อาทิตย์พรางดาว
เมื่อความเคียดแค้นชิงชังที่มีมาระหว่างพี่น้องต่างมารดา ทำให้เกิดเรื่องราวต่างที่นำมาซึ่งความสุข เศร้า และโศกนาฏกรรม! ดาวเหนือจะทำอย่างไรเมื่อตะวันฉายผู้เป็นเกลียดเธอจนไม่อยากจะอยู่ร่วมโลก และตฤณจะทำอย่างไรเพื่อปกป้องคนรักไม่ให้โดนทำร้าย ต้องติดตามใน 'อาทิตย์พรางดาว'
Tags: ดราม่า

ตอน: ตอนที่ 31

ตอนที่ 31

“หมอ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ไหนหมอบอกว่าเป็นปกติไง” วีกิจโวยใส่คุณหมอวัยกลางคนที่กำลังส่องไฟใส่ดวงตาของตรีทิพย์อยู่ ส่วนคนอื่นนั้นกำลังรอฟังผลอย่างใจจดใจจ่อ คุณหมอหยิบชาร์ตจากพยาบาลมาขีดๆเขียนลงไปไม่นำพาต่อเสียงนกเสียงกาด้านข้าง ปิดชาร์ตส่งให้พยาบาลแล้วถึงได้หันมาสนใจคนที่กำลังเดือด

“ญาติคนไข้ใจเย็นก่อนนะครับ”

“ไม่ใช่ญาติ! แฟนต่างหาก...” เขาแก้ “..แล้วหมอยังจะมาบอกให้ใจเย็นอีก ไม่เห็นหรือไงว่าแฟนผมจำอะไรไม่ได้อย่างนี้น่ะ!!!”

ตฤณที่เห็นว่าคุณหมอกำลังนับหนึ่งถึงสิบในใจไม่ให้ยกเท้ายันวีกิจ ก็รีบเข้ามาดันชายหนุ่มไปให้ไกลแล้วผูกขาดการสนทนาแทน

“ ตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับน้องของผมครับ”

“คืออย่างที่หมอบอกไปแล้วครับว่าสมองของคนไข้ได้รับบาดเจ็บและนี่คืออาการที่ตามมาครับ คนไข้จะมีอาการความจำเสื่อม...” คุณหมอบอก ตฤณอึ้ง วีกิจที่ได้ฟังแล้วถึงกับช็อกมองไปทางคนรักที่นั่งตาแป๋ว รู้สึกเหมือนถูกทุบหัวอย่างไรชอบกล

“...แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ไม่ใช่แบบถาวร แค่ชั่วคราวเท่านั้น” คุณหมอบอกยิ้มๆเมื่อเห็นว่าเหล่าบรรดาญาติเริ่มกลับมายิ้มได้ โดยเฉพาะคนที่บอกว่าเป็นแฟนถึงกับหูผึ่ง ตาลุกพรึ่บ

“...พวกคุณต้องคอยช่วยฟื้นความจำคนไข้ อย่าไปบังคับให้จำนะครับ ค่อยเป็นค่อยไป อาจจะใช้เวลานานแต่รับรองว่าหายแน่นอน แล้วก็ต้องทานยากับมาพบแพทย์ตามหมายนัดทุกครั้งนะครับ”

“ขอบคุณครับคุณหมอ แล้วนี่ต้องนอนโรงพยาบาลอีกนานไหมครับ” ตฤณถาม แล้วก็ได้รับคำตอบกลับมาว่า

“หมออยากจะให้นอนดูอาการอีกสักอาทิตย์ หลังจากนั้นก็กลับบ้านได้ ในระหว่างนี้หากคนไข้มีอาการปวดศีรษะก็ไม่ต้องตกใจนะครับ เป็นหนึ่งอาการของการบาดเจ็บที่สมอง แต่หากมีอาการมากก็รีบกดออดเรียกพยาบาลได้เลยครับ หมอขอตัวก่อนนะครับ” คุณหมอส่งยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับพยาบาล มีพัดยศเป็นคนเดินไปส่ง
ดาวเหนือเดินมานั่งข้างเตียงเพื่อนรัก จับมือบีบเบาๆแล้วแนะนำตัว

“ฉันชื่อดาว...ดาวเหนือ เราเป็นเพื่อนสนิทกันมาก แล้วก็ยังทำงานที่เดียวกันด้วย” ตรีทิพย์มองคนที่บอกว่าเป็นเพื่อนนิ่งแล้วยิ้มออกมา ทำให้ดาวเหนือรู้สึกดีใจ รีบแนะนำคนอื่นๆอีกเรื่อยมาจนถึงตฤณที่ยกมือห้ามไว้เป็นเชิงบอกว่าเดี๋ยวเขาแนะนำเอง ตรีทิพย์มองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าอย่างรู้สึกได้ถึงความผูกพันและคิดถึง

“ส่วนพี่ชื่อตฤณ เป็นพี่ชายแท้ๆของเรา พวกเรารักกันมากเพราะมีกันสองคนพี่น้อง ตอนเด็กที่ตาลโดนแกล้งพี่ก็ไปจัดการเจ้าคนที่แกล้งให้ ตาลเองก็ช่วยพี่จีบดาวเหมือนกัน จำได้ไหม” ร่างบางส่ายหน้ามองเขาเศร้าๆ ตฤณฝืนยิ้มออกมา

