ป่าหนาวไม่หนาวรัก
ความรักช่างเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ได้สบตากันครั้งแรก
นายหัวหนุ่มแห่งป่าหนาวพยายามบอกหัวใจตัวเองมาตลอดเวลาทุกครั้งที่ได้เจอหน้าเธอว่าเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะรักใครได้อีกแล้วเพราะทั้งหัวใจตอนนี้มีเพียงแค่ปรายฟ้าคนเดียวเท่านั้นถึงแม้แฟนสาวได้จากเขาไปแล้ว หมอเคียวเพียงได้สบตานายหัวหนุ่มราวกับมีประกายไฟแล่นเข้าสู่ร่างกายเธอทันที ความรักทำให้เธอเข้าไปพัวพันกับการตายของปรายฟ้า และเหตุการณ์ครั้งนั้นนั่นเองผูกความสัมพันธ์ของเขากับเธอให้แน่นยิ่งกว่าเดิม เธอจะทำอย่างไรเมื่อเจอกับปัญหาใหญ่หลวง และเขาจะทำอย่างไรเลือกความรักครั้งเก่า หรือเลือกหัวใจตัวเอง
Tags: รักหวานแหวว แววตาซึ้ง ๆ

ตอน: เพียงพบสบตา

บทที่ 2 เพียงพบสบตา

ด้วยความรีบเร่งจะเก็บของใส่กระเป๋าถือของตัวเองโดยไม่ได้มองด้านหลังของตัวเองเลยว่ามีผู้ชายตัวใหญ่ สูงมาก อย่างน้อยก็น่าจะร้อยแปดสิบสี่แปดสิบห้าแน่ ๆ เดินสวนเข้ามา ชนเข้ากับร่างบางนั้นเต็มเบา แต่ฝ่ายชายก็ไวกว่าเมื่อคว้าร่างเล็กของเธอเอาไว้ได้ หญิงสาวมองขึ้นไปสบตาหวังจะได้ยินคำขอโทษของเขา แต่เปล่าเลย สิ่งที่เธอเป็นคือสายตาตำหนิติเตียนราวกับว่าเธอเกะกะทางเดินของเขาทำให้เขาช้าเข้าไปใหญ่ เธอต้องยอมรับเลยว่าผู้ชายตรงหน้าที่หล่อจริง ๆ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นวาวขึ้นเมื่อสบตาเธอ คิ้วเคียวยาวราวกับมีคนวาดไว้อย่างสวยงาม จมูกโด่งเป็นสันได้รูปรับกับริมฝีปากได้รูปสวยของอีกฝ่าย ขนตานั่นอีกผู้หญิงเห็นยังอายเลย พนาพรรษ วงศ์วิศณวรรธ หรือนายป่า ของคนงานในฟาร์มป่าหนาว ที่พวกเขาเรียกนั้น หันไปมองร่างเล็กที่ยืนเกือบล้มอยู่ตรงหน้าดีนะที่เขาจับเอาไว้ไม่งั้นได้ล้มไปแน่ เขาก็รีบ ๆ จะขึ้นเครื่องเลยไม่ทันสังเกตเห็นร่างเล็ก ๆ ของหญิงสาวยืนอยู่ตรงหน้า ความรีบทำให้ พนาพรรษ ไม่ได้กล่าวอะไรกับอีกฝ่ายรีบเดินขึ้นเครื่องไปทันที โดยไม่หันมามองสาวร่างเล็กที่ยืนอ้าปากค้าง เพราะไม่ได้ยินคำขอโทษ เธอหวังมากไปหรือเปล่าเนี่ย..
“หนอย...ไม่มีมารยาทเลยคนเรา เดี๋ยวนี้กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวกันหมดหรือไงกัน”
ขวัญพรรษบ่นแล้วทำแก้มป่องทันทีด้วยความโกรธ
“ขอโทษก็ไม่มี ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย”
สาวแก้มป่องบ่นอีกทีแล้วรีบเดินขึ้นเครื่องไปเหมือนกันไม่งั้นเธอคงจะตกเครื่องแล้วก้ไม่ทำงานสายในวันทำงานวันแรกแน่นอนขวัญพรรษมองหาที่นั่งของตัวเอง เอ..ตรงนั้นแน่ ๆ เลย เมื่อไม่เห็นว่ามีใครนั่งหญิงสาวเลยนั่งอย่างสบายอารมณ์ เฮ่อ..เหนื่อยเหลือเกินขอนอนหน่อยดีกว่านะ แค่พักสายตาแค่นั้นเอง เสียงที่นั่งด้านซ้ายมือของหญิงสาวยวบลุงเมื่อมีคนนั่งแต่ขวัญพรรษก็ไม่ได้ลืมตาขึ้นมาดูผิดกับ พนาพรรษ เอ๊ะ..นี่ยัยสุ่มซ่ามคนนั้นนี่ หลับสบายเลยนะ ชายหนุ่มค่อย ๆ พิศมองหน้านั้นอย่างพิจารณาคิ้วได้รูปยาวสวย จมูกโด่งเล็ก ขนตายาวงอนจนแถบจะวางไม้ขีดได้เลย แล้วริมฝีปากสีแดงเชอร์รี่นั่นอีก ดูแล้วเป็นสีธรรมชาติโดยไม่แต่งเติมแน่นอน นี่...แม่คุณคนนี้จะหลับอีกนานมั้ย ชายหนุ่มคิดได้เพียงแค่นั้น เพราะศีรษะทุยได้รูปนั้นเอนมาซบตรงไหล่เขาพอดี ชายหนุ่มหันไปมองนางฟ้าบนเครื่องบินก่อนจะขอหมอนใบเล็ก ๆ หนึ่งใบให้หญิงสาวได้หนุนศีรษะแทนไหล่หนาของเขา เมื่อได้หมอนใบเล็กที่ต้องกานแล้ว พนาพรรษค่อย ๆ ช้อนศีรษะได้รูปสวยของอีกฝ่ายขึ้นมาเพื่อวางหมอนใบเล็กให้ ขณะที่ช้อนศีรษะขึ้นมานั่นเองดวงตากลมโตของขวัญพรรษก็เปิดโพลงขึ้นมาเมื่อเห็นการกระทำของอีกฝ่าย
“อ๊าย..คนบ้าทำอะไร ถ้าไม่ถอยออกไปนะ ฉันจะร้องให้คนช่วยจริง ๆ”
ขวัญพรรษขู่อีกฝ่ายพร้อมกับดันตัวเองให้พ้นจากอ้อมแขนของอีกฝ่าย
“นี่คุณผมจะทำอะไรคุณ ดูนี่ซิคุณนอนซบไหล่ผม น้ำลายไหลยืดติดเสื้อผมจนเปียกไปหมดแล้วเห็นมั้ย”
คำตอบของพนาพรรษทำให้ขวัญพรรษมองไปยังสิ่งที่เขาบอก ไม่เห็นเปียกเลย มั่วหรือเปล่านี้ แล้วมือบางก็ยกไปแตะตรงที่อีกฝ่ายบอกว่าเปียกทันที เออ..จริงด้วย เมื่อคิดได้อย่างนั้นหน้าสวยนั้นก็แดงขึ้นมาทันทีด้วยความอาย
“ก็ไม่เห็นจะต้องทำแบบนี้ คุณเรียกฉันก็ได้นี่ แล้วอีกอย่างนะ คุณเดินชนฉันตรงทางผู้โดยสารขาเข้า ไม่เห็นขอโทษสักคำ มารยาทมีมั้ย”
เสียงแหว ๆ แก้อายของขวัญพรรษทำให้พนาพรรษมองหน้านั้นอีกครั้งราวกับวิเคราะห์ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรจากเขากันแน่
“คุณเดินช้าเอง แล้วโทษคนอื่นได้ไง”
คำตอบของเขาทำให้ขวัญพรรษโมโหขึ้นมาอีกแก้มป่อง ๆ นั้นก็ออกฤทธิ์ทันที ป่องจนอีกคนที่มองต้องหัวเราะเบา ๆ เออ...แปลก ปกติเขาไม่ค่อยได้หัวเราะกับผู้หญิงคนไหนอีกเลย นอกจาก ปรายฟ้า อดีตภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้วนั่นเอง นายป่าของฟาร์มป่าหนาว เจ้านายของคนงานนับร้อยคน ที่ไม่เคยเห็นเจ้านายของตัวเองยิ้มแย้ม วัน ๆ เอาแต่ทำงานทั้งวัน วันนี้ก็เหมือนกัน มีการประชุมการประมงนานาชาติเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่ ชายหนุ่มจึงได้รับเชิญเพื่อเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย แต่มันดันจัดทางภาคอีสานนี่ซิเขาเดินทางลำบากนิดนึง แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ เพราะเพื่อน ๆ หลายคนอยู่แถวนี้รวมทั้งเปิดกิจการโรงแรม รีสอร์ตติดกับสถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังฮิตฮอตอยู่ตอนนี้ ชายหนุ่มมองหน้าสวยอีกครั้งอย่างพิจารณา ยังเด็กอยู่เลยมาทำอะรไรแถวนี้ มาเที่ยวหรือ เออ..แล้วเขาจะมาสนใจอะไรกับเด็กคนนี้กันนี่ นอนดีกว่า พักสายตาสักนิด วันนี้เขาเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว
“นี่คุณ....”
