ดอกไม้ในมือมาร ตอน กับดักรักบ่วงมาร

Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: 3 : เปิดตัวสาวชุดแดง

หนึ่งเดือนต่อมา งานเลี้ยงเปิดตัวโครงการคอนโดฯ แห่งใหม่ของบริษัทฯ ในเครือ พี วาย กรุ๊ป ก็ถูกจัดขึ้น ณ ห้องบอลรูมที่โรงแรมชมจันทร์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

เวหามาในมาดนักธุรกิจหนุ่มเต็มตัวด้วยชุดสูทเต็มยศราคาแพงสุดเนี้ยบภายใต้แบรนด์ดัง ‘กราเซีย(Gracieux)’ ซึ่งใต้หล้าเป็นเจ้าของ และทุกคนในครอบครัวก็จะต้องสวมเสื้อผ้าแบรนด์ของเขาซึ่งใต้หล้าจะเป็นคนออกแบบให้ด้วยตัวเอง เวหาสลัดคราบคาสโนว่าฉายานัยน์ตายิ้มได้นักท่องราตรีหนุ่มผู้มีความชำนิชำนาญในเรื่องผู้หญิงไปชั่วคราวก่อน เวลานี้เขาเป็นผู้บริหารที่มีความสามารถในด้านการทำงานจนเป็นที่ยอมรับในวงการนักธุรกิจ

ในค่ำคืนนี้นอกจากบรรดานักธุรกิจและสื่อมวลชนจะมากันอย่างคับคั่งแล้ว ยังเป็นโอกาสดีที่ครอบครัวของเวหาจะได้มารวมตัวกัน พวงชมพูอุ้มตั้งใจมาพร้อมกับสามีโดยมีลูกสาวคนเล็กอย่างวาโยควงแขนบิดาเข้างานมาด้วย

คุณตากรินก็พาคุณยายแก้วกันเกรามาด้วยเหมือนกันเพราะถือว่าใกล้กับสวนปลูกรักษ์เดินทางไปกลับสะดวกโดยมีลุงเขมรัฐคอยเป็นสารถีควงคู่มากับป้าการะเกด ส่วนทางด้านสวนพฤกษาอนันต์นั้นไม่ได้มาด้วยแต่ส่งตัวแทนคือลูกชายนายมหาสมุทรมาแทนพร้อมกับพ่วงตำแหน่งเป็นพรีเซนเตอร์ให้ด้วย

ความจริงแล้วแบบแปลนโครงการนี้มหาสมุทรเป็นคนออกแบบทั้งหมดแต่คนภายนอกไม่มีใครรู้นอกจากคนในครอบครัวเท่านั้น มหาสมุทรเรียนจบมาทางด้านนี้โดยตรงและยังนั่งแท่นเป็นผู้บริหารบริษัทฯ ออกแบบโครงสร้างอาคารของครอบครัว ส่วนงานทางด้านบันเทิงสำหรับตัวเขาถือเป็นเพียงอาชีพเสริมเท่านั้น

ส่วนเหนือภพกับเนตรทรายที่เพิ่งกลับจากอเมริกาก็ควงคู่กันมาด้วยชุดที่เข้าคู่กัน เหนือภพใส่สูทผูกเนกไทสีม่วง สีเดียวกับชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินเนื้อนิ่มตัวยาว เข้ากับรูปร่างสูงเพรียวที่สมบูรณ์แบบของเนตรทราย ด้านข้างผ่าสูงขึ้นมาจนถึงโคนขาเรียวสวย ทำให้ใต้หล้าที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้นต้องกวาดสายตามองการแต่งกายของคนทั้งสองพร้อมกับเบ้ปาก

“แต่งตัวเก่งนี่” ใต้หล้าเอ่ยชมเนตรทรายก็จริงแต่แววตาสีไวโอเลตนั้นเหลือบมองเพียงหางตา ไม่ได้มีแววของความชื่นชมให้เห็นแม้แต่น้อยนิด

มหาสมุทรยืนอยู่ด้วยได้ยินเสียงใต้หล้าก็เพียงแต่หันมามองเล็กน้อยหากไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะรู้ว่าใต้หล้าไม่มีทางจะชมภรรยาเหนือภพด้วยใจจริงหรอก

“ขอบคุณที่พูดความจริงนะคะ” เนตรทรายบอกเรียบๆ

“ฮึ!” ใต้หล้าทำเสียงอย่างหนึ่งในลำคอ ก่อนจะเมินหน้าหนีอย่างไม่ถูกชะตา เขาไม่ค่อยชอบเนตรทรายสักเท่าไรนัก เหตุผลน่ะหรือ ก็เพราะว่าเธอมาแย่งเวลาของเหนือภพไปจากพวกเขาหมดน่ะสิ พอแต่งงานแล้วเหนือภพก็เลยไม่ค่อยจะได้ออกมาหัวหกก้นขวิดไปด้วยกันอย่างเคย

เนตรทรายทำเป็นไม่สนใจท่าทีของใต้หล้า หญิงสาวหันไปส่งยิ้มหวานให้กับสามี

“เนตรขอตัวไปหาอะไรดื่มก่อนนะคะ แถวนี้อากาศไม่ค่อยดี เนตรหายใจไม่ค่อยออกค่ะ”

“ครับ” เหนือภพรับคำก่อนจะทอดสายตามองตามหลังภรรยาไปด้วยแววตาหวานฉ่ำ

“อยากลากถังออกซิเจนตามเมียไปไหม” ใต้หล้าเอ่ยประชดขึ้น

“ฉันมีวิธีที่ดีกว่านั้น” เหนือภพแย้งกลับ และเป็นจังหวะเดียวกับที่ตั้งใจวิ่งเข้ามาร่วมวงด้วย

