ดวงใจมาเฟีย
เมื่อ “มนฌิฏา” สัตวแพทย์สาว ไปเข้าตากรรมการ เขาถูกตาต้องใจเธอตั้งแต่แรกพบ “อังเดร อัลโทเน่” มาเฟียหนุ่ม จะทำอย่างไรเพื่อเอาชนะใจเธอ เมื่อเธอเกลียดแสนเกลียดพวกฝรั่งหัวทองยิ่งกว่าอะไรดี

Tags: ซึ้งกินใจ

ตอน: ฟื้นตัว

ตอนที่ 2

“อังเดร” ถูกพาตัวมายังเรือนท้ายไร่ เป็นเรือนส่วนตัวของวรนนท์ที่มักจะมาพักที่นี่บ่อยๆ ที่เรือนแห่งนี้มีทุกอย่างพร้อม


วรนนท์สั่งให้คนไปรับหมอมาที่นี่แล้วจัดการรักษาทันที วรนนท์กับพุทธรักษ์ออกมารออยู่ด้านนอก ดวงตาคู่คมของวรนนท์มองมายังผู้กรองหนุ่มแล้วก็ไม่รอช้ารีบถามสิ่งที่ต้องการรู้ทันที


“ทีนี้บอกฉันได้รึยังว่าทำไมไม่ให้ฉันส่งเขาไปโรงพยาบาล”


คำถามนั้นทำให้พุทธรักษ์นิ่ง เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะบอกวรนนท์นั้น เขาจะเชื่อหรือเปล่า
“ถ้าฉันบอกแกว่าคนที่นอนอาการสาหัสปางตายอยู่ในห้องนั้นเป็นมาเฟียใหญ่จากลอนดอนแกจะเชื่อฉันไหม”


“อะไรนะ”


วรนนท์ทำหน้าไม่เชื่อ แล้วยังหัวเราะเสียงดัง เขาส่ายหัวไปมาเพราะคิดว่าสิ่งที่พุทธรักษ์พูดเป็นเพียงเรื่องที่เพื่อนสร้างขึ้นแล้วอำเขาเล่นเท่านั้น


“แกอย่าหัวเราะไปนะไอนนท์ ผู้ชายคนนั้นคือ อังเดร อัลโทเน่ มาเฟียใหญ่จากลอนดอน เจ้าของคาสิโนนับร้อยแห่งบนเกาะอังกฤษ มีสาขากระจายไปทั่วโลก แล้วที่เมืองไทยเองก็มีเกาะที่เขาเป็นเจ้าของไม่ต่ำกว่าร้อยแห่ง แต่ละเกาะล้วนเป็นที่ตั้งของคาสิโนทั้งหมด”


คำพูดที่จริงจังของพุทธรักษ์ทำให้วรนนท์นิ่ง ดวงตาคู่คมมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ ผู้ชายคนนั้นเป็นมาเฟียเจ้าของคาสิโนนับร้อยแห่งที่มีอยู่ทั่วโลกจริงหรอ


“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงการที่เราช่วยเขาไว้ก็ไม่ใช่เรื่องดี พวกมาเฟียศัตรูรอบด้าน ถ้ามันรู้ว่าเราช่วยเขาไว้บางทีเราอาจมีอันตราย”


วรนนท์พูดตามหลักความเป็นจริง เส้นทางของมาเฟียมีแต่ตายกับตายเท่านั้น และใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องยืนอยู่บนเส้นแห่งความตายด้วยเช่นกัน


“เพราะอย่างงี้ไง ฉันถึงไม่อยากให้แกส่งเขาไปที่โรงพยาบาล ถ้ามีคนรู้มันจะอันตรายกับแกมาก ดีไม่ดีทุกคนที่อนิชคุณก็จะเดือดร้อนไปด้วย แต่จะไม่ให้ช่วยเลยก็ดูจะโหดร้ายเกินไป เห็นคนกำลังจะตายอยู่ตรงหน้าแล้วไม่ช่วย มันไม่ใช่นิสัยของแกฉันรู้ดี นี่เป็นทางช่วยเหลือเขาที่ดีที่สุด พอเขาหายดีก็คงจะไปจากที่นี่เอง”


