สาวสุดเซอร์ฯ: Special Chapter
ความรักไม่ได้สวยงามเสมอไป บนเส้นทางของความรักของหนุ่มสาวสองคนที่แตกต่าง วันหนึ่งเมื่อรอยร้าวมันเกิดขึ้น ในที่สุดก็ถึงจุดที่ต้องเลือก
Tags: สิรินดา, สาวสุดเซอร์, นรี, คีตา

ตอน: ไม่ใช่...ไม่รัก

- - Keeta part - -

ตอนแรกผมหงุดหงิดชะมัดที่จู่ ๆ เจอนรีอยู่ที่บ้าน เจตน์และเก๋ไม่ได้บอกเรื่องนี้ตอนเตรียมตัวออกจากโรงพยาบาล บอกแต่ว่าจะพากลับมาพักที่บ้าน เพราะหาคนมาดูแลได้แล้ว

ผมทำใจมาแล้วว่าจะไม่ได้เจอเธออีก...และที่ไม่อยากเจอเพราะ...กลัวเธอจะทวงสัญญาที่ผมเคยให้ไว้

หย่าให้เมื่อครบหกเดือน

บอกตรง ๆ ตอนนี้ยังไม่พร้อม

แต่หลังจากทุกคนกลับไปแล้ว นอนคิดไปคิดมา ถ้าเวลาของตัวเองเหลืออีกไม่เท่าไหร่ การได้ใช้เวลาช่วงสุดท้ายอยู่กับเธอ ทั้ง ๆ ที่เธอเกลียดผมเข้าไส้ ก็...อาจจะดีกว่าอยู่ไกลกันสุดขอบฟ้า

“อยากอาบน้ำ” ทันทีที่นรีเดินเข้าบ้าน หลังจากเธอหาเรื่องหนีออกไปจัดการสวนรอบบ้านที่ถูกทิ้งรกอยู่นานให้เรียบร้อย เกือบชั่วโมง ผมก็เอ่ยขึ้นลอย ๆ

จริง ๆ แล้ว ไม่ได้เหนียวตัวอะไรนักหนาหรอก แค่...อยากอยู่ใกล้ ๆ คนที่ทำหน้าดื้อ ๆ แถวนี้

ใช่แล้วครับ...ตอนนี้แทนที่จะหงุดหงิด ไม่พอใจ ผมกลับรู้สึกมีความสุขโคตร ๆ สุขที่สุดในรอบหกเจ็ดเดือนที่ผ่านมา ได้เห็นนรี และได้มีเธอวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ แถมอยู่ในบ้านของ ‘เรา’ บ้านที่เธอออกแบบตกแต่งเองมากับมือ

ไม่ได้พบกันหลายเดือน นรีผอมลงไปเยอะมาก ผอมจนผมใจหาย แถมหน้าตาก็ดูหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา ไม่ดื้อ ๆ ซน ๆ แบบนรีคนเก่าที่ผมคุ้นเคย

เป็นเพราะมึงทีเดียวไอ้คี...เพราะมึงไม่ตัดสินใจอะไรให้เด็ดขาด เป็นเพราะมึงขี้ขลาดเกินไป ผมด่าตัวเองแบบนั้นไม่รู้จะกี่รอบ

“คุณยังอาบไม่ได้ แผลยังไม่หายดี"

"ก็...แผลอยู่ที่หัว" ผมแกล้งตอบแบบกดเสียงให้ดูเรียบสุด ๆ

"เดี๋ยวจะไปเตรียมน้ำให้เช็ดตัว” นรีตอบอย่างเสียไม่ได้ 

ผมอยากจะเปิดยิ้มกว้าง บอกเธอว่า ทำหน้าดุไปเถอะ ยังไงพี่ก็ไม่กลัว ได้เจอนรี ได้เห็นนรีอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้จะดุจะด่ายังไงก็ได้ อย่างน้อยมันก็ดีกว่ารู้สึกว่าอีกคนอยู่คนละขอบโลกเป็นไหน ๆ