“ตัวแม่เพิ่งไป ตัวลูกก็มาเลย” ใต้หล้าเอ่ยขึ้นก่อนจะเบ้หน้าเมื่อเห็นเหนือภพยอบกายลงอุ้มตั้งใจ

มหาสมุทรนั้นเมินหน้าหนีไม่พูดอะไรอีกตามเคย

“เป็นยังไงบ้างลูก สนุกไหม” เหนือภพไม่สนใจทั้งสองหนุ่ม ก้มลงถามคนในอ้อมแขนด้วยหางเสียงที่อ่อนโยน

“ก็ไม่เห็นป่วย ยังครบสามสิบสองดีอยู่นี่” ใต้หล้าแทรกขึ้นก่อนที่ลูกหนูของนายเหนือจะทันได้ตอบเสียอีก

“เชิญคุณมาร์ โยธิน ขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ”

จังหวะนั้นเสียงพิธีกรบนเวทีก็ประกาศเรียกมหาสมุทร ชายหนุ่มหันมองทุกคนแล้วพยักหน้าให้เป็นเชิงขอตัวก่อนจะเดินออกไป

“เอานายมาร์มาเป็นพรีเซนเตอร์ ฉันว่าคอนโดฯ ของฉันคงจะมีคนมาจองจนเต็มเอี๊ยดแน่ๆ เลย” เวหาเดินเข้ามาสมทบ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหมายมั่นปั้นมือพลางมองตามมหาสมุทรไปที่เวที

“ก็แน่นอนอยู่แล้ว ช่วงนี้นายมาร์มันฮอต” ใต้หล้าว่าอย่างนั้น

โทรศัพท์ของเหนือภพดังขึ้นพอดี ชายหนุ่มจึงทำท่าจะส่งตั้งใจให้ใต้หล้าเพราะอยู่ใกล้ที่สุดแต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบแล้วเมินหน้าหนีเสีย เวหาส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะตรงเข้าไปรับตั้งใจมาอุ้มไว้แทน

“ขอตัวออกไปรับโทรศัพท์ก่อนนะ ถ้าเนตรกลับมาบอกด้วยก็แล้วกัน” เหนือภพบอกแล้วก็เดินหลบออกไปด้านนอก แต่ก่อนจะไปยังไม่วายหันมาส่งสายตาดุให้ใต้หล้าตามประสาพี่ใหญ่ที่เวลาเห็นน้องๆ ทำตัวไม่เข้าท่าก็ต้องปราม

“ฉันไปบ้างดีกว่า อยากได้ถังออกซิเจน” ใต้หล้าไหวไหล่ให้เวหาเบาๆ ส่งมอบหน้าที่ตอบคำถามเนตรทรายตอนถามหาเหนือภพให้นายเจ้าของงานเป็นคนตอบแทน

“อะไรของมัน” เวหาส่ายหน้าด้วยความระอา ก่อนจะหันไปเรียกพนักงานเสิร์ฟเพราะกลัวลูกสาวตัวน้อยจะหิวน้ำ

“ตัวเล็ก ดื่มน้ำอะไรดีลูก?”

“น้ำส้มไหมคะ” พนักงานเสิร์ฟสาวในชุดฟอร์มแนะนำ

“ให้ลูกของผมตัดสินใจด้วยตัวเอง” เวหาพูดโดยไม่มองหน้าพนักงานเสิร์ฟด้วยซ้ำ

สกุณาถึงกับเม้มริมฝีปากแน่น ค่อนข้างไม่พอใจกับคำพูดของชายหนุ่ม แต่เพราะไม่อยากให้อารมณ์ขุ่นมัวมาทำให้ต้องเสียงานเพราะวันนี้ยอมลงทุนถึงขนาดปลอมตัวมาเป็นเด็กเสิร์ฟ จึงคอยสังเกตมองชายหนุ่มกับเด็กหญิงตลอด รวมถึงญาติๆ ของเขาด้วย

ในใจของนักข่าวสาวนั้นคิดว่าเปอร์เซ็นต์ที่เด็กจะเป็นลูกของเวหานั้นสูงกว่าคนอื่น เนื่องจากเธอเห็นเด็กเข้างานมาพร้อมกับครอบครัวของเวหา ซึ่งถ้าหากเป็นแบบนั้นจริง มาร์ โยธิน ก็รอดตัวไป แต่สกุณาก็ยังไม่ปักใจเชื่อเสียทีเดียวจนกว่าเธอจะมีหลักฐานที่แน่ชัด ที่จะบ่งบอกว่าเด็กเป็นลูกของใครกันแน่ เหนือภพ ใต้หล้า เวหา หรือว่ามาร์ โยธิน



พวงชมพูกับพลาธิปอุ้มหลานสาวตัวน้อยออกจากงานเลี้ยงพร้อมกับคุณกริน คุณแก้วกันเกรา รวมถึงการะเกดและเขมรัฐ ออกจากงานก่อนที่งานจะเลิก ปล่อยให้สี่หนุ่มอยู่รับแขกตามลำพัง เมื่อใกล้งานจะเลิกเวหาก็เริ่มชวนทุกคนออกไปปลดปล่อย

“คืนนี้ออกไปฉลองกันดีกว่า เนื่องในโอกาสที่งานในคืนนี้ผ่านไปได้ด้วยดี” เวหาจำต้องใส่เหตุผลลงไปนิดเนื่องจากเนตรทรายยังยืนอยู่ด้วย

“ฉันไม่ไปล่ะ อยากกลับบ้านไปนอน” คนมีเมียแล้วออกตัวก่อนใคร ก้มลงมองภรรยาสาวด้วยสายตาพราวระยับ ก่อนจะเดินควงเนตรทรายกลับบ้าน

