เศษหนึ่งส่วนสองยกกำลังศูนย์

เป็นเรื่องราวของคนหน้าตาไม่เข้าตา ไม่เป็นที่นิยม
ไม่ฮิต ไม่ฮอตของคนสองคน...
ที่ไม่สมบูรณ์แบบ มีตำหนิ...ภาพประวัติไม่สวยงาม...
แต่นิสัยที่ซ่อนไว้ค่อนข้างสวยสดงดงาม...
แฝงไว้ด้วยเสน่ห์แห่งการมีชีวิต...การสร้างครอบครัว


เศษหนึ่งส่วนสอง หรือ ครึ่งหนึ่งของชีวิตหนึ่ง
มาพบกับ อีกครึ่งหนึ่งของอีกชีวิตหนึ่ง
แล้วยกกำลังด้วยศูนย์...

เลขศูนย์ที่ดูไร้ค่า ไร้ความหมาย แค่เลขกลมๆเลขนึง

หากมันได้ทำให้ เศษหนึ่งส่วนสองยกกำลังศูนย์
มีค่าเท่ากับ หนึ่งได้!

สมการทางคณิตศาสตร์ที่น่าพิศวงนี้
นำมาสู่สมการของความรักของทั้งสอง...

ทั้งคู่ที่ชีวิตไม่สมบูรณ์แบบและมีตำหนิ
จะหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างไร...

เรื่องนี้มีคำตอบ!!!


Tags: ดราม่า ขุนพล ไนค์ บิลกีส

ตอน: บทที่ 18 เครื่องบรรณการ

การโยกย้ายบ้านเป็นไปอย่างราบรื่นง่ายดาย ขุนพลที่จัดแจงให้แต่ละคนมีห้องส่วนตัว
ตกแต่งตามสไตล์ที่ชอบยืนมองห้องบิดาที่มีอุปกรณ์ที่จำเป็นครบครัน
และเขาก็พอจะมีกำลังที่จะจ้างพยาบาลส่วนตัวมาคอยดูแลบิดาของเขาเพื่อที่ภรรยาของเขา
จะได้ไม่เหน็ดเหนื่อยจนเกินไปนักจะเป็นพยาบาลที่เดินทางไปกลับไม่ได้พักอาศัยอยู่ด้วย
เพราะไม่ค่อยเหมาะสมนักที่พยาบาลผู้หญิงแม้เขาจะเลือกพยาบาลที่มีอายุมากจนเกือบเกษียณอายุแล้วก็ตาม
มาพักอาศัยในบ้านที่มีผู้ชายถึงสองคนเช่นนี้ แม้คนนึงจะเป็นผู้ป่วยติดเตียง และเขาก็ไม่ค่อย
อยู่บ้านเพราะต้องเดินทางไปทำงานบ่อยๆ และเพราะเขาไม่ค่อยได้อยู่บ้าน จึงเลือกหมู่บ้านแห่งนี้
ที่มีระบบความปลอดภัยสูง มียามเฝ้าหมู่บ้านตลอดคืนคอยเดินสำรวจตรวจตราความเรียบร้อย
ภายในหมู่บ้าน อีกทั้งยังเป็นชุมชนนอกเมืองที่อากาศสดชื่น เงียบสงบ ผ่อนคลาย ร่มรื่นไปด้วย
ต้นไม้น้อยใหญ่ ความสะอาดของที่นี่เขาให้คะแนนเต็ม

"คุณชอบที่นี่มั้ย"

"ชอบมากๆ ค่ะ" บีลกีสยิ้มกว้างขณะมองไปรอบๆ บริเวณสวน

"สวนนี้ผมยกให้คุณเลยนะ คุณสามารถตกแต่งสวนได้ตามสบายเลย"

"แน่นะคะ"

"แน่สิ ผมรู้ว่าคุณน่ะมีหัวศิลป์ ผมไว้ใจยกมันให้คุณเลย และตรงนั้นผมจะให้ช่างมา
แกลเลอรีให้คุณนะ เอาไว้ให้คุณเก็บผลงานของคุณ ใครมาติดต่องานกับคุณจะได้สะดวกง่ายดาย"

"ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ"

"เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะกีส และอีกไม่กี่เดือน ลูกเราก็จะออกมาเดินเล่นในสวนแห่งนี้แล้ว"
หญิงสาวระบายยิ้มที่ชายหนุ่มมองทีไรก็หยุดให้หัวใจของเขาต้องจดจ่อพิศมองโดยไม่รู้สึกเบื่อเลยสักครั้ง

"แค่เห็นคุณมีความสุข ผมก็ภูมิใจสุดๆ แล้วรู้มั้ย"

"ฉันก็ด้วยค่ะ แค่เห็นคุณมีรอยยิ้มแบบนี้ ฉันก็มีความสุขมากๆ แล้ว
เพราะแต่ก่อนน่ะ คุณเป็นเสือยิ้มยากสุดๆ เลยรู้มั้ยคะ จนฉันนี่ลุ้นแทบแย่กว่าจะได้เห็น
รอยยิ้มของคุณ"

"ขนาดนั้นเลยหรอ"

"ก็ใช่น่ะสิคะ ขอกอดแน่นๆ ได้มั้ยคะ น่ารักขนาดนี้ต้องกอดแน่นๆ นานๆ ค่ะ" ชายหนุ่มเลยอ้าแขน
ออกกว้าง บีลกีสจึงเดินเข้าไปสู่อ้อมกอดนั้น วาดวงแขนขึ้นโอบรอบคอเขา ซบหน้าลงบนอกกว้าง
ด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข อยากหยุดความสุขเช่นนี้เอาไว้ให้คงอยู่ตลอดไป

"อ่ะแอ่มๆๆ หวานไม่เกรงใจไอซ์เลยนะคะ หรือว่าลืมไอซ์ไปแล้วก็ไม่รู้"
ร่างบางสวยเดินมาหาทั้งสองพร้อมของในมือ

"ขนมค่ะ มากินด้วยกันค่ะ" ว่าพลางก็วางถาดขนมและนำลงบนโต๊ะกลางสนามหญ้าใต้ร่มไม้

"ทำไมพี่รู้สึกว่าน้องสาวพี่โตขึ้นไวจัง หรือมีอะไรแล้วไม่ยอมไม่บอกพี่" ขุนพลแซวน้องสาวที่ยิ่งวัน
เขาก็ยิ่งพบว่าดุจมณีไม่ใช่เด็กอย่างก่อนหน้านี้ เธอดูเป็นสาวขึ้น และยังหัดแต่งตัวสวยแบบสาวๆ
ไม่ใช่แบบเด็กสาวแล้วด้วย 

"พี่ปองบอกว่า ไอซ์เป็นสาว ก็ต้องทำตัวเป็นสาวๆ แต่งตัวแบบสาวๆ
และพี่ปองก็พาไปเดินเลือกชุดสวยๆ ให้ค่ะ พี่ปองบอกว่า อยากให้ไอซ์เริ่มชีวิตใหม่
กับคนดีๆ ที่รักไอซ์จริงๆ และพร้อมจะดูแลไอซ์ พอไอซ์บอกว่า ไอซ์มีพี่ไนค์ที่แสนดี
คอยดูแลแล้ว พี่ปองก็บอกว่า พี่ไนค์น่ะพี่ชาย ไม่ใช่คู่ชีวิตของไอซ์ ไอซ์ต้องมีคนรัก
มีคู่ชีวิตไว้คอยอยู่เคียงข้างดูแลในทุกๆ เรื่องในชีวิตไอซ์ ชีวิตที่เหลือของไอซ์ก็จะสมบูรณ์ค่ะ"

ดุจมณีพูดไปก็ยิ้มแก้มแดงไป ทำให้บีลกีสมองแก้มแดงๆ นั่นด้วยความเอ็นดูปนขำ
ส่วนขุนพลฟังแล้วรู้สึกใจหายวาบอย่างบอกไม่ถูก