“ไม่เป็นไรค่อยๆนึกไป ไม่ว่ายังไงตาลก็เป็นน้องพี่ตลอดไป” ตรีทิพย์ยิ้มออกมาตั้งใจไว้ว่าเธอจะต้องจำคนคนนี้ให้ได้เป็นคนแรก แต่เมื่อมองไปทางโซฟาด้านข้างก็พบกับสายตาคมคู่หนึ่งที่จ้องมองมาทางเธอ หญิงสาวหันไปมองก่อนจะเงยหน้าถามคนที่เป็นพี่ชาย

“แล้วคนนั้นใคร”

ทั้งหมดหันไปมอง ‘คนนั้น’ ของตรีทิพย์แล้วเงียบ ตฤณไม่รู้เลยว่าควรจะสงสารใครดีกว่ากันระหว่างตัวตรีทิพย์ที่จำอะไรไม่ได้ หรือวีกิจที่ได้แต่รออย่างไม่มีจุดหมาย เห็นทีคงต้องคุยกันใหม่

วีกิจกัดปากตัวเองแน่นจนรับรู้ได้ถึงรสชาติคาวๆของเลือดที่ซึมออกมา คนที่รักจำเขาไม่ได้... ตอนที่เห็นอีกฝ่ายนอนจมกองเลือดว่าเจ็บแล้ว ตอนนี้มันเจ็บยิ่งกว่า...เหมือนจะขาดใจ

นี่เขาต้องรอใช่ไหม?...รอต่อไปอย่างไม่มีจุดหมายงั้นเหรอ? เขาควรจะรอไหมนะ?

ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามใดๆ ทั้งของตนเองและคนอื่น ลุกขึ้นเดินตรงไปยังประตูทางออกทันที ตฤณรีบตามออกไป

ตรีทิพย์มองตามไปอย่างไม่เข้าใจ เธอหันกลับมามองดาวเหนือ “เขาเป็นอะไรไปน่ะ”
ดาวเหนือได้แต่ส่งยิ้มบอกไม่ได้เช่นเดียวกัน เธอได้แต่หวังว่าวีกิจจะไม่ทำให้เธอและตรีทิพย์คนเก่าผิดหวังก็เท่านั้น...

ตฤณเร่งฝีเท้าตามชายหนุ่มรุ่นน้องที่ก้าวขึ้นบันไดพรวดๆไม่เหลียวหลังตรงไปยังดาดฟ้าของโรงพยาบาล เขาหอบน้อยๆเมื่ออีกฝ่ายหยุดจ้ำเดินแล้วตะโกนออกมาพร้อมน้ำตา

“โว้ย!!!!...ทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ ทำไม!!!”

ตฤณยืนรอให้อีกฝ่ายระบายอารมณ์จนหมดซึ่งกินเวลานานเกือบสิบนาที ก่อนจะเดินเข้าไปหาวีกิจที่นอนแผ่อยู่กับพื้น ยกแขนขึ้นปิดตา เขากลั้นใจพูดในสิ่งที่ไม่อยากพูดเท่าไหร่เพราะรู้ว่าคนที่จะเสียใจหากวีกิจทำตามที่เขาบอกก็คือตรีทิพย์ แต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อความชัดเจน

“วี...อย่ารอเลย...ไปหาคนที่เขาพร้อมสำหรับวีดีกว่า”

วีกิจลุกพรึ่บ ใช้ดวงตาแดงช้ำจากการร้องไห้มองตฤณอย่างขุ่นเคือง แล้วตวาด “นี่พี่พูดอะไรออกมา!”

“พี่พูดความจริง วีอาจจะโกรธ พี่เองก็ไม่อยากทำแบบนี้ แต่วีก็ได้ยินที่คุณหมอพูด มันต้องใช้เวลานาน บางทีอาจจะต้องใช้ทั้งชีวิต แล้ววีจะทนได้เหรอ...ที่ไม่รู้ว่าตาลจะจำวีได้เมื่อไหร่ จะจำได้ไหมว่ารักกันมากแค่ไหน พี่ไม่อยากเห็นน้องสองคนของพี่ต้องเจ็บ”

“พี่กำลังดูถูกผมอยู่...” วีกิจพูดเสียงเรียบ ดวงตาคุกรุ่นไปด้วยเพลิงพิโรธ “...พี่คิดว่าผมเป็นยังไง เป็นไอ้คนที่เปลี่ยนใจง่ายแค่เพราะผู้หญิงที่รักป่วยงั้นเหรอ ผมเป็นคนพี่...ผมมีหัวใจ ใช่! ผมอาจจะท้อ แต่อย่าหวังว่าผมจะถอย”

เขาจ้องตาตฤณอย่างมุ่งมั่น “ผมตามตื้อเขามานานแค่ไหน พี่ก็เห็น รอตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าเขาจะมีใจให้ผมรึเปล่าด้วยซ้ำ แล้วทำไมกับอีแค่รอให้เขาจำได้ว่ารักผมอยู่เนี่ยนะ มันจะไปยากอะไร” เขาตบอกตัวเองอย่างแรง ใบหน้าแดงตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน “คนอย่างผมลองรักใครแล้ว ต้องตายจากกันเท่านั้นแหละถึงจะหยุดผมไม่ให้รักได้ พี่จำเอาไว้!!”

ตฤณจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย เห็นแต่ความมุ่งมั่นไม่มีถอยแล้วก็ดีใจแทนน้อง และดีใจกับตัวเองด้วยว่ามองคนไม่ผิด ผู้ชายคนนี้แน่และดีพอแล้วที่จะให้เขาวางชีวิตน้องไว้ด้วยได้ เขายิ้มออกมาดึงชายหนุ่มที่ทำหน้าเอ๋อมากอด

“ขอบใจมากที่ไม่ทิ้งยายตาล”

วีกิจยิ้มแหยๆ รู้แล้วว่าเป็นแค่การลองใจของพี่ชายคนรัก เขาบอกอย่างกวนๆตามนิสัยหลังจากตฤณปล่อยเขาให้เป็นอิสระ

“ทิ้งได้ไงพี่...พันธุ์นี้หายาก เข้าขั้นดึกดำบรรพ์แล้วด้วย”

ตฤณส่ายหัวกับความขี้เล่นของว่าที่น้องเขย แล้วชวนกันเดินลงไปยังห้องพักข้างล่างของตรีทิพย์เพื่อบอกเรื่องการตัดสินใจของวีกิจ

ตรีทิพย์หันไปมองชายหนุ่มที่เดินตามหลังพี่ชายเข้ามา ดวงตาจับจ้องที่ใบหน้าหล่อเหลานั้นพลันความคุ้นเคยบางอย่างก็แล่นเข้ามาสู่ใจ ความคิดถึง โหยหาที่เห็นจากนัยน์ตาดำขลับคู่นั้น ทำไมมันช่างคุ้นอย่างนี้ ทำให้เริ่มเชื่อเรื่องที่ดาวเหนือเล่าให้ฟังว่าเธอและคนคนนี้เป็นคนรักกัน แต่เธอก็ยังจำไม่ได้อยู่ดี

หญิงสาวสะดุ้งเฮือกเมื่ออยู่ๆ ชายหนุ่มคนนั้นก็ดึงมือเธอไปกุม พยายามจะดึงออกแต่เขาก็จับไว้แน่นเหลือเกิน วีกิจจ้องหน้าคนรักนิ่งก่อนจะเอ่ยออกมา

“ผม...วีกิจ เป็นคนรักของตาล ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ผมก็จะรอ รอให้คุณจำได้ว่าเรารักกัน ผมจะทำทุกอย่างเพื่อรื้อฟื้นความจำของคุณให้ได้ ระหว่างนี้ความรักของผมที่มีให้คุณมันจะยังไม่เปลี่ยนไป มันจะเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมสัญญา”

ตรีทิพย์มองเข้าไปในตาของเขาก็เห็นความจริงใจและความรักที่มอบมาให้ เธอค่อยเปิดรอยยิ้ม พร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน ไม่ต่างจากวีกิจ เสียงสั่นๆเอ่ยตอบ

“ฉันก็จะพยายามจำคุณให้ได้เหมือนกัน”

ตฤณและดาวเหนือหันไปยิ้มให้กัน เขาใช้นิ้วปาดน้ำตาของคนรักที่เอ่อคลอเพราะซาบซึ้งใจ พัดยศกอดพรายจันทร์ที่ร้องไห้ราวกับทำนบแตกที่อกเสื้อของเขา ร้องไห้อย่างยินดีที่โลกนี้ยังมีความรักที่แท้จริงอยู่...


ตะวันฉายทิ้งตัวลงบนเตียงนอนอย่างเป็นสุข ริมฝีปากคลี่ยิ้มอย่างสบายใจ วันนี้เธอตั้งใจจะไปจัดการกับตรีทิพย์ แต่พอไปถึงก็เป็นเวลาเดียวกับอีกฝ่ายฟื้นมาแล้วหมอกำลังมาตรวจพอดี ประตูห้องที่ปิดไม่สนิทเนื่องจากความรีบร้อนนั้นทำให้เธอได้ยินว่าตรีทิพย์ความจำเสื่อม แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว เพราะมันหมายความว่าตรีทิพย์จะจำไม่ได้ว่าตัวเองตกบันไดมาเพราะเธอ เธอก็จะรอดจากการเป็นผู้ต้องสงสัย ทุกอย่างก็จะกลายเป็นอุบัติเหตุไป

“สวรรค์เข้าข้างฉันจริงๆ ต้องขอบใจที่แกความจำเสื่อมนะ...นังลูกตาลเน่า เท่านี้แกก็จะไม่สามารถมาขัดฉันกับคุณตฤณได้อีก” แล้วก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจที่ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี อารมณ์ดีเกินบรรยายตะวันฉายเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เพื่อนรักฟังโดยข้ามฉากที่เธอเป็นคนทำให้ตรีทิพย์ตกบันได

“ต๊าย...จริงเหรอยะ แหม...แบบนี้ก็ไม่มีใครขวางแกได้แล้วสิ รุกฆาตเลย” อาริตาที่ได้ฟังก็หัวเราะคิกคัก เพราะเธอเองยังเจ็บใจที่โดนตรีทิพย์ว่าเอาในงานเลี้ยงไม่หาย ตะวันฉายยิ้มกริ่ม

“ยังหรอก ยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้ฉันนึกอะไรบางอย่างได้”

“อะไรเหรอ”

หญิงสาวไม่ตอบได้แต่ยิ้ม ยิ้มที่คนปลายสายไม่เห็น “ก็แค่...อยากจะขอลองเป็นนางร้ายแบบสุดๆดูน่ะ”


ดาวเหนือทิ้งตัวลงกับเก้าอี้ภายในห้องทำงานของเมืองแมนอย่างเหนื่อยล้าทั้งกายทั้งใจ เจ้านายที่พ่วงตำแหน่งพี่รหัสของเธอสั่งให้มารอในนี้ก่อน ส่วนตัวเขาขอไปตกลงกับลูกค้าคู่สามีภรรยาที่กำลังโวยวายอยู่ด้านล่างขอให้เปลี่ยนตัวมัณฑนากรเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ดาวเหนือ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นนอกจากจะทำให้งานเสียแล้วภรรยาของเขายังโดนลูกหลงด้วย

“คุณต้องเปลี่ยนคนทำงานของคุณให้ผม ผมจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ยังดีที่ภรรยาผมไม่เป็นอะไรมาก ถ้าเธอเป็นอะไรไปล่ะก็ ผมจะฟ้องให้หมด รวมทั้งแม่คนนั้นด้วย!”