“เบื่อคนมีเมีย” ใต้หล้าเบ้ปากอย่างหมิ่นๆ ขณะทอดสายตามองตาม

“แล้วนายสองคนล่ะ จะไปกับฉันไหม?” เวหาหันมาถามคนที่เหลือ

“พรุ่งนี้ฉันมีคิวถ่ายละครแต่เช้า ไม่อยากไปทำงานสาย ขอตัวสักวันละกัน” มหาสมุทรพูดไม่ทันจบประโยคก็ต้องรับสายจากผู้จัดการสาวประเภทสองคนงาม

“เดี๋ยวฉันขอตัวก่อนแล้วกัน พอดีมีคิวงานแทรกเข้ามา” แล้วพ่อพระเอกคิวทองก็อำลาไปอีกคน

เวหาหันมามองตัวเลือกสุดท้าย แต่นายดีไซเนอร์กลับโบกมือว่อนเป็นการปฏิเสธทั้งที่ออกจะแสนเสียดาย

“ไม่ว่างเหมือนกัน อีกไม่กี่ชั่วโมงต้องขึ้นเครื่องไปอิตาลี ขอกลับไปนอนพักเอาแรงดีกว่า ไว้ถึงโน่นเดี๋ยวฉันจะเคล้านารีเผื่อนายแล้วกัน”

แล้วใต้หล้าก็แยกตัวออกไปอีกคน เหลือเพียงเวหากับแก้วแชมเปญในมือ ชายหนุ่มไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ

“ไม่เป็นไร ฉันไปคนเดียวก็ได้”

เวหาเข้าไปสั่งงานกับลูกน้องเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากงานลงไปที่คลับของโรงแรม เมื่อไม่ครบทีมเขาก็ไม่อยากจะไปที่ซีเคล็ท เลานจ์ เปลี่ยนบรรยากาศมานั่งดื่มที่นี่บ้างก็ดีเหมือนกันเผื่อจะได้สาวๆ ที่อาจจะสวยกว่าเดิมไปนอนกอดสักคน

ในระหว่างนั้นสกุณาก็ยังไม่ละความพยายาม ตามเวหาไปติดๆ เช่นเดียวกัน พอเห็นว่าแหล่งข่าวคนสำคัญเข้าคลับไปแล้วก็ก้มมองชุดฟอร์มพนักงานเสิร์ฟของตัวเอง ซึ่งคงไม่เหมาะอย่างยิ่งหากว่าจะเข้าไปด้วยชุดนี้

“ทำไมจะเข้าถึงตัวนายเวหานี่มันยากจริงวะเนี่ย” หญิงสาวไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ที่เริ่มตามสืบเรื่องของมาร์ โยธิน จากนายเวหาเป็นอันดับแรก แต่ในเมื่อลงมือทำแล้วก็ไม่คิดจะถอยหลังเป็นอันขาด ดังนั้นนักข่าวสาวถึงใช้ขมองอันน้อยๆ ขบคิดวิธีพิชิตนายเวหาต่อไปอย่างรวดเร็ว

จากการที่เธอตามสืบเรื่องของเขามาเป็นเดือน ทำให้รู้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวชายหนุ่มมากพอสมควร นักข่าวสาวรู้มาว่าเขาจะค้างที่บ้านเพียงวันหยุดเท่านั้น ส่วนวันธรรมดาเขาจะไปค้างที่คอนโดฯ และในหนึ่งสัปดาห์เขาจะแวะไปที่ซีเคล็ท เลานจ์ไม่ต่ำกว่าสองครั้ง และควงสาวแต่ละคนออกมาไม่เคยซ้ำหน้า ซึ่งแต่ละนางก็ สวย อวบ อึ๋ม เซ็กซี่ขยี้ใจชายทั้งสิ้น

“ต้องสวย ต้องเซ็กซี่ใช่ไหม ถึงจะได้ไปควงแขนนายเวหา” หญิงสาวพึมพำกับความนึกคิด ก่อนจะก้มลงมองตัวเองอีกครั้ง แล้วดวงตาสีน้ำตาลของนักข่าวสาวก็เปล่งประกายจ้า

สกุณาล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมากดหาเบอร์ใครคนหนึ่งก่อนจะกรอกเสียงลงไปอย่างรีบร้อน

“เจ๊เกียว…ช่วยอะไรนกอย่างหนึ่งสิคะ”

ครึ่งชั่วโมงถัดมาสกุณาก็ได้ต้อนรับเจ๊เกียว สาวประเภทสองแต่หุ่นเช้งกระเด๊ะยิ่งกว่านางแบบที่หน้าโรงแรม เจ๊เกียวเป็นช่างเสริมสวยที่รู้จักมักคุ้นกันดีเพราะเวลาต้องไปทำข่าวในงานที่พวกบรรดาคนดังเขาจัดกัน พวกหนุ่มๆ สาวๆ สยามเดลี่ก็มักจะเรียกใช้บริการเจ๊เกียวตลอด เพราะเรื่องความสวยความงามเสื้อผ้าหน้าผมนั้นเจ๊เกียวแกเลื่องชื่อเป็นที่หนึ่งในสำนักพิมพ์เลยก็ว่าได้

“เอาให้สวยเช้งเลยนะเจ๊ ออกมาเป็นนางเอกลิเกนกไม่เอานะ” สกุณาเอ่ยขึ้นขณะยืนให้เจ๊เกียวแต่งหน้าให้ภายในห้องน้ำของโรงแรม ไม่สนใจสายตาผู้คนที่แวะเวียนกันเข้ามาใช้บริการ

เจ๊เกียวเองก็ชินเสียแล้วเพราะทำแบบนี้ออกบ่อย มืออาชีพก็ต้องพร้อมจะรับมือกับทุกสถานการณ์อยู่แล้ว แม้บางคนจะมองเจ๊เกียวด้วยสายตาตั้งคำถามว่าเป็นหญิงหรือชายกันแน่เจ๊แกก็ไม่สนใจ