"จริงของพี่ปองเค้าค่ะน้องไอซ์ ดูอย่างพี่สิ พี่เองก็เคยคิดว่าจะเป็นโสดไปจนตาย
แต่พอได้แต่งงาน ได้ใช้ชีวิตคู่กับคุณไนค์ ชีวิตพี่หัวใจพี่ก็เปลี่ยนไปเลย
มันถูกเติมเต็ม จนรู้สึกได้ถึงความสมบูรณ์แห่งการมีชีวิตค่ะ ถ้าจะมีใครสักคนอาสา
ขอดูแลน้องไอซ์ และเขามีใจรักน้องไอซ์ พี่ก็ยินดีด้วยจริงๆ นะคะ เพราะว่า
ดอกไม้ดอกนี้ สวยเหลือเกิน แถมยังน่าทะนุถนอม ว่ามั้ยคะคุณไนค์"

หากพอหันไปทางสามี ก็พบสีหน้าไม่สู้ดีนักของเขา บีลกีสเลิกคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ

"ทำไมคะ ทำไมทำหน้าแบบนั้น"

"ผมไม่ไว้ใจใครให้ดูแลไอซ์หรอกกีส ผู้ชายที่ไว้ใจได้มีน้อยจนผมไม่แน่ใจว่าจะมีใคร
ที่จะดูแลไอซ์เป็นอย่างดีได้"

"ต้องมีสิคะ ฉันน่ะเห็นอยู่คนนึงนะคะ ฉันว่า เค้าน่ะ ชอบน้องไอซ์ของเราแน่ๆ เลย"

"ใคร" เสียงเข้มขึ้นมาเลยนะ

"เอ่อ คุณคีไงล่ะคะ คุณไม่สังเกตหรอคะ" ดุจมณีที่ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับแก้มแดงกว่าเดิม
ก้มหน้างุดเพื่อซ่อนความเขินอาย

"เค้าติดต่อมาบ่อยหรอกีส"

"ทุกวันค่ะ โทรมาถามเรื่องงานค่ะ แต่ก็ถามถึงน้องไอซ์ตลอด" บีลกีสพูดไปก็สังเกตดุจมณีไปด้วย
ก่อนจะลอบยิ้มเมื่อเห็นดุจมณีอายม้วนต้วนไปแล้ว

"พี่ชายเค้าล่ะ ได้ติดต่อมาบ้างมั้ยช่วงนี้"

"ไม่เลยค่ะ ตั้งแต่งานเลี้ยงก็ไม่ได้รับข่าวอะไรจากเค้าเลยค่ะ หายไปเลยค่ะ"

"แปลก" ขุนพลเปรยออกมาด้วยสีหน้าหนักใจ

"แปลกยังไงคะ"

"มันเงียบแปลกๆ น่ะ คนอย่างฆินทร์ถ้าเล่นเปิดตัวแรงแล้วเงียบไปแบบนี้มันต้องมีอะไร
เจ้านี่เป็นพวกคลื่นใต้น้ำ ผมเริ่มไม่ไว้วางใจสถานการณ์ตอนนี้ขึ้นมาแล้วสิ ยังไงฝากคุณ
คอยดูไอซ์ในช่วงที่ผมไม่อยู่ด้วยนะกีส"

"ได้ค่ะ"

"เขาที่พี่ไนค์พูดถึงคือใครคะ ทำไมถึงให้พี่กีสคอยระวังเขาให้ไอซ์คะ" ดุจมณีคาดคั้นด้วยแววตา
สนใจใคร่รู้ขึ้นมา รอบก่อนพี่กีสก็มาถามเธอให้เธอเล่าเรื่องในงานเลี้ยง แต่เธอไม่กล้าเล่า
เรื่องที่เจอเขาคนนั้นให้พี่กีสฟัง เพราะอะไรก็ไม่รู้ เธอรู้สึกกลัวและอายที่จะเล่าถึงคนคนนั้น

"ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่เราล่ะ เจอใครแปลกๆ มาทักมาคุยบ้างมั้ยในช่วงที่พี่ไม่อยู่"

"เอ่อ ไม่ ไม่มีเลยค่ะ เอ่อ ไอซ์เจอก็แต่ครอบครัวพี่ปอง คุยแต่กับลูกๆ พี่ปองค่ะ ไม่ ไม่เจอคนอื่นค่ะ"