เงียบไร้เสียงตอบ ขวัญพรรษเลยมองหน้าอีกฝ่ายให้ชัด อ้อ..หลับนี่เอง คนอะไรชวนคุยอยู่ดี ๆ เมื่อครู่ บทจะหลับก็หลับเสียง่าย ๆ อย่างนั้นแหล่ะ แล้วหญิงสาวก็หยิบ ipod ของตัวเองเสียบแล้วฟังเพลงหลับตาลงเหมือนอีกฝ่าย กว่าทั้งสองคนจะได้ยินอีกทีก็ต่อเมื่อมีเสียงประกาศให้คาดเข็มขัดเพราะเครื่องจะลงจอดแล้ว ทั้งสองคนปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เมื่อเครื่องจอดเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็เตรียมตัวเพื่อจะลงไปจากเครื่องบิน แต่ชายหนุ่มคนที่เธอต้องเดินผ่านกลับนั่งเฉยไม่กระดิกเสียอย่างนั้นแหล่ะ
“ขอโทษนะคะ ขอทางหน่อยฉันจะได้เดินออกไป”
ขวัญพรรษบอกอีกฝ่ายให้ขยับตัวแต่ก็ไม่มีใครปฏิบัติตามเธอสักคน
“คุณ..ฉันบอกให้หลีกทางให้หน่อยได้มั้ยฉันรีบนะ”
เสียงหญิงสาวเริ่มเขียวขึ้นมาเมื่อชายหนุ่มมองหน้าเธออีกครั้ง
“คุณจะรีบลงไปไหน สักพักก็ได้ตอนนี้คนเยอะ ลงไปก็ต้องเบียดกันอยู่ดี”
พนาพรรษมองหน้าเรียวสวยนั้นแล้วตอบความจริงให้ญิงสาวได้ฟัง เพราะเขาเห็นคนออกันหน้าประตูอยู่หลายคน
“ฉันอยากไปรอ ขอทางด้วย”
พนาพรรษ ลุกขึ้นยืนเปิดทางให้หญิงสาวได้ออกไปเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ยอมฟังเขาเลย หญิงสาวรีบเดินออกไปที่ประตูที่มีคนรออยู่สามสี่คน แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อคนที่เดินตามหลังเธอมานั้นชะโงกหน้าข้ามไหล่เธอมามองคนอีกหลายคนที่รออยู่
“เห็นมั้ยผมบอกแล้ว ต้องมารออีกเดี๋ยวค่อยลงก็ได้”
ขวัญพรรษค้อนอีกฝ่ายทันที ถ้าไม่รีบก็ไปนั่งต่อซิ มายืนหลังเธอทำไม หญิงสาวไม่สนใจอีกฝ่ายเดินลงออกไปโดยไม่มองคนที่เดินตามหลังมาเลย เธอต้องเรียกรถที่จะเข้าไปยังฟาร์มป่าหนาวนั่นอีก จะอีกไกลมั้ยนี่เธออยากพักเหลือเกินแล้ว หญิงสาวหันไปมองดูคนที่เธอพูดด้วยอีกครั้ง เขาหายไปไหนแล้ว เออ...คนเราจะไปก็ไม่ลา ไม่มีมารยาทจริง ๆ อย่างที่เธอคิดไว้เลย
“ลุงคะฟาร์มป่าหนาวไปทางไหนคะ”
หญิงสาวเดินไปสอบถาม
“อ้อ..ขึ้นคันนี้นี่แหล่ะ รถคันนี้ผ่านพอดี”
คำพูดที่ออกสำเนียงคนใต้ติดทองแดงอย่างชัดเจนบอกแก่หญิงสาว เฮ้อ..เธอต้องรออีกนานแค่ไหนกันนี่ เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงรถที่เธอนั่งรออยู่จึงถึงเวลาออกเดินทาง และใช้เวลาอีกประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมงสำหรับเดินทางไปยังฟาร์มป่าหนาว ขวัญพรรษเดินลงจากรถรับจ้างคันนั้นทันทีเมื่อกระเป๋ารถบอกว่าถึงฟาร์มป่าหนาวแล้ว หญิงสาวเหลียวซ้ายและขวาจนเห็นป้ายทางเข้าฟาร์มป่าหนาว โอโฮ...แค่ทางเข้าก็กินขาดแล้ว อะไรมันจะกว้างใหญ่เพียงนี้เลยหรือ หญิงสาวเดินเข้าไปพร้อมกับลากกระเป๋าใส่เสื้อผ้าใบใหญ่ของตัวเองเดินตามไปด้วย โห...เหมือนกับพจมานเดินเข้าบ้านทรายทองอย่างไงอย่างนั้นเลย ขวัญพรรษเดินเข้าไปได้ประมาณสิบหน้านาที สิ่งที่เธอได้ยินเป็นอันดับแรกคือเสียงคลื่น ที่ลอยกระทบฝั่ง แล้วเดินไปอีกนิด ภาพที่เธอเห็นทำให้หญิงสาวอ้าปากค้างด้วยความตะลึง โอ้โฮ...สวยอะไรอย่างนี้ หญิงสาวเหลียวมองบ้านพักหลายสิบหลังทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวาตลอดความยาวของทะเล โอ้โฮ เจ้าของคงรวยน่าดู แหม...แต่กับอีแค่นกแก้วยังต้องมีสัตวแพทย์ตั้งสองคนมาดูแลก็ใช่ย่อยแล้ว ขวัญพรรษหยุดความคิดของตัวเองทันที เมื่อหายตาเหลือบไปเห็นบ้านอีกหลังหนึ่งที่ติดป้ายไว้ว่าแผนกบริการลูกค้า ดูแค่สีสรรค์ก็เด่นชัดแตกต่างจากตัวบ้านพักแขกคงหลังอื่น ๆ เพราะอยากให้ลูกค้าแยกออกว่าจะต้องติดต่อส่วนไหนก่อนหญิงสาวเปิดประตูกระจกบานใหญ่เข้าไปสิ่งแรกที่เห็นก็คือพนักงานแต่งกายด้วยเสื้อผ้าไหมสีครียมคอจีนส่วนผ้าถุงด้านบนเป็นสีเดียวกับเสื้อจรดหัวเข่าหลังจากหัวเข่าจนถึงส่วนปลายปักลายเอาไว้อย่างสวยงาม คงเป็นผ้านุ่งที่ขึ้นชื่อของคนภาคใต้นั่นเอง
“สวัสดีค่ะ ติดต่อบ้านพักหรือเปล่าคะ ถ้าไม่ได้จองไว้ก่อนล่วงหน้าตอนนี้บ้านพักของเราเต็มนะคะ ต้องขอประทานโทษในความไม่สะดวกด้วยค่ะ”
พนักงานประชาสัมพันธ์กล่าวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มหวาน ๆ
“เปล่าค่ะ ดิฉันเป็นสัตวแพทย์คนใหม่ค่ะ มาขอพบคุณมนูญค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นรอสักครู่นะคะ ดิฉันขอติดต่อคุณมนูญก่อนค่ะ”
