สุดฝั่งฝัน
ความฝันของเขาคือการได้พบกับน้องชายที่พลัดพราก หากเมื่อได้กลับมาพบกันอีกครั้ง นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มดุจท้องทะเลลึกของเด็กชายตัวน้อยในอดีต บัดนี้กลับระอุไปด้วยเพลิงแค้น สุดปลายทางความฝันของเขาจะเป็นเช่นไร จะมีทางหรือไม่ที่จะได้น้องชายคนเดิมกลับมา
Tags: ซึ้ง ดราม่าเล็ก ๆ

ตอน: ตอนที่ 5

5…

เกเบรียลลาหยิบชุดราตรียาวสีน้ำเงินสดออกมาจากกล่อง ชุดนี้เป็นแบบเปลือยไหล่หนึ่งข้าง ตัวเสื้อตัดแบบเฉียง มีสายคล้องไหล่เพียงข้างเดียว ด้านหลังเว้าลึกเล็กน้อย เป็นแบบเรียบหรูที่แฝงความเซ็กซี่เย้ายวนอย่างแนบเนียน หญิงสาวลูบมือไปตามความยาวของชุด เนื้อผ้านั้นให้สัมผัสละเอียดนุ่มมือ ชุดนี้คงราคาแพงน่าดู นิโคลัสช่างไปสรรหามาได้อย่างรวดเร็วแทบไม่น่าเชื่อ เขาคงเป็นคนเอาแต่ใจมาก ๆ ประเภทอยากได้อะไรก็ต้องเอาให้ได้อย่างใจ หญิงสาวครุ่นคิดอยู่ในใจถึงความสัมพันธ์ของสองหนุ่มพี่น้อง เธอรู้เพียงแอนดรูว์กับนิโคลัสเป็นพี่น้องร่วมมารดา หากทำไมนิโคลัสจึงดูไม่ไยดีแอนดรูว์นัก ในขณะที่แอนดรูว์มักจะพูดถึงน้องชายด้วยความรักและคิดถึงอยู่เสมอ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่ผนังห้องแล้วถอนหายใจ ใกล้ถึงเวลาที่นิโคลัสบอกว่าจะส่งคนมารับ ไม่มีเวลาคิดมากแล้ว ยังไงถ้านิโคลัสรักษาสัญญา หลังจากวันนี้แล้ว เขาต้องไปพบกับพี่ชายตามที่รับปากกับเธอเอาไว้

นิโคลัสยืนอยู่ที่ริมระเบียงของร้านอาหารชื่อดังซึ่งชายหนุ่มจองเอาไว้เป็นการส่วนตัว เขากำลังมองเกเบรียลลาก้าวลงจากรถยนต์คันหรูที่แบรนดอนเปิดประตูไว้ให้ อย่างที่เขาคิดเอาไว้ หญิงสาวสวยสง่าในชุดที่เขาเลือกให้จริง ๆ สีน้ำเงินช่วยขับผิวขาวนวลให้โดดเด่นยิ่งกว่าใคร รอยผ่าของชุดแยกออกจากกันเล็กน้อย เผยให้เห็นเรียวขาสวยตามจังหวะย่างก้าว ชายหนุ่มเดินหันกลับมาจังหวะเดียวกับที่ประตูเปิดพอดี นิโคลัสส่งยิ้มให้คนที่เพิ่งเดินเข้ามา

“สวัสดีครับคุณหมอ วันนี้คุณดู” ดวงตาคมปลาบจ้องมองไปยังร่างงามอย่างเปิดเผย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก “สวยมาก”

นิโคลัสเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาว เมื่อนั่งลงแล้วเกเบรียลลายิ้มตอบอย่างไม่ถือสา

“ขอบคุณค่ะ แต่อย่ามาเสียเวลาเฟลิตกับฉันเลย ฉันมีคู่หมั้นแล้ว”

“คุณทำผมใจสลายนะนี่” นิโคลัสแกล้งทำตาโตพร้อมกับยกมือขึ้นทาบหัวใจ
เสียงใสหัวเราะออกมาเบา ๆ กับคำหยอกเย้าของอีกฝ่าย

“แค่หมอธรรมดาอย่างฉัน คงไม่สามารถทำให้หัวใจคุณนิคสลายได้หรอกมั้งคะ” ก็เท่าที่เคยได้ยินมา นิโคลัสมักควงแต่สาวสวยดีกรีนางงามหรือไม่ก็นางแบบทั้งนั้น

“บางทีแค่หมอธรรมดาก็น่าสนใจพอนะครับ” นิโคลัสหยอดคำหวานต่ออีกนิด ก่อนที่จะรับเมนูจากพนักงานแล้วส่งให้หญิงสาว

หลังจากทั้งคู่เลือกรายการแล้ว ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ ชายหนุ่มชวนคุณหมอสาวไปชมวิวสวยริมระเบียง เกเบรียลลามองไปยังทัศนียภาพยามค่ำคืนเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้ม แล้วจึงหันกลับมาชวนคุย

“คุณชอบกีฬาขี่ม้าโปโลไหมคะ”

“ทำไมล่ะ” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ หากเขารู้จุดประสงค์ของคำถามนี้เป็นอย่างดี

“ก็พี่ชายคุณคลั่งไคล้กีฬานี้มาก จนฉันอยากรู้ว่าคุณจะเหมือนเขารึเปล่า” เกเบรียลลาลองเลียบเคียงเอ่ยถึงแอนดรูว์เพื่อหยั่งเชิง

นิโคลัสนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะถามกลับโดยไม่ยอมตอบ “คุณกับคู่หมั้นรู้จักกันมานานเท่าไหร่แล้ว ทำไมถึงได้หมั้นกับเขาล่ะ”

“ก็มีสักกี่เหตุผลกันล่ะคะ ที่คนเราจะหมั้นกัน” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยกับคำถามไร้มารยาทของคนตรงหน้า

“เยอะแยะไป เงิน ชื่อเสียง ผลประโยชน์ทางธุรกิจ” เขายักไหล่ด้วยท่วงท่าสบาย ๆ

“คุณลืมไปอีกอย่างรึเปล่าคะ ความรักน่ะ”

นิโคลัสแค่นเสียงหัวเราะอย่างไม่เชื่อถือนัก ทำให้เกเบรียลลาถอนใจกับความคิดหยาบกระด้างของชายหนุ่ม

“คุณนี่มองโลกในแง่ร้ายจังนะคะ ไม่เห็นเหมือนพี่ชายคุณเลยสักนิด”

เกเบรียลลาพูดเท่านั้น แววตาคมก็โชนแสงขึ้นอย่างน่ากลัว หญิงสาวตระหนกจนเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว เมื่อรับรู้ได้ถึงอารมณ์โกรธของเขา

“เคยมีใครบอกคุณหรือเปล่า ว่าเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ชาย” นิโคลัสก้าวตาม หากเกเบรียลลายังคงถอยหนี ชายหนุ่มกระตุกยิ้มเย็นกับท่าทีหวาดกลัวนั้นแล้วพูดต่อ

“ไม่ควรพูดถึงผู้ชายคนอื่น โดยเฉพาะเป็นการเปรียบเทียบ” เขายังคงก้าวตามไปอีก

“เพราะมันจะทำให้เขาโกรธ” สองมือของนิโคลัสคว้าหมับที่ต้นแขนนวลดึงเข้าหาตัวอย่างแรง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายก้มลงหาใบหูบอบบาง ก่อนที่เสียงทุ้มจะคำรามแตกพร่า “กระทั่งลืมตัว”

เกเบรียลลายังไม่ได้ทันได้เบี่ยงตัวหนีอย่างใจคิด เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวประทับลงมายังกลีบปากของเธออย่างหนักหน่วง ก่อนที่จูบรุกรานจะค่อย ๆ อ่อนโยนขึ้น จุมพิตที่แทบจะขโมยลมหายใจของหญิงสาวไปทั้งหมด เธอเริ่มได้สติเมื่อรู้สึกถึงปลายลิ้นอุ่นซ่านที่แทรกเข้ามา เกเบรียลลายกมือขึ้นผลักอกชายหนุ่มออกไปเต็มแรง หญิงสาวก้าวถอยหลัง ทรงกายแทบไม่อยู่ ลมหายใจหอบสะท้าน

“เป็นไงบ้าง รสจูบของผม เหมือนหรือต่างกับของเขาล่ะ” นิโคลัสยิ้มสาแก่ใจที่เห็นท่าทางอ่อนเปลี้ยของคนตรงหน้า หญิงสาวอยากเปรียบเทียบเขากับพี่ชายดีนัก มันก็สมควรแล้ว

ดวงตาสีน้ำผึ้งไหวระริกด้วยความเจ็บใจ ริมฝีปากนุ่มบางเม้มแน่น ก่อนที่ฝ่ามือเรียวจะตวัดไปยังใบหน้างดงามราวเทพบุตรนั้นอย่างแรง

“คุณ...คุณมันทุเรศที่สุด!”

ใบหน้าของนิโคลัสสะบัดไปตามแรงมือของหญิงสาวเพียงเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำเงินเข้มตวัดมองกลับมาอย่างกราดเกรี้ยว ไม่เคยมีใครกล้าแตะเขามาก่อน เกเบรียลลาเป็นผู้หญิงคนแรกที่กล้าตบหน้าเขาแบบนี้ ชายหนุ่มคว้าข้อมือบาง บีบแน่นจนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

เขากำลังนึกจะให้บทเรียนเธออีกสักครั้ง หากถูกขัดจังหวะเมื่อประตูห้องวีไอพีนั้นเปิดออกพร้อมกับที่พนักงานเสิร์ฟเดินถืออาหารเรียกน้ำย่อยจานแรกเข้ามา เกเบรียลลาฉวยจังหวะที่ชายหนุ่มหันไปมอง เธอกระตุกข้อมือ ก่อนจะรีบหยิบกระเป๋าถือแล้ววิ่งผลุนผลันออกไปจากห้อง ท่ามกลางความงุนงงของผู้ที่เพิ่งเข้ามาใหม่

แบรนดอนรีบลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นคุณหมอสาววิ่งตรงมา เขาเพียงนั่งรออยู่ด้านนอกจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“คุณหมอ” ชายหนุ่มเรียก หากเกเบรียลลาไม่หยุด และไม่ได้หันมามองเสียด้วยซ้ำ แบรนดอนกำลังจะตามหญิงสาวไป หากเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มเดินออกมาอย่างไม่รีบร้อน เขาจึงหยุด

“จะตามไปไหมครับ”

