ป่าหนาวในเงารัก
หญิงสาวผู้ชอบหว่านเสน่ห์ ทั้งยังไม่เคยศรัทธาต่อคำว่ารักแท้ เมื่อมาพบกับหนุ่มที่ปราศจากความสนใจในตัวเธอ...อะไรจะเกิดขึ้น

Tags: กรยุพา , ยุพากร รักโรแมนติก

ตอน: ตอน5 กรยุพา . ยุพากร

ร้านกาแฟเปิดใหม่หน้าฟาร์มเทพทัตตกแต่งอย่างงดงาม เข้ากับบรรยากาศที่รายล้อมด้วยสวนป่า ไม้ใหญ่แตกกิ่งก้านสาขาพาให้ร่มรื่น หนึ่งในนั้นคือสนสามใบ ไม้ยุคดึกดำบรรพ์ตั้งตระหง่านบ่งบอกถึงการผ่านวันเวลามาอย่างเนิ่นนาน เช่นเดียวกับไม้ดอกเมืองหนาวซึ่งพากันชูช่ออวดสีสันทำให้ชุ่มชื่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก


กลิ่นกาแฟสดหอมอวลทั่วทั้งร้าน เชิญชวนผู้มาเยือนให้ต้องลิ้มลอง เจียระไนแม่งานใหญ่ลงมือทำเค้กหลากชนิด หนึ่งในนั้นคือคัสตาร์ดเค้กรสละมุนลิ้น รวมถึงไอศกรีมโฮมเมทรสเข้มข้น และน้ำผลไม้หลากหลายรส ซึ่งล้วนเป็นผลผลิตจากฟาร์มแทบทั้งสิ้น ที่ขาดไม่ได้คือผักออแกนิกส์ และสลัดผักสดแสนกรอบใหม่
ผู้มาแสดงความยินดีก่อนใครคือเทพทัตและผู้การธนวัต จากนั้นจึงปล่อยให้เจ้าของกิจการฉายเดี่ยว

“วันนี้ที่ฟาร์มเทพทัตเปิดร้านกาแฟ ภูเอากระเช้านี่ไปแสดงความยินดีแทนแม่ทีนะจ๊ะ”
บุตรชายเพียงมองผ่านตะกร้าซึ่งจัดดอกไม้แซมผักและผลไม้สดด้วยแววตาเบื่อหน่าย
“ก็แค่ร้านกาแฟ ทางนั้นถึงกับต้องมาบอกแม่เชียวหรือครับ” เขาละชื่อของหญิงสาวคู่อริไปเสีย
“กำลังพูดถึงใครกันจ๊ะ” ทั้งรู้อยู่แก่ใจแต่เธอกลับทำไขสือเสีย
“จะใครล่ะครับ ถ้าไม่ใช่…ยัยทอมบอยนั่น”
ครั้งนี้แสงดาวถึงกับทำตาโต

“ต๊าย…คิดได้ยังไง ถึงไปว่าหนูตาเขาอย่างนั้น”
“อ้าว…แม่ไม่รู้หรอกหรือครับ ว่าเจ้าหล่อนเก่งกล้า ถึงขนาดคาดกระสุนไว้รอบเอว แถมยังชักปืนออกมาขู่ลูกน้องเราอีกต่างหาก”
“เราน่ะเห็นกับตาหรือเปล่า บางทีลูกน้องตัวดีนั่นอาจจะปั้นน้ำเป็นตัวก็ได้ จะเชื่ออะไรใครก็ควรฟังหูไว้หูรู้หรือเปล่า”
เสียงเข้มของมารดาทำให้เขาจำต้องสงบปาก

“หนูตา ไม่ได้มาบอกหรอกจ้ะ แต่แม่รู้จากคุณปลัดต่างหาก ป่านนี้คุณปลัดคงไปถึงนานแล้ว คิดเสียว่าทำหน้าที่แทนแม่ก็แล้วกันนะจ๊ะ”
“ที่จริงแม่ฝาก ‘คุณปลัด’ ไปก็หมดเรื่อง” กระแทกเสียงอย่างไม่สบอารมณ์
ครั้งนี้มารดากลับหัวเราะแม้ในใจไม่นึกขำ

“เอานิสัยคิดเล็กคิดน้อย เจ้าคิดเจ้าแค้นมาจากไหนกันจ๊ะ แม่เลี้ยงลูกให้รู้จักคำว่าอภัย เห็นอกเห็นใจผู้อื่นไม่ใช่หรือจ๊ะ” พูดอย่างสุขุม
“นี่ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อน ได้ยินภูพูดอย่างนี้ ต้องคิดว่าภูเป็นคนเห็นแก่ตัวแน่ๆ ภูคนเก่าที่เป็นผู้เสียสละ เป็นผู้นำในการอนุรักษ์ป่าหายไปไหนกันล่ะจ๊ะ”
เหมือนบุตรชายเพิ่งได้คิด หน้าเจื่อนไปทันที

“บ้านใกล้เรือนเคียง หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กันเถอะนะจ๊ะ ไม่แน่ว่าต่อไปภูอาจต้องพึ่งพาทางเทพทัตบ้างก็ได้”
ดูเหมือนคำพูดของมารดาจะผิดหูอีกครั้ง
“เกิดอะไรขึ้นครับ ในเมื่อที่ผ่านมาก็ต่างคนต่างอยู่ ไม่เห็นแม่เคยเข้าไปคบหาทางนั้น ทางเขาเองก็ไม่เคยมายุ่งเกี่ยวอะไรกับเรา”
ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจถึงสาเหตุที่เทพทัต และภูมิรพี ชาเล่ต์ ฮิลล์ ต่างคนต่างอยู่ แต่จะบอกบุตรชายได้อย่างไร