พุทธรักษ์พูดอย่างที่รู้สึก การช่วยเหลือ อังเดร ในครั้งนี้คงไม่สร้างความเดือดร้อนอะไรให้กับเพื่อนของเขา เพราะคงไม่มีใครรู้ นั่นคือความคิดของเขา


“คงถึงคราวที่ฉันต้องตอบแทนบุญคุณเขาบ้างแล้ว”


คำพูดนั้นทำให้วรนนท์ไม่เข้าใจ เขาส่งสายตาเป็นคำถามไปให้ พุทธรักษ์เล่าเรื่องเมื่อสองปีก่อนให้วรนนท์ฟัง เมื่อคราวที่เขาไปสืบราชการลับที่ลอนดอนเกี่ยวกับพวกค้ามนุษย์ข้ามชาติจนเกิดพลาดพลั้งถูกพวกมันทำร้าย แต่โชคดีเจอมาเฟียใหญ่ช่วยชีวิตเอาไว้ เขาจึงได้มีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้

……………….

ร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์ดูทะมันทะแมงน่ารักจนวรนนท์แอบภูมิใจกับความน่ารักของมณฌิฏาไม่ได้ ถ้ามองข้ามความดื้อรั้นเอาแต่ใจไปซะหน่อยสำหับเขามณฌิฏาคงเป็นน้องสาวที่น่ารักที่สุดในโลก ร่างสูงเดินเข้ามหาคนที่กำลังเล่นกับลูกวัวนมออกใหม่อย่างเพลิดเพลิน


“ว่าไงจ้ะสัตวแพทย์สาว ลูกวัวของพี่แข็งแรงดีไหม?”


วรนนท์ถามอย่างน่ารัก มณฌิฏาหันมามองพี่ชายสุดหล่อ เธอยิ้มให้เขา ก่อนจะตอบเสียงหวาน


“แข็งแรงดีทุกตัวเลยค่ะพี่นนท์ พี่นนท์ต้องให้ลูกวัวพวกนี้กินนมแม่เยอะๆนะคะ มันจะได้แข็งแรง โตวันโตคืนน่ะค่ะ”
“ครับคุณหมอ”


วรนนท์บอกพร้อมกับยีหัวน้องสาวเล่นอย่างที่ทำเป็นประจำ
“คุณนนท์ครับ”


ภัทรลูกน้องคนสนิทที่เพิ่งเดินเข้ามาเรียกเสียงเบา วรนนท์หันมามองมณฌิฏานิดหนึ่งก่อนจะเดินไปกับภัทรอีกทาง มณฌิฏามองไปอย่างนึกสงสัย


“พี่นนท์ทำมีลับลมคมในจัง”


มณฌิฏาพึมพำขึ้นมา ก่อนจะหันไปสนใจกับเจ้าลูกวัวนมต่อ แต่ดวงตาคู่หวานก็ไม่วายจะมองไปทางที่พี่ชายกับลูกน้องคนสนิทคุยกันอยู่

………………….


“ยังไม่ฟื้นอีกหรอ เป็นอาทิตย์แล้วนะ”
วรนนท์พูดขึ้น


“ครับคุณนนท์ คุณหมอบอกว่าลมหายใจของเขาดีกว่าตอนแรกเยอะ บาดแผลฉกรรจ์ก็จางลงไปมาก เห็นโครงหน้าชัดเจนขึ้น ทำให้แน่ใจว่าเป็นคนต่างชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ”


ภัทรพูดอย่างที่เห็น จากตอนแรกที่พบกันดูแทบไม่ออกว่า อังเดรมีหน้าตาเป็นอย่างไรเพราะทุกอย่างมันปูดบวมไปเสียหมด เห็นก็เพียงแต่เส้นผมสีทองเท่านั้นที่ทำให้คิดว่าเขาเป็นคนต่างชาติ แต่พอเห็นหน้าชัดขึ้นก็ยิ่งแน่ใจว่าไม่ใช่คนไทยแท้ เพราะทุกสัดส่วนบนใบหน้าและรูปร่างไปทางต่างชาติหมด ส่วนวรนนท์นั้นรู้ตั้งแต่พุทธรักษ์บอกแล้วจึงไม่รู้สึกแปลกใจอะไร


“ถ้าฟื้นเมื่อไรก็ให้คนมาบอกฉันแล้วกัน”
“ครับคุณนนท์”


………………………………..


