กรงตะวัน: ดาริยา (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)
เรื่องย่อ:

ความรักแสนงดงามก่อเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศชวนฝัน ในดินแดนแห่งทิวลิป ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์

ใครจะคาดคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่าง 'เอกตะวัน' อาจารย์หนุ่มลูกครึ่งไทย-ดัตช์ และ 'จันทร์กันยา' ลูกศิษย์สาวชาวไทยอันน่าประทับใจจะกลับกลายจากหวานเป็นขม เพราะปมแค้น ซึ่งทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตตามมามากมาย

‘กรง’ ที่ชายหนุ่มพยายามกักขังเธอไว้ในแดนทิวลิปนั้น แม้เขาจะมุ่งมั่นให้เธอทุกข์ทรมาน แต่ทำไมเขากลับทุกข์ทรมานมากกว่า

หรือ ‘กรงแค้น’ ที่เขาสร้างขึ้นแท้จริงแล้วมันคือ ‘กรงรัก’ กักขังผูกมัดหัวใจสองดวงเข้าด้วยกันจนดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด

. . . . . . . . . . . . . .

นิยายเรื่องนี้เขียนโดย "ดาริยา" นักเขียนเจ้าของผลงานเรื่อง "ทะเลลวง" ที่เคยเป็นละครทางช่อง 7 มาแล้ว กลับมาครั้งนี้ ดาริยานำนิยายโรแมนติก ดราม่ามาให้อ่านกันค่ะ และได้ตีพิมพ์กับ "ปลายปากกาสำนักพิมพ์ (Plaipakka Publishing)" ทีมงานปลายปากกาจึงนำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60% ของเรื่องนะคะ
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: บทที่ 7 (35%)

จันทร์กันยาไม่รู้ว่าตนเองผ่านค่ำคืนที่ดินเนอร์กับเอกตะวันมาได้อย่างไร รู้แต่ว่าในที่สุดหล่อนก็ไม่อาจปฏิเสธเขาได้อย่างที่ตั้งใจ แถมยังตกปากรับคำว่าจะทำตัว ‘ตามธรรมชาติ’ กับเขาดูสักระยะ ให้เวลาและสถานการณ์พาไป เพื่อจะได้เรียนรู้กันและกันมากขึ้น

แน่นอนว่าคนที่ปลื้มปริ่มที่สุดคงหนีไม่พ้นลินาเพื่อนรักที่คอยเชียร์เหยงๆ แม้ว่าจะมีเขวไปบ้าง เพราะกลัวเรื่องความช่ำชองของเอกตะวัน แต่มาตอนนี้พอรู้ผลของการคุยกันอย่างจริงจังของสองหนุ่มสาว ลินาก็เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จันทร์กันยาจะลองให้โอกาสอาจารย์หนุ่มดู

ดังนั้นการเข้าคลาสของเอกตะวันในเช้านี้จึงพิเศษสุด ภายในใจของจันทร์กันยาผ่อนคลายลงอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อไม่ตั้งป้อมกับเขา รู้สึกอย่างไรก็แสดงออกอย่างนั้น น่าประหลาดที่พอเปิดใจในฐานะหญิงสาวคนหนึ่ง หล่อนก็เริ่มรู้สึกกระตือรือร้นกับการเข้าเรียนวิชาของเขา เพื่อจะได้เห็นหน้า ได้ฟังเสียงของอาจารย์หนุ่มยามสอนหนังสือ และหล่อนก็เข้าใจเนื้อหาที่เขาสอนอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่กระนั้นเมื่อจบคลาสก็ยังมีสาวๆ ไปรุมถามคำถามเอกตะวันมากมายอีกตามเคย หากวันนี้อาจารย์หนุ่มกลับหาโอกาสพบจันทร์กันยาด้วยการอ้างว่าขอเข้าห้องน้ำสักครู่ แล้วเดินตามหล่อนออกไปอย่างแนบเนียน

“จันทร์กันยา”

เอกตะวันร้องเรียก ลูกศิษย์สาวจึงชะงักฝีเท้าแล้วหันไปหา ทว่ายังไม่ทันเอ่ยคำใด กระดาษโน้ตแผ่นเล็กก็ถูกยัดใส่มือ ก่อนที่เขาจะเดินผละไปโดยไม่บอกอะไรเลย ทำเอาทั้งจันทร์กันยาและลินางุนงง