นิโคลัสพยักหน้า “ตามไปห่าง ๆ แล้วกัน”

แบรนดอนรีบวิ่งไปเปิดประตูรถให้เจ้านาย ก่อนจะเข้าประจำที่หลังพวงมาลัยรถแล้วขับตามหญิงสาวไปห่าง ๆ ตามคำสั่ง


เมื่อวิ่งเลยร้านอาหารมาได้พอสมควร เกเบรียลลาจึงผ่อนฝีเท้าลง หญิงสาวหยุดเดินและยกมือขึ้นป้ายริมฝีปากอย่างโมโหราวกับการกระทำนี้จะลบสัมผัสเมื่อครู่นั้นออกไปได้ ดวงตาคู่สวยแวววาวไปด้วยหยาดน้ำตา หากไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจ แต่เป็นน้ำตาจากความโกรธ เจ็บใจมากเสียจนได้แต่ยืนตัวสั่นโดยไม่รู้จะทำอย่างไรดี เธอหันมองไปรอบ ๆ เพื่อหาทางกลับบ้าน สุดท้ายแล้วจึงตัดสินใจหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาแอนดรูว์

นิโคลัสมองร่างบางที่ยังยืนอยู่ข้างทางด้วยดวงตาเฉยเมย หญิงสาวกำลังห่อไหล่และยกมือขึ้นกอดอกด้วยความหนาว ซึ่งก็คงเป็นเพราะชุดที่เขาเลือกให้นั่นเอง

สักพักแสงไฟจากรถอีกคันก็สาดเข้ามาก่อนที่จะดับลง และแอนดรูว์ก้าวลงจากรถตรงไปหาคู่หมั้นสาวอย่างรีบร้อน

“แก๊บบี้ เกิดอะไรขึ้น”

เกเบรียลลาโผเข้ากอดชายหนุ่ม ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก เธอไม่รู้จะบอกเขาดีหรือไม่ ว่าผู้ที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ ก็คือน้องชายของเขาเอง น้องชายที่เขาร่ำร้องอยากพบอยากเจอมานานหลายปี หญิงสาวตัดสินใจปิดปากเงียบ เธอไม่จำเป็นต้องสร้างความหนักใจให้แอนดรูว์ ต่อไปเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้น เพราะเธอจะไม่มีวันเข้าใกล้นิโคลัสอีกแล้ว

“เกิดอะไรขึ้น บอกผมสิครับ” แอนดรูว์โอบร่างเพรียวไว้ในวงแขนอย่างนุ่มนวล มือแข็งแรงลูบเบา ๆ ไปที่แผ่นหลังของหญิงสาวเพื่อปลอบขวัญ เกเบรียลลาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มแล้วฝืนยิ้ม

“ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่มีเรื่องทะเลาะกับ...” เธอหยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะจำใจพูดออกมาว่า “เพื่อน นิดหน่อย ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่จู่ ๆ ก็โทรไปเรียกคุณออกมาแบบนี้”

แอนดรูว์รู้ดีว่าคงไม่ใช่แค่นิดหน่อยอย่างที่หญิงสาวบอกแน่ หากเขาก็ไม่คาดคั้น แค่เพียงตอนนี้เกเบรียลลาปลอดภัยดีเขาก็พอใจแล้ว ทีแรกที่ได้รับโทรศัพท์ ชายหนุ่มตกใจแทบตาย เอาไว้ให้เธอสบายใจมากกว่านี้ แล้วเขาจะลองถามดูอีกที

แอนดรูว์ยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยตอบ “ไม่เป็นไร คุณรอตรงนี้แป๊บนึงนะ”

ชายหนุ่มเดินไปหยิบแจ็คเกตในรถมาให้เกเบรียลลา เขานำเสื้อตัวนั้นคลุมไปรอบบ่าบอบบาง ก่อนจะโอบเบา ๆ พาหญิงสาวออกเดินไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่เพื่อพาเธอกลับบ้าน


แบรนดอนลอบมองเจ้านายหนุ่มอยู่นาน หากดูเหมือนนิโคลัสจะไม่รู้ตัว เมื่อเขาเอาแต่จ้องมองเหตุการณ์ข้างหน้าไม่วางตา ดวงตาเฉยชาเมื่อสักครู่พลันประทุเข้มขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นความใกล้ชิดสนิทสนมของสองหนุ่มสาว

แบรนดอนกระแอมเล็กน้อย เขาถามขึ้นหลังจากเห็นรถของอีกฝ่ายเคลื่อนออกไปแล้ว

“จะให้ตามไปอีกไหมครับ”

“ไม่ต้อง” นิโคลัสตอบเสียงเรียบ

“ครับ กลับบ้านเลยไหมครับ” แบรนดอนรับคำพร้อมกับถาม

“อืม” ผู้เป็นนายตอบแล้วเบือนหน้าไปมองข้างทางเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับมา

“แบรนด์ งานที่ฉันสั่งให้ไซม่อนไปทำ เรียบร้อยหรือยัง”

“คิดว่าน่าจะลงมือวันนี้ครับ” แบรนดอนตอบ

“ดี” แววตาคมเป็นประกาย ริมฝีปากกระตุกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ

“แล้วคุณนิคจะไปพบกับนายแอนดรูว์ตามที่บอกคุณหมอไว้ไหมครับ” แบรนดอนยังสงสัย เมื่อนัดเดทคืนนี้ของเจ้านายล่มไม่เป็นท่า ทั้งคู่ยังไม่มีใครได้แตะอาหารค่ำสุดหรูเลยสักคนด้วยซ้ำ

“ไปสิ ฉันจะไปทักทายพี่ชายสุดที่รักแบบถึงเนื้อถึงตัวเลยเชียวล่ะ” ยามเมื่อเอ่ยตอบ ยิ้มของนิโคลัสยิ่งดูเย็นยะเยือกมากขึ้น


โรเจอร์เฝ้ามองลิลลี่คอยเอาใจบรรดาลูกค้านักพนันในคลับคาสิโนแห่งนี้อย่างไม่ชอบใจนัก เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักมากเหลือเกิน ไม่ควรจะต้องมาทำงานที่ดูไร้ศักดิ์ศรีแบบนี้เลย จากที่นิโคลัสเคยบอก หญิงสาวมีแม่ที่กำลังป่วย เธอจึงจำเป็นต้องหาเงินให้ได้เยอะ ๆ เขาอยากจะช่วยเธอ หากตัวเขาเองก็เป็นเพียงพนักงานคนหนึ่งในบริษัทของหลานชาย ไม่ได้ร่ำรวยอะไร หนุ่มใหญ่สาดเหล้าลงคอไปอีกอึกใหญ่ เมื่อลิลลี่เดินเข้ามาหา

“ไม่ไปเล่นสนุกเหมือนคนอื่นเหรอคะ ทำไมมานั่งแกร่วอยู่ตรงนี้คนเดียว” หญิงสาวถามพร้อมกับส่งยิ้มเอาใจ

“ไม่ล่ะครับ” โรเจอร์ยิ้มตอบและปฏิเสธเสียงนุ่ม คราวที่แล้วเขาก็เล่นเสียไปเยอะ ดีที่นิโคลัสออกให้ ไม่เช่นนั้นเขาก็ยังไม่รู้ว่าจะไปหาเงินมาใช้หนี้พนันนั้นจากที่ไหน

ลิลลี่นั่งลงข้างโรเจอร์ ขยับเข้าใกล้เขาอย่างแนบเนียนไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าเป็นการจงใจ เธอชวนเขาคุยอย่างสนุก คอยเติมเหล้าในแก้วของหนุ่มใหญ่ให้เต็มอยู่เสมอ หากไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะมันเป็นงานของหญิงสาว ที่ต้องคอยเอาใจและบริการแขกคนสำคัญอยู่แล้ว โรเจอร์เพลิดเพลินกับเสียงหัวเราะใสนั้น กระทั่งรู้ตัวว่าเริ่มมึนจากฤทธิ์สุรา เขารีบยกมือขึ้นห้าม เมื่อลิลลี่กำลังจะเติมเหล้าให้เขาอีก

“พอเถอะครับ ผมว่าผมเริ่มจะเมาแล้ว”

“อะไรกัน คุณเพิ่งจะดื่มไปไม่กี่แก้วเอง คออ่อนจังนะคะ” หญิงสาวย่นจมูกใส่เขาอย่างล้อเลียน โรเจอร์มองแล้วหัวเราะอย่างเอ็นดู

ลิลลี่หัวเราะตาม ก่อนจะหันไปมองวงไพ่โต๊ะหนึ่ง ผู้ที่ร่วมเล่นเกมส์พนันกันอยู่ที่โต๊ะนั้นล้วนมีแต่แขกระดับมหาเศรษฐีทั้งสิ้น สีหน้าของหญิงสาวหมองลงเมื่อเห็นชิพกองโตวางอยู่หน้าแต่ละคน

“พวกเขาโชคดีจังนะคะ ที่มีเงินมากมาย” เธอหันกลับมายิ้มเศร้าแล้วพูดต่อ “ถ้าฉันมีเงินอย่างนั้นบ้าง แค่เพียงครึ่งหนึ่งของมูลค่าชิพพวกนั้น แม่ก็คงจะหายป่วยได้”

โรเจอร์คว้ามือเล็กบางของคนตรงหน้ามากุมอย่างปลอบโยน เรื่องแม่ เขาอยากจะช่วยเธอเหลือเกิน

“อย่าคิดมากเลยนะครับ อีกไม่ช้า แม่คุณจะต้องหายป่วยแน่” ดวงตาฉ่ำเยิ้มอย่างคนเริ่มเมามองใบหน้างามนั้นอย่างเห็นใจ

“ขอบคุณค่ะ ฉันก็หวังว่าอย่างนั้นเหมือนกัน” ลิลลี่ดึงมือออกเมื่อเห็นไซม่อนกำลังเดินเข้ามา

“สวัสดีครับคุณโรเจอร์ มาเที่ยวคนเดียวหรือครับ” ไซม่อนทักทายพร้อมกับส่งมือให้โรเจอร์ น้าชายของนิโคลัสจับมือกับอีกฝ่ายแล้วเขย่าเบา ๆ ตามมารยาท

“ครับ แล้วนี่ นิคหลานผมไม่ได้มาด้วยเหรอ”

“ไม่ครับ วันนี้เป็นวันพักผ่อนของผม แบรนด์จะเป็นคนดูแลคุณนิคเอง ดีจริงที่เจอคุณ ผมกำลังหาเพื่อนเล่นไพ่อยู่พอดี ให้เกียรติผมสักเกมส์นะครับ” ไซม่อนเอ่ยชวน

