เพลิงรักอาญา

Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: บทที่ ๓ สถานการณ์บีบบังคับ

บทที่ ๓ สถานการณ์บีบบังคับ

อภิวัฒน์เดินตามดนัยเข้าไป พอถึงหน้าบ้านเขาก็ออกอาการแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นรองเท้าผู้หญิงวางอยู่ จึงเอ่ยถามเจ้าของบ้านด้วยความสงสัย
“เดี๋ยวนี้แกเปลี่ยนมาใส่รองเท้าแบบนี้แล้วเหรอวะ” อภิวัฒน์แกล้งแซวเพื่อนพร้อมกับเหลือมมองรองเท้าคู่นั้น
“ไอ้บ้า ของน้องสาวฉันเว้ย”
“อย่ามาโกหกฉันเลยน่ะ มีแฟนแล้วก็ไม่ยอมบอกเพื่อนแอบพามาค้างที่บ้านซะด้วย สงสัยฉันคงจะได้การ์ดเชิญจากแกเร็วๆนี้แล้วซินะ”
“เฮ้ย บอกว่าน้องสาวก็น้องสาวสิวะ น้องสาวฉันมาจากเชียงใหม่กำลังกลับวันนี้อยู่แล้ว แกมีเรื่องอะไรก็รีบๆพูดมาเถอะ เดี๋ยวฉันต้องรีบไปส่งน้องฉัน”
“ฉันอยากได้เงินสักสามแสนว่ะ” อภิวัฒน์เอ่ยประสงค์ของเขาออกมาตามตรงโดยไม่อ้อมค้อม
“แกจะเอาเงินตั้งเยอะขนาดนี้ไปทำอะไรวะ” ดนัยจ้องหน้าเพื่อนอย่างงงๆ เขารู้ว่าฐานะ หน้าที่การงานของเพื่อนตอนนี้อยู่ในระดับดีแค่ไหน หลังจากที่อภิวัฒน์แต่งงานมีครอบครัวไปหลายปีเพื่อนของเขาก็ได้ทำงานตำแหน่งใหญ่โตในบริษัทของภรรยา มีรถหรูๆให้ขับ มีหน้ามีตาในวงสังคมก็มาก แต่ทว่าได้ยินคำตอบของเพื่อนเขาก็แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“ฉันเลิกกับไหมแล้วว่ะ”
“อะไรนะ แกอย่ากับคุณไหมแล้วงั้นเหรอ”
“ฉันยังไม่ได้อย่า แต่คิดว่าจะอย่า เพราะถึงยังไงฉันก็รักปานวาด ฉันเลิกกับปานวาดไม่ได้หรอก อีกอย่างไหมก็จะไม่ต้องเจ็บปวดอีกต่อไป”
นับตั้งแต่เมื่อคืนที่อภิวัฒน์ก้าวออกมาจากบ้านหลังนั้น เขาก็กลายเป็นอภิวัฒน์คนเดิมที่ไม่มีอะไรติดตัวเลย ต่อจากนี้เขาจะต้องสร้างทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ใช่คอยอาศัยอำนาจวาสนาจากภรรยาเหมือนที่ผ่านมา
ดนัยฟังคำบอกเล่าของอภิวัฒน์แล้วก็ถอนหายใจ เขาเคยเตือนเพื่อนเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล จนในที่สุดเรื่องมันก็ต้องจบแบบนี้ คิดไปคิดมาก็ไม่รู้ว่าจะสมน้ำหน้าหรือสงสารเพื่อนตัวเองดี แล้วก็อดนึกถึงลูกสาววัยกำลังน่ารักของเพื่อนเขาไม่ได้
“แล้วลูกแกล่ะ แกจะไม่นึกลูกแกบ้างหรือไง”
อภิวัฒน์นิ่งคิดถึงลูกสาวของเขา เด็กผู้หญิงตัวเล็กที่หน้าตาจิ้มลิ้มกำลังช่างพูดช่างเจรจาเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน หากเขาเลิกกับทอไหมไปลูกก็ต้องอยู่ในการดูแลของทอไหม และเขาก็เชื่อว่าน้องมุกจะต้องได้รับความอบอุ่นจากคนรอบข้างเป็นอย่างดีแน่นอน