ร่างหนาหนักที่นอนอยู่บนเตียงไม่ได้สติมานานเป็นอาทิตย์เริ่มขยับตัว อังเดร ค่อยๆลืมตาขึ้นแต่ยังรู้สึกเจ็บอยู่มากทำให้เขาไม่สามารถลืมได้เต็มตา ดวงตาพร่ามัวอย่างเห็นได้ชัด มือข้างหนึ่งพยายามใช้ยันตัวเองขึ้น แล้วต้องร้องออกมาเบาๆเมื่อรู้สึกเจ็บบริเวณหน้าท้องที่มีแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากการถูกยิง ใบหน้าคมที่เริ่มมีหนวดขึ้นรางๆดูแข็งกร้าวอย่างน่ากลัวเมื่อยามเขาทำหน้านิ่ง ดวงตาสีเขียวมรกตเปล่งเป็นประกายน่ากลัวมากกว่าจะมองเห็นความสวยงามของนัยต์ตาคู่นั้น


มาเฟียหนุ่มสำรวจทุกอย่างบนร่างกายก่อนเป็นอันดับแรกและพบว่าทุกอย่างที่มีบาดแผลได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ริมฝีปากที่เคยแห้งผากเริ่มมีสีแดงแต้มขึ้นบ้างแล้ว เป็นสัญญาณบอกว่าอาการของเขาดีขึ้นมาก อังเดรพาตัวเองลงมาจากเตียง ร่างสูงเดินมายืนอยู่ตรงระเบียง ภาพแรกที่เขาเห็นก็คือภูเขาสูงใหญ่ที่เรียงกันเป็นทิวแถวกับพื้นที่กว้างที่เต็มไปด้วยสีเขียวขจีของหญ้าหลากชนิด เสียงนกร้องยามเช้าที่ได้ยินทำให้อังเดรรู้สึกดีไม่น้อย ธรรมชาติแบบนี้ทำให้เขานึกถึงบ้านขึ้นมาทันที

แม้ว่าบ้านที่ลอนดอนจะไม่ได้บรรยากาศดีเท่ากับที่นี่ แต่เพราะคฤหาสน์อัลโทเน่ตั้งอยู่นอกเมืองทำให้เขาเองได้สัมผัสกับธรรมชาติตั้งแต่เด็ก เสียงกุกกักที่ดังมาแต่ไกลทำให้เขารู้ได้ทันทีว่ามีคนเดินมาทางนี้ และกำลังเปิดประตูเข้ามา

“คุณฟื้นแล้ว”


ภัทรถามขึ้นเมื่อเห็นอังเดรยืนอยู่ตรงระเบียง มาเฟียหนุ่มหันไปมองภัทรนิ่งๆ ยังไม่ทันได้พูดอะไรภัทรก็แทรกขึ้นเสียก่อน


“คุณฟังภาษาไทยออกไหม”


คำถามนั้นทำให้อังเดรเลิกคิ้วขึ้น เขายิ้มที่มุมปากก่อนจะพูดขึ้น


“ไม่ใช่แค่ฟังออกแต่พูดได้ด้วย”


คำตอบนั้นทำให้ภัทรยิ้มออกมา ตอนแรกคิดว่าต้องขุดความรู้ทักษะภาษาอังกฤษขึ้นมาใช้เสียแล้ว ยิ่งไม่ค่อยได้ความเรื่องนี้อยู่


“คุณช่วยผมไว้ ขอบคุณมาก”


อังเดรบอกพร้อมกับโน้มหัวให้เล็กน้อยอย่างขอบคุณจากใจจริง


“คุณไม่ต้องขอบคุณผมหรอก เพราะคนที่ช่วยคุณไม่ใช่ผม แต่เป็นคุณนนท์เจ้านายของผมต่างหาก”


ภัทรบอก อังเดรนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น


“แล้วเจ้านายคุณอยู่ที่ไหน ผมอยากขอบคุณเขา”
“ผมอยู่นี่”


เสียงที่แทรกขึ้นทำให้อังเดรและภัทรหันไปมองพร้อมกัน


“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับคุณอังเดร”

…………………………….