“ถือเสียว่าครั้งนี้ แม่ขอร้องก็แล้วกัน” เธอตัดบทเสีย
บุตรชายเองก็ไม่คิดเซ้าซี้ต่อ ฉวยกระเช้าที่มารดาอุตส่าห์จัดมากับมือออกจากห้องไปทันที

ฐิตารีย์ไม่คิดมาก่อนเลยว่า ชายหนุ่มที่มายืนอยู่ภายใน ‘คอฟฟี่เฮาส์’ จะเป็นคู่อริไปได้ แต่เธอก็ไวพอที่จะหลบโดยให้อาสาวรับหน้าแทน
“คุณแม่ฝากมาแสดงความยินดีด้วยครับ” บอกระหว่างส่งกระเช้าให้เจียระไน
พชรยังทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่แสงแฟลชจากตากล้องหน้าหล่อ กลับทำให้ภูมิรพีรำคาญขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย น่าแปลกที่แม้ไม่ได้ตั้งใจจะมองหญิงสาวเจ้าของร้าน แต่กลับอดไม่ได้ที่จะมองดูเธอ

“อาฝากขอบคุณ คุณแสงดาวด้วยนะคะ และขอเชิญคุณรับประทานของว่างด้วยนะคะ”
เพราะเจียระไนต้องการให้แขกได้ลองชิมฝีมือ จึงจัดมุมบุ๊ปเฟ่ต์ให้ได้ลิ้มลองอย่างจุใจ
“ไม่รบกวนดีกว่าครับ” ตอบน้ำเสียงสุภาพ
“รบกวนอะไรกันคะ ถือเป็นเกียรติไม่ว่า เดี๋ยวคุณปลัดก็คงมา ตายจริง…พูดถึงก็มาพอดี อาขอตัวไปต้อนรับก่อนนะคะ ตามสบายเลยนะคะ กลับก่อนอาโกรธจริงๆ ด้วย”

คำพูดและแววตาที่จริงใจของอีกฝ่าย ทำให้เจ้าตัวละอายแก่ใจขึ้นมาเหมือนกัน เพราะที่มาครั้งนี้ไม่ใช่ความประสงค์ของเขาเลยสักนิด
“ผมขอคาปูชิโน่เย็น ไม่ต้องหวานมากแก้วหนึ่งครับ”
ฐิตารีย์แทบไม่เชื่อหูตัวเอง ว่าบุรุษซึ่งเธอตั้งใจหลบหน้าจะมาพูดอยู่ที่หน้าเค้าท์เตอร์นี่เอง
เด็กประจำร้านมองหน้าเจ้านายสาวอย่างต้องการความช่วยเหลือ
“คุณทานที่เราจัดเลี้ยงได้เลยนะคะ” ฐิตารีย์บอกพร้อมฝืนยิ้ม
“แต่…ผมอยากซื้อนี่ครับ วันนี้เปิดร้านวันแรกไม่ใช่หรือครับ”

“แต่…” ทั้งสีหน้าและแววตายังไม่เห็นด้วยอยู่ดี
“คุณอาจไม่ถือ แต่ผมถือ ขอให้ผมได้ ‘ประเดิม’ กาแฟแก้วแรกของร้านคุณจะได้มั้ยครับ”
คำพูดนั้นของเขาทำให้เธอเพิ่งรู้เจตนาที่แท้จริงของอีกฝ่าย วูบหนึ่งความรู้สึกดีๆ ได้เข้ามาเกาะกุมจิตใจ
“ถ้าอย่างนั้นก็ยินดีอย่างยิ่งเลยล่ะค่ะ”
ฐิตารีย์กระวีกระวาดอย่างคล่องแคล่ว เพียงไม่กี่วินาทีก็ได้ลิ้มลองคาปูชิโน่เย็นกลิ่นกรุ่น รสกลมกล่อม แม้เพียงจิบแรกแต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมอง ‘บาริสต้า’ ที่หลังบาร์อีกครั้ง

“นายมานานแล้วหรือ” ธันวินเข้ามาทักทาย
“เมื่อกี้นี่เอง”
จู่ๆ เสียงสนั่นหวั่นไหวของกลองและฉาบก็ดังแทรกเข้ามา พร้อมๆ กับเสียงปะทัดที่ดังรัวอย่างต่อเนื่อง ธันวินถึงกับหน้าตาตื่น ปราดออกไปยังระเบียงอย่างว่องไว
สนามด้านหน้าปรากฏขบวนเชิดสิงโตอันน่าตื่นตา นำมาโดยกำนันพิรัชและบุตรชายคนเล็ก แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่า กลับเป็นขบวนรถนับสิบคันที่กำนันเกณฑ์มาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

“มีอะไรกันคะ” ฐิตารีย์ที่เพิ่งเข้ามายืนข้างคุณปลัดถามงงๆ
“กำนันคงเอาสิงโตมาช่วยเปิดร้านคุณน่ะครับ”
ผู้ตอบกลับเป็นหนุ่มที่มีแก้วคาปูชิโน่อยู่ในมือ ไม่รู้ทำไมถึงต้องหันมามองเจ้าของหางเปียคู่ เขาไม่ได้ตาฝาดไปแน่ๆ ว่าสีหน้าเจ้าหล่อนไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
เจียระไนกวักมือเรียกหลานสาว ดีใจจนออกนอกหน้า ผิดกับฐิตารีย์ที่หงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก เพียงแค่ร้านกาแฟเล็กๆ ทำไมกำนันต้องทำให้เรื่องใหญ่ขนาดนี้ด้วย ถึงกระนั้นเธอก็ยังต้องลงมายังลานด้านหน้าตามมารยาท