ขวัญพรรษเดินไปนั่งโซฟาที่จัดไว้เป็นมุมอย่างสวยงามก่อนจะมองไปรอบ ๆ ด้านอย่างพินิจพิเคราะห์อีกทีสวยจริง ๆ แม้กระทั่งในนี้ยังสวย
“เอ่อ..คุณคะ คุณมนูญรออยู่สำนักงานด้านในนะคะ เชิญเลยค่ะเดี๋ยวดิฉันพาไป”
ขวัญพรรษกล่าวคำขอบคุณแล้วส่งยิ้มให้พนักงานอีกสองสามคนที่มองเธออยู่อย่างสนใจ ก่อนจะเดินออกจากประตูตามประชาสัมพันธ์คนสวยคนนั้นไปพร้อมกับกวาดตามองรอบ ๆ ที่ทำงานใหม่อย่างชื่นชมหลงไหลในความสวยงาม ใครหนอช่างคิดช่างตกแต่ง
“สวยจังเลยนะคะ”
ขวัญพรรษเอ่ยปากกับพนักงานคนสวยซึ่งหันมายิ้มหวานให้อีกทีก่อนจะตอบออกมาอย่างภาคภูมิใจ
“นายหัวเป็นคนออกแบบเองเลยนะคะ ที่นี่มีสองส่วนค่ะ ถ้าติดต่อบ้านพักก็เป็นส่วนด้านนอกที่คุณเห็นเมื่อสักครู่ แต่ถ้าติดต่อกับคุณมนูญคงต้องเป็นที่ออฟฟิศค่ะเพราะทั้งคุณมนูญและนายหัวก็ทำงานที่นั่นค่ะ ด้านหน้าที่ไงคะ เข้าไปได้เลยค่ะ
ขวัญพรรษเลิกคิ้วเรียวของตัวเองขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ากับตัวเองเบา ๆ ด้วยความยอมรับในความสามารถของเจ้านายคนใหม่ของตัวเอง ก่อนจะกล่าวขอบคุณหญิงสาวที่พาเธอมาและเปิดประตูเข้าไปในบ้านพักอีกหลังหนึ่งที่เขียนป้ายไว้ว่าสำนักงานรีสอร์ตป่าหนาวและฟาร์มมุกป่าหนาว ขวัญพรรษเปิดประตูกระจกบานใหญ่เข้าไปด้านในก่อนจะเอ่ยทักทายพนักงานอีกหลายคนที่กำลังมองเธอเป็นตาเดียวอย่างสนใจ
“สวัสดีค่ะ ดิฉันขวัญพรรษ สัตวแพทย์คนใหม่มาขอพบคุณมนูญค่ะ”
คำแนะนำของขวัญพรรษทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความสงสัย
“อ้าว..ผู้หญิงหรือคะ เห็นคุณมนูญบอกว่าเจ้าหน้าที่ที่มาทำงานใหม่เป็นผู้หญิงคนผู้ชายคน เอมี่นึกว่าคนชื่อวินนี่เป็นผู้หญิงเสียอีก ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เอมี่ค่ะ มีอะไรบอกได้นะคะ ยินดีที่สุด”
ขวัญพรรษยิ้มน้อย ๆ เมื่อคิดว่าวินนี่ต้องตีโพยตีพายแน่นอนถ้าได้ยินคนอื่นพูดถึงตัวเองแบบนี้ มือบางยื่นออกมาทักทายเอมี่อย่างจริงใจ
“คุณมนูญยังไม่มาหรือคะ”
ขวัญพรรษถามพร้อมกับสอดสายตาหาคนที่น่าจะเป็นชายหนุ่มที่เธอมาพบ
“มาแล้วค่ะ แต่เข้าไปคุยกับคุณป่าที่ออฟพิศ ด้านโน้นค่ะ คุณป่าเป็นเจ้าของฟาร์มป่าหนาวนะคะ รายละเอียดบางอย่างคุณมนูญน่าจะบอกคุณเคียวไว้แล้ว เดี๋ยวเอมี่จะแนะนำสถานที่บางที่ก่อนเป็นอันดับแรกนะคะ เดินออกไปจากออฟฟิศขวามือสุดชายหาดด้านโน้นคือบ้านพักคุณเดียว ส่วนบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ถัดไปจากบ้านคุณเคียวเป็นบ้านของคุณป่าค่ะ”
คำอธิบายของเอมี่ทำให้ขวัญพรรษมองตามไป โห..บ้านหลังใหญ่หลังนั้นสวยจริง ๆ บ้านพักของเธอก็ดูดีที่สุดเลย การมาทำงานครั้งนี้คงมีความสุขแน่ ๆ เลย
“อ้อ..คุณเคียวคะ คุณมนูญมาโน่นแล้วค่ะ”
ขวัญพรรษรีบหันไปตามทางที่เอมี่คนสวยบอกทันที หญิงสาวยกมือไหว้ร่างสูงปานกลางออกท้วมนิดหน่อย ใส่แว่น และเสื้อผ้าแสนสบาย เสื้อกล้ามที่สวมทับด้วยเสื้อเชิร์ตลายดอกไม้สีม่วง พร้อมกับกางเกงยายาวแค่เข่าสีน้ำเงินเข้ม เดินเข้ามา หญิงสาวยกมือไหวทันที
“สวัสดีค่ะ เคียวเองค่ะ มาทำงานตามที่ตกลงไว้กับคุณมนูญค่ะ”
ขวัญพรรษแนะนำตัวเองทันทีพร้อมกับยกมือไหว้อีกคนที่เดินเข้ามาในสำนักงานป่าหนาวแห่งนี้
“อ้อ...คุณเคียว ก่อนอื่นผมขอแนะนำน้อง ๆ ก่อนแล้วกัน อ้าว..ทุกคนนี่คุณเคียว สัตวแพทย์คนใหม่ที่จะมาอยู่ฟาร์มป่าหนาวของเรานะ คุณเคียวมีอะไรจะถามหรือเปล่าครับ”
มนูญถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างเขาขณะนี้
“แล้วฟาร์มมุกเราอยู่ไหนคะ”
คำถามของขวัญพรรษเรียกรอยยิ้มให้กับเจ้าหน้าที่สองสามคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นทันที ไฟแรงเหมือนกันนะนี่
“ฮึ..ฮึ..คุณเคียวนี่ไฟแรงดีจริงนะครับ เอาอย่างนี้ดีกว่า ไปบ้านพัก พักผ่อนก่อนแล้วกันนะครับ ส่วนฟาร์มมุกเดี๋ยวค่อยไปวันอื่นยังไงคุณเคียวต้องได้เจออยู่แล้วล่ะครับ”
คำตอบของมนูญทำเอาขวัญพรรษเขิน ๆ อย่างไรไม่รู้