มณฌิฏามองเข้าไปยังเรือนส่วนตัวของวรนนท์ เธอเห็นท่าทางมีลับลมคมในของวรนนท์มาหลายวันแล้ว ตั้งแต่วันที่มีคนบอกว่ามีศพถูกทิ้งอยู่ท้ายไร่ แต่วรนนท์บอกว่าให้พุทธรักษ์จัดการเรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไรแล้ว แต่ตั้งแต่วันนั้นพุทธรักษ์ก็แวะมาที่ไร่บ่อยกว่าปกติ เธอนึกสงสัย วันนี้เลยแอบตามวรนนท์กับพุทธรักษ์มา ร่างบางยืนแอบอยู่ตรงกอพลับพลึงไม่ไกลจากเรือนมากนัก


“จะทำยังไงถึงจะรู้ว่าในเรือนนั้นมีอะไร”


มณฌิฏาพึมพำออกมา เธอพยายามคิดว่าจะทำอย่างไรดีถึงจะรู้ว่าในเรือนมีอะไร แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก แล้วยังคนงานที่วรนนท์ให้เฝ้าอยู่หลายคนอีก ยิ่งคิดยิ่งหน้าสงสัย

“มณต้องรู้ให้ได้ว่าพี่นนท์ซ่อนอะไรไว้ที่นี่ “


มณฌิฏาตั้งใจเอาไว้อย่างแน่วแน่ว่าเธอจะต้องรู้ให้ได้


……………………………


“ไม่คิดเลยว่าจะได้พบคุณที่นี่”


อังเดรพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าการช่วยชีวิตพุทธรักษ์ในครั้งนั้นจะกลายเป็นความโชคดีของเขาในวันนี้


“ผมก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน”


พุทธรักษ์บอก
อังเดรมองหน้าพุทธรักษ์ก่อนจะหันไปทางวรนนท์


“คุณคือวรนนท์ ผมขอบคุณมาก”


วรนนท์ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร


“เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ผมยินดี”


อังเดรโน้มให้เล็กน้อยอย่างของคุณ


“แล้วคุณจะเอายังไงต่อ”
พุทธรักษ์หันมาถามอังเดร มาเฟียหนุ่มนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะตอบคำถาม
“คงต้องรักษาตัวให้หายก่อน แล้วค่อยกลับไปสะสางเรื่องที่เกิดขึ้น”
“คุณก็อยู่ที่นี่จนกว่าจะหายก็แล้วกัน”


วรนนท์บอกขึ้น อังเดรยิ้มให้อย่างขอบคุณ คนไทยมีน้ำใจงามอย่างที่แม่เขาบอกจริงๆ


…………………………………


เสียงจิ้งหรีดร้องแข่งกันให้ได้ยินไม่ขาดสาย สายลมยามค่ำคืนเย็นสบาย เงาตะคุ่มๆที่เห็นตรงระเบียงทำให้อังเดรนิ่ง เพราะเขาไม่รู้ว่าคนที่มาเป็นใคร มาดีหรือมาร้าย หลังจากที่ฟื้นตัวเขาก็บอกวรนนท์ว่าไม่ต้องให้คนมาเฝ้าเพราะเขาดูแลตัวเองได้ ที่สำคัญไม่อยากให้ใครสงสัยด้วย เขามั่นใจว่านี่ไม่ใช่คนของวรนนท์แน่นอน และที่มั่นใจไปกว่านั้นก็คือคนที่มาเป็น “ผู้หญิง”