แต่ไม่ได้ ต้องทำหน้าเข้มเข้าไว้ เรายังโกรธกันนี่นะ ผมบอกตัวเองแล้วปรับสีหน้าให้เรียบเฉย

ไม่เจอกันหลายเดือน แต่ผมได้ข่าวนรีเป็นระยะ ๆ ขนาดไปอเมริกา เนลิช เพื่อนที่อเมริกาบอกว่าเจอนรีที่โน่น เพราะแฟนของเนลิชที่เป็นคนจีนเป็นเพื่อนกับเพื่อนของนรี วันหนึ่งที่ไปปาร์ตี้กันในหมู่เพื่อน ๆ เขาเลยได้พบเธอ

เพื่อนผมทักมาทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเพื่อนของนรีแนะนำว่าเธอโสดแล้ว และเหมือนกำลังหาทางจะย้ายมาทำงานที่อเมริกา เธอกลับมาเมืองไทยเพราะจะมาทำเอกสารเพิ่มเติมเพื่อขอไปทำงานชั่วคราวนี่โน่น และ...เราอาจจะจากกันตลอดกาล

โคตรเสียใจ โคตรใจหาย ที่รู้แบบนั้น

แต่...ไอ้คนเลว ไอ้สามีที่ไม่สามารถดูแลจิตใจเมียให้มีความสุขได้อย่างผมจะทำอะไรได้มากกว่านั้นละครับ

ยิ่งรู้ว่ากำลังจะตายแบบนี้ บางทีการที่เธอจากไปอยู่ไกล ๆ จากเมืองไทย จากเรื่องร้าย ๆ ทุกเรื่อง อาจทำให้เธอมีความสุขขึ้นก็ได้

ผมไม่อยากให้เธอเจ็บปวด แต่ผมก็เป็นคนทำให้เธอเจ็บปวด เรื่องมันย้อนแย้งยังไงก็ไม่รู้



‘พี่คีจะไม่บอกเมียพี่จริง ๆ เหรอคะ เรื่องของบี’

บีเคยถามผมแบบนั้น เพราะผมเองเป็นคนบอกบีให้เก็บเรื่องความสัมพันธ์ของเราไว้ให้เงียบที่สุด

ผมส่ายหน้า ‘ขอโทษนะบี จะว่าพี่เห็นแต่ตัวก็ได้ แต่พี่กลัวว่านรีจะรับความจริงนี้ไม่ได้’

ตอนนั้นบีอมยิ้ม เอื้อมมือมาตบหลังมือผม

‘บีเข้าใจค่ะ ถ้าไม่เดือดร้อนจริง ๆ บีก็ไม่เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตพี่คีเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่ามันจะ...เลยเถิดไปไกลขนาดนี้’



ตอนนั้นผมได้แต่ปลอบใจเด็กสาวที่รู้สึกเหมือนน้องสาวคนนี้ เพราะเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว และตอนนี้ผมคิดว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มันดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้แล้ว

ทุกสิ่งทุกอย่าง ผมจะรับมันไว้เอง เพราะยังไง ผมก็จะมีชีวิตอยู่อีกไม่นานนัก ให้ทุกอย่างมันตายไปกับผม น่าจะดีที่สุด



......



ผมมองนรีที่ทำงานของตัวเองเงียบ ๆ หลังจากเดินหายเข้าไปด้านในครัวอยู่ครู่ใหญ่ เธอกลับมาพร้อมกะละมังและผ้าขนหนูผืนเล็ก

“คุณลุกขึ้นนั่งได้ไหม” เธอถาม

ผมพยักหน้า ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย บอกได้เลยว่าสายตาคงฉายแววมีความสุขเกินเบอร์ โชคดีที่เธอก้มหน้าง่วนกับการเตรียมของอยู่

“ได้”