“เอ่อ...” โรเจอร์อึกอัก เขาหันไปมองลิลลี่ อีกฝ่ายยิ้มและพยักหน้าให้กำลังใจ

“ลองดูสิคะ คุณอาจจะมีโชคก็ได้นะวันนี้”

โรเจอร์มึนจากฤทธิ์สุรามาก่อนแล้ว ความมีสติจึงลดน้อยลง เมื่อถูกหญิงสาวที่แอบพึงใจคะยั้นคะยอเข้า เขาจึงหลงกลอย่างไม่รู้ตัว คิดเพียงว่าถ้าได้เงินมาช่วยลิลลี่ก็คงดี

“เอา สักเกมส์ก็ได้”

เมื่อโรเจอร์ตอบตกลง ไซ่ม่อนและลิลลี่จึงลอบหันมาส่งสายตาและพยักหน้าให้กันโดยที่น้าชายของนิโคลัสไม่ทันสังเกตเห็น

ไซม่อนพาโรเจอร์ไปยังโต๊ะพนันโต๊ะหนึ่ง โรเจอร์บอกกับลูกน้องของนิโคลัสตามตรงว่าวันนี้เขาไม่ได้ตั้งใจมาเล่น จึงไม่ได้พกเงินมามากนัก

แล้วโรเจอร์ก็เพิ่งรู้ว่าที่โต๊ะนั้น เจ้าของคาสิโนแห่งนี้กำลังนั่งร่วมวงอยู่ด้วย เมื่อพอผู้ชายคนนั้นได้ยินเข้า เขาก็รีบหันมาเสนอเครดิตให้ทันที เพราะจำได้ว่าโรเจอร์คือน้าของนิโคลัสนั่นเอง ไซม่อนสบตากับเจ้าของคาสิโนคนนั้น ทั้งคู่ยิ้มให้กันอย่างมีความหมาย

เวลาผ่านไป โรเจอร์ขยับเสื้ออย่างอึดอัด เขาเสียมาหลายเกมส์ติดต่อกัน และยังไม่มีทีท่าว่าจะได้คืน ไซม่อนก็เล่นเสียเช่นกัน หากดูเหมือนชายหนุ่มไม่รู้สึกอะไรเลย

“เลิกไหมครับ ดูเหมือนวันนี้เราทั้งคู่จะไม่ได้พกดวงมา” ไซม่อนหันมาถาม

“ก็ดีเหมือนกัน แล้วเรื่องเครดิต” โรเจอร์ลูบเหงื่อที่ขมับ

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยมาเคลียร์ให้วันหลังก็ได้ หวังว่าจะได้ร่วมสนุกกันใหม่นะครับ” เจ้าของคลับพนันเอ่ยอย่างเอื้อเฟื้อ

โรเจอร์ยิ้มขอบคุณอย่างแห้งแล้ง เขาเดินห่างออกมาจากโต๊ะพนันนั้น กวาดตามองหาร่างบางของลิลลี่ หากเมื่อไม่พบ เขาจึงจำต้องกลับโดยที่ยังไม่ทันได้เอ่ยลา

ไซม่อนมองตามหนุ่มใหญ่ที่เพิ่งเดินคอตกกลับไป โชคร้ายของโรเจอร์ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ได้แต่หวังว่าสุดท้ายแล้วเจ้านายของเขาจะไม่โหดกับคนเป็นน้ามากเกินไปนัก เขาหันกลับไปหาหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกาย ก่อนจะส่งเงินให้เธอปึกใหญ่

“ฉันจะรายงานคุณนิคให้ วันนี้เธอทำงานได้ดีมาก”

“ขอบคุณ” ลิลลี่รับเงินนั้นมา ใบหน้างามยิ้มเยือกเย็น แววเศร้าหมองในดวงตาหายไปเสียสนิท ไม่มีเงาของสาวน้อยน่าสงสารคนเดิมหลงเหลืออยู่อีกเลย


เกเบรียลลาตื่นนอนแต่เช้า วันนี้เป็นวันแข่งโปโลของแอนดรูว์ เธอต้องรีบไปให้กำลังใจเขาก่อนใคร ผ่านมาสองอาทิตย์แล้วนับแต่วันที่เธอมีเรื่องกับนิโคลัส ทีแรกหญิงสาวกังวลใจอยู่นานว่าเขาจะเข้ามาวุ่นวายกับเธออีก หากตั้งแต่วันนั้นชายหนุ่มกลับหายเงียบไปเลย เธอถอนหายใจ นิโคลัสยังไม่ยอมมาพบกับพี่ชายตามสัญญา แต่จะถือว่าเขาผิดคำพูดก็ไม่ถูกนัก เมื่อเธอยอมไปดินเน่อร์กับเขาก็จริง หากนัดวันนั้นจบลงโดยที่ทั้งคู่ยังไม่ทันได้เริ่มลิ้มรสอาหารจานแรกด้วยซ้ำ

หญิงสาวแต่งตัวด้วยชุดเดรสกระโปรงบานสีดำลายจุดขาว ที่เอวคอดบางมีเข็มขัดเส้นเล็กแบบผูกเป็นโบว์ เธอเตรียมหมวกปีกกว้างสีขาวคาดด้วยโบว์สีดำพร้อมกับแว่นกันแดดติดมือไปด้วยตามธรรมเนียมปฏิบัติของผู้เข้าชมกีฬาโปโล ที่สุภาพสตรีจะแต่งกายสวยงามด้วยหมวกปีกกว้างสไตล์อังกฤษ