ร่างสูงเดินเข้าไปด้านในก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มณฌิฏาย่องเข้ามาทางด้านหน้าประตู เธอหยิบกุญแจที่แอบขโมยมาจากห้องของวรนนท์ไขเข้าไป ความมืดทำให้เธอมองอะไรได้ไม่ชัด ไฟฉายอันเล็กถูกหยิบออกมาใช้งาน ดวงตาคู่หวานกวาดมองไปทั่วเรือน แต่ก็ไม่พบอะไร ก่อนจะเดินขึ้นไปบนชั้นสอง ห้องหนึ่งถูกเปิดออก แต่แล้วเธอก็ไม่พบอะไร


“โคร่ม”


เสียงที่ดังขึ้นทำเอาร่างบางสะดุ้งโหยง ใบหน้าเริ่มซีดเผือด คิดในใจว่ามาทำอะไรที่นี่ น่ากลัวชะมัด ใจหนึ่งอยากจะกลับแต่อีกใจหนึ่งก็อยากรู้ว่าในนี้มีอะไรหรือใครอยู่ มือที่ถือไฟฉายเริ่มสั่น คิดไปต่างๆนาๆ พยายามปลอบใจตัวเองว่าไม่มีอะไร เสียงที่ได้ยินคงเป็นลมพัดอะไรหล่นมากกว่า แล้วความคิดหนึ่งก็วูบเข้ามาในหัว


“ที่นี่คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง”


พูดแล้วเดินออกมาจากห้องนั้น แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร เธอก็ต้องนิ่งอึ้งเมื่อเจอร่างใหญ่ของใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้า


“กรี๊ด”

เสียงกรีดร้องดังลั่น อังเดรเอามืออุดหูแทบไม่ทัน มณฌิฏามือไม้สั่น ไฟฉายหลุดจากมือในทันใด สติที่พอจะมีเหลืออยู่บอกให้เธอก้าวขา แต่จังหวะหนึ่ง ร่างบางล้มลงพร้อมกับมีร่างแข็งแกร่งรองรับอยู่ด้านล่าง ริมฝีปากประกบกันโดยอัตโนมัติ ทั้งสองคนนิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่มณฌิฏาจะลุกขึ้น เธอรีบวิ่งไปเปิดไฟ ดวงตาคู่หวานมองไปยังที่เกิดเหตุ นัยน์ตาวาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มือบางคว้าไม้เบสบอลที่อยู่ข้างฝามา อังเดรมองหญิงสาวแปลกหน้าอย่างงวยงง แต่แล้วสติของเขาก็ต้องดับวูบ เมื่อไม้เบสบอลฟาดลงต้นคอเขาอย่างจัง


“หึ ไอหัวทอง ไอสารเลว ไอชั่ว กล้าฉวยโอกาสกับฉันหรอ”


พูดจบก็จะซ้ำอีกที


“อย่านะมณ”


เสียงที่ดังขึ้นทำให้มณฌิฏาชะงักมือทันที
“มณมาทำอะไรที่นี่”
วรนนท์ถามขึ้นทันที ดวงตาคู่คมหันไปมองร่างของอังเดรที่นอนไม่ได้สติอยู่


“มณ แค่อยากรู้ว่าที่นี่มีอะไร ทำไมพี่นนท์ พี่รักแล้วก็ภัทรถึงมาบ่อยๆ แล้วยังทำท่ามีลับลมคมในอีก มณก็เลยแอบมาดู”


มณฌิฏาตอบนิ่งๆ ดวงตาคู่หวานมองสบกับตาคมๆของพี่ชาย วรนนท์ส่ายหัวให้ก่อนจะพูดขึ้นอีก


“แล้วทีนี้รู้รึยังว่ามีอะไรอยู่ที่นี่”


มณฌิฏาไม่ได้ตอบอะไรเพียงพยักหน้าให้เท่านั้น


“แล้วทำไมพี่นนท์ต้องทำเหมือนเป็นความลับด้วยล่ะ แล้วไอหัวทองนี่เป็นใคร ทำไมต้องมาอยู่ที่นี่ด้วย”