“น้องมุกมีคนรักแกมายขนาดนั้น ฉันคิดว่าคงไม่ปัญหาอะไร”
“แล้วกัน นี่ถ้าแกเลิกกับผู้หญิงคนนั้นซะตั้งแต่แรก แกก็คงไม่ต้องมาเจอปัญหาครอบครัวแบบนี้”
“ฉันไม่ได้มาเพื่อให้แกซ้ำเติมนะเว้ย”
“เออๆ รู้แล้ว แต่ฉันมีเงินอยู่แค่แสนเดียวว่ะ ฉันช่วยแกได้แค่นี้นะ” ดนัยบอกพร้อมกับเดินไปหยิบเช็คที่เซ็นแล้วส่งให้เพื่อน
“อืม ไม่เป็นไร เดี๋ยวถ้าฉันหางานทำได้เมื่อไหร่ จะรีบเอามาคืนแกทันทีเลย”
“เออ มีปัญหาอะไรโทรหาฉันนะเว้ย”
“ขอบใจแกมากว่ะ” อภิวัฒน์ตบไหล่เพื่อนแล้วขอตัวกลับทันที
พอลับหลังอภิวัฒน์ เกวลินก็ลากกระเป๋าเสื้อผ้าลงมาจากบันไดอย่างทุลักทุเล จนดนัยต้องรีบเข้าไปช่วยน้องสาวยกลงมา
“เอ้า เตรียมของเสร็จแล้วเหรอรุ้ง มา พี่ช่วยถือ“
“ขอบคุณค่ะ”
ดนัยรีบยกกระเป๋าไปใส่รถที่จอดอยู่หน้าบ้าน ส่วนเกวลินก็เดินตามพี่ชายออกไปติดๆ
“กลับไปคราวนี้อาวิทย์คงดีใจนะ ในที่สุดลูกสาวคนเดียวของบ้านก็ต้องกลับไปซบอกท่าน”
“โห...พี่โอ๊ตพูดแบบนี้ได้ไงคะ ใช่ว่ารุ้งอยากจะกลับไปทำงานที่นั่นเสียเมื่อไหร่ แต่คิดไปแล้วถ้ารุ้งมัวมาเสียเวลาหางานทำอยู่แบบนี้ ยังไงซะต่อไปรุ้งก็ต้องกลับรับช่วงต่องานที่รีสอร์ทจากคุณพ่ออยู่ดี ต้องขอบคุณเหตุการณ์วันนี้แหละค่ะ ที่ทำให้รุ้งคิดได้เร็วขึ้น”
“เหตุการณ์อะไร เรายังไม่ยอมเล่าให้พี่ฟังเลยนะ” ดนัยเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าน้องสาวถามพลางหันไปเปิดประตูรถให้
“ก็อีตาเจ้าของบริษัทบ้านั่นสิคะ พูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ทำอย่างกับว่ารุ้งไปเป็นเมียน้อยอย่างนั้น ว่ารุ้งแบบเสียๆหายๆสารพัด ดีเท่าไรแล้วที่รุ้งไม่แจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท”
“เฮ้ย! นี่เขาเข้าใจอะไรเราผิดรึเปล่ายัยรุ้ง” ดนัยเอ่ยด้วยอารามตกใจ ไม่คิดว่าบริษัทใหญ่โตจะมีการสัมภาษณ์งานที่แย่ขนาดนั้น
“คงงั้นมั้งคะ แต่ช่างเถอะรุ้งจะไม่มีวันไปเหยียบที่นั่นอีกเด็กขาด” เกวลินยกมือขึ้นกอดอกทำหน้าเจ็บใจเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา
“เอาๆ ขึ้นรถได้แล้ว เดี๋ยวก็ตกเครื่องกันพอดี” ดนัยเอ่ยเตือนก่อนจะดันหลังน้องสาวให้เข้าไปนั่งในรถแล้วปิดประตูให้ ก่อนจะรีบวิ่งไปประจำทางด้านคนขับ