ชายหนุ่มที่เพิ่งมาใหม่มองหญิงสาวอย่างชื่นชม ภายใต้หมวกคาวบอยปีกเล็กนั่น ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอางใดๆ พวงแก้มแดงระเรื่อตามธรรมชาติ แม้จะอยู่ภายใต้ผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลคาราเมล แต่กระโปรงเอี๊ยมสั้นก็เผยให้เห็นเรียวขาอันเรียวงามไร้ที่ติ เขาไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าคุ้มค่าขนาดไหนที่พาตัวมาถึงนี่

“คุณพ่อให้ขบวนสิงโตเงียบก่อนได้มั้ยครับ” พาครกล่าวอย่างเบื่อๆ
กำนันเชื่อฟังลูกชายเกินคาด รีบบอกให้หยุดพักทันที
“สวัสดีครับคุณหนู อาเอาสิงโตมาช่วยเปิดร้าน จะได้เฮ็งๆ ร่ำรวยๆ ไงครับ”
หญิงสาวได้แต่ยิ้มรับ ทั้งที่ในใจหาเป็นเช่นนั้นไม่

“ตาอยู่คุยกับพี่พาครนะจ๊ะ อาจะพากำนันขึ้นไปชมร้าน”
เป็นอีกครั้งที่คำพูดของอาสาวทำให้เธอหงุดหงิด
เจียระไนสบตากับกำนัน ก่อนพากันไปทักทายผู้คนที่มาออกันเนืองแน่นยังถนนด้านหน้า
“ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณคงกำลังยุ่ง เอาเป็นว่ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกได้เลยนะครับ” เหมือนพาครเองจะรู้ใจเมื่อเอ่ยออกมา

“งั้นคงต้องขอตัวไปช่วยเด็ก ก่อนนะคะ เชิญคุณในร้านเถอะค่ะ เรามีทั้งเค้ก แซนวิช และของทานเล่นฝีมืออาเอื้องอีกหลายอย่าง ให้ลองชิมด้วยนะคะ”
ภาพสองหนุ่มสาวที่เดินขึ้นบันไดมาไม่อาจเล็ดรอดสายตาอันคมกริบของภูมิรพีไปได้
“กำนันนี่ร้ายจริงๆ พาลูกชายมาในวันสำคัญเสียด้วย”
“คนไหน” ภูมิรพีสนใจ
“ที่ใส่เสื้อโปโลสีน้ำเงินนั่นไง อะไร…นายไปอยู่ไหนมาถึงไม่รู้จักเรืออากาศโทพาคร หมอนั่นเก่งขนาดเป็นถึงนักบินเอฟสิบหกเชียวนะโว้ย” ธันวินขยายความ
“ทั้งหล่อทั้งรวย แถมยังเป็นนายทหารอนาคตไกลอีกต่างหาก สาวๆ จ้องตาเป็นมันกันทั้งจังหวัด”
คำบอกเล่าของเพื่อนรัก ทำให้เขาที่ไม่เคยสนใจถึงความเป็นไปของผู้อื่นต้องมองซ้ำ

“ข่าวว่า…กำนันต้องการสานสัมพันธ์ ให้ลูกชายคนเล็กนี่ได้เป็นเขยของบ้านนี้”
เสียงหัวเราะที่ดังตามมาทำให้ปลัดต้องหันไปมองอย่างงงๆ
“นายนี่ก็ช่างรู้เรื่องชาวบ้านได้ทุกเรื่องจริงๆ”
“ไม่ใช่ฉันไปสอดรู้ แต่เขาพูดกันให้แซดต่างห่าง ไม่แน่หรอกนะโว้ย เร็วๆ นี้ที่อำเภอเราอาจมีงานแต่งระดับช้างเกิดขึ้นก็เป็นได้”
ภูมิรพีได้แต่ส่ายหน้าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เพื่อนพูด
“แต่ฉันว่างานนี้ต้องมีลับลมคมในแน่” ธันวินไม่วายกล่าวต่อ
“นายหมายความว่ายังไง” ทั้งที่บอกตัวเองว่าไม่สนใจ แต่ก็หลุดปากถามออกมาจนได้
“ก็เจ้าหล่อนหนี้ท่วม มันก็น่าคิดน่ะสิ ว่ากำนันแกหวังอะไรกันแน่”

ถึงเพื่อนรักจะกระซิบแต่ภูมิรพีกลับอึดอัดขึ้นมากะทันหัน แม้เขาไม่ถูกชะตากับเธอผู้นั้นเพียงใด แต่ไม่เคยคิดจะเอาเรื่องส่วนตัวของเจ้าหล่อนมาพูดคุยในลักษณะนี้
“เราก็รู้เท่าๆ กันไม่ใช่หรือว่า ที่ไหนไม่มีผลประโยชน์ ที่นั่นไม่เคยมีกำนันให้เห็นหน้า”
ถึงเพื่อนพูดถูกแต่เขากลับไม่มีความเห็นใดๆ เอ่ยออกมา
“พูดก็พูดเถอะ หากว่าเธอต้องการช่วยฟาร์มนี่ให้รอดพ้นจากวิกฤติของครอบครัว ท่าทางเจ้าหล่อนต้องตกเข้าไปอยู่ในบ่วงกรรมของกำนันแกแน่ๆ”