“ใจเย็นๆนะครับ เดี๋ยวเรามานั่งคุยกันก่อนดีกว่า”

เสียงโวยวายของฝ่ายสามีและเสียงเรียบๆของพี่รหัสเธอดังขึ้นมาให้ได้ยิน หญิงสาวเอามือกุมขมับ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เพราะเธอเจอมาเกือบทั้งอาทิตย์แล้วจากคนคนเดิม แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนบาดเจ็บจากเรื่องนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นลูกค้าของเธอนั่นเอง ทั้งยังทำให้ชื่อเสียงของบริษัทและตัวเธอเองมัวหมองเพราะเรื่องชู้สาวทั้งที่มันไม่เป็นความจริง และคนที่เล่นละครใส่ร้ายเธอก็คือ...ตะวันฉาย!

เธอยังจำวินาทีที่ตะวันฉายมาอาละวาดวันนี้และทำให้งานพังไม่เป็นท่าได้อย่างดี...
เธอกำลังดูช่างทาสีห้องของลูกค้าที่เป็นคู่สามีภรรยาที่แต่งงานกันมาประมาณสามปี และกำลังจะมีเจ้าตัวน้อยทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจซื้อบ้านในหมู่บ้านย่านชานเมืองแห่งนี้แทนการอยู่คอนโดเช่นเมื่อตอนแต่งงานใหม่ๆเพราะต้องการให้ลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมาอยู่ในสภาพแสดล้อมที่เป็นบ้านจริงๆมากกว่าห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ

ทั้งคู่จึงตัดสินจ้างให้บริษัทเธอออกแบบตกแต่งภายในให้และเธอก็ได้ทำงานชิ้นนี้ เนื่องจากฝ่ายภรรยาถูกใจกับแบบห้องเด็กอ่อนที่เธอออกแบบได้โดนใจกับคอนเซปต์ของอีกฝ่าย ...บริสุทธิ์ ไร้เดียงสาเหมือนเด็กแรกเกิด และวันนี้ก็นัดช่างให้มาทาสีที่ห้องเด็กอ่อนก่อนห้องอื่น เพราะว่าที่คุณแม่อยากจะรีบซื้อของมาตกแต่งไวๆ

ระหว่างนั้นที่เธอกำลังคุยอยู่กับฝ่ายภรรยานั้น ตะวันฉายก็โผล่เข้ามา พร้อมโวยวายดังลั่น

‘อยู่นี่เองเหรอ...นังหน้าด้าน!’ ตะวันฉายจิกตาดุมองหน้าดาวเหนืออย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทำเอาคุณภรรยาที่ยืนอยู่ข้างกันหน้าซีดจนคุณสามีต้องรีบเข้ามาประคองแล้วถอยห่างออกไปดูเชิง สองตามองไปที่ตะวันฉายอย่าไม่พอใจที่ทำให้ภรรยาของเขากลัวขนาดนี้ ดาวเหนือประจันหน้ากับพี่สาวต่างมารดาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาดีแน่ เพราเป็นแบบนี้มาแล้วทั้งอาทิตย์

‘คุณมีธุระอะไร คุณตะวัน’

เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังขึ้นจนใบหน้านวลของดาวเหนือหันไปตามแรงตบ ตะวันฉายแสร้งร้องไห้น้ำตาไหลอาบหน้า แล้วตะโกนด่าทอเธอเสียงดังจนคนงานมามุงกันหมด

‘ยังจะมาถามอีกเหรอ! แกแย่งเขาไปจากฉันแล้วยังไม่พอใจรึไง ยังจะมาพรากพ่อลูกออกจากกัน ลูกฉันร้องไห้หาพ่อทุกวัน ถามว่าพ่อไปไหน แล้วจะให้ฉันตอบลูกยังไงว่าพ่อเขาไปกกอยู่กับเมียน้อยอย่างแก คืนเขามานะ คืนเขามาให้ฉัน โฮ โฮ...’ทิ้งตัวลงกับพื้นห้องร้องไห้ฟูมฟาย

ดาวเหนือยืนอึ้งนึกทึ่งอยู่เงียบๆว่าพี่สาวใหญ่ของเธอคนนี้นี่น่าส่งเข้าชิงออสการ์ ทำให้ไม่เห็นสายตาเคลือบแคลงของลูกค้าสาว และสายตาอยากรู้อยากเห็นของเหล่าคนงาน

ฝ่ายภรรยาที่นาทีนี้หน้าหายซีดแล้วผละออกจากสามีรีบเข้าไปประคองตัวตะวันฉายที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่กับพื้นอย่างน่าเวทนา แล้วหันมามองเธออย่างสงสัย ก่อนจะถามออกมา

‘เป็นเรื่องจริงเหรอคะ คุณดาวเหนือ’

‘ไม่จริงค่ะ ผู้หญิงคนนี้เป็น...’ ยังไม่ทันที่เธอจะได้แก้ตัวจบ เสียงพูดปนสะอื้นก็ดังมาจากปากของหญิงสาวผู้น่าสงสารในความรู้สึกของคุณภรรยาเสียก่อน