วรนนท์ถอนหายใจออกมาก่อนจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้มณฌิฏาฟัง แต่เขาไม่ได้บอกว่าอังเดรเป็นใคร บอกแค่ว่าเป็นคนที่เจอท้ายไร่แล้วพามารักษาตัวที่นี่เท่านั้น


“ทำไมไม่ส่งเขาไปรักษาที่โรงพยาบาลทำไมต้องมาอยู่ที่นี่ด้วย”
“พี่มีเหตุผลก็แล้วกัน”
“เหตุผลอะไรคะ”


มณฌิฏาถามนิ่งๆ แต่วรนนท์เงียบไป จะให้เขาตอบว่าอะไร บอกว่าอังเดรเป็นมาเฟียไปเลยดีไหม แล้วคำพูดของพุทธรักษ์ก็แล่นเข้ามาในหัว


“ฉันไม่อยากให้คนรู้เรื่องนี้เยอะ จะมีแค่แกกับฉันเท่านั้นที่รู้ว่าอังเดรเป็นใคร”


ดวงตาคู่คมมองหน้าน้องสาวนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบออกไป


“เหตุผลส่วนตัวพี่บอกมณไม่ได้”


คำพูดนั้นทำให้มณฌิฏานิ่ง เดี๋ยวนี้วรนนท์มีความลับความเธออย่างนั้นเหรอ


“มันสำคัญมากเหรอคะ พี่นนท์ถึงบอกมณไม่ได้”


ดวงตาคู่หวานจ้องมองคนเป็นพี่นิ่งๆ วรนนท์ไม่เคยมีความลับกับเธอแล้วทำไม ความน้อยใจเกิดขึ้นมาในทันที ร่างบางลุกขึ้นยืนแล้วจะเดินออกไป แล้วก็หันกลับมามองร่างที่ยังสลบอยู่


“แล้วเราจะได้เห็นดีกันไอหัวทอง”

…………………………………………….


“คุณมณจะไปไหนคะ”


ป้านิ่มถามขึ้นเมื่อเห็นมณฌิฏาตื่นเช้ากว่าปกติ แล้วจะเดินออกจากบ้านไป


“มณจะไปปั่นจักรยานเล่นในไร่ค่ะป้านิ่ม”


พูดจบก็เดินไปทันที มณฌิฏาใช้เวลาไม่นานในการปั่นจักรยานมายังเรือนส่วนตัวของวรนนท์ เธอจอดจักรยานไว้ด้านหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปภายในเรือน ดวงตาคู่หวานมองไปรอบๆแต่ก็ไม่พบใคร หญิงสาวเดินขึ้นมาชั้นสองของเรือน แล้วบางอย่างก็ทำให้เธอไล้นิ้วไปตามริมฝีปากของตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ภาพเมื่อคืนผู้ชายหัวทองคนนั้นกับรอยจูบที่ยังประทับอยู่บนริมฝีปากของเธอ


“คุณ”


เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำให้หญิงสาวสะดุ้ง มณฌิฏามองไปตามเสียงนั้น ใบหน้านวลแดงก่ำเมื่อเห็นร่างเปลือยท่อนบนของคนตรงหน้า ดวงตากลมโตรีบหลบสายตาที่มองมาของเขาทันที อังเดรยิ้มที่มุมปากน้อยๆ เขาเดินเข้ามาใกล้ๆ


“สวัสดีครับ คุณจำผมได้รึเปล่า”


คำถามนั้นทำให้มณฌิฏาขึงตาใส่เขาทันที ไอบ้า ถามมาได้ว่าจำได้ไหม จำไม่ได้หรอกมั้ง เธอคิดอยู่ในใจคนเดียว ริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อเม้มติดกันแน่น อังเดรมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งๆ เธอจะรู้ไหมว่าเขาคิดอะไรอยู่ เธอจะรู้ไหมว่าเขา……. เธอตั้งแต่เมื่อคืน เขาคิดว่าอยากจะเจอเธออีก แต่ไม่คิดว่าจะได้เจออย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ มือหนายกขึ้น นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามริมฝีปากบางที่เขารู้ว่านิ่มแค่ไหน นิ่มจนเขาอยากจะมีโอกาสได้สัมผัสมันอีกครั้ง สัมผัสให้ลึกซึ้งกว่าเมื่อคืน