ทันทีที่รเมศก้าวเท้าเหยียบบ้าน ทอไหมที่นั่งขอบตาบวมช้ำหลังจากผ่านการร้องไห้อย่างหนักก็ปล่อยโฮลั่นอีกรอบ เมื่อเห็นหน้าพี่ชายเดินเข้ามาใกล้ ไหล่บางสั่นไหวจนตัวโยน
“พี่หมอกขา ฮือ...ฮือ”
“ไหมพอแล้ว อย่าร้องไห้เสียน้ำตาให้ผู้ชายคนนั้นอีกเลย” รเมศดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอก นึกสงสารน้องสาวจับใจ
“ไหมทำใจไม่ได้ ไหมรักเขาค่ะ”
“โธ่ไหม...ไหมรักมัน แล้วมันเคยเห็นคุณค่าความรักของไหมบ้างหรือเปล่า ถ้ามันรักเมียรักลูกมันจริงๆ มันคงไม่ทิ้งไหมกับน้องมุกไปหาผู้หญิงคนนั้นหรอก” เขาพูดไปก็นึกเจ็บแค้นแทนน้องสาวอยู่ในใจ เกวลิน...ผู้หญิงหน้าด้าน
“เพราะมันคนเดียว พี่หมอกต้องจัดการผู้หญิงคนนั้นให้ไหมนะคะไม่งั้นไหมจะไปฆ่ามันด้วยตัวของไหมเอง” ทอไหมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเจ็บแค้น
“อย่านะไหม อย่าทำอะไรแบบนั้นเด็ดขาด พี่ไม่ยอมให้ไหมต้องเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงเพราะคนเลวๆพวกนั้นหรอก”
“ไม่รู้ล่ะค่ะ ถ้าพี่หมอกไม่จัดการให้ไหม ไหมคงจะต้องจัดการเรื่องนี้ให้มันจบเสียที” รเมศได้แต่ทำหน้าหนักใจ และปลอบน้องสาวให้คลายทุกข์ เมื่อน้องสาวเจ็บ มีหรือเขาจะไม่เจ็บ
ในชีวิตนี้สิ่งที่มีค่ามากที่สุดสำหรับเขาก็คือทอไหมและหลานสาว หากใครคนใดคนหนึ่งต้องเจ็บปวด เขาก็พร้อมที่เจ็บร่วมด้วย ตอนนี้ทอไหมยังอารมณ์ร้อนเพราะถูกยั่วโมโห ถ้าน้องสาวเขาใจเย็นลงเธอคงไม่พูดจาเช่นนี้ แม้จะคิดได้เช่นนั้นตัวเขาเองก็ยังก็ยังรู้สึกโกรธเคืองบุคคลที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้อยู่ดี
“คุณแม่ คุณลุง น้องมุกกลับมาแล้วค่า” เสียงใสๆ ของหลานสาวที่กำลังวิ่งปราดเข้ามาในบ้าน ทำให้ทอไหมรีบปาดน้ำตาจนเกือบแห้ง และปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เพราะไม่อยากให้ลูกเห็นความเศร้าหมองที่เกิดขึ้น
น้องมุก หรือเด็กหญิงกานต์สินี ชิษณุพงศ์ วิ่งมากระโจนใส่ตักคุณแม่และปีนขึ้นนั่งบนตักอุ่นทันที ทอไหมไม่ยอมให้ลูกสาวใช้นามสกุลของอภิวัฒน์ผู้เป็นพ่อของเด็กหญิงเพียงเพราะเห็นว่านามสกุลของสามีไม่เป็นที่รู้จักในวงสังคม
“วันนี้ไปโรงเรียนสนุกไหมคะ” คนเป็นแม่เอ่ยถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงค่อนข้างสดใสผิดกับเมื่อครู่
“สนุกค่ะ วันนี้น้องมุกบวกเลขถูกหมดทุกข้อเลยนะคะ”
“โอ้โห ลูกแม่เก่งจัง แบบนี้ต้องให้รางวัลกันหน่อยแล้ว” พูดจบทอไหมก็ยื่นจมูกไปหอมแก้มลูกสาวทั้งสองข้าง “ชื่นใจจังเลย แม่ว่าน้องมุกมาเหนื่อยไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อก่อนดีกว่านะลูก เดี๋ยวแม่จะหาอะไรไว้ให้ทาน”
“โอเคค่ะ เอ...ทำไมวันนี้คุณลุงกลับบ้านเร็วจังคะ” เด็กน้อยทำหน้าประหลาดใจ เพราะปกติเธอไม่เคยกลับมาจากโรงเรียนมาเจอหน้าคุณลุงสักที
“ก็วันนี้ลุงคิดถึงน้องมุกไงคะ ไม่ได้เล่นด้วยกันตั้งหลายวันแล้ว” รเมศยกมือลูบศีรษะเล็กของหลานสาวที่เดินเข้ามาใกล้อย่างเอ็นดู ก่อนจะย่อตัวลงอุ้มนางฟ้าตัวน้อยของเขาขึ้นมา
“ไปค่ะ เดี๋ยวลุงอุ้มไปส่งบนห้อง” พูดจบเขาก็หันมายิ้มให้กับน้องสาวก่อนจะพาหลานสาวไปส่งบนห้องให้กับพี่เลี้ยง
จากนั้นเมื่อถึงเวลาเข้านอนของหลานสาว รเมศจึงทำหน้าที่คุณลุงที่แสนดีแทนน้องสาวจัดการพานางฟ้าตัวน้อยของเขาเข้านอนด้วยตัวเอง ร่างสูงอุ้มหลานสาวตัวน้อยเข้ามาในห้องนอนและวางลงบนเตียงนุ่ม นางฟ้าตัวน้อยก็บ่นเสียงอ่อยกับคุณลุงทันที
“คุณลุงขา น้องมุกคิดถึงคุณพ่อจังเลยค่ะ น้องมุกไม่ได้เล่นกับคุณพ่อตั้งหลายวันแล้ว คุณลุงไปทำงานฝากบอกคุณพ่อให้มาหาน้องมุกหน่อยได้ไหมคะ” ใบหน้าจิ้มลิ้มดูซึมลงเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ รเมศเห็นหน้าหลานสาวเป็นเช่นนั้นก็นึกสงสารอยู่ไม่น้อย และเขาคงจะทำหน้าที่แทนพ่อของเด็กหญิงได้ แต่ในด้านของความผูกพันและความรู้สึกดีที่เด็กหญิงจะได้รับจากพ่อแท้ๆนั้นคงจะทำให้สุขยิ่งกว่า
“ค่ะ เดี๋ยวคุณลุงจะบอกคุณพ่อให้นะคะ คืนนี้น้องมุกต้องรีบนอนได้แล้วนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องตื่นไปโรงเรียนแต่เช้านะคะ” มือหนาลูกศีรษะหลานสาวอย่างทนุถนอม แล้วเลื่อนไปดึงผ้าห่มคลุมให้ถึงหน้าอกเมื่อเด็กหญิงตัวน้อยพยักหน้าเข้าใจ
“ค่ะ” เสียงเล็กขานรับแต่ก็ผุดลุกขึ้นนั่งอีกครั้งพร้อมกับมือน้อยเกี่ยวรั้งต้นคอของคุณลุงเข้ามาใกล้จนคนตัวสูงต้องโน้มตัวลงมาและเอ่ยถาม
“อะไรคะ”
นางฟ้าตัวน้อยยื่นหน้าเข้ามาใกล้และแต้มจุ๊บลงบนหน้าผากของชายหนุ่ม
“จุ๊บค่ะ ฝันดีนะคะคุณลุง” พูดจบก็ล้มตัวลงนอนที่เดิม รเมศยิ้มกว้างกับการกระทำของหลานสาว แล้วห่มผ้าให้อีกครั้ง รอกล่อมเด็กหญิงจนหลับปุ๋ย ก่อนจรดจมูกโด่งก้มลงสูดกลิ่นหอมของแก้มนุ่มของหลานสาว เขาจึงลุกออกมา
“ฝันดีค่ะ นางฟ้าของลุง”

คุณตรัยและคุณบุษกรหันมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นร่างบางของลูกสาวกำลังเดินลงมาจากบันได
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณพ่อ คุณแม่”
“จ้ะลูก เอ...ตื่นแต่เช้าเชียว มีโปรแกรมจะไปไหนหรือเปล่าจ๊ะ” บุษกรเอ่ยถามลูกสาวในขณะที่กำลังเดินยกกาแฟมาวางตรงหน้าสามีที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่
“ไม่มีโปรแกรมไปไหนค่ะ แต่รุ้งจะไปช่วยคุณพ่อทำงานที่รีสอร์ทของเรา” คำบอกเล่าของลูกสาวทำให้คุณตรับที่กำลังยกกาแฟขึ้นดื่มเกือบจะสำลักออกมา
“แกว่าไงนะยัยรุ้ง พ่อได้ยินไม่ค่อยถนัด”
“คุณพ่อได้ยินไม่ผิดหรอกค่ะ รู้งบอกว่ารุ้งจะไปช่วยคุณพ่อทำงานที่รีสอร์ทของเรา” เกวลินเอ่ยย้ำด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ตรัยวางแก้วกาแฟลงแล้วพูดต่อ “ฮึ! ไปสมัครงานที่กรุงเทพเขาไม่รับน่ะสิ”
หญิงสาวถึงกับทำหน้าเจื่อนลง “ไม่ใช่ไม่รับค่ะ แต่รุ้งว่าทำงานกับคุณพ่อสบายใจกว่าตั้งเยอะ”
“แกแน่ใจนะว่าอยากจะทำงานที่นี่จริงๆ”
“ยิ่งกว่าแน่ใจอีกค่ะ” ตรัยมองลูกสาวด้วยสายตาสบประมาท บุษกรเห็นสามีเช่นนั้นจึงพูดแทรกขึ้น
“ดีแล้วจ้ะลูก รุ้งจะได้ช่วยเบาแรงคุณพ่อไปอีก ใช่ไหมคะคุณ”
“อืม แต่บอกไว้ก่อนนะว่าพ่อจะไม่โอ๋แกเหมือนเด็กๆอีกเด็ดขาด แกจะมีสิทธิ์เท่าเทียมกับพนักงานของเราทุกคน ถ้าแกอยากได้ความเชื่อใจจากพวกเขา แกต้องแสดงให้เขาเห็นศักยภาพของแกเอง ”
“ได้ค่ะ รุ้งยินดีทำทุกอย่าง เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น”
“แล้วฉันกับแม่แกจะคอยดู”