‘ใครเขาจะไปยอมรับละคะว่าตัวเองเป็นเมียน้อย ต้องรอให้เรื่องมันแดงคาม่านรูดก่อนละมั้งถึงจะยอมรับ! ’ ส่งสายตาแดงก่ำมามองเธอแล้วด่าให้อีกที ‘... นังหน้าด้าน!’
ไม่พอยังหันไปยุยงให้ลูกค้าสาวที่อ่อนไหวง่ายเพราะกำลังท้องอยู่อีกด้วย ‘ระวังนะคะ ขืนจ้างแม่นี่ต่อไป สักวันคุณอาจจะเป็นเหมือนฉัน ตอนแรกก็แบบนี้จ้างให้มาทำห้อง ไปๆมาๆ ดันทำอย่างอื่นเสียนี่’

ลูกค้าสาวยืดตัวขึ้น หันมาทางเธอ แล้วบอกเรียบๆ ใบหน้ากลมไร้รอยยิ้มเหมือนอย่างเคย ‘ดิฉันว่า เราว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะค่ะ ดิฉันยังไม่รีบ อีกนานกว่าลูกจะคลอด พอคลอดแล้วอาจจะไปอยู่บ้านคุณแม่ของดิฉันก่อน เอาเป็นว่าดิฉันขอเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดเลยนะคะ แล้จะติดต่อไปใหม่’

ดาวเหนือนับในใจให้ถึงสิบ แล้วส่งยิ้มไปให้ ‘แล้วแต่คุณค่ะ’ มองเลยไปทางด้านหลังสบเข้ากับดวงตาสวยเฉี่ยวของตะวันฉายที่มองมาอย่างสะใจ มุมปากของอีกฝ่ายมีรอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นมา

หญิงสาวส่ายศีรษะ ก้มเก็บกระเป๋าสะพายและกระเป๋าใส่แบบ ยกมือไหว้ลาเจ้าของบ้านทั้งสองที่ฝ่ายชายรับไหว้มารยาท ใบหน้าไม่มีรอยยิ้มเช่นเดียวกับภรรยา ส่วนภรรยานั้นมองเมินเธอไปเลยเห็นได้ชัดว่าทั้งคู่เชื่อที่ตะวันฉายพูดเต็มร้อย

ร่างโปร่งเดินผ่านหน้าทั้งสองไปก่อนจะชะงักเมื่อเจอกับตะวันฉายที่มายืนดักหน้า มือของอีกฝ่ายกำลังถืออะไรบางอย่างเอาไว้ พอก้มลงมองก็พบว่าเป็นขวดแก้วที่ข้างในมีน้ำใสๆ สัญชาตญาณบางอย่างบอกว่ามันต้องไม่ใช่ของดีอะไรแน่นอน และก็อย่างที่คิดเมื่ออีกฝ่ายหมุนฝาเปิดออกแล้วสาดใส่หน้าเธออย่างรวดเร็ว!

ด้วยความที่ระวังตัวอยู่แล้วทำให้กระโดดหลบได้ทัน แต่ลืมนึกไปว่าลูกค้าสาวยืนอยู่ข้างหลัง พอเธอหลบอีกฝ่ายก็โดนน้ำใสๆนั้นเข้าเต็มหน้า ลูกค้าสาวร้องหวีดสุดเสียงก่อนจะล้มพับไป ฝ่ายสามีรีบรับภรรยาเอาไว้ตะโกนเรียกอย่างกังวล เธอรีบเข้าไปสำรวจอาการพบว่ามันเป็นแค่น้ำเปล่าไม่ใช่น้ำกรดอย่างที่นึกกลัว ตะวันฉายคงแค่จะแกล้งเธอเล่นเท่านั้น

เธอรีบบอกให้เขาเบาใจก่อนจะช่วยกันพาร่างหมดสติของภรรยาไปโรงพยาบาล ส่วนตัวคนก่อเรื่องนั้นก็อาศัยจังหวะชุลมุนขับรถสปอร์ตสีแดงคันโปรดหายวับไปอย่างรวดเร็ว ส่วนเธอก็ตามไปดูอาการภรรยาที่โรงพยาบาลด้วยพอหมอออกมาบอกว่าปลอดภัยแล้วก็ต้องผจญกับคำต่อว่าของทางสามีแต่เพียงผู้เดียว แล้วหลังจากเขาฝากภรรยาเอาไว้ในความดูแลของพยาบาลพิเศษแล้วก็ขับรถตามเธอกลับมาที่บริษัทแล้วก็เริ่มต้นโวยวาย

ดาวเหนือนั่งรออยู่เกือบครึ่งชั่วโมงได้ เสียงโวยวายด้านล่างเงียบหายไปแล้ว กำลังจะออกไปดูอยู่พอดีว่าไปถึงไหนแล้ว ประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาเสียก่อน เมืองแมนชะงัก ถอนหายใจออกมาตอนมองใบหน้าเครียดของน้องรหัส เขาเดินเข้าไปนั่งประจำที่ของตนแล้วบอก

“เรียบร้อยแล้ว พี่ต้องยอมทำตามที่เขาขอ...” ชายหนุ่มหมายถึงเรื่องเปลี่ยนตัวคนทำงาน “ไม่งั้นได้ตะโกนอยู่อย่างนั้นจนเย็นแน่ ขอโทษด้วยนะ” เขามองรุ่นน้องคนเก่งอย่างลำบากใจ