พูดไปแล้วก็กัดริมฝีปากตัวเองที่เลือกจะโกหกพี่ชายทั้งๆ ที่ไม่เคยทำ เพราะหลังจากในงานเลี้ยง
เธอก็เจอเขาคนนั้นอีกสองครั้ง ในห้างตอนพี่ปองพาไปซื้อของกับลูกๆ แต่พี่ปองไม่ได้เจอเขา
เขาเข้ามาหาเธอตอนที่พี่ปองพาลูกๆ ไปเข้าห้องน้ำ และให้เธอรออยู่ในร้านเสื้อผ้า
เขาเดินเข้ามาหาเธอ ชวนเธอคุย ให้กล่องเครื่องประดับเธอมา บอกให้เธอ
กลับมาเปิดที่บ้าน แล้วก็บอกลาเธอก่อนที่พี่ปองจะกลับมา

ส่วนอีกครั้งที่เจอคือ เมื่อวานที่เธอไปเที่ยวสวนสนุกกับพี่ปองพร้อมกับเด็กๆ
เขาเดินมาหาเธอที่รอพี่ปองกับเด็กที่เล่นเครื่องเล่นแล้วยื่นไอติมมาให้กับเธอ
นั่งตรงม้านั่งอันเดียวกับเธอ แต่เว้นระยะห่าง ไม่ได้ชวนเธอคุย แค่ทักทายและนั่งกินไอติมเงียบๆ
แล้วก็ขอตัวกลับไป เธอไม่เข้าใจการกระทำของผู้ชายคนนี้เลย
และก็ไม่เข้าใจตัวเองด้วยว่าทำไมถึงไม่กล้าเล่าเรื่องของเขาให้คนอื่นรู้

"ไอซ์ปกปิดอะไรพี่รึเปล่า" เสียงนั้นทำเอาดุจมณีถึงกับสะดุ้งเฮือก

"เอ่อ ไม่มีค่ะพี่ไนค์ ไอซ์ไม่มีค่ะ"

"นึกดีๆ ว่ามีใครพยายามเข้าหาบ้างมั้ยในช่วงนี้" ดุจมณีส่ายหน้าไปมา หากแววตาของน้องสาว
ที่เหมือนจะซ่อนอะไรไว้ไม่มิด ยิ่งทำให้ขุนพลยิ่งกังวลขึ้นมา

"ไม่มีค่ะ ไอซ์ไม่ได้แอบคุยกับผู้ชายและไม่ได้รับอะไรมาจากผู้ชายเลยค่ะ
พี่กีสบอกว่า ห้ามคุยห้ามรับของจากคนแปลกหน้าค่ะ ไอซ์ทำตามค่ะ"

หากคนฟังทั้งสองคนกลับมองหน้ากันแล้วลอบถอนใจ มันต้องมีอะไรอย่างแน่นอน
ท่าทีดุจมณีจึงเป็นแบบนี้ ทั้งที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน

"งั้น เดี๋ยวไอซ์ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ" ดุจมณีรีบลุกและวิ่งเข้าตัวบ้านไป
ด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน

"ฉันควรทำไงดีกีส"

"อย่าเพิ่งไปคาดคั้นค่ะ ให้เวลาน้องไอซ์อีกนิด ค่อยๆ สังเกตแกไปก่อนนะคะ
ยังไงน้องไอซ์ก็อยู่ในสายตาของพวกเรา คงไม่มีใครมาฉกเธอไปได้หรอกค่ะ"

"ผมไม่คิดแบบคุณนะ คนอย่างฆินทร์ ถ้ามันคิดจะทำอะไร ยากจะคาดเดาแผนของมัน"

"แล้วคุณคี คุณคิดว่า คุณคีเค้าเข้าหาพวกเราเพราะอะไรคะ"

"ผมว่า สองพี่น้องคู่นี้ เค้ามีแผนทั้งคู่นั่นแหละ ยังไงคุณก็อย่าเพิ่งวางใจสองพี่น้องคู่นี้นะกีส"

"ค่ะ"