“รับรอง แต่งออกมาแล้วหล่อนต้องสวยยิ่งกว่านางงามจักรวาล” เจ๊เกียวให้ความเชื่อมั่นมือก็ทำงานไปไม่หยุด

“สวยอย่างเดียวไม่พอนะเจ๊ ต้องเซ็กซี่ แล้วก็ให้เสร็จเร็วๆ ด้วย” สกุณาเร่งยิกด้วยกลัวว่าเวหาจะกลับก่อน ยังดีที่จ้างพนักงานหน้าคลับเอาไว้ว่าถ้าหากเวหาออกมาแล้วให้รีบโทรบอก แต่ก็ต้องเสียงบประมาณสำนักพิมพ์ไปเยอะเหมือนกัน

“หล่อนก็หุบปากสักทีสิยะ จะเสร็จแล้วเนี่ยเหลือปัดขนตาอีกนิดเดียว”

หลังจากนั้นไม่ถึงสิบห้านาทีด้วยซ้ำมืออาชีพอย่างเจ๊เกียวก็ทำให้สกุณากลายร่างจากสาวเสิร์ฟมาเป็นสาวเปรี้ยวได้อย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับสกุณาที่มีรูปร่างหน้าตาดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องทำอะไรมาก ก็เพียงแค่แต่งหน้าแล้วหาชุดสวยๆ มาใส่เธอก็สามารถออกไปเดินเฉิดฉายท้าทายสายตาหนุ่มๆ ให้หันมองกันน้ำลายหกได้แล้ว



บรรยากาศภายในคลับคลาคล่ำไปด้วยหนุ่มสาวมากหน้าหลายตา เขานั่งดื่มน้ำสีอำพันอยู่ตรงเคาน์เตอร์ส่งสายตาหวานๆ หว่านเสน่ห์ใส่สาวๆ แถวนั้นไปพลาง แต่คืนนี้เวหายังไม่เจอคนที่ถูกใจจึงเพียงแต่นั่งดื่มฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ

สุดท้ายเมื่อไม่เจอคนถูกใจเวหาจึงไม่เสียเวลาอยู่ต่ออีก แต่ในระหว่างที่เขากำลังจะก้าวออกจากคลับนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินสวนเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ และเพราะความไม่ทันระวังเธอจึงชนเข้ากับเขาอย่างจึง ถ้าหากเวหาไม่คว้าเอวบางเอาไว้เสียก่อนหญิงสาวคงล้มไปกองตรงหน้าเขาแล้ว

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” เวหาเอ่ยถามขณะดันร่างบางให้ออกห่างเล็กน้อย แล้วก็ต้องตลึงงันไปชั่วขณะกับแววตาสีน้ำตากลมโตคู่นั้นที่เหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างซึ่งเขาก็ตอบตัวเองไม่ได้เช่นกันว่าคืออะไร แต่ที่รู้ขณะนี้ก็คือผู้หญิงตรงหน้าของเขาดูสวยและมีเสน่ห์มากพอดู

…สงสัยว่าคืนนี้เขาจะเจอคนที่ถูกใจเข้าให้แล้ว

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ” สกุณาช้อนสายตาขึ้นมองเขา ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนุ่ม

ไม่คิดว่าเพราะความเร่งรีบจะทำให้เธอได้เจอแจ็กพ็อตเข้าจังเบ้อเร่อ นี่สงสัยว่าถ้าหากเธอมาช้ากว่านี้อีกสักนาทีก็คงจะได้แต่งตัวเป็นแม่สายบัวรอเก้อแน่นอน

สกุณาเปลี่ยนความบังเอิญให้กลายเป็นความตั้งใจเสีย มือบางวางลงบนท่อนแขนของเขายิ้มหวานให้อย่างที่คิดว่าชีวิตนี้ไม่เคยยิ้มแบบนี้ให้ใครมาก่อน ก่อนเลื่อนมือออกอย่างอ้อยอิ่ง

เวหาเลิกคิ้วขึ้นมองเธอเล็กน้อยก่อนจะยิ้มตอบใส่ดวงตาคู่สวยทรงเสน่ห์นั้น เขาอดไม่ได้ต้องก้มมองลาดไหล่นวลเนียนที่โผล่พ้นชุดเกาะอกสีแดงเพลิง ส่งให้หญิงสาวดูร้อนแรงยิ่งขึ้นด้วยชายกระโปงที่สั้นเต่อเผยปลีน่องเรียวสวยน่าสัมผัส

เขาอยากจะรู้เสียแล้วว่าหากเธอตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาคืนนี้จะร้อนแรงจริงๆ หรือเปล่า

“มาคนเดียวหรือครับ” เวหาถามเสียงเรียบ ไม่ได้แสดงท่าทีคุกคามแต่อย่างใด แววตาของเขาก็ยังสงบนิ่งไม่ยอมเผยสิ่งที่คิดออกไปให้หญิงสาวได้รับรู้

“ค่ะ” สกุณาตอบเพียงสั้นๆ ยังคงลองเชิงอยู่เช่นเดียวกัน รู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้นเมื่อแวบหนึ่งเห็นเขามองเธอด้วยความชื่นชม ซึ่งทีแรกตอนก้าวออกจากห้องน้ำนั้นนักข่าวสาวเดินขาแทบขวิด กระโปรงสั้นๆ แบบนี้ใส่แล้วมันเย็นๆ อย่างไรก็ไม่รู้

“สวยๆ อย่างคุณนี่หรือครับมาคนเดียว” เวหาแสร้งถามคล้ายไม่เชื่อ

“ก็คงจะมีแต่คุณกระมังคะที่มองว่าฉันสวย” สกุณาหัวเราะเสียงพลิ้ว

“ผมว่าคุณคงไม่ได้ตั้งใจจะมายืนคุยกับผมตรงนี้ทั้งคืนหรอกใช่ไหมครับ” เวหายื่นหน้าเข้าไปพูดใกล้ๆ เพราะเสียงเพลงบวกกับเสียงพูดคุยรอบข้างเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ

“ฉันบอกคุณหรือคะว่าเราจะคุยกันทั้งคืน” หญิงสาวบอกพร้อมกับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แต่ดวงตานั้นพราวระยับ

“ก็ผมบอกอยู่นี่ไงครับ” เวหาตีขลุมเอาง่ายๆ

“คุยทั้งคืนคงไม่ไหวหรอกมั้งคะ”

“ก็ลองไปนั่งคุยกันก่อนสิครับ แล้วค่อยบอกผมว่าคุณไหวหรือเปล่า” เวหาบอกอย่างมีเลศนัย

สกุณาแสร้งทำท่าครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ทั้งที่ใจนั้นเต้นระรัว เลือดนักข่าวมันฉีดพล่านไปทั่วร่าง แทบกระโดดโลดเต้นร้องไชโยที่แผนการเข้าหาของเธอครั้งนี้มันสำเร็จตามคาด และพร้อมกันนั้นก็อดแสยะยิ้มในใจอย่างหมิ่นแคลนแหล่งข่าวของตนไม่ได้ว่ามองผู้หญิงเป็นอยู่อย่างเดียวคือ ‘ของเล่น’

“แต่ฉันเป็นคนคุยไม่ค่อยสนุกนะคะ” เกิดเป็นคนสวยมันก็ต้องเล่นตัวกันหน่อยล่ะ

“เรายังไม่ได้ลองคุยกันเลย ผมว่าเชิญด้านในดีกว่าครับ เดี๋ยววันนี้ผมขอเป็นเจ้ามือเอง” เวหาเองเพียงผายมือเชิญ ไม่ได้เข้าไปฉุดกระชากร่างบางให้ก้าวตาม รอดูท่าทีอยู่เหมือนกันว่าเธอจะตอบรับหรือไม่ เพราะคนอย่างเขาไม่จำเป็นต้องฝืนใจใครอยู่แล้ว

“เห็นแก่ที่คุณให้เกียรติจะเลี้ยงฉันนะคะ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่กล้ารับ” หญิงสาวตอบรับอย่างมีชั้นเชิงด้วยการยกเหตุผลขึ้นมาอ้าง

“ทำไมล่ะครับ คุณกลัวคนแปลกหน้าหรือ”

“อ๋อ…เปล่าค่ะ แต่แม่ของฉันสอนเอาไว้ว่าห้ามรับของจากคนแปลกหน้า” ประโยคท้ายหญิงสาวแสร้งยื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ๆ หูเขา แอบล้อเลียนคำสอนของเขาที่ให้ไว้กับเด็กหญิงตั้งใจเงียบๆ

เวหาเกือบหลุดเสียงหัวเราะไม่รู้เรื่องว่าตัวเองกำลังถูกล้อเลียน กลับรู้สึกชอบใจกับคำพูดของหญิงสาวขึ้นมาเสียนี่

“ถ้าอย่างนั้นอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าถ้าเราไปนั่งคุยกัน รับรองว่าเราคงจะไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อกันอีกต่อไปจริงไหมครับ” เวหาหันไปขอความเห็นอย่างไม่จริงจังนักขณะค่อยๆ เดินเคียงกันไปตรงเคาน์เตอร์บาร์

“เชิญครับ” ชายหนุ่มทำหน้าที่สุภาพบุรุษที่ดีด้วยการเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาว

สกุณายิ้มให้แทนคำขอบคุณ หย่อนก้นงอนงามลงนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงนั้นได้ก็ค่อยๆ เอียงข้างมามองเขาซึ่งขยับไปนั่งที่เก้าอี้อีกตัวข้างๆ เธอ

“คุณมาที่นี่บ่อยหรือคะ” เอ่ยถามอย่างต้องการจะชวนคุย ตอนนี้เธอเตรียมสมองให้ว่างที่สุดเพื่อบรรจุข้อมูลของเขาเพิ่มเติมเข้าไป

“ก็ไม่บ่อยเท่าไรหรอกครับ” เวหาตอบตามความจริง เพราะถึงแม้เขาจะเป็นถึงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าจะมีเวลาแวะเข้ามาเที่ยวที่คลับของโรงแรมบ่อยๆ เพราะการมาที่นี่แต่ละครั้งส่วนใหญ่ก็มักจะเกี่ยวกับเรื่องงานทั้งนั้น

“แล้วคุณล่ะครับ” เอ่ยถามหญิงสาวบ้าง พร้อมกันนั้นก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองเอวคอดกิ่วไล่ลงไปถึงเรียวขาเนียนสวย แล้วลมหายใจของเวหาก็แทบสะดุดเมื่อหญิงสาววาดขาข้างหนึ่งขึ้นนั่งไขว่ห้าง

สกุณาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ว่าเขาแอบมองอยู่ แสร้งเมินหน้าไปทางด้านข้างเสมือนต้องการจะมองผู้คนที่เข้ามาเที่ยวในคลับ แต่ความจริงแล้วต้องการจะเปิดโอกาสให้เขาได้แทะโลมเธอทางสายตา

เป็นแบบนี้ใช่เธอจะชอบ แต่เมื่อคิดว่าถ้าหากทำให้เขาชอบในตัวเธอมากๆ ได้มันคงจะดีกับการล้วงความลับเรื่องมาร์ โยธินจากเขา สกุณาไม่ได้มองว่าผู้ชายตรงหน้าเธอนี้โง่ แต่คิดว่าผู้ชายส่วนใหญ่ถึงแม้จะเก่งกาจสักแค่ไหนแต่สุดท้ายก็ยังต้องมาตกม้าตายด้วยเรื่องผู้หญิงวันยังค่ำ

“เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะคะ” คิดว่าเขาน่าจะมองจนพอใจแล้วจึงหันกลับมาถามคล้ายไม่ได้ยินที่เขาถามเธอเมื่อครู่ ทำเหมือนว่าเธอไม่ได้สนใจเขามากมายเท่าไรหรอกนะ อย่าเพิ่งหลงตัวเอง

“ผมถามว่าคุณมาที่นี่บ่อยหรือเปล่าครับ” เวหาถามย้ำ ก่อนจะหันไปสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานมาสองที่ แล้วยื่นให้เธอ

“ฉันยังไม่รู้จักคุณเลย จะรับของจากคุณได้อย่างไรคะ” หญิงสาวแสร้งทำหน้าไร้เดียงสาใส่เขา

เวหามองตาพราวทีเดียว ก่อนจะแนะนำตัวแบบเต็มยศ

“เวหาครับ ผมนายเวหา ยุทธกานนท์”

สกุณายิ้มให้เขาแล้วทำท่าจะรับแก้วเครื่องดื่มจากมือชายหนุ่ม แต่เวหากลับยื้อเอาไว้

“ชื่อของคุณล่ะ” เขาทวงถาม

“ยาใจค่ะ” สกุณาไม่ทันคิดมาก่อนจึงบอกออกไปส่งๆ ชื่อนี้มันดันผุดขึ้นมาในหัวพอดีเนื่องจากเป็นชื่อของป้าแม่บ้านที่อพาร์ตเมนต์แกพักอยู่ห้องข้างๆ แล้วชอบจามเสียงราวฟ้าผ่าก็เลยจำขึ้นใจ เมื่อหลุดปากบอกไปแล้วก็เสียดายที่มันดูจะเชยไปสักหน่อยสำหรับลุคสวยเฉี่ยวนี้

“ยาใจ…ชื่อน่ารักดีนะครับ” เวหากลับชื่นชมเสียนี่ อาจเพราะมันมีคำว่า ‘ใจ’ ต่อท้ายเหมือนยัยตัวเล็กตั้งใจของเขาก็ได้

“ขอบคุณค่ะ” สกุณายิ้มสวยรับทีเดียว

“งั้นตอนนี้คุณก็รับแก้วนี้จากผมได้แล้วสิครับ” เขาถามคล้ายกับจะล้อเลียน

ถ้าเป็นเวลาปกตินักข่าวสาวจอมลุยคงจะด่าเปิงเพราะไม่ชอบ แต่ตอนนี้ทำได้เพียงแค่หัวเราะเบาๆ แล้วพยักหน้า ก่อนจะยื่นมือไปรับแก้วเครื่องดื่มในมือเขาอย่างไม่อิดออด

“อ้อ! เมื่อกี้คุณถามว่าฉันมาที่นี่บ่อยหรือเปล่าใช่ไหมคะ? ไม่หรอกค่ะนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาที่นี่” หญิงสาวทวนคำถามของเขาเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ก่อนจะตอบเรียบๆ แววตายังคงทอดมองเขาไม่ปล่อยวาง และมันยังหวานฉ่ำอย่างตีบทแตกกระเจิง

“แล้วทำไมถึงเลือกมาที่นี่ล่ะครับ”

“ไม่ทราบสิคะ อาจเพราะข้างนอกหรือที่อื่นไม่ใช่ที่ที่ฉันควรจะอยู่” สกุณาเรียกร้องความสนใจจากเขาด้วยการทำเสียงให้ดูสลดลง และก็ได้ผลเมื่อเวหาเอ่ยถามขึ้นทันที

“ทำไมล่ะครับ?”

“ก็ข้างนอกนั่นมีคนไม่ต้องการฉันนี่คะ” แววตาเปล่งประกายสุกใสของสกุณาเปลี่ยนเป็นอ้างว้างทันที ความจริงเธอไม่ต้องแสแสร้งเพียงแต่ปล่อยตัวตนที่มันแอบแฝงอยู่ในซอกลึกของจิตใจให้เผยออกมาเท่านั้นเอง

“มีด้วยหรือครับ คนที่ไม่ต้องการคุณ ผมว่าเขาคนนั้นคงจะโง่เอามากๆ แน่ๆ” เวหาคิดไปถึงผู้ชาย อาจจะเป็นคนรักของเธอ เขาคิดว่าหญิงสาวคงจะกำลังอกหัก แต่แล้วก็ผิดถนัด

“พ่อฉันเองค่ะ” สกุณาบอกพร้อมกับรอดูปฏิกิริยาของเขาไปด้วยว่าจะทำอย่างไร

เวหาถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้รับคำตอบจากหญิงสาว เขานิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะส่งยิ้มให้เธอ คราวนี้เป็นรอยยิ้มที่ดูจริงใจมากกว่าครั้งไหนๆ ความคิดที่จะหิ้วหญิงสาวตรงหน้าไปค้างด้วยคืนนี้เริ่มมลายหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความหวังดีที่ต้องการจะช่วยปลอบประโลม

“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะครับ” เวหาไม่กล้าบอกว่าไม่มีพ่อคนไหนไม่ต้องการลูก เพราะเขาก็เคยเห็นมาแล้วเหมือนกันคนที่ไม่ต้องการเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเอง จึงได้แต่ถามเธอเท่านั้น

“พ่อฉันเขามีครอบครัวอยู่แล้วค่ะ แต่แม่ไม่รู้มาก่อน พอพ่อรู้ว่าแม่ท้องก็เลยไม่ยอมรับฉันเพราะกลัวทางบ้านใหญ่จะรู้…”