ดาวเหนือพยักหน้ารับเงียบๆ เธอคิดอยู่แล้วว่ามันต้องลงเอยอย่างนี้
เมืองแมนเอนตัวพิงผนักเก้าอี้ มองน้องรหัสที่เขาเอ็นดูราวกับน้องแท้ๆอย่างสงสาร เขาเองก็เคยได้ฟังเรื่องของดาวเหนือและตะวันฉายมาก็มากจากพัดยศตอนที่ทั้งคู่ยังเป็นแฟนกันแต่ก็ไม่เคยได้เจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ดูท่าคราวนี้จะรุนแรงมากกว่าทุกครั้งเพราะไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่น้องสาวคนนี้จะทำหน้าหมดหวังเช่นนี้

“พี่ขอโทษว่ะ ไอ้ดาว”

ดาวเหนือเงยหน้า ยิ้มออกมาแวบเดียวแล้วกลับไปหน้าเฉยตามเดิม “ไม่ใช่ความผิดพี่เมือง พี่เมืองทำถูกแล้ว ปัญหานี้เกิดเพราะดาว ดาวก็ต้องรับผิดชอบ”

“เอางี้ ช่วงนี้แกไม่มีงานแล้วใช่ไหม” เขาถาม พอได้รับคำตอบเป็นการพยักหน้าก็บอกต่อ

“พี่ให้แกลาพักร้อน ไปเที่ยวที่ไหนก็ไป ตั้งแต่คราวนั้นก็ไม่ได้ไปอีกเลยนี่” เขาหมายถึงคราวที่เธอและพวกเขาไปเที่ยวป่ากันครั้งที่เธอตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลิกกับพัดยศเมื่อต้นปี แต่เขาไม่รู้ว่าเธอโดนนายสัตวแพทย์หนุ่มลากไปโน่นมานี่ออกจะบ่อย

“งั้นก็ได้ ว่าแต่ให้ลานานแค่ไหน”

“หนึ่งเดือน...สิทธิพิเศษให้แกคนเดียวนะเนี่ย” เขาบอกยิ้มๆ จนดาวเหนือต้องยิ้มออกมาอย่างขอบคุณ รู้ว่าพี่รหัสหวังดีต้องการให้เธอไปพักผ่อนคลายเครียด

“ขอบคุณมากพี่เมือง แต่แค่สองอาทิตย์ก็พอ” หญิงสาวยกมือไหว้ ก่อนจะหยิบของที่วางด้านล่างขึ้นมาเตรียมตัวกลับบ้าน เมืองแมนนึกขึ้นมาได้รีบบอก

“เออ...เดียวเอาแบบงานไปให้ไอ้เดียวมันนะ พี่ให้มันทำต่อจากแก มันบอกว่าเดี๋ยวมันลุยแทนเอง ให้แกไปเที่ยวให้สบายอย่าลืมซื้อของฝากมาด้วยนะ..อ้อ ...อันหลังนี้ทุกคนบอกมา”

หญิงสาวชะงักหันกลับไปมองพี่รหัสที่มองมายิ้มๆ นี่เธอไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมว่าเพื่อนร่วมงานทุกคนเชื่อเธอ แล้วก็ต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้เมื่อเมืองแมนบอกอย่างจริงใจและจริงจัง

“พวกเราเชื่อแกไอ้ดาว และจะรอวันที่ได้กลับมาทำงานด้วยกันอีกครั้ง รวมทั้งไอ้ตาลด้วยนะ”

“ขอบคุณจริงๆพี่เมือง”

ดาวเหนือเดินออกมาข้างนอกแวะเอาแบบงานส่งให้ ‘เอกรัตน์’หรือ ‘ไอ้เดียว’ของเมืองแมนที่กำลังนั่งเล่นเกมในมือถืออย่างเมามัน สอนงานอีกนิดหน่อยก่อนจะไปเก็บของบนโต๊ะ ระหว่างที่เก็บก็ครุ่นคิดอะไรบางอย่างไปด้วย เธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อยุติปัญหาที่เกิดจากตะวันฉาย หญิงสาวหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ต่อสายไปยังคนที่ต้องไปเจอกันที่โรงพยาบาล

“พี่ตฤณ...ดาวเองนะคะ ถึงโรงพยาบาลหรือยัง ยังเหรอ...งั้นไปเจอกันที่...” บอกที่หมายเสร็จก็บอกต่อไปว่า“...มีเรื่องจะคุยด้วย สำคัญมาก”


ตฤณมาถึงที่นัดหมายแล้ว เขากวาดตามองไปรอบๆยังไม่พบคนที่นัดเขามาก็เดินไปนั่งที่บันไดหินสายตาคมหลังแว่นไร้กรอบมองทอดไปยังสายน้ำเส้นสำคัญ สายน้ำแห่งชีวิตของประชาชนชาวไทย...แม่น้ำเจ้าพระยา นึกคิดไปว่าเรื่องสำคัญอะไรที่คนรักอยากจะคุยกับเขา บางอย่างในใจบอกว่าเขาไม่อยากได้ยินมัน ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ยิ่งรอหัวใจยิ่งร้อนรุ่ม แม้สายลมยามเย็นริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจะพัดผ่านมาแต่ก็ไม่ได้ทำให้ใจของเขาเย็นลงเลย

“พี่ตฤณ”

เสียงเรียกเบาๆของคนที่รอดังขึ้นทางด้านหลัง ร่างสูงหันไปมองแล้วก็พบร่องรอยบางอย่างในดวงตากลมโตที่ทำให้ต้องฝืนยิ้มทักทายอย่างยากเย็น มันเต็มไปด้วยความแน่วแน่ราวกับคนที่ได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างลงไปแล้ว แต่ก็แฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่เกิดจากการตัดสินใจนั้น

“มาแล้วเหรอครับ”