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา รเมศต้องเดินทางไปดูงานที่จังหวัดเชียงใหม่อีกหลายวัน แต่ชายหนุ่มก็อดห่วงคนที่บ้านไม่ได้ เขาไม่อยากปล่อยให้ทอไหมและน้องมุกอยู่บ้านกันสอง เพราะบ้านนี้มีแต่ผู้หญิง หากมีอะไรเกิดขึ้นกับคนในบ้าน ไม่รู้เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร แต่คิดแล้วก็ต้องตัดใจ ในบ้านยังมีแม่บ้านและเด็กรับใช้อีกสองสามคนด้วย ใช่ว่าเขาจะไม่เคยไปค้างที่อื่นเสียเมื่อไร ต่างประเทศก็ไปมาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ความรู้สึกบางอย่างมันรั้งให้เขาไม่อยากจากบ้านไปไกลเลยจริงๆ ถ้าหากไม่ใช้เพราะเรื่องงาน
“เดินทางปลอดภัยนะคะพี่หมอก” ทอไหมเดินเข้าไปกอดพี่ชายเอาไว้ก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นรถ รเมศกอดตอบน้องสาว ก่อนจะสั่งเสียกับคนในอ้อมกอดเป็นอย่างดี
“ไหมเองก็ดูแลตัวเองดีๆนะ อย่าลืมกินข้าว อย่าห่วงงานมากกว่าตัวเอง ถ้างานเสร็จเร็วพี่จะรีบกลับมา”
“พี่หมอกไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ไหมดูแลตัวเองได้”
“จ้ะ พี่เชื่อ ฝากบอกน้องมุกด้วยว่ากลับมาเมื่อไรพี่จะซื้อขนมอร่อยๆจากเชียงใหม่มาฝาก”
“ค่ะ” ทอไหมยิ้มบางๆ รอจนพี่ชายขับรถออกไปเธอจึงกลับเข้าบ้าน ทางด้านของรเมศเองเมื่อเห็นน้องสาวหน้าตาสดชื่น เขาก็ค่อยรู้สึกเบาใจ



***************************
สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่านนะคะ

ฌัชชาเป็นนามปากกาใหม่ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ แวะเข้ามาให้กำลังใจติชมกันได้ค่ะ



ฌัชชา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 2 เม.ย. 2554, 14:35:43 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 2 เม.ย. 2554, 14:35:43 น.

จำนวนการเข้าชม : 1965





<< บทที่ ๒ เมียน้อยจำเป็น   บทที่ ๔ รักร้าว >>
หมูบิน 2 เม.ย. 2554, 19:46:32 น.
เป็นกำลังใจให้และจะคอยติดตามนะค่ะ


pattisa 3 เม.ย. 2554, 13:10:53 น.
ทำไมรเมศคิดว่านางเอกเป็น เมียน้อยไปได้ค่ะหรือว่าผิดรูป หือรนางเอกมีแฝดเหรอ หรือว่ายังไง งง O: ติดตามต่อค่ะ :)


หมู้หมู 4 เม.ย. 2554, 00:03:59 น.
ชักจะ like ละ ^^


witchytarot 13 เม.ย. 2554, 23:57:22 น.
ชอบพระเอกค่ะ ได้ใจจริง ๆ ^-^ (ปล.อย่าลืมติดตามผลงานของแอ้มบ้างนะคะ)


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account