เกเบรียลลาเดินเข้าไปยังสนามโปโล ยังไม่ถึงเวลาแข่ง หากนักกีฬาทั้งสองทีมต่างก็รีบมาเตรียมตัวและเตรียมความพร้อมของม้ากันก่อน เธอเห็นคู่หมั้นหนุ่มอยู่ในชุดแข่งเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เสื้อโปโลสีขาวที่ปกและแขนเสื้อเป็นสีน้ำเงินเข้มปักหมายเลขสอง หมวกกันน็อค ถุงมือ และรองเท้าบู๊ต แอนดรูว์กำลังยืนอยู่ข้างม้าตัวโปรด เขากำลังลูบแผงคอมันเบา ๆ อย่างเอาใจ หญิงสาวยิ้มกับภาพความอ่อนโยนนั้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะรู้ตัวและหันมาเมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้

“มาแล้ว เทพีแห่งโชคของผม” ร่างสูงก้มลงจุมพิตแก้มนวลเมื่ออีกฝ่ายไม่ทันระวังตัว

“คุณนี่” เกเบรียลลาตีเขาเบา ๆ พร้อมกับหัวเราะอย่างไม่ถือสา เพราะสัมผัสเมื่อครู่ไม่ได้ส่อไปในทางชู้สาวเลย เขาทำเหมือนหอมแก้มเด็กหญิงเล็ก ๆ คนหนึ่งเท่านั้น

ทั้งคู่คุยกันอยู่สักพัก เมื่อใกล้จะถึงพิธีเปิดการแข่งขัน แอนดรูว์จึงพาคู่หมั้นเดินไปยังที่นั่งชม เดี๋ยวตัวเขาเองก็ต้องกลับเข้าไปด้านในเหมือนกัน เมื่อถึงข้างสนามเกเบรียลลาก็ยิ้มให้ชายหนุ่ม

“โชคดีนะคะ” หญิงสาวกล่าวอวยพร

“แค่นี้เองเหรอ” คนพูดทำหน้ามุ่ยจนเกเบรียลลาอดขำไม่ได้

“แค่นี้แหละค่ะ” เธอยังคงยืนยัน

“ไม่เอา จูบอวยพรผมก่อน” คนตัวโตเริ่มออกอาการงอแงจนคู่หมั้นสาวทั้งขำทั้งหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน

“ไม่เอาหรอกค่ะ คนเยอะแยะ” เกเบรียลลาย่นจมูกใส่อีกฝ่าย

“ไม่เห็นเป็นไรเลย ใคร ๆ ก็รู้ว่าเราเป็นคู่หมั้นกัน” พูดจบชายหนุ่มก็หันไปมองรอบ ๆ ก่อนจะพูดต่อ “ไม่เห็นมีใครมองซะหน่อย”

คุณหมอสาวยังไม่ทันอนุญาตเมื่อใบหน้าหล่อคมคายนั้นก้มลงมา ปากนุ่มแตะที่ริมฝีปากบางของหญิงสาวอย่างแผ่วเบาก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูง

“ขอบคุณครับ ได้รับพรจากนางฟ้าแล้ว วันนี้ผมต้องชนะแน่” ดวงตาสีเทากระจ่างนั้นพราวระยับพร้อมกับยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะก้าวจากไป

เกเบรียลลาได้แต่ยิ้มอย่างอ่อนใจเมื่อชายหนุ่มไปแล้ว สงสัยนิสัยเอาแต่ใจจะอยู่ในสายเลือด เมื่อเป็นเหมือนกันหมดทั้งพี่ทั้งน้อง หากสัมผัสของผู้เป็นพี่นั้นมีแต่ความนุ่มนวลอ่อนหวาน ขณะที่สัมผัสของคนน้องกลับมีแต่ความรุนแรง รุกรานและหยาบคาย

หญิงสาวเดินไปเลือกที่นั่ง เธอหันไปยิ้มตอบสองสามีภรรยาที่นั่งถัดไปทางด้านขวาที่ส่งยิ้มมาให้อย่างเป็นมิตร ไม่นานนักพิธีเปิดก็เริ่มขึ้น เมื่อประธานกล่าวจบ นักกีฬาและม้าทั้งสองทีมก็เริ่มเข้าสู่สนาม เกเบรียลลามองตรงไปยังคู่หมั้นหนุ่ม ร่างสูงสง่าบนหลังม้านั้นดูผึ่งผายยิ่งนัก ทีมของชายหนุ่มอยู่ในเสื้อขาวขลิบน้ำเงิน ขณะที่อีกฝ่ายอยู่ในเสื้อชมพูเข้ม

จากนั้นลูกบอลโปโลถูกโยนลงสู่สนาม เป็นสัญญาณของการเริ่มเกมส์การแข่งขันในชักก้าแรก เกมส์นี้ไม่มีใครได้แต้มต่อเพราะแฮนดิแคพของทีมใกล้เคียงกัน แค่เริ่มเกมส์ไม่ถึงนาทีแอนดรูว์ก็แผลงฤทธิ์อาศัยความเร็วยิงลูกให้ทีมขึ้นนำ เกเบรียลลาปรบมือให้ด้วยความดีใจ