ดาวเหนือเดินมานั่งข้างๆ สายตาจับจ้องที่แม่น้ำกว้างใหญ่นิ่ง ท้องฟ้ามีเมฆครึ้มไร้แดดเป็นสัญญาณว่าฝนใกล้จะตกสร้างความอึดอัดให้เกิดขึ้นในความรู้สึกของใครหลายคน รวมทั้งเขาในยามนี้ด้วย

ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าหญิงสาวเอนศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมนุ่มเป็นลอนสวยซบลงที่ไหล่เขาอย่างเงียบๆ ตฤณยิ้มกับตัวเองนั่งมองคนที่วิ่งจ็อกกิ้งผ่านมาและคู่รักอีกหลายคู่ที่เดินเกี่ยวก้อยชมธรรมชาติกัน บ้างก็หยิบเอากล้องถ่ายรูปมาเก็บภาพความงามของแม่น้ำก่อนฝนตกกันอย่างสนุกสนาน

เขาปล่อยตัวเองและเธออยู่อย่างนั้นไม่เร่งเร้าใดๆทั้งสิ้น รอจนกว่าเธอพร้อมที่จะพูดมันออกมาและเขา...พร้อมที่จะฟังเท่านั้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง...

“ดาวว่าเราห่างกันสักพักดีกว่าพี่ตฤณ”ดาวเหนือหันมาบอกกับคนรักที่นั่งอึ้ง กล้ามเนื้อภายใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนเครียดเกร็ง บ่งบอกว่าคนฟังกำลังระงับอารมณ์ที่ตีกันอย่างดุเดือดในตัว ทั้งเศร้าและโกรธ ผสมปนเปกันไป เขาอยากจะจับร่างโปร่งตรงหน้าเขย่าแรงๆหลายๆที เผื่อสติจะได้กลับมา และนึกได้ว่าพูดอะไรออกมา

แม้จะพอเดาได้จากท่าทางและแววตาแต่ก็ยังไม่อยากจะยอมรับ จนกระทั่งได้ยินมัน แต่พอนึกทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ก็มั่นใจว่าทั้งเขาและเธอไม่ได้ทะเลาะอะไรกันหรือมีปัญหาอื่นใดทั้งนั้น แล้วทำไม... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!

“ทำไมล่ะดาว พี่ทำอะไรผิด”

“พี่ตฤณไม่ผิด ดาวแค่เหนื่อยกับการที่คุณตะวันคอยมาตามรังควานดาว”

“อะไรนะ” ชายหนุ่มนิ่วหน้า เขาไม่เห็นรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย

“เขาเลิกวิ่งไล่ตามพี่ตฤณแล้วใช่ไหมล่ะช่วงนี้” เธอถามยิ้มๆ ตฤณพยักหน้า...ใช่...ตะวันฉายเลิกตามเขามาได้จะครบอาทิตย์แล้ว ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกดีอย่างมากที่อุปสรรคในความรักของเขาหมดไป แล้วไหงไปโผล่ที่ดาวเหนือได้ล่ะ

ดาวเหนือมองสีหน้างงๆของคนรักแล้วบอกต่อ

“ ...นั่นล่ะเขาหันมาตามดาวแทน...ไม่ได้ตามธรรมดานะ แต่ตามมาโวยวายที่ไซต์งาน บางครั้งไปหาลูกค้าก็ตามไปอาละวาดจนเขาระอากันหมด...”หญิงสาวถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ตฤณมองแผ่นหลังบอบบางที่วันนี้ดูบอบบางกว่าทุกวันด้วยเจ้าตัวคงจะเหนื่อยล้าจริงๆ มือหนารั้งอีกฝ่ายเข้าสู่อ้อมกอดโอบไว้อย่างให้กำลังใจ

“...ที่ร้ายที่สุดก็วันนี้...เขาไปอาละวาดที่บ้านของลูกค้าคนหนึ่ง ที่เขากำลังทาสีห้องอยู่ ไปแสดงว่าตัวเองเป็นเมียหลวงแล้วดาวเป็นเมียน้อย โวยวายไปเรื่อยจนลูกค้าเชื่อ ท้ายสุดเอาน้ำเปล่ามาสาดใส่หน้าดาวโดยแกล้งทำเป็นว่ามันคือน้ำกรด แต่ดาวหลบทันนะ...” รีบบอกเพราะเห็นเขาอุทานพลางจับหน้าเธอพลิกไปมาสำรวจความเสียหาย

“...โชคร้ายมันไปโดนหน้าลูกค้า แล้วเขากำลังท้องอยู่ ก็เลยตกใจเป็นลมลงไปเลย สามีเขาโกรธมาก แจ้นมาหาพี่เมืองบอกให้เปลี่ยนตัวมัณฑนากรซะไม่งั้นจะฟ้อง พี่เมืองก็เลยต้องยอม” แล้วก็หันมาหาเขา ดวงตากลมโตมีหยาดน้ำคลออยู่ บอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ดาวไม่ไหวแล้วพี่ตฤณ ดาวต้องเสียงาน เสียทุกอย่าง หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปดาวต้องเสียพี่ตฤณไปจริงๆแน่”

“แล้วถ้าเราห่างกันไปมันจะช่วยอะไรได้ครับดาว กลายเป็นว่าเดินตรงดิ่งเข้ากระดานเขาเลยไม่ว่า” ชายหนุ่มถามขึ้นอย่างไม่เห็นด้วยอดที่จะกัดคนรักนิดๆไม่ได้ ดาวเหนือปาดน้ำตาเงยหน้ามองเขาอย่างขอร้อง