ใกล้แค่นี้ ได้กลิ่นสบู่อ่อน ๆ ที่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของนรี แค่นั้นก็ทำให้ผมแทบจะหยุดหายใจ รู้สึกเหมือนก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่กลางอก ใจเต้นราวกับเด็กวัยรุ่นเพิ่งเริ่มมีแฟนคนแรก

คิดถึง...คิดถึงเหลือเกิน อยากดึงตัวมากอดชะมัด พยายามจะขยับตัวเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนดูแลจำเป็น แต่ทำได้เพียงขยับแขนขาอย่างยากลำบาก เห็นได้จากเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ที่ผุดเต็มหน้าผาก

นรีคงสังเกต ผมเห็นเธอเม้มปาก ก่อนจะขยับตัวไปพยุงให้ ให้ตายเถอะมือนิ่ม ๆ อุ่น ๆ ของเธอแตะตัวผม จัดท่าทางเสร็จ ผมพยายามจะช่วยด้วยการยกมือถอดเสื้อยืดตัวโคร่งของตัวเองออกทางหัว

“ฉันทำให้ คุณอยู่เฉย ๆ เถอะ” นรีเอ่ย แล้วขยับมาดึงมันออกจากตัวผมอย่างเบามือ

ผมเห็นว่าเธอเม้มปากแน่น คงเห็นความผอมบางสุด ๆ ของผมนั่นแหละ...ก็ผมน้ำหนักลดไปหลายกิโลกรัมมาก ๆ ตอนถอดเสื้อดูตัวเองในกระจกยังเห็นเส้นกระดูกกลางหลังที่นูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

"เจ็บไหม" เธอถาม

ผมส่ายหน้า อยากบอกว่า เจ็บเท่าไหนพี่ก็ทนได้...เพื่อนรี

...ถ้าเนลิชรู้ความคิดของผม มันคงทำหน้าอยากอ้วก...

การเช็ดตัวแบบเงียบที่สุดในโลกเริ่มขึ้น นรีใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กบิดน้ำหมาด ๆ และเช็ดไปทั่วแผ่นหลัง ลำคอ ท่อนแขน ท่อนขาของผม

ให้ตายเถอะ...อยากป่วยอย่างนี้ไปอีกสักสิบชาติ...

“อะ”

ผมเอามือมาทาบมือของนรีไว้ เมื่อเธอขยับมือสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงบริเวณต้นขา การกระทำของผมทำให้เธอเงยหน้าขึ้น เลิกคิ้ว

เราสบตากันในระยะ เอ่อ...น่าจะห่างกันไม่ถึงคืบ

ผมว่าผมลืมหายใจไปหลายวินาที...ผิวของนรียังใส ซอยผมสั้นคล้าย ๆ กับที่เราเจอกันครั้งแรกที่บ้านพักริมหาดชะอำ...อย่างนี้ก็น่ารักไปอีกแบบ

เราสบตากันชั่วครู่ อยู่ในอาการที่ไม่รู้จะยังไงกันต่อดี ก่อนที่นรีจะหรุบตาลง ดึงมือออก

“ตรงนั้น พี่จัดการเอง” ผมบอกเสียงเบา ตอนนั้นรู้เลยว่าตัวเองแก้มร้อน

ทำเป็นไอ้หนุ่มคลั่งรักไปได้ ไอ้คี...ผมด่าตัวเองอีกแล้ว

นรีพยักหน้าวางผ้าผืนเล็กลงบนมือ แล้วหันหลังปล่อยให้ผมทำความสะอาดตัวเองส่วนที่เหลือ ส่วนเจ้าตัวก็เดินขึ้นห้องไปหาเสื้อผ้าใหม่แบบใส่สบาย ๆ มาให้ จากนั้นก็เก็บเสื้อผ้าชุดเก่าของผมและกะละมังไปไว้ในห้องน้ำโดยไม่แม้แต่มองหน้าผม

ไม่เป็นไรเลยนรี ผมนอนลง บอกตัวเองในใจขณะที่นอนหลับตา นรีจะโกรธพี่แค่ไหน ยังไงก็ได้ แค่ได้อยู่ใกล้นรีแค่นี้ พี่โอเคทุกอย่าง