“อาจารย์ให้อะไรแกอะ” ลินาตั้งสติได้ก่อนเอ่ยถาม ทั้งที่รู้ว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อน แต่ก็อดตื่นเต้นไปกับการกระทำของเอกตะวันไม่ได้ อยากรู้อยากเห็นขึ้นมา

จันทร์กันยาก้มมองแผ่นกระดาษในมือทั้งยังงงๆ “โน้ตอะไรก็ไม่รู้”

“เปิดอ่านสิยะ รออะไร” ลินาเร่ง

จันทร์กันยาที่ใจเต้นแรง มือเย็นเฉียบค่อยๆ คลี่กระดาษแผ่นนั้นออก แล้วไล่สายตาอ่านข้อความสั้นๆ นั้นซึ่งเขียนด้วยลายมือเป็นภาษาไทย ตัวอักษรค่อนข้างโตแต่เห็นชัดถึงความตั้งใจเขียนให้ได้ตัวบรรจง เห็นแล้วหล่อนต้องอมยิ้ม...

‘จันทร์กันยา ไปรอผมตรงลานจอดจักรยานสักครู่นะครับ เสร็จแล้วผมจะตามไป’

“โห! อาจารย์น่ารักอะ มีการแอบนัดแกด้วยข้อความบนกระดาษแบบเนียนๆ” ลินาที่ทนไม่ไหวยื่นหน้ามาอ่านข้อความนั้นด้วยอีกคน “เอาไงแก จะไปตามนัดไหม ถ้าให้เดานะ อาจารย์น่าจะชวนแกไปดื่มกาแฟหรือไม่ก็กินข้าวด้วยกันสักมื้อแหงเลย”

จันทร์กันยานิ่งไปครู่หนึ่งจึงตอบ

“ฉันอาจจะไปแหละ ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือเปล่า แต่คงต้องลองดูสักตั้ง ในเมื่อเขาจริงใจมา ฉันก็จริงใจตอบ อยากรู้ว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน”

“อืม แกทำถูกแล้ว ในชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งจะเจอผู้ชายดีพร้อมเข้ามาสักกี่คนกัน เราต้องให้โอกาสตัวเอง ฉันดีใจแทนแกนะ ที่ตัดสินใจได้” ลินาบอกพร้อมตบบ่าเพื่อนเบาๆ

“ขอบใจนะลิน แกช่วยคิด ช่วยเตือนสติฉันตลอด”

“งั้นเราแยกกันตรงนี้ดีกว่า ฉันว่าจะไปห้องสมุด แล้วต่อด้วยหาข้าวเที่ยงกิน เสร็จแล้วคงกลับหอเลย ส่วนแกก็ตามสบายนะ มีอะไรโทร.หาได้ตลอด”

ลินาเดินแยกไปอีกทางแล้ว จันทร์กันยามองตามเพื่อนไปจนลับตา หล่อนต้องชั่งใจอยู่ครู่ก่อนจะตัดสินใจเดินมุ่งตรงไปยังลานจอดจักรยานตามนัดด้วยหัวใจเต้นแรง



**************************



“ขอโทษที่ให้รอนานนะ”

เสียงทุ้มดังขึ้นก่อนตัว จันทร์กันยาที่นั่งรออยู่บนเก้าอี้ใต้ร่มไม้ใกล้ลานจอดจักรยานค้อมศีรษะให้อาจารย์หนุ่มตามมารยาท อดตำหนิตัวเองไม่ได้ที่ใจเต้นรัวอีกแล้ว จะตื่นเต้นอะไรนักหนา กับแค่ได้พบหน้าและพูดคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว

เอกตะวันทิ้งตัวลงนั่งข้างกันบนเก้าอี้ หญิงสาวเผลอขยับตัวออกห่างนิดหนึ่ง

“คุณมีธุระอะไรหรือคะ”

“ผมอยากชวนคุณไปนั่งจิบกาแฟที่ร้าน แล้วต่อด้วยกินข้าวเที่ยงด้วยกัน ไปกับผมนะจันทร์กันยา เราจะได้รู้จักกันมากขึ้นอีกนิดไง”

ไม่รู้อะไรทำให้หล่อนตอบเขาออกไปเบาๆ ว่า

“ก็ได้ค่ะ ฉันไม่อยากนั่งคู่กับคุณแบบนี้นานๆ กลัวจะดูไม่ดีน่ะ”

“ผมรู้กาลเทศะดีน่า คุณอย่าห่วงเลย ผมจะท่องไว้ว่าตัวเองเป็นอาจารย์ของคุณ โอเคไหม”