“ดีใจออกนอกหน้าเชียวนะ” ร่างบางสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงพูดข้างหู เธอหันไปมองแล้วใบหน้างดงามก็เกร็งเครียดขึ้นทันที เมื่อเห็นว่าคนพูดคือนิโคลัส

“อะไรกัน นี่ยังไม่หายโกรธผมอีกเหรอ” นิโคลัสรีบคว้าข้อมือบาง เมื่อหญิงสาวถลันลุกขึ้นยืน ใบหน้าหล่อเหลานั้นระรื่นเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ทำให้เกเบรียลลายิ่งโมโห

“อย่ามายุ่งกับฉัน” เธอพยายามบิดข้อมือบาง

“โธ่ เรื่องวันนั้น ผมขอโทษ” นิโคลสัสพูดเสียงออดอ้อน หากยังไม่ยอมปล่อยมือ เมื่อเห็นสีหน้าระแวงของอีกฝ่าย เขาก็รีบพูดต่อ

“นี่ไง ผมมาพบพี่ชายตามสัญญาแล้วนะ แต่ถ้าคุณยังไม่หายโกรธ ผมก็ไปล่ะ”
ชายหนุ่มปล่อยข้อมือหญิงสาว แล้วเป็นฝ่ายลุกขึ้นบ้าง

เกเบรียลลาชั่งใจ ไม่ไว้ใจนิโคลัสเลยสักนิด ก็เขาเจ้าเล่ห์ออกจะตายไป หากเมื่อตัวชายหนุ่มมาอยู่ตรงนี้แล้ว นี่ก็เป็นโอกาสดีที่สุดที่สองพี่น้องจะได้พบกันซะที

“เดี๋ยว” เธอจะยอมเชื่อเขาอีกสักครั้งก็ได้ แต่จะเป็นแค่ครั้งสุดท้ายเท่านั้น

นิโคลัสลอบยิ้มแล้วนั่งลงเหมือนเดิม เขาหันไปมองเสี้ยวหน้างามที่ยังคงบึ้งตึงก่อนจะกลับไปชมเกมส์การแข่งขัน กรรมการเป่านกหวีดหมดเวลาชักก้าที่สองพอดี
เสียงพิธีกรประกาศเรียกบรรดาผู้ชมให้ลงไปย่ำสนามตามประเพณีของการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโล ซึ่งเป็นการช่วยเกลี่ยดินที่ถูกขุดขึ้นม้าจากการวิ่งของม้า และยังถือเป็นธรรมเนียมพบปะพูดคุยกันระหว่างผู้ชม หรือกับนักกีฬาเองด้วย เกเบรียลลารีบฉวยโอกาสนี้หันไปชวนนิโคลัส

“ลงไปช่วยเขาย่ำดินกันดีกว่าค่ะ” หญิงสาวพูดพลางออกเดินนำ เธอเห็นด้วยหางตาว่านิโคลัสลุกขึ้นเดินตามไปด้วยอาการเกียจคร้าน

เกเบรียลลาเดินไปถึงกลางสนาม เธอส่งยิ้มให้แอนดรูว์ ชายหนุ่มถอดหมวกออกเผยให้เห็นเส้นผมสีทองเป็นประกายที่ตอนนี้ชุ่มไปด้วยเหงื่อ

“ดูสิคะ ฉันพาใครมาด้วย”

แอนดรูว์มองไปด้านหลังหญิงสาว คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความสงสัย

“ไหนล่ะครับ ใคร” ชายหนุ่มถาม เมื่อเขาเห็นเกเบรียลลายืนอยู่เพียงคนเดียว

หญิงสาวหันไปด้านหลัง หากพบเพียงความว่างเปล่า เธอหันซ้ายขวากวาดสายตาไปทั่วบริเวณ แต่ไม่พบวี่แววของนิโคลสัสเลย เอาอีกแล้ว คราวนี้เธอโดนหลอก จิตแพทย์สาวคิดอย่างโมโห แต่เธอก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

“แค่คนที่มาดูการแข่งขันคนหนึ่งน่ะค่ะ แต่เขาหายไปไหนแล้วไม่รู้” เกเบรียลลาตอบเลี่ยงไปอย่างนั้น ถ้าแอนดรูว์รู้ว่าน้องชายอยู่ที่นี่ตอนนี้ เขาคงเสียสมาธิแน่ และดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ติดใจอะไร เมื่อเขาหันไปสนทนากับผู้มาชมการแข่งขันคนอื่น ๆ

ถึงเวลาเริ่มการแข่งขันในชักก้าที่สาม เกเบรียลลาเดินกลับไปยังอัฒจันทร์ด้วยความขุ่นเคือง นิโคลัสไม่ได้กลับมา ไม่รู้ชายหนุ่มหายตัวไปไหน เธอพยายามไม่นึกถึงคนเจ้าเล่ห์นั่นอีกและหันไปสนใจเกมส์การแข่งขันต่อ