“คุณเคียวเห็นสะพานที่ยื่นลงไปหาทะเลที่ยาวประมาณเกือบสองกิโลกนั่นหรือเปล่าครับ นั่นแหล่ะเรือนมุกของป่าหนาว ไม่ต้องใช้เรือหรอกครับ เรือนี่มีไว้สำหรับไปที่เกาะหนาวที่อยู่ห่างออกไปสักห้าหกกิโลโน่นครับ แต่ทั้งหมดเดี๋ยวเราค่อยเรียนรู้ค่อยดู ค่อยแลกันแล้วกันนะครับ ตอนนี้มารู้เรื่องรีสอร์ตของเราก่อน เรายังมีรีสอร์ตเปิดให้นักท่องเที่ยวพักด้วยนะครับ แล้วคุณป่าก็มีสวนสัตว์เล็ก ๆ มีสัตว์อยู่ไม่กี่ตัวหรอกครับ เอาไว้หลอกเด็กให้มาดู แต่นั่นก็เป็นหน้าที่หลักของคุณวิทวัสที่จะมาดูแลหลังจากคุณเคียวภายในอาทิตย์หน้า ส่วนห้องยาของคุณเคียวอยู่ติดกับบ้านพักของคุณเคียวนั่นแหล่ะครับ ห่างจากออฟฟิศนี่ไปไม่กี่หลังหรอกครับ เป็นห้องแลปห้องเล็ก ๆ เครื่องมือทันสมัยใช้ได้เลยนะครับ อ้อ..แล้วมีผู้ช่วยคุณเคียวอีกคนหนึ่งชื่อบุ้ง แต่ตอนนี้ไม่อยู่ครับ งั้นเราไปบ้านพักของคุณเคียวกันเลยดีกว่า คุณเคียวจะได้พักผ่อนก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนบ้านพักของคุณวิทวัส อยู่ฝั่งสวนสัตว์นะครับเดินจากตรงนี้ไปประมาณสักห้านาทีเห็นจะได้ไม่ไกลกันมากหรอกครับ”
มนูญอธิบายอย่างละเอียด ก่อนจะชวนหญิงสาวไปยังบ้านพักของเธออีกครั้งหนึ่ง ขวัญพรรษหันไปพยักหน้ายิ้ม ๆอำลา กับเจ้าหน้าที่ทุกคนแล้วเดินตามคุณมนูญออกไปทันที โอ้โฮ..บ้านใหญ่ของคุณป่าเจ้านายเธอนี่สวยมากเลยทีเดียว หญิงสาวเดินผ่านไปก็มองไม่พลาดสายตา
“เป็นไงครับบ้านพักคุณเคียว สะอาด ปลอดภัยที่สุดครับ อีกอย่าง ไม่ต้องกลัวว่าใครจะทำอะไรเลย เพราะตรงนี้ติดกับบ้านใหญ่ของคุณป่าไม่ค่อยมีใครกล้าเข้ามาหรอกครับ คุณเคียวพักได้สบายเลย อ้อ..ถ้าอยากลงทะเล เดินเลยไปทางนั้นนะครับ ด้านหลังนั้นเป็นหาดส่วนตัวของฟาร์มป่าหนาวครับ เล่นได้เต็มที่เลย แต่อย่ามาตอนเช้านะครับเพราะเจ้านายเราชอบว่ายน้ำตอนเช้ามากที่สุดครับ”
เมื่อมนูญบอกเสร็จแล้วก็ขอตัวออกไปทันทีเพราะอยากให้หญิงสาวได้พักผ่อนเสียก่อน แต่ขวัญพรรษอย่างเที่ยวบริเวณบ้านพักของตัวเองก่อนและอีกอย่างเธออยากเห็นทะเลที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรก อยากเล่นน้ำทะเลใจแทบขาด ขอเธอเล่นก่อนแล้วกันนะ เล่นตอนนี้แหล่ะคนจะได้ไม่เยอะว่า แล้วร่างบางของขวัญพรรษก็ไม่รอช้าวิ่งไปบ้านพักเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดพอดีตัวสีส้มลายการ์ตูนมิกกี้เม้าส์กับกางเกงยีนขาสั้นเพื่อความสะดวกในการว่ายน้ำ ร่างบางรีบวิ่งลงทะเลทันที ขวัญพรรษว่ายน้ำอย่างสนุกสนาน จนลืมเวลาพอรู้สึกตัวอีกครั้งก็เห็นท้องฟ้ามืดสนิทเสียแล้ว ร่างบางเลยตัดสินใจว่ายกลับมาที่ฝั่ง แต่ความที่ว่ายน้ำมานาน บวกกับความเย็นของน้ำ ทำให้ขาของขวัญพรรษเป็นตะคริวขึ้นมาร่างบางดำผุด ดำว่าย พร้อมกับเรียกให้คนช่วย
“ชะ..ช่วยด้วย ใครก็ได้”
พูดได้แค่นั้นร่างบางก็จมลงไปอีกครั้ง แต่ความพยายามมีชีวิตรอดของเธอทำให้ร่างบางผลักดันตัวเองขึ้นมาเหนือน้ำอย่างทุลักทุเล
“ชะ..ช่วยด้วย”
พ่อจ๋า แม่จ๋าช่วยเคียวด้วย ร่างบางหมดแรงที่จะดันตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง ร่างของขวัญพรรษค่อย ๆ จมลงไปอย่างหมดแรง แต่แล้วหญิงสาวก็รู้สึกเหมือนตัวเองหายใจได้อีกครั้ง เมื่อมีมือหนึ่งเข้ามาช่วยแล้วดึงร่างบางขึ้นมาเหนือน้ำอย่างรวดเร็ว

พนาพรรษเที่กำลังเดินกลับบ้านของตัวเองหลังจากเดินสำรวจรอบ ๆ รีสอร์ตเหมือนทุก ๆ วันหยุดเดินอย่างฉับพลันเมื่อคิดว่าตัวเองหูแว่วได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ ชายหนุ่มยืนนิ่งเงี่ยหูฟังอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ เขาเห็นอะไรบางอย่างกำลังดำผุดดำว่ายอยู่ในท้องทะเล เมื่อได้ยินเสียงร้องตะโกนให้ช่วยเท่านั้นร่างสูงก็รีบว่ายเข้าไปยังร่างที่พยายามยกมือยกไม้ขอความช่วยเหลืออยู่ตรงกลางทะเลนั่นเอง พนาพรรษรีบดำน้ำลงไปช่วยร่างที่กำลังจมลงไปสู่ใต้ทะเลแล้วดึงร่างบางขึ้นเพื่อหาอากาศหายใจข้างบน แต่ร่างนั้นกลับหมดสติไปแล้ว
“คุณ..คุณ..”
เรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบ ชายหนุ่มรีบว่ายพาร่างบางนั้นเข้าหาฝั่งอย่างรวดเร็ว ร่างบางนอนแผ่หมดสติบนชายหาด เอ๊ะ...นี่มันผู้หญิงคนนั้นนี่ ชายหนุ่มกลับแปลกใจตัวเองเหมือนกัน นี่เขาจำผู้หญิงคนนี้ได้หรือ เพราะปรกติแล้วเขาไม่เคยสนใจจะจำใครทั้งสิ้นนอกจาก...เมื่อคิดถึงตอนนี้ชายหนุ่มก็สลัดความคิดอันปวดใจออกไป
“คุณ..คุณ..”