“โอ้ย”


อังเดรร้องเสียงดัง เมื่อมณฌิฏาปัดมือเขาออกอย่างแรง ทำให้เขารู้สึกเจ็บแผลตรงหัวไหล่ ดวงตาคู่หวานมองหน้าไอหัวทองอย่างไม่ชอบใจ เธอเกลียดแสนเกลียดไอพวกหัวทองที่สุดในชีวิต ทำไมน่ะหรอ ก็เพราะเผ่าพันธุ์ของพวกมันพรากแม่ไปจากเธอไง


“อย่ามาฉวยโอกาสกับฉัน ฉันไม่ชอบ”


มณฌิฏาบอกเสียงแข็ง


“งั้นเหรอ งั้นผมก็ขอโทษด้วย”


อังเดรบอกแค่นั้น ดวงตาคมดุนัยน์ตาสีเขียวมรกตมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งๆ แล้วคิดในใจว่าผู้หญิงคนนี้เอาเรื่องอยู่ไม่น้อย ที่สำคัญดูเหมือนเธอมีอะไรอยู่ในใจ ท่าทางที่แข็งกระด้างที่จริงแล้วอ่อนแอสิ้นดี


“ฉันชื่อมณฌิฏา เป็นน้องสาวของพี่นนท์”


เธอแนะนำตัวกับเขา อังเดรพยักหน้ารับรู้

“ผมอังเดร”
“อื้อ”

หญิงสาวตอบสั้นๆ มีรอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปากอย่างเจ้าเล่ห์

“ฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วย”

คำพูดนั้นทำให้อังเดรเลิกคิ้วขึ้นสูง เธอต้องการให้เขาช่วยอะไร

……………………………..


ดวงตาคมดุนัยน์ตาสีเขียวมองไปรอบๆที่มีแต่น้ำอยู่รอบตัวเต็มไปหมด เรือลำยาวลอยอยู่ในน้ำ มีชายหนุ่มหน้าฝรั่งนั่งอยู่ตามลำพัง อังเดรมองอย่างตระหนกเมื่อเรือที่ตนนั่งลอยอยู่กลางน้ำ


“เป็นไง สนุกไหมอังเดร”


มณฌิฏาที่ว่ายน้ำไปขึ้นฝั่งพร้อมเอาพายไปด้วยถามอย่างสนุกสนาน ไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกกลัวของอังเดรเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมดุมองหญิงสาวบนฝั่งอย่างโกรธเคือง เขาไปทำอะไรให้เธอถึงทำแบบนี้กับเขา ไม่ได้กลัวจมน้ำ เพราะเขาว่ายน้ำเก่งอยู่แล้ว แต่ที่น่าโมโหคือเขายังมีแผลเต็มตัวไปหมดถ้าเปียกน้ำคงแย่แน่ๆ เธอช่างใจร้ายกับเขาจริงๆ


“คุณมณช่วยผมด้วย พาผมขึ้นฝั่งเถอะ ผมกลัวแผลเปียกน้ำ”

อังเดรตะโกนเสียงดัง มณฌิฏายังคงนิ่ง เธอไม่ได้จะทำร้ายอะไรเขาหรอกแค่อยากจะแกล้งก็เท่านั้น ลงโทษที่เขาทำให้เธอทะเลาะกับวรนนท์ พอหมดสนุกก็จะไปรับเขาขึ้นฝั่ง อังเดรตะโกนอยู่นานจนเธอยอมว่ายน้ำกลับไปรับเขามา ร่างสูงค่อยๆลงจากเรือ มณฌิฏามองร่างนั้นอย่างขันๆ


“จำเอาไว้นะ นี่คือการลงโทษที่นายเป็นต้นเหตุให้ฉันกับพี่นนท์ทะเลาะกัน”


พูดจบก็เดินนำหน้าไป อังเดรมองตามร่างบางไปนิ่งๆ


“เด็ก”