“เลิกพูดดีกว่ามั้ง ไม่ใช่กงการอะไรของเราเลยนี่หว่า” ภูมิรพีตัดบท ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงไม่พอใจในสิ่งที่เพื่อนพูดเสียเฉยๆ
“เป็นอะไรของนายวะ ไม่ดีใจหรือไง นายเองก็ไม่ปลื้มเขาไม่ใช่เหรอ”
“มันก็ใช่ แต่มานินทาเขาถึงบ้าน แถมเราก็เป็นผู้ชายด้วย มันไม่น่าเกลียดไปหน่อยหรือไง” พูดออกมาจากใจจริง
“อีกอย่าง…ใครก็เป็นหนี้ได้ทั้งนั้น อย่าบอกนะว่านายไม่เคยใช้บัตรเครดิตน่ะ”
ปลัดอ้าปากค้าง ไม่นึกว่าจะถูกเพื่อนย้อนด้วยเรื่องนี้
“และอันที่จริง นายก็น่าจะเอาอย่างพ่อเธอด้วยนะ รับราชการมาขนาดนี้ แต่กลับไม่ได้มีเงินทองล้นเหลือ ก็แสดงว่าไม่ได้โกงกินไง”
ครั้งนี้ปลัดเพียงยักไหล่ก่อนเดินไปตักบุ๊ปเฟ่ต์ วูบหนึ่งที่เขานึกถึง ‘ชิดชไม’ เจ้ากรมข่าวประจำจังหวัด
“คุณแอ๊วน้องสาวกำนันเธอมาทำผมที่ร้าน เธอบ่นให้ฟังว่าที่ไร่เทพทัตนั่นมีแต่เปลือก ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ชายถึงยังอยากคบหานัก ขนาดจะให้ลูกชายแต่งงานด้วย เธอว่ามีแต่เสียกับเสีย อย่างนี้เขาเรียกว่านานาจิตตังหรือเปล่าคะ”

“สวัสดีครับ”
เสียงนั้นทำให้ภูมิรพีต้องละสายตาจากขบวนที่กำนันเกณฑ์มาต่อแถวยาวเหยียดเพื่ออุดหนุนกาแฟจากค็อฟฟี่เฮ้าส์
“…ผมพาครครับ เมื่อครู่ ผมได้คุยกับคุณปลัด ถึงได้ทราบว่าเป็นคุณ ที่เป็นหัวหน้าอนุรักษ์ป่า และหัวหน้าฝูงบินพารามอเตอร์ของจังหวัดเราด้วย”
รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนริมฝีปากของผู้ถูกทักแวบหนึ่ง
“ยินดีจริงๆ ครับ ที่ได้เจอคนซึ่งอุทิศตัวเพื่อส่วนรวมและสังคมขนาดนี้”
ภูมิรพีไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะเจอกับคำพูดเช่นนี้จากปากบุตรชายของกำนัน หรือว่าสำหรับบุรุษผู้นี้ ‘ลูกไม้จะหล่นไกลต้น’ กันแน่
“ผมไม่ใช่คนสำคัญอะไรหรอกครับ อีกอย่างที่ทำก็เพราะชอบมากกว่า”
“ก็นั่นสิครับ คนเรามีความชอบแตกต่างกันหลายอย่าง แต่เพราะคุณเลือกที่จะชอบและทำในสิ่งที่จะนำประโยชน์ให้กับอีกหลายๆ คน ผมถึงรู้สึกนับถือคุณจริงๆ ไม่ทราบว่าจะรับลูกศิษย์อีกสักคน…จะได้มั้ยครับ”
น่าแปลกที่คำพูดนั้นของอีกฝ่ายกลับทำให้ภูมิรพีอึดอัดอย่างประหลาด แท้จริงนายทหารหนุ่มรูปงามผู้นี้กำลังต้องการสิ่งใดกันแน่
“นักบินเอฟสิบหกระดับคุณ คงไม่ควรคู่กับแค่…อากาศยานขนาดเล็ก อย่างพารามอเตอร์หรอกครับ ผมใช้มันเพื่อสำรวจป่าเท่านั้น”
ถึงจะรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่เป็นมิตร แต่คนอย่างนาวาอากาศโท พาคร เมื่อเดินหน้าแล้วย่อมไม่มีคำว่าถอยเด็ดขาด
“ถึงคุณจะพูดอย่างนั้น แต่ผม…ก็ยังอยากช่วยอยู่ดี คุณคงไม่รังเกียจน้องใหม่อย่างผมหรอกนะครับ”
ภูมิรพีไม่ทันเอ่ยปากสิ่งใด เพราะจ่าชยุตเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

ห้องพระใหญ่ที่เขาเข้ามานั่งรอเจ้าบ้านกว่าสิบนาทีนั้นไม่ได้ทำให้เบื่อหน่าย อาจเป็นเพราะดอกมะลิที่ร้อยเป็นมาลัยกลมส่งกลิ่นอวลไปทั่ว อีกทั้งพระบูชาซึ่งงดงามด้วยศิลปะในยุคต่างๆ ก็พาให้จิตใจสงบได้อย่างประหลาด หนึ่งในนั้นคือพระพิฆเนศองค์ใหญ่ที่เข้มขลังด้วยงานสำริด