“อย่าง...อย่างน้อย ก็สักเดือน เดี๋ยวพอคุณตะวันเห็นว่าดาวกับพี่ตฤณไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันแล้ว เขาคงจะรามือ เลิกยุ่งกับเรา คนอย่างคุณตะวันไม่เคยรักใครจริง ที่ผ่านมาเขาแค่อยากเอาชนะทั้งพี่ ทั้งดาวก็เท่านั้น นะพี่ตฤณ ดาวขอร้อง แค่เดือนเดียว เพื่ออนาคตของเรา”

ตฤณมองคนรักอย่างหนักใจ แม้จะโล่งใจบ้างที่อีกฝ่ายไม่ถึงกับบอกเลิก แค่ห่างกันชั่วคราวเท่านั้นพอให้ตะวันฉายเลิกยุ่งกับพวกเขา อยากจะค้านเหลือเกินว่าไม่มีทางได้ผลหรอก แต่ก็จนใจเพราะจากที่คบๆกันมาพอรู้ว่าหากหญิงสาวปักใจเชื่ออะไรไปแล้วคงยากจะเปลี่ยนใจ เรื่องนี้ก็เหมือนกัน สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วบอกออกไป

“ดาวเล่นยกเหตุผลน่ารังเกียจแบบนี้มาหว่านล้อมด้วยท่าทางน่ารัก น่าโมโหอย่างนี้ พี่มีสิทธิ์ปฏิเสธด้วยเหรอ”

“ขอบคุณนะ” ดาวเหนือยิ้ม ยืดตัวกดจมูกลงบนโหนกแก้มของเขาเป็นการเอาใจ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำอย่างนี้อีกเป็นเดือน ตฤณรัดร่างอีกฝ่ายเอาไว้อย่างหวงแหน ประทับริมฝีปากที่หน้าผากมนเนิ่นนาน

ก่อนจะถอยออกมามองหน้าคนที่เริ่มยิ้มได้แต่ยังไม่ยอมลดแขนลง ส่งค้อนไปให้คนรัก เขาไม่อยากจะทำแบบที่อีกฝ่ายบอกเท่าไหร่ แต่ช่วยไม่ได้เพื่อความสบายใจของหญิงสาวให้ทำอะไรก็ยอมทั้งนั้น ยกเว้นบอกให้เขาไปรักกับตะวันฉาย ถ้าเป็นแบบนั้น เขาจะผูกคอตายใต้ต้นผักชีให้รู้แล้วรู้รอดเลย ฮึ!

----------------------------------------------------------------------------------------
มาแล้วจ้า จัดเต็มความเศร้าอย่างต่อเนื่อง หึหึ >>>>>>ชิ้ง คราวที่แล้วมีรีดเดอร์ท่านนึงถามว่าไรเตอร์ไปโกรธใครมาเหรอ ถึงมาลงกับตัวละคร คำตอบนะคะ ไรเตอร์โกรธรีดเดอร์ล่ะ อยากมาว่าว่าเขาใจร้ายเลยแกล้งเสียเลย ไม่ต้องห่วงค่ะ ความเศร้ายังมีอีกมากกกก เก็บแค้่นไว้รอชำระกับรีดเดอร์ทั้งหลายได้อีกเยอะ โฮะ โฮะ

สำหรับตอนนี้ก็มีทั้งซึ้ง ทั้งเศร้า นายวีของเราได้คะแนนไปเต็มๆ ส่วนพี่ตฤณ...เอาเป็นว่าพ่อพระเอกในฝัน (ของไรเตอร์) ก็นั่งโศกๆปก่อนล่ะกัน เดี๋ยวไม่แน่น้า ตอนหน้ามีแฟนเซอร์วิส (อุ๊ย...หลุดปาก)

เจอกันตอนหน้าค่ะ ติชมได้จ้า จุ๊บ จุ๊บ



ไอจันทร์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 8 พ.ค. 2555, 10:09:00 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 8 พ.ค. 2555, 10:09:00 น.

จำนวนการเข้าชม : 1403





<< ตอนที่ 30   ตอนที่ 32 >>
sai 8 พ.ค. 2555, 11:28:22 น.
ยายตะวันฉาย เธอ แรง+ร้ายได้โล่ห์จริงๆ


anOO 8 พ.ค. 2555, 16:10:07 น.
ยัยดาวคิดง่ายไปป่าว ยัยพี่ตะวันคงไม่หยุดง่ายๆ หรอก
ลองทำกันได้ขนาดนี้แล้ว มาแอบเชียร์นายวีกิจ


Pat 8 พ.ค. 2555, 19:09:52 น.
โอ๊ะโอ ตะวันฉายทำได้ถึงขนาดนี้เลยหรืิอ ดาวน่าจะอัดวีดีโอไปให้พ่อกะย่าดูนะ เผื่อว่าจะได้ส่งไปรักษาจิตบ้าง


ใบบัวน่ารัก 9 พ.ค. 2555, 21:28:04 น.
เกลียดตะวันมาก
ไม่รู้ทำไม ดาวกะตาล จึงมีแต่เรื่องร้ายๆ
ไม่เข้าใจ ทำไม อธิบายมานะ


Auuuu 11 พ.ค. 2555, 14:10:05 น.
เอิ่ม =="


Setia 12 พ.ค. 2555, 00:00:46 น.
ไม่ไหวนา ยัยนี่จิตไม่ปกติแล้วนะเนี่ย ตามไปรังควานยัยดาวทุกที่แบบนี้
วิธีของยัยดาวจะได้ผลแน่เร้อ ห่างกันำแ ตะวันฉายน่าจะดีใจและเข้าหาตฤณมากกว่าเดิมน่ะสิ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account