ดุจมณีเมื่อเข้าบ้านมาก็รีบเข้าห้องนอน ล็อกประตูแล้วทิ้งตัวลงบนที่นอน หันไปเปิดลิ้นชัก
แล้วหยิบกล่องเครื่องประดับออกมา เปิดกล่องออกแล้วค่อยๆ หยิบสร้อยข้อมือขึ้นมาดู
รอยยิ้มน้อยๆ ผุดขึ้นขณะมองจี้เล็กๆ นั่นที่กำลังส่องประกายระยิบระยับงดงามจับใจ
เป็นสร้อยข้อมือที่น่ารักเหลือเกิน น่ารักจนเกินห้ามใจ เธอชอบมันมากๆ ชอบที่สุด
จนอดไม่ได้ที่จะสวมใส่ดู แล้วหมุนข้อมือไปมา

"น่ารักจังเลย ทำไมน่ารักอย่างนี้นะ จะใส่ตลอดเลยได้มั้ยนะ"
ริมฝีปากหยักสวยเปรยออกมาเบาๆ ด้วยแววตาและรอยยิ้มดีใจ ปลายนิ้วเรียวไล้แตะเบาๆ
ตรงจี้ที่ห้อยอยู่ ไล้ผ่านตัวหงส์น้อยๆ ที่ส่องประกายสวยนั่นเบาๆ เธอไม่กล้าเอ่ยปาก
ขอเครื่องประดับกับพี่ไนค์ สงสารพี่ชายที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดจึงไม่อยากเซ้าซี้จะเอาของที่ไม่ได้จำเป็นในการดำรงชีพ แต่สร้อยข้อมือนี้ก็ถูกใจอย่างมาก
ซึ่งมันทำจากทองคำขาว ตรงจี้เป็นรูปหงส์ตัวน้อยๆ ที่ประกอบด้วยอัญมณีโรโดไนท์สีชมพู
เล่นเฉดสลับอ่อนและเข้ม ลูกปัดกลมสีโรสโกลด์บริเวณขอบ ตรงกลางลำตัวหงส์ประดับเพชรเม็ดงาม
ทำให้มันเป็นเครื่องประดับที่สวย สดใส หวาน โรแมนติก

"คุณรู้ได้ยังไงนะว่าไอซ์ชอบแนวนี้ ชอบมากเลยด้วย"

"แล้วถ้าไอซ์จะใส่ ไอซ์จะบอกพี่กีส บอกพี่ไนค์ บอกพี่หมอปองยังไงล่ะ จะบอกว่าคุณให้ไอซ์มาได้มั้ย
พวกเขาต้องให้ไอซ์เอามันไปคืนคุณแน่ๆ เลย แต่ แต่ไอซ์ชอบมันมากๆ เลย ไม่อยากคืนคุณเลย เฮ้อ
ทำไงดีล่ะ" ว่าแล้วก็หันไปมองอีกกล่องที่เธอซ่อนไว้ในลิ้นชักด้านในสุด หยิบกล่องขนาดกลางนั้น
ออกมาเปิดดู แล้วยิ้มบางขณะลูบไล้ผ้าคลุมฮิญาบสีชมพูหวานผืนนั้น ก่อนจะหยิบมันขึ้นมา
แล้วเดินไปยังหน้ากระจก จับมันมาคลุมหัวแล้วพันผ้าคลุมนั้น มองตัวเองในกระจกก่อนจะยิ้ม
โชว์ลักยิ้มนั้นด้วยแววตาพอใจ

"อันนี้ก็อีก ฉันต้องบอกพี่ไนค์พี่กีสยังไงเวลาพวกเขาถาม หรือควรเก็บซ่อนไว้
ไม่ควรเอาออกมาสวมใส่ใช่มั้ย นะ แต่ มันช่างเข้ากันกับสร้อยข้อมือมากๆ เลย น่ารักมากๆ เลย"

"ทำไมคุณต้องให้ของพวกนี้กับฉัน ทำไมไม่เห็นพูดอะไรเลย เอามาให้แล้วก็ไป" หญิงสาวยกมือขึ้น
จับผ้าคลุมนั่นและดึงมาดมดู พบกลิ่นหอมแปลกๆ ที่ไม่น่าจะใช่กลิ่นหอมเดิมๆจากตัวผ้าแน่ๆ
กลิ่นคุ้นๆ คงจะเป็นกลิ่นน้ำหอมยี่ห้อไหนสักยี่ห้อที่เธอเคยได้กลิ่นมาก่อนแน่ๆ
แต่ก็ไม่น่าจะเป็นกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิง เอ๊ะ แล้วทำไมกลิ่นของมันมาอยู่ที่ผ้าคลุมผืนนี้ได้ล่ะ