คนดูแลกิตติมศักดิ์ของผมกลับมาและเดินไปเปิดเพลงบรรเลงเบา ๆ จากนั้นก็บอกว่าจะไปเตรียมอาหารเย็นของตัวเอง

“ครัวไม่ค่อยมีอะไร ไม่ค่อยได้ซื้อของกินมาเก็บไว้” ผมบอกนรี

“บะหมี่ก็ได้ ง่าย ๆ” เธอตอบ แล้วก็หันหลังเดินหายไป

ผมอมยิ้มกับเพดาน พอจะนึกภาพคนร่างบางที่จับโน่นหยิบนี่แบบเก้งก้าง ต้มบะหมี่ เอาผัก เอาหมูใส่แบบลวก ๆ แล้วก็กินเลย รายนั้นไม่ชอบทำอาหารมาแต่ไหนแต่ไร เคยบ่นกับผมว่าไม่ว่าทำอาหารอะไรก็ไม่เคยอร่อย

‘พี่คีน่าจะเกิดมาเป็นผู้หญิงนะ ทำกับข้าวอร่อยโคตร ๆ ทำอะไรก็ได้ทุกเมนูเลย นรีละทึ่ง’ เธอเคยบอกผมแบบนั้น ขณะที่ผมซึ่งสวมผ้ากันเปื้อนกำลังย่างสเต๊กโดยใช้เตาไฟฟ้า ส่วนคนพูดนั่งรอกินอยู่ที่โต๊ะในครัว

‘เป็นผู้หญิง พี่ก็ไม่ได้แต่งกับนรีสิ’ ตอนนั้นผมเอ่ยติดตลก 

‘นรีก็เป็นทอมสิ ง่ายจะตาย จะได้ตามจีบพี่คีเอามาเป็นเมีย’ คนที่นั่งแอบตักสลัดผักสารพัดสีจานสวยเข้าปาก ตอบหน้าตาเฉย แบบไม่รู้สึกผิดแม้แต่นิดเดียว

ตอนนั้นผมได้แต่เดินกลับมาแล้วกดจมูกลงหอมแก้มคนช่างพูดหนัก ๆ ไปหนึ่งที

'น่าสน อยากลองเป็นเมียนรีดูสักที คืนนี้เลยดีไหม พี่นอนเฉย ๆ ให้นรีทำ'

'พี่คี...ทะลึ่ง'

น่าแปลกเวลาเพียงไม่กี่เดือน ก็ทำให้คนสองคนซึ่งเคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมบ้านกันอย่างมีความสุข กลายเป็นคนห่างเหินราวกับคนไม่รู้จักกัน

พี่เป็นอะไรก็ได้...ถ้าได้อยู่ใกล้นรีแบบนี้ ผมบอกตัวเอง

เสียงกระทะหรือหม้อตกดังมาจากครัว เสียงสบถ แล้วก็เงียบไปพักใหญ่ กลิ่นหอมของบะหมี่ก็ลอยเข้าจมูก พักใหญ่เธอก็ถือชามบะหมี่ออกมา จังหวะนั้นที่คนส่งอาหารที่สั่งไว้มาส่งให้ เธอไปรับอาหาร จัดจานให้ผมแล้ววางไว้ข้างเตียง

ผมลุกมากินอาหารมื้อแรกของการกลับมาอยู่บ้าน มันจืดชืดเหมือนอาหารโรงพยาบาลไม่มีผิด

“ไม่อร่อยเหรอ” คนเฝ้าไข้เลิกคิ้วถาม

“ไม่ได้เรื่อง”

“ก็บอกว่าอาหารคนป่วย”

“วันหลังขอ...”