ตอนนี้เกมส์เริ่มทวีความดุเดือดมากขึ้น แอนดรูว์เพิ่งเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามมีการเปลี่ยนตัวนักกีฬา เขาสังเกตว่าผู้เล่นที่เพิ่งลงมาใหม่นั้นเก่งและเร็วมาก ชายหนุ่มรีบกลับไปมีสมาธิกับเกมส์ต่อเมื่อเพื่อนร่วมทีมตีลูกส่งมาให้ แอนดรูว์ตีลูกออกไปข้างหน้าและควบม้าตามไป ผู้เล่นคนหนึ่งควบม้าวิ่งเข้ามาทางด้านซ้าย ชายหนุ่มรีบกระตุกบังเหียน เขาไม่คิดว่าจะมีใครเข้ามาแย่งลูกจากทางซ้ายเพราะถือเป็นการทำฟาวล์ที่รุนแรงและอันตราย เขาเงยหน้าขึ้นมองฝ่ายตรงข้าม ดวงตาสีน้ำเงินเข้มสวยมองตอบกลับมาพร้อมกับริมฝีปากที่กระตุกยิ้มขึ้น

“นิคกี้!”

ดวงตาสีเทาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือใคร ม้าของนิโคลัสยังคงเบียดเข้ามาเพื่อแย่งลูก และด้วยความเผลอตัว ร่างสูงลอยกระเด็นตกจากหลังม้าลงกระแทกกับพื้นหญ้า ทั่วทั้งสนามเงียบกริบ มีเพียงเสียงร้องด้วยความตกใจของผู้ชมบางคน

แอนดรูว์รู้สึกจุกและเจ็บที่เข่าขวา เขาพยายามจะขยับขาแต่ทำไม่ได้ เจ้าหน้าที่หลายคนรีบวิ่งเข้ามาพร้อมเครื่องมือปฐมพยาบาล พวกนั้นรีบหามเขาขึ้นเปลออกจากสนาม หากเขาไม่สนใจ คนเดียวที่เขาหันไปมองคือนิโคลัส

“นิคกี้” ชายหนุ่มเรียกซ้ำ หากน้องชายของเขาเพียงกำลังมองตรงมาด้วยแววตาเรียบเฉย

เกเบรียลลายืนขึ้นด้วยความตระหนก พอได้สติเธอก็รีบวิ่งลงจากอัฒจันทร์ไปหาคู่หมั้นหนุ่มที่ข้างสนาม เมื่อไปถึงแอนดรูว์ยังได้สติดีอยู่ หากดูเหมือนเขาจะยังขยับตัวไม่ได้ นักกีฬาทั้งสองทีมต่างก็รีบเข้ามาดูอาการของชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง โดยที่นิโคลัสเดินรั้งท้ายตามมาอย่างไม่รีบร้อน เกเบรียลลาเห็นท่าทางเรื่อยเฉื่อยนั้น ความโกรธของเธอก็ทวีขึ้นถึงขีดสุด หญิงสาวตรงรี่เข้าไปหาเขาทันที

“คุณทำอะไรลงไป รู้ตัวบ้างหรือเปล่า”

นิโคลัสมองหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหของอีกฝ่ายอย่างไม่เดือดร้อน

“มันเป็นอุบัติเหตุ ใคร ๆ ก็เห็น” ตอบพร้อมกับยักไหล่ด้วยท่าทางสบาย ๆ

เกเบรียลลาก้าวเข้าไปจ้องหน้าเขา “ฉันรู้ว่าคุณตั้งใจ คุณบ้าไปแล้วหรือไง คุณทำเขาพิการได้เลยนะ”

“กล่าวหากันแรงไปหรือเปล่าครับ” นิโคลัสยังคงพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

“คุณไม่รู้หรอกว่าผู้ชายคนนั้น” หญิงสาวชี้มือไปที่ร่างของคนบาดเจ็บที่ตอนนี้อยู่บนรถพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะหันกลับมาพูดต่อ “เขารักคุณมากขนาดไหน แต่คุณก็ยังทำร้ายเขาได้ลง คุณนี่มันปีศาจชัด ๆ”

ดวงตาคมสีน้ำเงินเข้มโชนแสงขึ้นทันทีหลังคำต่อว่า นิโคลัสกระชากข้อมือหญิงสาวเข้าหาตัว

“ผมไม่เคยบอกคุณสักคำว่าผมเป็นคนดี ใช่ ผมมันปีศาจ” มือแข็งราวคีมเหล็กบีบข้อมือบางแน่นขึ้นอีก ใบหน้าของชายหนุ่มก้มลงมาชิดดวงหน้างาม ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงลอดไรฟัน

“คุณรอดูต่อไปเถอะ นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นนะ ผมจะเลวให้ยิ่งกว่านี้อีก”

นิโคลัสปล่อยข้อมือบางอย่างแรงจนหญิงสาวเซไปเล็กน้อย เขามองแล้วกระตุกยิ้มหยันขึ้นแว่บหนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในสนาม เกเบรียลลามองตามแผ่นหลังกว้างในเสื้อโปโลสีชมพูเข้มนั้นอย่างเจ็บใจ เธอหันหลังเดินไปอีกทางเพื่อตามคู่หมั้นหนุ่มไปที่โรงพยาบาล

....................................................................



ปุญณิศา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 23 ม.ค. 2555, 18:56:00 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 23 ม.ค. 2555, 18:56:14 น.

จำนวนการเข้าชม : 1305





<< ตอนที่ 4   ตอนที่ 6 >>
Auuuu 21 ก.พ. 2555, 01:26:03 น.
เหยๆๆ สงสารแอนดรู :(


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account