สามวันต่อมา ขุนพลถูกเชิญไปงานเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ที่มีเขาเป็นผู้ผลิตสื่อให้กับสินค้าชิ้นนี้
ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของอาทิตยะกรุป ทว่า บีลกีสขอตัว เพราะเพลีย หลังจากนี้คงต้องของดออกงานเพราะท้องใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ 
ทำให้ขุนพลต้องควงน้องสาวแทน ครั้นจะไปคนเดียวก็เปล่าเปลี่ยวไปหน่อย และเพราะเห็นว่าน้องสาวดูมีความสุขเวลาออกงาน
ต่างจากภรรยาของเขาที่ดูจะไม่ค่อยชื่นชอบการที่ต้องออกไปพบปะสังสรรค์นัก
โดยเธอให้นิยามตัวเองว่า "ฉันเป็นพวกอินโทรเวิร์ตค่ะ"

"โอ้โห น้องไอซ์ สวยหวานมากๆ เลยค่ะ" บีลกีสถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นร่างบางระหง
ในชุดสีชมพูอ่อนหวานเข้าชุดกับผ้าคลุมสีชมพูหวานที่ส่งให้ใบหน้าที่สวยโดยธรรมชาติดั้งเดิมอยู่แล้ว
ยิ่งสวยและน่ารักยิ่งขึ้น

"นั่นสิ พี่ว่าจะน่ารักเกินไปนะไอซ์ พี่ไม่อยากให้พวกผู้ชายในงานหันมาจ้องมองน้องสาวพี่เป็นอาหารตาเลย" ขุนพลเอ่ยขึ้นบ้าง

"ไอซ์จะอยู่ข้างๆ พี่ไนค์ไม่ให้ห่างเลยค่ะ หายห่วงค่ะ และไอซ์จะไม่เกเรด้วย" มือเรียวบางคว้าแขนพี่ชาย
มาควงด้วยรอยยิ้มกว้าง

"เดี๋ยวๆๆๆ นี่อะไร ใครให้เรามา" อดไม่ได้ที่จะเอะใจกับสร้อยข้อมือน้องสาวที่ดูจะราคาไม่เบาแน่ๆ
เขารู้จักเครื่องประดับแบรนด์นี้ดี ราคาหลักแสนขึ้นทั้งนั้น

"อ๋อ พี่เพลิงกับภรรยาพี่เพลิงให้ไอซ์มาค่ะ" หญิงสาวปดคำโต

"ให้ตอนไหน"

"ก็ ก็ตอนงานเลี้ยงครั้งก่อนนู้นไงคะ ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวก็สายหรอก" มือน้อยดึงแขนพี่ชายกึ่งลาก

"ไอซ์จะดูแลพี่ไนค์ให้นะคะพี่กีส หายห่วงค่ะ เพราะไอซ์จะไม่ให้สาวคนไหนมาส่งสายตาให้พี่ไนค์
เด็ดขาด" บีลกีสยิ้มขันก่อนจะบอกว่า

"พี่น่ะห่วงน้องไอซ์มากกว่าพี่ไนค์เค้าอีกค่ะ รายนี้น่ะ เวลาไม่ยิ้มนะ สาวไหนก็คงไม่กล้าเข้าใกล้หรอกค่ะ
น่ากลัวจะตาย ฮ่าๆๆๆๆ" ขุนพลมองภรรยาที่กำลังหัวเราะน้อยๆหลังจากได้จิกกัดเขาแล้วอดไม่ได้
ที่จะดึงแก้มย้วยๆ นั่น

"ตั้งแต่ท้องนี่เธอไปกินปลาปักเป้ามารึเปล่ากีส ดูแก้มสิย้วยเหมือนปลาปักเป้าเลย ฮ่าๆๆ"

"เดี๋ยวเถอะ มาว่าฉันเป็นปลาปักเป้าหรอ"

"ก็จริงมั้ยล่ะ เนี่ย แก้มเคยเยอะแบบนี้รึ" แค่ดึงแก้มเล่นดูจะยังไม่พอ ยังเอาปากมาหอมแก้ม
อีกฟอดใหญ่อีก

