็นอย่างเธอทั้งตัวและหัวใจ
ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะดีจะร้าย ถึงแม้จะเป็นอย่างไรไม่เสียใจที่รักเธอ...” ตาคมสบตาหวานที่บัดนี้คลอปริ่มไปด้วยน้ำตา จิระกระชับมือเล็กที่ตนเองจับอยู่อีกครั้งราวกับจะย้ำเตือน...

“...จะเป็นอย่างไร ไม่เสียใจที่รักเธอ...”

เมื่อเพลงจบคนในห้องเงียบกริบ รวมทั้งหวันยิหวาเองก็นิ่งงัน ดวงตาคู่สวยคลอปริ่มไปด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตันใจ จิระจับมือซ้ายของหญิงสาวมาวางที่หน้าอกของตัวเอง ก่อนที่มือของเขากุมทับมือของเจ้าหล่อนไว้อีกชั้นเสมือนว่าให้เธอมั่นใจ หวันยิหวารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจของจิระที่เต้นถี่ระรัวเร็วเหมือนจะทะลุออกมานอกอก มือหนากระชับมือเล็กที่วางอยู่ตรงหัวใจของเขา หน้าคมเขยิบไปใกล้ใบหน้าของสาวเจ้าเพิ่มขึ้นอีกนิด ก่อนจะพูดย้ำอีกครั้งว่าสิ่งที่เขาต้องการบอกในเพลงมาจากความรู้สึกในใจของเขาจริงๆ

“แต่งงานกันนะหวา”



------------------------------------------

บางคนอาจจะถามว่าเพิ่งบอกรักเมื่อวานวันนี้ขอแต่งงานเลยเนี่ยนะ

ไวไปไหมคับคนเขียน...คำอธิบายจากปากจิระอยู่ในตอนหน้านะคะ

มืดๆ จะเอามาลงให้อ่านอีกตอน...ชื่อตอนแผนร้าย อย่าลืมติดตามนะคะ


คุณ anOO
เย้ๆๆๆ....บอกแล้วว่าจะมารอ...(รัก)
(ตอนแรกนึกว่าจะดึกๆ เหมือนเมื่อวานซะอีก)

>> วันนี้จะลงสองตอนเลยค่ะ มืดๆ อีกตอนค่ะ


คุณ silverraindrop
อ๊าย.....บอกรักกันแล้วววว

>> แต่งเองยังเขินเองเลยค่ะ 555+


คุณ violette
โอยยย หวานนนมากจริงๆค่ะ ชอบแบบนายจีจริงจิ๊งงง กรี๊ดกร๊าดด

>> เทมก็อยากได้แบบนายจีสักคนค่ะ ^^



ปาลิตา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 24 ส.ค. 2554, 10:41:55 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 24 ส.ค. 2554, 10:41:55 น.

จำนวนการเข้าชม : 1908





<< ตอนที่ 10 : บอกรัก   ตอนที่ 12 : แผนร้าย >>
ปาลิตา 24 ส.ค. 2554, 10:46:27 น.
ถ้าให้ได้บรรยากาศต้องเปิดเพลง
"ไม่ขอให้เป็นเหมือนใคร" ของศิรศักดิ์ด้วยนะคะ
ฟังแล้วเคลิ้มมม จริงๆ ^^


anOO 24 ส.ค. 2554, 10:53:18 น.
เดี๋ยวมืดๆ จะมาแว่บๆ ดูค่ะ ถ้าไม่หลับไปซะก่อน
จริงๆ บอกรักกันเมื่องาน ขอแต่งงานวันนี้
แต่ก็แอบรักกันอยู่ตั้งหลายปีนะค่ะ ไม่เร็วไปหรอก


silverraindrop 24 ส.ค. 2554, 11:16:54 น.
จะเกิดเหตุการณ์ร้าย ๆ... ขึ้นไหมนี่ หรือว่าจะมีคนไปช่วยทัน
รอลุ้นอยู่น๊า.....


violette 24 ส.ค. 2554, 13:07:36 น.
ต้องเป็นแผนร้ายกลายรักนะคะนะคะ (คนอ่านก็ช่างยุ)
แบบว่าผิดแผนอะไรแบบนี้ อิอิ
นายจีหวานมั่กกก
ไม่แปลกหรอกที่ขอแต่งงานทั้งๆที่เพิ่งเริ่มคบกัน แหม ก็รู้จักกันมาเรียกว่าตั้งแต่เกิดก็ได้เนอะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account