สิ่งที่เล่าก็เป็นอดีตที่ฝังใจสกุณาทั้งนั้น หญิงสาวคิดว่าไม่เป็นไรหากจะเล่าเพราะเขาไม่ใช่คนที่เธอจะต้องแคร์ คนที่ไม่รู้จักกันลึกซึ้งจะพูดอะไรก็ย่อมได้ไม่ต้องกลัวว่าอีกฝ่ายจะนำไปพูดต่อหรือกำลังเยาะเธออยู่ในใจหรือเปล่า

“แต่คุณก็ยังมีคุณแม่อยู่นี่ครับ” เวหาพยายามจะให้กำลังใจ แต่ดูเหมือนมันจะยิ่งแย่กันไปใหญ่

“แม่ฉันเสียแล้วค่ะ”

เวหาถึงกับพูดไม่ออกไปอีกหน คราวนี้เขาได้แต่นิ่งฟังสิ่งที่เธอเล่า ไม่อยากขัดอีก

“ฉันเหลือแต่พ่อ แต่มีพ่อก็เหมือนไม่มีเพราะพ่อไม่ยอมรับฉัน” สกุณาไม่ได้บอกว่าเธอไม่ได้เจอพ่อนานแล้วตั้งแต่อายุ 7 ขวบ แสร้งเล่าบิดเบือนไปบ้างเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ตรงหน้า ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องสงสัยว่าไม่เจอพ่อตั้งหลายปีแต่ทำไมจู่ๆ ถึงมารู้สึกเสียใจเอาตอนนี้

“ชีวิตคุณเหมือนใครคนหนึ่งที่ผมรู้จัก มันน่าเศร้านะครับถ้ารู้ว่าพ่อแท้ๆ ของเราเขาไม่ต้องการเรา” เวหาทั้งรู้สึกสงสารและเห็นใจ

“ค่ะทั้งเศร้าและเสียใจ” หญิงสาวยิ้มฝืดให้เขา รู้สึกเจ็บแปลบๆ ที่อกอย่างช่วยไม่ได้เพราะคำพูดของเขามันกระแทกใจเธอเข้าอย่างจัง

“ผมไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณบ้าง แต่ก็อยากให้คุณรู้ว่าถึงอย่างไรคุณก็ยังเป็นตัวคุณ แม้ใครจะไม่ต้องการคุณแต่คุณก็ต้องอยู่เพื่อตัวเองนะครับ” เวหาบอกให้เธอได้คิด

สกุณาก็คิดจริงๆ นั่นแหละ แต่คิดว่าเขากำลังสร้างภาพให้ตัวเองดูดีอยู่หรอกนะ

“ขอบคุณค่ะ คุณทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมากเลย” เพราะคิดว่าเขากำลังสร้างภาพหญิงสาวจึงพูดออกไปโดยที่ไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งกับมันสักเท่าไร

“ยินดีครับ ถ้าอย่างนั้นเรามาดื่มกันดีกว่าไหมครับ อย่ามัวพูดแต่เรื่องเครียดๆ กันอยู่เลย” เวหายกแก้วเครื่องดื่มขึ้นชูเอ่ยชวนเธออย่างต้องการจะเปลี่ยนเรื่อง

“ก็ฉันบอกคุณแล้วนี่คะว่าฉันคุยไม่สนุก” หญิงสาวยกแก้วขึ้นชนกับเขา แล้วค่อยๆ ยกเครื่องดื่มที่เขาสั่งให้ซึ่งรู้ว่าเป็นเหล้าชนิดหนึ่งขึ้นจิบ สายตาก็ช้อนมองเขาไปด้วย

ปกติสกุณาก็ไม่ใช่คนดื่มแอลกอฮอล์เป็นอาจิณ แต่ฝึกดื่มไว้บ้างเพราะต้องเข้าสังคม อีกอย่างการทำงานที่บางครั้งเราไม่สามารถจะรู้ได้ว่าต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นไร ก็จำต้องฝึกให้เป็นทุกอย่างเพื่อการเอาตัวรอด

“คุยสนุกหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าคุณยิ้มสวยมาก” เวหาต้องการจะสื่อให้เธอรู้ว่าเขาชอบที่เธอยิ้มมากกว่าทำหน้าสลดอย่างเมื่อครู่

“ถ้าได้คุยกับคุณฉันคงต้องยิ้มบ่อยๆ แน่ๆ เลยค่ะ” สกุณาแกล้งหยอด ก่อนจะอธิบายเรียบๆ “ก็คุณชมว่าฉันยิ้มสวยนี่คะ”

เวหายังไม่ทันได้คุยอะไรต่อ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น ชายหนุ่มรับรู้ได้ด้วยแรงสั่นเนื่องจากเสียงริงโทนนั้นถูกกลบด้วยเสียงเพลงจนหมด

“ผมขอตัวสักครู่นะครับ” ชายหนุ่มจำต้องเดินออกไปด้านนอกเพราะในคลับเสียงค่อนข้างดังคงคุยโทรศัพท์ไม่รู้เรื่อง

สกุณาไม่ว่าอะไรเพียงพยักหน้ารับรู้ แอบถอนหายใจตามหลังเขาไปเสียอีกเมื่ออยู่ลับหลังชายหนุ่ม และไม่นานเขาก็เดินกลับเข้ามาหาเธอด้วยท่าทางเร่งรีบ

“ขอโทษนะครับ คืนนี้ผมคงต้องขอตัวก่อน เอาไว้โอกาสหน้าเราคงได้พบกันอีกนะครับ”

“แล้วฉันจะติดต่อคุณได้อย่างไรคะ” สกุณาไม่ยอมปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปแน่ๆ ชั่วโมงนี้ลืมไปได้เลยกับคำว่ากุลสตรีไทย

“นี่เบอร์ผมครับ ถ้าคุณยาใจไม่สบายใจอะไรก็โทรหาผมได้” เวหาล้วงหยิบนามบัตรของเขาออกมายื่นให้หญิงสาว