"อย่าเพิ่งจีบกันค่ะ เดี๋ยวจะยาว ไปงานไม่ทันนะคะ" ดุจมณีขัดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มขี้เล่น

"โอเค ไปนะกีส แล้วล็อกบ้านดีๆ ด้วย ฝากพ่อด้วย"

"ค่าาาา ขอให้สนุกนะคะ"


ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์

"พี่ไนค์คะ ไอซ์ขอไปดูของกินตรงนั้นหน่อยนะคะ"

"ได้สิ เอามาเผื่อพี่ด้วยนะ"

"โอเค" หญิงสาวเอียงคอยิ้มและยกมือเป็นเลขศูนย์ แล้วเดินไปยังซุ้มของหวานกับผลไม้
ก่อนจะไปหยุดตรงมินิเค้กหน้าตาน่ารัก มองไปยิ้มไปด้วยความเอ็นดูในความตะมุตะมิของมินิเค้ก

ก่อนจะตักใส่จานในมือ

"ชอบมั้ยครับ" เสียงทุ้มๆ นั่นทำให้มือที่กำลังจะตักมินิเค้กชิ้นต่อไปถึงกับชะงัก
หันไปทางเจ้าของเสียงที่ดังซ้อนอยู่ด้านหลังของเธอ ก็พบกับชายในชุดสูทสุภาพสีเข้ม
ยืนส่งยิ้มเบาๆ มาให้เธอ

"มินิเค้กหรอคะ ชอบค่ะ มันน่ารักน่ากินมากค่ะ"

"ผมหมายถึง สร้อยข้อมือนั่นครับ"

ดุจมณีรีบเอามือข้างที่สวมสร้อยข้อมือนั่นไพล่หลังซ่อนข้อมือตนไว้ทางด้านหลังทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ก่อนจะก้มหน้างุด มองมินิเค้กในมือ

"ชอบมั้ยครับ" หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมตอบ

"ว่าไงล่ะครับ" เสียงนุ่มๆ นั่นทำให้คนที่เอาแต่ก้มหน้าพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะรีบหันไปทาง
บรรดาของหวาน แล้วแสร้งให้ความสนใจของกินแทนคนที่ทำตัวแปลกๆ กับเธอทุกครั้งที่เจอกัน

"ผมดีใจนะที่คุณชอบ" มือที่กำลังตักเค้กชะงักทำเอาเค้กที่กำลังจะช้อนขึ้นมาหน้าคว่ำ
เธอเลยใช้มือหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะแตะลิ้นกับปลายนิ้วที่โดนเนื้อครีมเค้กนั่น

"อร่อยจัง" แล้วก็ยิ้มออกมา แล้วนิ้วของมือใหญ่ก็แตะหน้าเค้กของเธอก่อนจะใช้ลิ้นแตะปลายนิ้ว
ของตนแล้วเลิกคิ้วเข้มนั่น ยิ้มเบาๆ จ้องมองตาเธอ แล้วพูดเบาราวกับกระซิบว่า

"อร่อยจริงๆ ด้วย ลานะครับ ขอโทษที่รบกวนเวลาแห่งความสุขของคุณ"

พูดแล้วก็ผละจากไปเสียอย่างนั้น แต่เธอสัมผัสได้ว่า ก่อนไป เขาจับปลายผ้าคลุมหัวของเธอ
แล้วกระตุกมันเบาๆ ให้เธอพอได้รู้ตัวพร้อมกับเสียงทุ้มเบา ทว่า เธอกลับได้ยินชัดเจนว่า

"สวย"

หัวใจหญิงสาวกระตุกถี่ๆ อย่างไม่อาจควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจได้
มองภาพเค้าเดินจากไป ด้วยสมองอันขาวโพลน

.....................โปรดติดตามตอนต่อไป.....................................



yoraya
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 15 ก.ค. 2566, 00:36:00 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 15 ก.ค. 2566, 00:36:00 น.

จำนวนการเข้าชม : 157





<< บทที่ 17 วีรกรรมที่ถูกลืม   ่บทที่ 19 ประชิดเมือง >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account