เสียงที่ดังไล่หลังมาทำให้มณฌิฏาหยุดเดิน เธอหันกลับมา ดวงตาคู่หวานมองหน้าอังเดรนิ่งๆ เธอเดินกลับมาหาเขา


“นายว่าใครเด็ก”

“ก็ใครล่ะที่ทำตัวเป็นเด็กๆ เหมือนพวกไม่รู้จักโต”


คำพูดนั้นทำให้มณฌิฏาไม่พอใจมือบางกำเข้าหากันแน่น ก่อนจะยกขึ้นทำท่าจะฟาดลงบนหน้าหล่อๆของอังเดร แต่เขาจับมือเธอไว้ด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะดันร่างบางไปชิดกับต้นไม้ใกล้ๆ เพื่อไม่ให้เธอมีทางหนี มือหนารั้งสะโพกของเธอเข้าหาก่อนจะกดจูบลงบนริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วง มณฌิฏาขัดขืน สองมือทุบลงบนหลังเขา แต่เขาใช้มือข้างเดียวจับมือของเธอมารวมกันและควบคุมเอาไว้ด้วยแรงที่พอจะมี ถึงจะเจ็บแผลแค่ไหนเขาก็ไม่สน อยากจะสั่งสอนเด็กไม่รู้จักโตให้สำนึกว่าอย่ามาเล่นกับคนอย่างเขา อังเดรถอนจูบออกมาจากริมฝีปากบาง ดวงตาคมดุมองใบหน้าแดงก่ำนิ่งๆ


“จำไว้นี่คือการลงโทษของคนที่ทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโต”


พูดจบก็ผละออกจากร่างนั้น มณฌิฏายังคงนิ่งอยู่ที่เดิม เหมือนคนขาดสติไม่รับรู้อะไร อังเดรมองอาการนั้นขันๆ


“เด็กน้อยจริงๆ ถ้ายังไม่เลิกทำตัวแย่ๆคุณเจอยิ่งกว่านี้แน่คุณมณฌิฏา”
“ฉันจะฟ้องพี่นนท์ว่านายฉวยโอกาสกับฉัน”


มณฌิฏาบอกเสียงกร้าวเมื่อสติเริ่มกลับมา


“ถ้าคุณฟ้องคุณนนท์ก็แสดงว่าคุณกลัวผม”


คำพูดนั้นทำให้มณฌิฏาไม่พอใจ ดวงตาคู่หวานเป็นประกายกร้าว ก่อนจะบอกไปเสียงดัง


“ฉันไม่ได้กลัวนาย”
“ถ้าไม่กลัวก็อย่าฟ้อง”
“ได้ ฉันไม่ฟ้องพี่นนท์ก็ได้ แต่ฉันเอาคืนแน่”


พูดแล้วเดินไปทันที อังเดร หัวเราะ ฮึๆๆ อย่างชอบใจ



แพลม
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 27 ต.ค. 2554, 13:13:51 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 27 ต.ค. 2554, 17:08:58 น.

จำนวนการเข้าชม : 1792





<< ซากศพ   ตามหา >>
หมูอ้วน 27 ต.ค. 2554, 13:55:03 น.
ชอบมากมายค่ะ รออ่านตอนต่อไป
นางเอกท่าจะแก่น แสนซน


nunoi 27 ต.ค. 2554, 15:45:33 น.
ว้า นิดเดียวเองอ่ะ รอตอนต่อไปเหมือนกันค่ะ


ริมทาง 27 ต.ค. 2554, 16:00:01 น.
ต่อไวๆๆนะค่ะ รออ่านตอนต่อไป


ลูกกวาดสีส้ม 27 ต.ค. 2554, 16:19:52 น.
น่าสนุกค่ะ ลุ้นให้พระ-นางเจอกันเร็วๆ


แว่นใส 27 ต.ค. 2554, 21:05:23 น.
เด็กจริง ๆ ด้วยนะจ๊ะ


ิboomnakha 6 พ.ย. 2554, 00:43:20 น.
เด็ก ก้อชอบช่ายมั๊ย


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account