“งั้นเรารีบไปกันเลยดีกว่าค่ะ เสร็จแล้วฉันจะกลับหอไปอ่านหนังสือ”

เอกตะวันเดินนำไปยังรถหรูของเขาพร้อมเปิดประตูให้ หญิงสาวยืนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก็เข้าไปนั่ง บอกตัวเองว่านี่มันนอกเวลาเรียน แถมยังไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียดอีกด้วย

หล่อนต้องรู้จักเขาให้มากขึ้น เพื่อการตัดสินใจที่ไม่ผิดพลาด



**************************



ร้านที่เอกตะวันพาหญิงสาวมานั้นเป็นคาเฟ่บรรยากาศน่ารักและอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก จันทร์กันยาเคยขี่จักรยานผ่านอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยเข้ามานั่งสักทีด้วยเกรงว่าราคาน่าจะเกินตัว จากหน้าร้านหล่อนสามารถมองไปเห็นคลองกลางกรุงอัมสเตอร์ดัมที่มีน้ำใสสะอาด การตกแต่งร้านด้วยกระถางดอกไม้น่ารักช่วยให้สดชื่นขึ้นเป็นอย่างมาก

“คุณเคยมาที่นี่หรือยัง”

เอกตะวันชวนคุย เมื่อทั้งคู่นั่งลงตรงข้ามกันและสั่งกาแฟเสร็จแล้ว

“ยังเลยค่ะ”

“ร้านนี้เป็นร้านประจำของผม รับประกันว่ากาแฟอร่อยมาก ส่วนบรรยากาศก็อย่างที่เห็น ผมว่าสงบดี”

จันทร์กันยาเห็นด้วยและไม่แปลกใจเลยสักนิดที่ร้านจะเงียบสงบ ให้เดาก็คงเพราะราคาทั้งอาหารและเครื่องดื่มที่ค่อนข้างแพง คนจึงเข้าถึงได้ยาก แต่ก็ต้องยอมรับอีกนั่นละว่าแค่บรรยากาศและยังรสชาติกาแฟที่คนพามาว่าอร่อยก็คงคุ้มสมราคาแล้ว

“ผมว่าเดี๋ยวเรากินอาหารกันที่นี่เสียเลยดีไหม จะได้ไม่ต้องย้ายร้านให้วุ่นวาย”

“ตามใจคุณเลยค่ะ แต่ว่า...ฉันขอช่วยแชร์ค่าอาหารนะคะ”

“คุณคิดมากเกินไปแล้ว เอาเป็นว่าวันนี้ผมเลี้ยงก่อน แล้วถ้าวันหลังมีโอกาส คุณค่อยเลี้ยงผมบ้างก็แล้วกัน”

จากนั้นบรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็ดำเนินไปอย่างราบรื่นเป็นกันเอง จนจันทร์กันยายังประหลาดใจ เอกตะวันให้เกียรติหล่อนและคอยดูแลเอาอกเอาใจสารพัดจนเผลอใจพองฟู ทั้งที่รู้ว่าเขาคงทำแบบนี้กับสาวทุกคน หล่อนประทับใจตอนที่เขาเล่าถึงเรื่องราวที่เมืองไทย แม้มีโอกาสกลับไปไม่บ่อยนัก แต่ชายหนุ่มก็ดูรักที่นั่นและมีความผูกพันอย่างมาก

ก่อนออกจากร้าน เอกตะวันยังปิดท้ายด้วยคำพูดที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกราวกับล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ

“อย่าลืมนะ ที่ผมพยายามทำความรู้จักคุณ เพราะผมสนใจคุณจริงๆ อยากให้เราเรียนรู้กันและกันไปเรื่อยๆ แล้วคุณก็อย่าดื้อกับผมนัก”

จันทร์กันยาตอบรับเขาด้วยรอยยิ้ม เป็นครั้งแรกที่หล่อนเริ่มเข้าใจว่าเหตุใดคนเราถึงได้อยากมีความรัก ทั้งที่ไม่รู้เลยว่าจุดหมายปลายทางนั้นจะมีรอยยิ้มหรือคราบน้ำตา...

หล่อนเข้าใจแล้ว และจะก้าวไปตามทางเดินแห่งรักด้วยความไม่ประมาท





ลงให้อ่านทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์นะคะ



หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บ



ปลายปากกาสำนักพิมพ์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 27 มิ.ย. 2565, 18:41:00 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 27 มิ.ย. 2565, 18:41:00 น.

จำนวนการเข้าชม : 119





<< บทที่ 6 (100%)   บทที่ 7 (70%) >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account