ชายหนุ่มตบหน้านั้นเบา ๆ เพื่อเรียกสติ แล้วเขย่าเบา ๆ อีกครั้ง แต่ทุกอย่างกลับเงียบเหมือนเดิม เอาว๊ะ... มือหนาบีบปากของหญิงสาวการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจึงเกิดขึ้น ชายหนุ่มก้มลงประชิดปากบางนั้นแล้วเป่าลมเข้าไปทันทีเพื่อให้มีอากาศเข้าไปในปอดของหญิงสาวเพื่อให้เธอหายใจได้อีกครั้ง แต่ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ชายหนุ่มทำแบบนี้อยู่สองสามครั้งก่อนจะหยุดเมื่อร่างที่เขาช่วยชีวิตเริ่มกระดุกกระดิกรู้สึกตัว
“แค๊ก..แค๊ก”
ขวัญพรรษสำลักน้ำที่กลืนเข้าไป หญิงสาวพยายามมองหน้าคนที่ช่วยชีวิตเธออีกครั้งอย่างสลึมสะลือ และเมื่อเห็นชัดว่าใครช่วยชีวิตเธอไว้หญิงสาวใช้มือผลักใบหน้าที่กำลังก้มลงมาถามอาการเธอนั้นออกห่างสุดตัว
“โอ๊ย...จะผลักทำไมเนี่ย”
พนาพรรษตะโกนบอกหญิงสาวที่เขาช่วยชีวิตไว้เมื่อรู้สึกว่างร่างของตัวเองเขยิบออกไปตามแรงผลักของหญิงสาว
“คุณ..คุณทำอะไรฉัน”
เสียงสั่น ๆ ถามออกไปทั้งที่รู้ว่าเขาทำอะไรเธอ แต่ก็ยังอยากรู้ว่ามันจริงหรือเปล่า ดวงตากลมโตเพ่งมองไปที่ร่างสูงที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นทรายตรงข้ามกับเธอ เขานั่นเอง..ผู้ชายที่เธอเห็นบนเครื่องบิน และเป็นคนเดินชนเธอโดยไม่เอ่ยคำขอโทษคนนั้นนั่นเอง
“อะไร..ทำอะไร”
พนาพรรษมองหน้านวลนั้นอย่างงง ๆ ก็เขาช่วยชีวิตเธอเอาไว้ก็น่าจะขอบคุณเขามากกว่าที่จะมาผลักแล้วมองหน้าเขาเหมือนเขากระทำความผิดอะไรอย่างร้ายแรง
“เมื่อกี้ คะ..คุณจูบฉันหรือ”
ขวัญพรรษสอบเสียงสั่นพร้อมกับเอามือถูปากบางนั้นอย่างแรง ๆ ราวกับว่ามันจะลบรอยประทับของเขาได้
“บ้า..ผมไม่สิ้นคิดขนาดจูบเด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างคุณหรอกนะ ผมผายปอดให้คุณต่างหาก ช่วยชีวิตคนจมน้ำด้วยวิธีผายปอดคุณเคยได้ยินหรือเปล่า”
พนาพรรษถามออกไปอย่างฉุนเฉียวแล้วพยุงตัวขึ้นลุกยืนทันที
“อีกอย่างนะ คุณดูสภาพคุณตอนนี้สิ ผมคงจูบไม่ลงหรอกนะ”
พนาพรรษกล่าวเสียงเข้มพร้อมกับมองหน้าอีกฝ่ายอย่างพิจารณา
“แล้วอีกอย่างนะ อย่างสุดท้าย ถ้าคุณอยากเล่นน้ำก็ไม่ต้องว่ายไปลึกขนาดนั้นก็ได้ เดี๋ยวจมน้ำตายไปเป็นผีเฝ้าทะเลจะไม่มีคนรู้”
พูดเสร็จชายหนุ่มก็สะบัดหน้าหนี ไม่อยากมองหน้าหวานนั้น ๆ แม้แต่วินาทีเดียว เพราะเขาคงจะอดต่อว่าอีกฝ่ายไม่ได้ ทำอะไรเป็นเด็กไปได้เล่นน้ำคนเดียวมืด ๆ ค่ำ ๆ คนเดียวดีไม่จมทะเลตายไป เป็นน้องเป็นนุ่งจะจับหวดซะให้เข็ดชายหนุ่มคิดอย่างฉุน ๆ ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นโดยไม่มองหญิงสาวอีกเลย
“เดี๋ยว..คุณ..คุณ..”
หญิงสาวตะโกนเรียกอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจเสียงเรียกนั้นแม้แต่นิดเดียว เพียงชั่วครู่เธอก็ไม่เห็นร่างสูงของคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้แล้ว ชื่ออะไรไม่เห็นบอกเลย
“คนอะไร”
ขวัญพรรษบ่นพึมพำกับตัวเองแล้วเดินกลับไปยังห้องพักของตัวเอง วันนี้เธอเกือบเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เสียแล้ว วันแรกของการมาที่นี่ช่างน่าจดจำเสียจริง แล้วคนที่ช่วยชีวิตเธอเป็นใครกัน คงเป็นคนงานหรือเจ้าหน้าที่ที่นี่เหมือนกับเธอละมั้ง ขวัญพรรษเดินมาถึงบ้านพักของตัวเองแล้วเหลือบไปมองยังบ้านใหญ่ซึ่งเปิดไฟไว้ทั่วบ้าน โอ้โห...มองตอนกลางคืนบ้านใหญ่สวยมาก เหมือนกับภาพบ้านที่ถ่ายลงโปสการ์ดที่ขายตามร้านขายรูปทั่ว ๆ ไปเลย หญิงสาวกอดตัวเองอีกครั้งเมื่อเริ่มหนาว เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะได้นอน ขวัญพรรษอาบน้ำเสร็จแล้วเข้านอนหลังจากนั้นเธอก็หลับสนิทไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย

เช้าวันใหม่ในฟาร์มป่าหนาวกำลังวุ่นวายกันไปหมดเมื่อคนที่จะรายงานตัวในการทำงานวันแรกยังไม่มาถึงสำนักงาน จนคนเป็นนายหงุดหงิดขึ้นมาฉับพลัน
“คุณมนูญ ไหนคุณเคียวที่จะมาทำงานวันนี้ไงครับ นี่เลยเวลามาจะสองชั่วโมงแล้วผมยังไม่เห็นมีใครมาเลย”
มนูญมองหน้าพนาพรรษแล้วถอนหายใจออกมา คิดแล้วเสียวแทนคุณเคียวจริง ๆ ที่ต้องมาทนผู้ชายอารมณ์ร้ายอย่างคุณป่า
“เดี๋ยวผมไปตามให้ครับ มาถึงตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ น่าจะมารายงานตัวได้แล้วนะครับ เมื่อวานก็คุยกันเรียบร้อยแล้ว” มนูญบอกพนาพรรษแล้วเดินไปยังบ้านพักของขวัญพรรษที่อยู่ไม่ไกลจากสำนักงาน
“คุณเคียวครับ คุณเคียว”