“ตลอดเวลาหรือเปล่าคะ” สกุณาแกล้งถามกระเซ้าเพื่อลองเชิง

“แล้วแต่คุณจะสะดวกครับ ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับ” เวหาส่งยิ้มเก๋ให้ก่อนจะก้าวออกจากคลับไปอย่างรวดเร็ว

“อะไรเนี่ย…ลงทุนแต่งตัวแทบตายได้มาแค่เบอร์โทร” นักข่าวสาวบ่นพึมตามหลังเขาไปอย่างสุดเซ็ง แต่มาคิดดูอีกทีก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

คืนนั้นสกุณาไม่เสียเวลานั่งดื่มต่อ เธอขอกลับห้องไปนอนเอาแรงก่อนเพราะว่าพรุ่งนี้อาจจะต้องเข้าออฟฟิศแต่เช้าเพื่อไปรายงานความคืบหน้าให้บอกอคนงามทราบ และคงต้องมานั่งคิดกันต่อไปว่าจะเอาอย่างไรดีกับเบอร์โทรที่ได้มา จะใช้มันอย่างไรเพื่อให้คุ้มค่ากับการลงทุนแปลงโฉมในครั้งนี้มากที่สุด



ญาณนันต์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 23 ม.ค. 2555, 09:02:56 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 23 ม.ค. 2555, 09:02:56 น.

จำนวนการเข้าชม : 2671





<< 2 : ตามติดชีวิตเวหา   4 : อุบัติเหตุ >>
รอรัก 23 ม.ค. 2555, 09:20:47 น.
อืมมมมมมมมมมม ยาใจ กะ น้องตั้งใจ เหอ เหอ เหอ รักตั้งใจคร้า


nunoi 23 ม.ค. 2555, 09:56:24 น.
ชื่อยาใจ คงถูกใจ นายเวหาจริงๆ


หมูอ้วน 23 ม.ค. 2555, 10:58:14 น.
รอตอนต่อไปค่ะ หนูยาใจ จะมีแผนอะไรต่อ หุหุ


ของขวัญ 23 ม.ค. 2555, 11:16:47 น.
รอตอนต่อไปค่ะ ว่ายาใจ จะทำอะไรต่อ


เคสิยาห์ 23 ม.ค. 2555, 12:49:10 น.
บุคลิกของใต้หล้านั้นยากที่เขียนจริงๆ ผู้ชายแนว metrosexual ในเมืองไทยหายาก ถ้าหลุดกรอบก็เกย์เลย ทั้ง 3 ท่านที่เขียนมาก็ไม่ได้ให้รายละเอียดของตัวใต้หล้ามากสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังอยู่ในกรอบเดียวกัน งานหนักสำหรับนักเขียนน้องเล็ก ฝันหวาน จริงๆ แต่เป็นอะไรที่น่าจะน่าท้าทายสำหรับ คุณฝันหวาน บุคลิก อากัปกริยาของใต้หล้าหลายครั้งที่อ่านแล้วรู้สึกว่า ถ้าตัวละครนี้เป็นเกย์ก็ไม่น่าสงสัย แต่จริงๆแล้วถูกกำหนดให้เป็นเจ้าพ่อปาร์ตี้เซ็กส์ ซึ่งแบบ อือม ขัดกันในตัว ขอเป็นกำลังใจให้นักเขียนน้องเล็กสุดท้อง ทำเรื่องราวของใต้หล้าออกมาอย่างดีที่สุดนะคะ


น้ำค้าง 23 ม.ค. 2555, 12:59:02 น.
มาแบบสาวร้อนแรงเลยนักข่าวสาวเราเนี่ย


แพม 23 ม.ค. 2555, 13:13:49 น.
สรุปว่าเปลี่ยนไปจากอีกภาคที่เขียนไว้ใช่ไหมคะ


Zephyr 23 ม.ค. 2555, 17:11:44 น.
ไม่ให้นกความจำเสื่อมแล้วเหรอคะ แต่แบบนี้ก็โอเคนะ แรกๆแอบหมั่นไส้สกุณาเล็กน้อยถึงปานกลาง เล่นเกาะนายเวแจเลย มาเจอบทดราม่าเริ่มเห็นใจหน่อยๆ เชียร์ให้นายเวหลบได้ ไหลลื่นต่อไปนะคะ และก็เชียร์ให้นกได้ข่าวและได้สามีในเร็ววัน ฮ่าๆๆๆ เชียร์แบบนี้ใครจะชนะเนี่ย


konhin 23 ม.ค. 2555, 18:10:53 น.
นกน้อยจะบินบนเวหาได้มั้ยหนอออ


ปูจ้า 23 ม.ค. 2555, 18:17:50 น.
ฉบับปรับปรุงใหม่ สนุกเข้มข้นดีค่ะ


anOO 23 ม.ค. 2555, 18:33:07 น.
ลงทุนแต่งตัวไปซะเยอะ ได้มีแค่เบอร์โทร
งั้นต่อไปเลิกลงทุนเหอะ เผื่อจะได้มากกว่าเบอร์โทร


lovemuay 23 ม.ค. 2555, 19:49:26 น.
เล่นกะไฟระวังด้วยนะจ๊ะ ยาใจ


ลูกกวาดสีส้ม 23 ม.ค. 2555, 21:02:43 น.
ชอบอันนี้มากกว่าค่ะ


nutcha 24 ม.ค. 2555, 02:45:55 น.
รักตั้งใจที่สุด


XaWarZd 24 ม.ค. 2555, 05:18:41 น.
love the re-write version....


Siang 24 ม.ค. 2555, 08:59:29 น.
พอรีไรท์แล้ว ชอบมากกว่าเวอร์ชั่นเก่าค่ะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account