“พ่อหนุ่ม”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกที่ดังขึ้น ดึงความสนใจจากภาพตรงหน้าในทันใด พร้อมๆ กับที่เขาไหว้ผู้อาวุโสซึ่งเข้ามานั่งขัดสมาดด้วยความเคารพ
“คุณคงแปลกใจว่าผมให้คนไปตามด้วยเรื่องอะไร” เทพทัตเข้าเรื่องทันที
น่าแปลกที่รอยยิ้มจากผู้ซึ่งอยู่ในชุดผ้าฝ้ายทอมือกลับทำให้ชายหนุ่มอย่างเขาไม่ได้เกรงกลัว แต่กลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
“ผมเพียง…อยากจะมอบนี่ให้คุณเท่านั้น”
ภูมิรพีรับสิ่งที่ผู้สูงอายุส่งให้ก่อนพินิจด้วยใจจดจ่อ

“คุณอาจไม่เชื่อเรื่องเครื่องรางของขลัง แต่มีพกติดตัวไว้ก็ไม่เสียหายอะไร คุณว่าจริงมั้ย”
“ขอโทษนะครับ ผมไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ นี่เรียกว่า…”
“พระ ‘ภควัมบดี’ แต่ส่วนมากจะเรียกกันว่าพระปิดตา”
ภูมิรพีมองพระเนื้อผงองค์เล็กในมืออย่างใคร่รู้
“ผมได้ข่าวว่าคุณทำงานรับใช้ชุมชนด้วยใจ โดยไม่มีใครว่าจ้าง คุณคิดมั้ยว่างานแบบนั้นอาจเป็นการนำอันตรายมาถึงตัวได้เหมือนกัน”
รอยยิ้มจางๆ ปรากฏยังริมฝีปากของชายหนุ่ม

“จริงๆ แล้ว เรื่องนี้ ที่บ้านไม่มีใครสนับสนุนผมหรอกครับ” ไม่รู้เพราะเหตุใด เขาถึงรู้สึกถูกชะตากับบุคคลตรงหน้าจนยอมที่จะพูดเรื่องส่วนตัวออกมาให้อีกฝ่ายได้รับฟัง
“คุณแม่ยิ่งแล้วใหญ่ บอกว่าคนอื่นก็มีตั้งมากมาย ให้พวกเขาทำไม่ดีกว่าหรือ ในเมื่อเราไม่ได้เป็นทหาร หรือตำรวจ เป็นเพียงประชาชนคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น”
คราวนี้เทพทัตกลับหัวเราะออกมาดังๆ
“ก็จริงของคุณแม่ไม่ใช่หรือ แต่คุณก็ยังดันทุรังทำจนได้นี่นา” กล่าวด้วยแววตาเอ็นดู

“บางครั้ง การเปลี่ยนแปลงบางสิ่ง ก็ไม่ต่างกับการเข็นครกขึ้นภูเขา คนเพียงคนเดียวย่อมทำได้ยาก แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ยิ่งหากได้ความร่วมมือจากหลายๆ ฝ่าย อย่างที่คุณทำอยู่นี่ อย่าว่าแต่ครกใบเดียวเลย ต่อให้ต้องฝนทั่งให้เป็นเข็ม หรือต้องบุกน้ำลุยไฟ ก็ย่อมประสบผลสำเร็จได้อย่างแน่นอน”
สำหรับภูมิรพีแล้วนั้น กำลังใจอย่างเปี่ยมล้นที่บุคคลตรงหน้าส่งมาให้ ทำให้บังเกิดความอิ่มเอมใจได้อย่างประหลาดล้ำ

“อาจเป็นเพราะผมถือคติ หากไม่มีใครริเริ่ม และหากรอจนไม่มีป่าเหลืออยู่ แล้วคิดจะมาปลูกกันใหม่ย่อมต้องใช้เวลาอีกยาวนาน สู้รักษาที่มีอยู่ให้คู่กับเราไปก็น่าจะดีกว่ามาก”
เทพทัตพยักหน้าเห็นด้วย
“มันก็จริงของคุณ แต่มนุษย์กับความโลภเป็นของคู่กันฉันใด เมื่อมีผู้อนุรักษ์ ก็ย่อมมีผู้จ้องทำลายฉันนั้น”
เป็นอีกครั้งที่ผู้สูงอายุให้ข้อคิด
“ว่าแต่…คุณคงไม่เห็นว่าผมไร้สาระที่มอบของสิ่งนี้ให้คุณไว้ติดตัวหรอกนะ”
“ไม่เลยครับ ผมถือว่าเป็นมงคลกับชีวิตเสียอีก” ตอบจากใจจริง

ภูมิรพีคิดว่าตัวเองไม่ได้อุปาทานไปเองแน่ ว่าเทพทัตยังไม่แก่แม้แต่น้อย ซ้ำดวงตาทั้งคู่ยังคงทรงพลัง ผิวพรรณก็ยังคงผ่องใส น้ำเสียงยังบ่งบอกถึงอำนาจได้อย่างไม่น่าเชื่อ วูบหนึ่งที่เขานึกถึงคำพูดของมารดา
“เขาว่ากันว่าท่านเทพทัตมีของดีอยู่กับตัว แม่ก็ฟังเขามาเท่านั้น ส่วนเรื่องจริงไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร”
“คุณคิดอย่างนี้ได้จริงๆ ก็ดี เด็กสมัยใหม่ มักห่างไกลจากคำว่าพุทธศาสนา จริงสิ…คุณบวชหรือยัง”
“ครับ”
เป็นอีกครั้งที่เทพทัตมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจ

“คุณระวังตัวไว้บ้างก็ดี ผู้คนเดี๋ยวนี้ รู้หน้าไม่รู้ใจ เพียงเพราะ ‘เงิน’ บางครั้ง ก็สามารถเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้เหมือนกัน”
แม้เขาไม่รู้ถึงความหมายที่แท้จริงในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด แต่เขาก็รู้ดีว่าผู้สูงอายุพูดไม่ผิดแน่
“พระองค์นี้ดีในเรื่องแคล้วคลาด นอกจากนี้ยังดีในเรื่องเมตตามหานิยม” เทพทัตยื่นกระดาษอีกแผ่นซึ่งปรากฏคาถาให้
เป็นอีกครั้งที่เขาไหว้ก่อนจะรับ
“หวังว่าเราคงจะได้พบกันอีก หากคุณมีอะไรให้คนแก่อย่างผมช่วย ก็มาพบผมได้ทุกเวลา”
ทั้งที่เขาอยากเอ่ยว่าเทพทัตยังไม่แก่เลยสักนิด แต่กลับต้องเก็บไว้ในใจ

“ท่านคงทราบเรื่องที่…คนงานของผม เข้ามาตัดกล้วยถึงในฟาร์ม…” ดูเหมือนเขาจะยังคงติดใจกับเรื่องนี้
“ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ”
เสียงหัวเราะกึกก้องของเทพทัตทำให้เขาคิดไม่ถึง
“ช่างมันเถอะพ่อหนุ่ม หลานสาวผมก็ใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่ ได้ข่าวว่า…ให้เด็กของคุณแบกเครือกล้วยวิ่งรอบฟาร์ม แถมยังให้ตะโกนว่าวันหลังผมจะไม่ทำอีกแล้วไม่ใช่หรือ” ไม่พูดเปล่าแต่หัวเราะเบาๆ ด้วย
“แล้วคนของคุณว่ายังไงกันบ้างล่ะ เข็ดหรือเปล่า”

ภูมิรพีได้แต่หัวเราะแหะๆ อดไม่ได้ที่จะนึกถึงลูกน้องตัวแสบที่อุตส่าห์มาฟ้องเพื่อเอาตัวรอด
“ผู้หญิงอะไรไม่รู้ครับนาย หน้าตาก็สะสวย ผมนึกว่าจะหงิมๆ ที่ไหนได้ ดุอย่างกับเสือ เจ้าหล่อนถึงกับพกปืนสั้น คาดกระสุนเต็มเอว เดินอาดๆ ผมนึกว่าจะกลายเป็นผีเฝ้าป่ากล้วย ไม่ได้กลับมาเห็นหน้านายซะแล้ว”

“เรื่องแล้วก็ให้มันแล้วกันไปเถอะ หากคุณมีธุระ ก็เชิญเถอะ อ้อ…พบกันครั้งหน้า จะเรียกผมว่าปู่เหมือนยัยตา ผมก็ยินดีนะ”
เป็นอีกครั้งที่ภูมิรพีไหว้อีกฝ่ายด้วยความเคารพ
เทพทัตได้แต่มองตามร่างที่จากไป อดคิดไม่ได้ว่าภาระหนักอึ้งซึ่งชายหนุ่มแบกรับ ไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่น้อย

ในเวลาเดียวกันที่คอฟฟี่เฮาส์…
หญิงสาวภายใต้เสื้อสีช็อกกิ้งพิ้งก์ใส่คู่กับกางเกงขาลีบสีเขียวไพร ผ้าพันคอสีเหลืองมัสตาร์ด รองเท้าส้นตึก กระเป๋าหนังมันปราบสีเขียวตองและหมวกปีกกว้างสีเดียวกัน ทั้งหมดนี้ทำให้สะดุดตาจนต้องเหลียวมองตามๆ กัน

ที่เคียงข้างคือเพื่อนซี้ร่างอ้วนกลมในชุดลายจุดน้ำเงินบนพื้นส้มสด ผมเกล้าผมสูง ติดดอกชบาแดงประดับไว้อย่างเก๋ แต่ที่สะดุดตาสุดๆ เห็นจะเป็นแว่นกันแดดสไตร์ปีกผีเสื้อ

“คุณปลัด”
แม้ดวงตาของเจ้าหล่อนจะอยู่ภายใต้แว่นกันแดดกรอบใหญ่ แต่ธันวินก็รู้แต่แรกเห็นว่าเธอคือผู้ที่เขาเพิ่งนึกถึงเมื่อครู่นี้เอง…
“ลมอะไรหอบ ‘คุณไหม’ มาถึงนี่ได้ครับ” ธันวินเอ่ยทักอย่างสนิทสนม
ชิดชไมถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นดวงตาซึ่งกรีดด้วยอายไลเนอร์จนคมกริบ ขนตาปลอมแผงหนางอนงามราวนางเอกภาพยนตร์ สมแล้วที่เจ้าหล่อนเป็นเจ้าของร้านเสริมสวยชื่อดังของจังหวัด
“คุณมาที่นี่ได้ยังไงกันครับ” ธันวินถามตรงๆ

“ก็…จะมาหากาแฟทานน่ะสิคะ” ตอบหน้าตาย ทั้งที่ตั้งใจ ‘มาหาข่าว’ ที่สำคัญคือต้องการมาพบใครบางคน
“คุณปลัดจะไม่ทัก ‘เบอร์รี่’ บ้างเลยหรือคะ” ชิดชไมเปลี่ยนเรื่องกะทันหันเพราะเพื่อนแอบสะกิดอยู่ข้างๆ
‘อารียา’ สาวเจ้าเนื้อ เจ้าของ ‘กระทงทอง’ ร้านอาหารชื่อดังของจังหวัด ชม้อยตาอย่างเอียงอาย ทว่าผู้ที่ถูกกล่าวถึงได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