มนูญนิ่วหน้าเมื่อเคาะประตูหลายทีแล้วยังไม่ได้ยินเสียงตอบรับของอีกฝ่าย เขากำลังจะคิดว่าถ้าเคาะประตูครั้งนี้อีกครั้งแล้วไม่เปิดจะให้แม่บ้านมาไขกุญแจสำรองเสียที
“คุณเคียว คุณเคียวครับ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”
มนูญหยุดเรียกเมื่อประตูเปิดออกมา ชายหนุ่มอ้าปากค้างเมื่อเห็นสภาพของขวัญพรรษ ใบหน้าขาวซีดนั้นซีดยิ่งกว่าวันแรกที่มา ริมฝีปากแดงก่ำดูก็รู้ว่าเป็นจากพิษไข้นั่งเอง หญิงสาวไปทำอะไรมาถึงเป็นไข้แบบนี้
“ขอโทษค่ะ เคียวไข้ขึ้นนิดหน่อยค่ะ เมื่อวานเล่นน้ำเพลินไปนิดค่ะเดี๋ยวเพลินรีบตามไปที่สำนักงานนะคะ”
ขวัญพรรษบอกแล้วรีบปิดประตูกลับเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมจะทำงานได้อย่างเต็มที่ เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ขวัญพรรษก็เดินเข้ามาถึงสำนักงาน เอมี่ชี้บอกทางเธอให้เข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่เขียนชื่อว่าพนาพรรษ เหอ..ชื่อคล้ายเธอจัง มันบังเอิญเกินไปหรือเปล่า หญิงสาวเคาะประตูเบา ๆ เมื่อได้ยินเสียงอนุญาตเธอจึงเปิดประตูเข้าไปด้านใน หญิงสาวเดินมายืนกลางห้องมองแผ่นหลังของคนที่มีชื่อคล้ายเธอนั่นเอง มองจากตรงนี้คนที่อยู่ข้างหน้าเธอสูงจังเลย รูปร่างก็ดี ถ้าได้เป็นแฟนนะจะกอดไม่ปล่อยเลย ว๊าย...เคียวแกคิดอะไรนี่น่าไม่อายเลย
“คุณเคียว นี่มันกี่โมงแล้วครับ ผมว่าถ้าคุณละเลยหน้าที่ของตัวเองทำงานช้าแบบนี้ พวกนกแก้วมาคอว์ของผมคงตายหมดไม่เหลือแน่นอน”
ขวัญพรรษตาลุกวาวเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดแต่ก็ยังไม่โต้ตอบกลับไป
“ผมว่าคุณพิจารณาตัวเองก่อนดีกว่านะ ที่นี่ไม่มีแสงสีให้คุณเที่ยวเล่นหรอกนะครับ ไม่มีผู้หญิงสาว ๆ สวย ๆ อย่างในเมืองให้คุณดู มีแต่ผู้หญิงบ้านป่า บ้านนอกแค่นั้นเอง มันคงสร้างความสนุกสนานให้คุณไม่ได้ เมื่อได้ยินอย่างนี้แล้วคุณอยากจะทำงานที่นี่อีกหรือ”
พนาพรรษนิ่วหน้าของตัวเองเมื่อเขาถามไปหลายคำถามแล้วเขาไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมาสักคำ ชายหนุ่มหันกลับมาเพื่อจะต่อว่าอีกฝ่าย แล้วก็ต้องตกตะลึงเมื่อคนที่เขาคิดว่าเป็นผู้ชายกลับกลายเป็นผู้หญิง แล้วก็เป็นคนเดียวกับคนที่เขาเจอที่สนามบิน บนเครื่องบน ในท้องทะเล และก็จูบปาก เอ้ยไม่ใช่ ผายปอดช่วยชีวิตนั่นเอง
“คุณ..มาที่นี่ได้ไง”
พนาพรรษถามออกไปอย่างสงสัย แล้วสอดสายตามองหาผู้ชายที่ชื่อเคียว แต่กลับไม่ม่ใครอยู่ในห้องนี้เลยนอกจากผู้หญิงคนนี้กับเขา
“ฉันชื่อ ขวัญพรรษค่ะ หรือคุณจะเรียกว่าเคียวก็ได้ มาเป็นสัตวแพทย์คนใหม่ของฟาร์มป่าหนาวค่ะ”
หญิงสาวมองดูดวงตากลมโตคมเข้มของอีกฝ่ายที่มองมาที่เธออย่างพินิจพิเคราะห์
“ผู้หญิง สัตวแพทย์คนใหม่เป็นผู้หญิงหรือนี่ อ้าวแล้วอีกคนที่ชื่อวินนี่ล่ะ”
ชายหนุ่มถามอย่างแปลกใจ ในรายงานการรับคนงานเพิ่มระบุว่าเป็นผู้หญิงคนผู้ชายคน เขาก็เลยคิดว่าคนที่มาทำงานก่อนวันนี้เป็นผู้ชาย แล้วอีกคนที่ชื่อวินนี่เป็นผู้หญิง แต่พอเห็นหน้าหญิงสาวเท่านั้น เขาคิดว่าเขาคงเข้าใจผิดอย่างแน่นอนเห็นทีต้องไปอ่านประวัติของสาวน้อยตรงหน้านี้เสียใหม่อีกรอบ
“วิทวัส หรือวินนี่ จะเป็นแบบไหนเดี๋ยวคุณก็รู้เองแหล่ะคะ รู้แต่ว่าตอนนี้ฉันมาทำงานในฐานะสัตวแพทย์คนใหม่ของฟาร์มป่าหนาวแล้วกัน”
ชายหนุ่มมองหน้าผู้หญิงตรงหน้าอีกครั้งเมื่อได้ยินคำตอบกวน ๆ นิด ๆ ของเธอ
“ทำไมมนูญไม่บอกผมก่อนว่าคนที่จะไปทำงานที่สัตวแพทย์ดูแลเจ้านกของผมเป็นผู้หญิง”
พนาพรรษพึมพำอย่างหงุดหงิดเมื่อเรื่องที่เขาคิดไว้ไม่เป็นอย่างที่เขาคิดแต่แรกเสียแล้ว เขาคิดว่าสัตวแพทย์คนใหม่เป็นผู้ชายเสียอีก เห็นชื่อเคียว ไอ้เขาก็ลืมอ่านประวัติอย่างอื่น
“ทำไมคะ ผู้หญิงแล้วเป็นอย่างไร”
ขวัญพรรษถามอีกฝ่ายอย่างหาเรื่อง
“ก็ไม่ทำไม แต่ท่าทางจะไม่รอด ดูจากเมื่อคืนแล้ว งานของผมคงไม่ดำเนินไปด้วยดีแน่นอน คุณกลับไปเถอะ ผมให้เงินเดือนล่วงหน้าสามเดือนเลย ถ้าคุณไม่พอใจผมให้สี่เลยเอ้า... ผมไม่อยากได้ภาระเพิ่มมากไปกว่านี้”
คำดูถูกของพนาพรรษทำให้ขวัญพรรษฉุนสุดขีด เพราะไม่เคยมีใครว่าเธอแบบนี้มาก่อนทุกคนที่บ้านไม่เคยแม้แต่ทำร้ายจิตใจเธอด้วยคำพูดแบบนี้
“ถึงเป็นผู้หญิงฉันก็ทำงานได้ ฉันเรียนมาทางด้าน คุณยังไม่ได้ให้ฉันเริ่มงานเลย แล้วคุณมาตัดสินการทำงานของฉันได้อย่างไร ฉันไม่คิดเลยว่าเจ้านายที่มีลูกน้องมากมายนับร้อยคนจะใจแคบ ตัดสินคนอื่นแค่เพียงการมอง และการอุบัติเหตุที่เธอผู้นั้นไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้นสักนิดเดียว”