“ไม่ได้ คุณหมอสั่งว่าต้องกินแบบนี้ไปก่อน” คนพูดทำเสียงเข้ม

“ทำไมไม่กินก่อน เดี๋ยวบะหมี่เย็นหมด” ผมเปลี่ยนเรื่อง พยักพเยิดไปที่อาหารของนรีซึ่งวางไว้ใกล้ ๆ กัน

“ยังไม่หิว คุณกินก่อน” คนพูดมัวแต่หยิบโน่นหยิบนี่ไปเรื่อย “ตักอาหารไหวไหม ต้องช่วยหรือเปล่า”

ถึงแม้จะหน้าบึ้ง ดูหงุดหงิดตลอดเวลา แต่เธอยังพยายามที่จะดูแลผม...ผมส่ายหน้า

“ไม่ต้อง” คำตอบสั้น แต่ไม่ห้วน จริง ๆ ก็อยากให้ป้อนนะ แต่ผมอยากให้เธอกินอาหารของเธอมากกว่า วุ่นวายกับผมมาพักใหญ่แล้ว

เดินไปเก็บของในห้องอีกเล็กน้อย นรีก็มานั่งกินอาหารของตัวเองเงียบ ๆ ในขณะที่ผมวางช้อนหลังจากกินไปไม่ถึงสิบช้อน

“คุณกินไปนิดเดียว?”

“ไม่อร่อยจริง ๆ” 

“หมอบอกว่าให้กินเยอะ ๆ คุณมียาอีกหลายตัวต้องกินนะ ถ้ากินน้อยเกินไป เดี๋ยวยาจะกัดกระเพาะเอา”

“...”

“อย่าบอกว่าไม่อยากกิน เพราะคุณจะกินหรือไม่กินยา ฉันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับมัน”

ผมสบตาของคนพูด อยากเห็นว่าคำพูดนั้น...มันเป็นความจริง นรีไม่รู้สึกอะไรกับผมแล้วจริง ๆ เหรอ

แต่พี่ยังรู้สึกกับนรีนะ...ผมร่ำร้องในใจ

นรีมองกลับมาที่ผมโดยที่มือยังจับช้อนส้อมที่พันบะหมี่เอาไว้ แววตาว่างเปล่าเหมือนกับมองทะลุตัวผมไป

“แต่พี่อยากให้นรีกินเยอะกว่านี้ ผอมไปแล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็อย่ากินบะหมี่พวกนั้นบ่อยนัก มันไม่ดีต่อสุขภาพ”

นรีก้มหน้าหลบสายตา ถ้ามองไม่ผิดผมเห็นว่าขอบตาของเธอมีน้ำตา และมันค่อย ๆ ไหลลงมาจากปลายหางตาช้าๆ และเธอเพียงแต่เอาหลังมือเช็ดมันออก และกินบะหมี่ต่อ

นรี...อกผมสั่นไหวไปหมด ไม่คิดว่าคำพูดนั้นจะทำให้เธอ....

อย่าร้องไห้เพราะพี่เลยนะ อย่าร้อง...

พักใหญ่นรีก็วางช้อน เดินไปจัดยามาวางไว้ใกล้ ๆ ไม่พูดไม่จา ยากว่าสิบเม็ด ผมโยนมันเข้าปากและดื่มน้ำตามหน้าตาเฉย

“ไม่กินต่อ?” ผมถาม เพราะนรีทำท่าเหมือนจะเก็บอาหารทุกอย่างเข้าครัว

นรีส่ายหน้า “อิ่ม”

ภาพเก่า ๆ ที่เราสองคนนั่งกินอาหารเย็นร่วมกัน พูดคุย หารือทั้งเรื่องงานและเรื่องทั่วไปอย่างอ้อยอิ่งสะท้อนเข้าไปในความรู้สึก

...ไม่มีอีกต่อไปแล้ว...

.

.

.

.

พี่คียังแอบคลั่งรักเหมือนเดิม นรีจะเห็นบ้างไหมนะ (^__^)




สิรินดา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 26 ก.พ. 2565, 08:01:37 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 26 ก.พ. 2565, 08:01:43 น.

จำนวนการเข้าชม : 119





<< เรื่องจำใจ   เส้นขนาน >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account