“สวัสดีครับ” ธันวินจำใจทักออกมา
“คุณปลัดมานานแล้วหรือคะ รี่คิดว่าจะไม่ได้พบกับคุณปลัดเสียแล้ว” อารียากระมิดกระเมี้ยนกล่าว
“ครับ…” ปลัดได้แต่ยิ้มแหยๆ ทำไมเขาจะไม่รู้ ว่าที่ผ่านมาอีกฝ่ายออกอาการปลื้มเขามากขนาดไหน
“วันนี้ที่ร้านรี่เขาออกเมนูใหม่ คุณปลัดน่าจะให้เกียรติไปชิมสักนิดนะคะ” เป็นอีกครั้งที่ชิดชไมเอ่ยปาก
“งั้นหรือครับ เอ่อ…คือพักนี้ผมไม่ค่อยว่างเสียด้วย”
“อุ๊ย! แต่ยังว่างมาที่นี่ได้นี่คะ” อารียาโพล่งออกมาลืมเก็บอาการเสียสนิท
ชิดชไมรีบกระตุกแขนเพื่อนเตือนสติแต่ดูเหมือนไม่เป็นผลแม้แต่น้อย

“งั้นคุณปลัดว่างเมื่อไหร่ ก็ไปที่ร้านรี่ได้เลยนะคะ ไม่ว่าจะพบปะสังสรรค์ เลี้ยงฉลองตำแหน่งใหม่ เลี้ยงรับปริญญา…”
“ผมคงต้องขอตัว พอดีมีงานค้างที่อำเภอ” ปลัดยอมเสียมารยาททะลุกลางปล้อง เพราะหากปล่อยให้เจ้าหล่อนได้พูดมีหวังว่าเขาต้องเผลอตอบรับแน่
“ผมขอตัวเลยนะครับ” ไม่พูดเปล่าแต่รีบจ้ำอ้าวไปทันที
อารียาได้แต่มองตามตาละห้อย
“แกทำให้ ‘ไก่ตื่น’ เองนะ ทีนี้มาดูฝีมือฉันบ้าง” ชิดชไมกระซิบเช่นนั้นเพราะเป้าหมายปรากฏตัวให้ได้เห็น



สว้สดีค่ะเพื่อนๆ
สบายดีกันมั้ยคะ หวังว่าจะสนุกกับตอนที่5นี้นะคะ
ด้วยรักค่ะ
ยุพากร



ยุพากร
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 22 พ.ย. 2554, 12:19:52 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 30 ต.ค. 2555, 16:39:59 น.

จำนวนการเข้าชม : 1570





<< ตอน 4 กรยุพา . ยุพากร   6 กรยุพา . ยุพากร >>
nako 22 พ.ย. 2554, 13:36:45 น.
มาแล้วเย้ เย้


อัปสรา 22 พ.ย. 2554, 17:09:45 น.
เปิดขึ้นมาก็หอมกลิ่นกาแฟมาเลยคะ สบายดีนะคะ


anOO 22 พ.ย. 2554, 18:25:44 น.
สาวๆ เรื่องนี้เยอะจริงๆ แต่ยัยตาคงรับมือไหว


ยุพากร 22 พ.ย. 2554, 20:58:44 น.
ดีใจจังค่ะ ขอบคุณ คุณnako มากนะคะ ที่เข้ามาให้กำลังใจกัน

ขอบคุณ คุณอัปสรามากค่ะ ที่กรุณาแวะมาทักทาย คุณอัปสราดูแลสุขภาพด้วยนะคะ

อิอิ...นั่นสิคะ คุณanOO แต่หนุ่มๆ ก็ไม่น้อยหน้าแน่ค่ะ ขอบคุณสำหรับเมนท์นะคะ



nuchababluesky 23 พ.ย. 2554, 23:49:49 น.
โดนนนนนนน...เลยนายภูมิงานนี้ อคติกับไม่เลิกราโดนว่าเลย
แสงดาวแม่ของเค้าพูดถูกต้องเลยละค่ะ บ้านไกล้เรือนเคียงต้องอาศัยพึ่งพากันอยู่แล้ว...

ตาชักจะมองเห็นมุมที่น่ารักๆของภูมิซะแล้วซิ ทำเอารีดเดอร์อมยิ้มเลยนะ เมื่อกี้เพิ่งกินกาแฟคาปูชิโน่มาเช่นกันค่ะ ไปนั่งกินกับพี่สาวค่ะ พร้อมกับขนมปัง
เจียระไน ชื่อนี้ฟังกี่ครั้งๆก็รู้สึกเพราะอ่ะ

กำนันได้ใจนะตอนนี้ ถึงแม้จะรู้สึกว่าโอเว่อร์ไปหน่อยก็เหอะ
เอาสิงโตมาฉลองร้านเปิดใหม่แบบนี้รู้สึกครึกครื้นดีจังเลยค่ะ
พาครโผล่มาแล้วบทสนทนาของเค้ากับภูมิดูยังไงๆอยู่นะ
ภูมิของเรามองคนในแง่ร้ายเกินไปรึเปล่าเนี่ย

ชอบที่ภูมิออกจากปกป้องตานะคะ ปลัดท่าจะพูดมากไปนิดนึงนะ ใครๆก็เป็นหนี้กันได้ทั้งนั้นแหละ ถ้าหนี้นั้นไม่ได้เกิดมาจากการพนันแล้วละก็คิดว่าเป็นอะไรที่ธรรมาดามากค่ะ
เพราะบางคนก็อาจจะทำธุระกิจผิดพลาดไปทำให้เป็นหนี้
ตอนนี้รู้สึกว่าภูมิน่ารักอยู่หลายช่วงนะ