ขวัญพรรษหายใจเข้าออกอย่างเร็วเธอเสียพลังงานจากการพูดยาว ๆ แบบนี้ เสียงหายใจเข้าออกแรง ๆ หลาย ๆ ครั้งทำให้ พนาพรรษหันมามองหน้าสวยของขวัญพรรษอีกครั้ง
“แต่ถึงอย่างไรผมก็ไม่อยากร่วมงานกับผู้หญิงสักเท่าไหร่”
คำพูดดูแคลนของเขาทำให้ขวัญพรรษเท้าสะเอวแล้วมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเคือง ๆ แต่กิริยาแบบนี้แม่จ๋าไม่เคยสอนนะ มันเป็นเองเพราะอารมณ์โมโหที่ผู้ชายคนนี้ดูถูกเธอทั้งที่ไม่ให้เธอได้พิสูจตัวเองเลยสักครั้ง
“คุณมันใจแคบ น่ารังเกียจ”
ขวัญพรรษกล่าวออกไปอย่างโมโน
“มันเป็นสิทธิ์ของผม ผมเป็นเจ้าของที่นี่ผมมีสิทธิ์เลือกพนักงานไม่ใช่หรือ ผมก็ต้องเลือกพนักงานที่เหมาะกับการทำงานที่ทุลักทุเลพร้อมจะไปทุกที่ ซึ่งผู้หญิงอย่างคุณไม่สามารถทำได้แน่นอน”
พนาพรรษเท้าสะเอวมองหน้าที่ฝ่ายที่ถลึงตาใส่เขาด้วยความโมโหนั้นอย่างเอาเรื่องเหมือนกัน สายตาที่ใช้มองขวัญพรรษเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ชนิดใด แต่ก็มีรังสีอันตรายบางอย่างเตือนหญิงสาวว่าถ้าหากยังต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่ายอยู่เธอจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบเขามากกว่า
“ฉันขอทำงานพิสูจน์ก่อน ถ้าฉันทำไม่ได้ ฉันไม่รับแม้แต่เงินเดือน ๆ นี้”
คำพูดนั้นทำให้พนาพรรษมองหน้าอีกฝ่ายนิ่งอยู่อย่างงั้น พนาพรรษยังไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้นเมื่อไม้คนงานหนุ่มอีกคนของฟาร์มป่าหนาววิ่งหน้าตาตื่นมาเรียกหญิงสาวไว้เสียก่อน
“นายหัวครับ นายหัว ช่วยไปดูน้องนกที่ฟาร์มนกทีเถอะครับ มันท้องเสียเรี่ยราดไปหมด ผมไม่ทราบว่ามันกินอะไรเข้าไปหรือเปล่าเลยเป็นแบบนี้ มันนอนเงียบไม่ขยับไปไหนเลย ผมกลัวมันตายเสียก่อน”
ไม้ผู้รับหน้าที่ดูแลฟาร์มนกม พูดเสียงกระหืดกระหอบด้วยความเหนื่อยเพราะวิ่งแม่แต่ไกล
“แล้วทำไมมันถึงได้ท้องเสีย ดูแลกันยังไง”
นายหัวของฟาร์มป่าหนาวกล่าวด้วยน้ำเสียงกระด้างขึ้น
“ผมไม่ทราบครับ”
ไม้ตอบเสียงแผ่วหลบตาผู้เป็นนาย ก็ใครจะไปสบตาได้หล่ะ มองเหมือนจะกินเลือดกินเนื้ออย่างนั้นแหล่ะ เขาก็ทราบดีว่าฟาร์มนกเป็นสิ่งที่นายหัวรักมาก เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ปรายฟ้าคนรักเก่าเหลือไว้ให้เขาดูต่างหน้า ทุกคนในป่าหนาวจึงทราบดีกว่าถ้าไม่มีธุระอะไรห้ามเข้าไปในนั้นเด็ดขาด ถึงจะให้นักแขกที่มาพักดูก็ดูด้านนอก ห้ามจับ สัมผัส หรือนำสิ่งแปลกปลอมทั้งหลายเข้าไปในฟาร์มนกสุดรักของนายหัวของพวกเขา
“คุณจะมาถามอะไรตอนนี้....กว่าจะรู้เรื่องนกคุณคงตายหมดแน่”
ไม้ถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้ยินเสียงเล็ก ๆ หันไปต่อว่านายหัวหนุ่มที่ยืนมองหญิงสาวอย่างแปลกใจเหมือนกัน น้อยครั้งที่จะมีคนกล้าต่อปากต่อคำกับนายหัวของป่าหนาว คุณหมอคนนี้เลยทำให้ไม้ตกตะลึง
“รีบไปกันเถอะค่ะคุณ...”
“ไม้ครับ ผมชื่อไม้”
แม้จะเพิ่งเคยเห็นหน้า แต่เธอก็คาดคะเนจากหน้าตาแล้วว่าหนุ่มคนนี้น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอแน่นอน ขวัญพรรษรีบวิ่งไปเอากระเป๋ายาที่บ้านพักของตัวเอง โดยไม่สนใจเจ้าของฟาร์มป่าหนาวที่มองดูอย่างงง ๆ ชายหนุ่มเดินตามอีกฝ่ายไปยังแผนกสวนสัตว์ที่นกแก้วมาคอว์ตัวไม่ใหญ่มากของไม้กำลังนั่งหมดเรี่ยวแรงอยู่ตรงนั้นเพราะปรกติบรรดานกมันจะไม่ค่อยนั่งถ้าไม่เป็นโรคหรือไม่สบาย
“ไม้เราต้องแยกมันออกมาที่พักฟื้นนอกกรงเสียก่อน ไม้พอจะแบกไหวมั้ย”
ขวัญพรรษหันไปถามไม้แล้วก็ยิ้มอย่างยินดีเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้ารับ
“งั้นรีบกันเถอะถ้าทางมันจะแย่แล้ว”
ร่างบางเดินเข้าไปใกล้ ๆ นกมาคอร์ตัวน้อยที่นอนหมดแรงอย่างอ่อนเพลียอยู่ตรงหน้า ถ้าไม่ติดว่าเธอต้องรีบรักษาเจ้านกตัวนี้เธอคงชมฟาร์มนกแห่งนี้ต่อด้วยความชื่นชอบเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วเนื่องจากที่บ้านของหญิงสาวก็มีอยู่สามตัว มันเป็นสัตว์รักของเธอเหมือนกัน แล้วดูซิแต่ละตัวสวย ๆ ทั้งนั้นเลย นกน้อยพยายามดิ้นรนหนี แต่ไม่มีแรงจึงทำได้แค่ดิ้นเบา ๆ แค่นั้นเอง ไม้เอาผ้ามาคลุมปากของนกแก้วซึ่งเป็นที่ที่แข็งแรงที่สุดเอาไว้ ถึงมันจะไม่มีแรงแต่มันก็สามารถสร้างรอยแผลให้กับเขาได้อย่างดี ไม้อุ้มมันไปยังเรือนพักฟื้น ซึ่งอยูห่างจากบ้านพักของเธอออกไปอีกด้านหนึ่ง พนาพรรษมองร่างบางที่ช่วยกันยกร่างของนกแก้วมาคอว์ตัวสวยที่ปรายฟ้าของเรารักนักหนา
“ไม้ฉันว่าพาไปโรงพยาบาสัตว์ดีกว่า ฉันไม่ไว้ใจ อีกอย่างน้องแก้วตาตัวนี้มันตัวโปรดของฟะ...”