อิอิ คุณปู่เทพทัตแอบปลื้มภูมิอยุ่แน่ๆเลย ให้พระกับภูมิซะด้วยซิ
เพิ่งเคยเจอหน้ากันไม่ใช่รึ ท่าจะถูกชะตาอย่างแรง
พระปิดตา รู้จักค่ะป้องกันคนที่มาทำร้ายเราทำให้เราแคล้วคลาดจากการทำร้ายของศัตรูได้

โผล่มาอีกสองสาวซินะ ดูท่าคุณไหมเธอจะปากคอเราะร้ายอยู่ไม่น้อย
ส่วนอีกสาวก็เหมือนสมุนของเธอเลยนะ แอบชอบปลัดอยุ่รึ
ท่าทางปลัดจะไม่ชอบจนออกนอกหน้า เก็บๆอาการไม่ชอบหน่อยเหอะคุณปลัดเจ้าขา

ชอบชื่อร้านของ อารียาจ๊ะ น่าไปนั่งทานมือค่ำที่ร้านของเธอจัง
ตั้งชื่อร้านแบบยั่วน้ำลายมากๆปลัดไม่คิดอยากจะไปบ้างเหรอ
ชิดชไม แอบมาปองใครเอาไว้ และที่บอกจะโชว์ให้อารียาดูนั้นจะได้ผลซะขนาดไหน ไก่จะตื่นหรอจะหลับต้องติดตามค่ะ

ปล.ป่าสนสามใบสวยดีค่ะ แวะไปดูภาพที่กูเกิ้ลมาแล้ว
เทคแคร์นะจ๊ะ ไรเตอร์จอแจ
ซีรีส์เรื่องใหม่เหรอคะ มาแทน ทงอีรึเปล่า เดี๋ยวจะลองเข้าไปดูที่ยูทูบนะคะ ทงอีดูจบแล้วค่ะ พี่นุชโหลดจาก 4 shared มาค่ะ
มีคนอัพไว้ที่นั่น ตั้ง 60 ตอนแหนะ รอดูจากยูทูบไม่ไหวค่ะ กว่าจะมาแต่ละตอน


nuchababluesky 23 พ.ย. 2554, 23:51:39 น.
ขอโทษด้วยนะคะ จอแจ เขียนชื่อเล่นของพระเอกผิดไป
พี่นุชละชอบเีรียกแต่ภูมิๆๆๆ เรียกเอาเอง
ทีจริงพระเอกของเราชื่อ ภู นี่น่า


ยุพากร 24 พ.ย. 2554, 09:46:31 น.
ขอบคุณพี่นุชมากมายค่ะ กับเมนท์ที่ละเอียดยิบ ทำให้ได้ความคิดเพิ่มขึ้นมากมายเลยล่ะค่ะ
ชื่อพระเอก ไม่เป็นปัญหาค่ะ จะเรียกยังไงก็ได้ค่ะ อันที่จริงภูมิก็เพราะดีเหมือนกันนะคะ
อิอิ... ดีใจค่ะ ที่พี่นุชชอบ ชื่อร้าน ร้านกาแฟยังหาที่ถูกใจไม่ได้เลยค่ะ เลยใช้ชื่อกลางๆ ค่ะ

พี่นุชดูคุณไหมทะลุปรุโปร่งมากมายค่ะ ทั้งที่เพิ่งออกมาตอนแรกเท่านั้น ใช่ค่ะ เธอเป็นประมาณเช่นนั้นจริงๆ

คุณไหมแอบหมายปองใคร พี่นุชต้องมีที่คิดไว้ในใจแล้วแน่ๆ ค่ะ
ใช่ค่ะ สนสามใบเป็นอะไรที่แจเห็นแล้วรู้สึกดีมากๆ เมื่อเราอยู่บนพื้นดิน แล้วแหงนมองดูก็จะรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติได้ไม่ยากค่ะ

วันนี้ที่บ้านอากาศเย็นๆ ค่ะ
ฮา ฮา...ดูแล้วติดงอมแงมเลิกไม่ได้ ไม่เป็นอันทำงานทำการค่ะ ก็เลยอาศัยดูในทีวี เพื่อจะได้มีเวลาทำอย่างอื่นค่ะ เรื่องที่พี่นุชแนะนำก็เพิ่งดูไปได้สองตอนเองค่ะ ทั้งที่อยากดูแต่ต้องบริหารเวลา เพราะภาระมากมาย....

เมืองที่พี่นุชอยู่หิมะตกหรือเปล่าคะ พี่นุชรักษาสุขภาพด้วยนะคะ
กราบพี่นุชงามๆ สำหรับเมนท์อีกทีนะคะ
ว่าจะลงอีกเรื่องค่ะ ลงเมื่อไหร่จะเรียนให้พื่อนุชทราบทันทีเลยนะคะ
ปล.จะรอดูภาพจากพี่นุชนะคะ
จอแจค่ะ


nuchababluesky 12 ธ.ค. 2554, 01:53:21 น.
คิดถึงจอแจนะคะ
มารอตอนต่อไปจ้า
เทคแคร์ นอนหลับฝันดีค่า


ยุพากร 19 ธ.ค. 2554, 17:36:43 น.
ขอบคุณพี่นุชค่ะ รักษาสุขภาพเช่นกันนะคะ


แม่อุ้ยเกี้ยวหมาก 15 ม.ค. 2555, 20:58:25 น.
พี่สาวรีบๆ มาต่อนะคะ
เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ ^0^


nuchababluesky 28 ม.ค. 2555, 03:57:23 น.
ไรเตอร์หายไปนานเลยอ่า
คิดถึงนะคะ



เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account