นายหัวหนุ่มพูดได้แค่นั้นก็หยุดทันทีเพราะทุกคนโดยเฉพาะขวัญพรรษมองเขาอย่างสงสัยว่ามันเป็นของใครกันแน่แล้วทำไมเขาไม่พูดออกมา
“กว่าจะถึงโรงพยาบาลฉันว่ามันคงตายก่อน คุณอยากให้มันตายหรือไง ไหนว่ารักนักรักหนาไง ทรมานสัตว์เสียไม่ว่า”
คำพูดของสัตวแพทย์สาวทำให้นายหัวหนุ่มถึงกับอึ้ง มันก็จริงของหญิงสาวพูดเหมือนกัน กว่าจะถึงโรงพยาบาลสัตว์ในตัวเมืองเจ้าขวัญตาสุดรักของเขาตัวนี้ต้องแย่ก่อนแน่ ๆ
“แล้วคุณแน่ใจว่ารักษามันได้ ถ้ามันตายผมจะจัดการคุณเป็นคนแรก”
“ฉันเรียนหมอสัตว์มาแค่นี้พอมั้ย”
คำตอบของขวัญพรรษทำให้นายหัวของป่าหนาวอึ้งไปพักหนึ่ง จริงสิ เธอเป็นหมอนี่นา
“ให้ผมช่วยอะไรมั้ย”
พนาพรรษลองหยั่งเชิงกับอีกฝ่าย
“ไม่เป็นไรค่ะ ช่วยอยู่ไกล ๆ โดยไม่ต้องพูดอะไรก็พอ”
คำตอบของหญิงสาวทำให้นายหัวแห่งป่าหนาอึ้งก่อนจะมองคุณหมอคนสวยด้วยสายตาที่ถ้าหญิงสาวมองตอบกลับไปตอนนี้คงจะหนาวพิลึก
“ไม้ เราต้องแยกตัวนี้ออกไว้ก่อนนะ แล้วไม้ช่วยไปเก็บอุจจาระของมันมาด้วยแล้วกัน เคียวจะเอาไปตรวจ”
ขวัญพรรษบอกไม้ที่อยู่ถัดไปจากนายหัวหนุ่มที่ยืนอยู่เงียบ ๆ ตามที่คุณหมอบัญชา ทั้งที่ความจริงแล้วอยากถามอาการของเจ้านกตัวน้อยมาก
“มันเป็นอะไรครับ”
พนาพรรษถามอีกฝ่ายอย่างกังวลเขาห่วงว่าสิ่งเดียวที่เคยเป็นของรักของคนรักเก่าที่เสียชีวิตไปแล้วนั้นจะไม่เหลืออะไรให้เขาไว้เชยชมยามที่คิดถึงเข้าของมัน
“ฉันว่ามันน่าจะติดเชื้อแบคทีเรียบางอย่าง เดี๋ยวฉันจะให้ยามันก่อน คุณบอกในห้องแลปคุณมียาพร้อม ฉันขอเข้าไปดูได้มั้ย ส่วนอุจจาระของมันคุณมีเจ้าหน้าที่แลปอยู่แล้วคงตรวจได้มั้งคะ แต่ถ้าไม่ได้ฉันก็สามารถทำได้ขอแค่มีเครื่องมือพร้อมเท่านั้น ยิ่งตอนนี้สัตว์ปีกทั้งหลายต้องระวังหลายโรค เราควรต้องแยกตัวนี้ออกมาจากตัวอื่น ๆ ก่อนนะคะ แล้วตัวที่เหลือเราต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เอ่อ...อีกอย่างพรุ่งนี้ให้ไม้พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อให้ทั่วกรงนกเลยนะคะป้องกันไว้ก่อน”
พนาพรรษพยักหน้ายอมรับเมื่ออีกฝ่ายตอบด้วยใบหน้าราบเรียบและจริงจัง ไม่น่าเชื่อพอรักษาสัตว์ขณะนี้ใบหน้าที่หวอ ๆ เมื่อคืนก่อน คนที่นอนน้ำลายไหนซบไหล่เขานั้นเงียบขรึมและจริงจังกับการรักษานกมาคอร์น้อยตัวนี้อย่างเคร่งเครียด หญิงสาวใช้เสตท (เครื่องมือแพทย์ชนิดหนึ่งที่แพทย์ทุกคนต้องมีเพื่อฟังการหายใจ และฟังปอด) ฟังการหายใจของนกตัวนั้นเบา ๆ ใบหน้าสวยเริ่มคลายกังวลไปบ้าง หญิงสาวหยิบน้ำเกลือมาหนึ่งขวดเล็กแล้วแขวนไว้กับไม้แขวนน้ำเกลือ ขวัญพรรษวางมือตรงบริเวณตรงกล้ามขาเพื่อคลำหาเส้นเลือดใหญ่จากนั้นก็ใช้เข็มแทงเข้าไปอย่างแม่นยำโดยปกติแล้วมันไม่ต้องใส่น้ำเกลือนี้ก็ได้เพราะเพียงแค่นำยาละลายน้ำให้มันกินสองสามวันก็ดีขึ้น แต่รู้สึกว่าเจ้ามาคอร์ตัวนี้จะเป็นหนักถ้าปล่อยไว้สองสามวันเจ้าของของมันคงจะกินหัวเธอแน่นอน นกแก้วมาคอว์ตัวน้อยตัวนี้อาการค่อนข้างหนักถ้าช้าไปอาจถึงชีวิต มันสะดุ้งและส่งเสียงร้องเสียงดังเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมแทงเข้าสู่ร่างกาย จนชายหนุ่มต้องเข้ามาช่วยจับเอาไว้อีกคนหนึ่ง จากนั้นทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี หญิงสาวยืนมองน้องกวางตัวน้อย แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
“นี่ครับ อึ ของน้องแก้วตาครับ”
ไม้บอกคุณหมอที่ยืนอยู่ด้านหน้า
“ไม้วิ่งไปที่ห้องแลปนะ บอกว่าฉันให้เอาอึน้องนกมาตรวจหาเชื้อ”
“ครับ”
ไม้วิ่งออกไปห้องแลปอย่างรวดเร็ว
“ต้องมีคนเฝ้ามันมั้ย”
เสียงห้าว ๆ ของนายหัวถามเบา ๆ
“เดี๋ยวเคี..เอ้ย ฉันเฝ้าเองค่ะ ไม่ต้องห่วง หรือถ้าคุณไม่ไว้ใจจะเฝ้าเองก็ได้ ฉันยังไงก็ได้”
ขวัญพรรษพูดจบแล้วเดินไปออกไปที่ห้องแลปซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องพักฟื้นนี่นักโดยไม่สนใจนายหัวของป่าหนาวที่ยืนมองนกตัวรักโดนพันกายเอาไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนไปไหนได้ ก่อนจะเดินตามหญิงสาวออกไป พนาพรรษมองหน้าคนที่เดินเข้าห้องแลปไปเมื่อสักครู่แล้วเดินกลับบ้านพักของตัวเองเห็นทีเขาต้องทบทวนเรื่องการทำงานของหญิงสาวใหม่เสียแล้วเพราะจากการทำงานของวันนี้ หญิงสาวทำได้อย่างเรียบร้อย เฮ้อ..มีผู้หญิงมาทำงานด้วยคงไม่เป็นไรหรอกมั้งครับฟ้า อย่าโกรธป่านะ..คำพูดที่ฝากฟากฟ้าไปบอกหญิงสาวคนรักที่จากกันไปนานแล้วให้ได้ยิน และขออนุญาต เขาดูเก่งมาก และรักษาน้องแก้วตาของฟ้าได้อย่างยอดเยี่ยมและคงรักษาและดูแลพวกเพื่อน ๆ น้องแก้วตาที่อยู่ในกรงอีกหลายสิบตัวได้เป็นอย่างดี
........................................................................



เอรินี
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 27 เม.ย. 2554, 21:16:12 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 27 เม.ย. 2554, 21:17:26 น.

จำนวนการเข้าชม : 1960





<< วันแห่งความยินดี   การเริ่มงานวันแรก >>
ปูสีน้ำเงิน 28 เม.ย. 2554, 01:08:22 น.
จำได้ว่าเคยเอามาลงแล้ว แต่จำไม่ได้ว่าจบหรือเปล่า(เพราะช่วงที่น้ำท่วมปูเข้าเล่นเน็ตไม่ได้เลยไม่รู้ว่าลงให้อ่านจนจบหรือเปล่า) แต่ถ้าลงไม่จบแล้วคราวนี้ลงให้อ่านจนจด้วยนะคะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account