วิวาห์ลวง...ใช้หนี้รัก
เมื่อน้องชายหายตัวไปพร้อมกับข้อกล่าวหายักยอกเงินบริษัทไป 20 ล้านบาท
ทำให้ ‘แพรวรุ้ง’ ในฐานะพี่สาวและผู้ค้ำประกัน ต้องรับผิดชอบอย่างเสียไม่ได้
แต่ลำพังเงินเดือนอาจารย์ไม่กี่หมื่นบาทจะให้ผ่อนชำระหนี้ก็คงต้องแก่ตายกันไปก่อน
‘ต้นกล้า’ เจ้าหนี้ที่แสนใจดี จึงเสนอให้เธอมาแต่งงานเป็นเมียหลอกๆ เป็นเวลา 5 ปี
โดยตลอด 5 ปีนี้ เธอต้องทำหน้าที่ดูแลบุตรชายวัย 6 ขวบ
และช่วยกีดกันบรรดาผู้หญิงหมายจะมาจับเขา
‘แพรวรุ้ง’ ไม่มีทางเลือกอื่นใด อีกทั้งเธอไม่เชื่อว่าน้องชายจะเป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา
เธอจึงจำยอมรับข้อเสนอนี้ และพยายามสืบหาความจริงที่เกิดขึ้น
โดยยิ่งใกล้ความจริงเมื่อไหร่ อันตรายก็เพิ่มขึ้นเท่านั้น
ทำให้ ‘ต้นกล้า’ ต้องกระโดดเข้ามาปกป้องลูกหนี้คนนี้ด้วย ‘หัวใจ’
และคราวนี้ ‘แพรวรุ้ง’ ก็เต็มใจจ่ายคืนเขาด้วย ‘หัวใจ’ เช่นกัน

Tags: วิวาห์ลวง...ใช้หนี้รัก, ช่อสุนันท์, ต้นช่อ, วิวาห์ลวง

ตอน: ใช้หนี้(รัก)งวดที่ 1 (รีไรท์)


สามเดือนผ่านไป...

บนชั้นสูงสุดของตึกที่ทำการของบริษัทการเงินที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย ‘ต้นกล้า’ ชายหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งประธานของบริษัทนั่งมองเอกสารในมือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“เรื่องพวกนี้มันเริ่มเกิดขึ้นเมื่อไหร่”

“น่าจะประมาณสองเดือนที่แล้วค่ะ” ชุติมาหญิงวัยกลางคนหัวหน้าฝ่ายบัญชีตอบเสียงอ้อมแอ้ม

“สองเดือนที่แล้ว!” ต้นกล้าทุบโต๊ะทำงานตรงหน้าเสียงดังลั่น “เรื่องมันเกิดเมื่อสองเดือนที่แล้ว แต่คุณเพิ่งรู้งั้นเหรอ”

“คือ เขาค่อยๆ ปรับเปลี่ยนตัวเลขในบัญชีทีละนิดค่ะ เราเลยจับไม่ได้”

“ยอดรวมที่หายไปทั้งหมดเท่าไหร่”

“ยี่สิบล้านค่ะ”

“อะไรนะ ยี่สิบล้าน” ชายหนุ่มร้องลั่น

“ค่ะ” หญิงวัยกลางคนก้มหน้าตอบ เธอไม่กล้าสบสายตาแววโรจน์ที่ส่งมา

“แล้วนี่รู้ตัวคนทำหรือยัง”

“ยังค่ะ แต่สงสัยว่าน่าจะเป็นฟ้าฉาย นักบัญชีที่เรารับมาทำงานเมื่อหกเดือนก่อน”

“ถ้าให้ผมเดา ตอนนี้เขาคงไม่ได้มาทำงานแล้วสิ”

“ใช่ค่ะ ตอนนี้เราไม่สามารถติดต่อฟ้าฉายได้เลย ถ้าไงคุณต้นกล้าจะให้ดิฉันแจ้งตำรวจเลยไหมคะ”

“คุณชุติมา” ต้นกล้าเรียกชื่อหญิงวัยกลางคนตรงหน้าก่อนเอ่ยเสียงเย็น “คุณลืมไปแล้วเหรอว่าบริษัทเราเป็นบริษัทการเงิน ซึ่งต้องรักษาภาพลักษณ์บริษัทเป็นอันดับแรก ขืนไปแจ้งตำรวจ พวกนักข่าวก็ต้องรู้ และจากนั้นก็จะพากันโหมประโคมข่าว ทีนี้พวกนักลงทุนคงแตกตื่นแห่มาถอนการลงทุนออกจากบริษัทเราแน่ แถมบริษัทคู่แข่งจะใช้โอกาสนี้รุมกระทืบบริษัทเราจนเละแน่ๆ”

“ขอโทษค่ะ ดิฉันลืมไป”

“เอาล่ะ คุณไปได้แล้ว เดี๋ยวผมจะจัดการเรื่องนี้ต่อเอง อ้อ! แล้วปิดปากคุณให้สนิทด้วยล่ะ”

“ค่ะ คุณต้นกล้า” ว่าแล้วชุติมาก็รีบพาตัวเองออกจากห้องที่กำลังตลบอบอวลด้วยไอความโกรธที่กำลังคุกรุ่น

และเมื่อบานประตูห้องปิดลง ต้นกล้าก็โทรศัพท์เรียกจักรกฤษลูกน้องคนสนิทให้เข้ามาในห้องทันที

“มีคนยักยอกเงินบริษัทไปยี่สิบล้านบาท สงสัยว่าพนักงานบัญชีที่ชื่อฟ้าฉายเป็นคนทำ นายไปหาประวัติพนักงานคนนี้มาให้ฉันที” ชายหนุ่มประธานบริษัทพูดสรุปเรื่องราวและสั่งงานด้วยถ้อยคำรวบรัด

“ครับ คุณกล้า”

เวลาผ่านไปไม่นาน จักรกฤษชายหนุ่มวัยกลางคน ผิวคล้ำจากแสงแดด รูปร่างสูงใหญ่ ไว้ผมทรงสกินเฮด แต่งกายด้วยชุดซาฟารีสีดำ ก็มายืนตรงหน้าพร้อมสิ่งที่ต้นกล้าต้องการ

“นี่ครับ ประวัติฟ้าฉาย” จักรกฤษยื่นแฟ้มสีฟ้าในมือส่งให้เจ้านาย

ต้นกล้ารับแฟ้มมาก็จัดการเปิดอ่านทันที ดวงตาคมกวาดตาอ่านประวัติของพนักงานที่สงสัยว่ายักยอกเงินบริษัทด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนจะปิดแฟ้มในมืออย่างโมโห

“คุณกล้าจะให้ผมไปตามล่าตัวไหมครับ” จักรกฤษเอ่ยถาม

“ไม่ต้อง ฉันจะไปด้วยตัวเอง” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ลุกขึ้นเต็มความสูง ก่อนคว้าสูทราคาแพงที่แขวนอยู่บนเสาด้านข้างมาสวม และหยิบโทรศัพท์มือถือมาใส่กระเป๋าเสื้อสูท โดยไม่ลืมที่จะหยิบเอกสารที่ชุติมานำมารายงานพร้อมแฟ้มประวัติของฟ้าฉายที่เพิ่งได้รับติดมือออกไปจากห้องทำงานด้วย

ต้นกล้าเดินไปยังรถเบนซ์อีคลาสสีบรอนส์คันหรูของตัวเองด้วยสีหน้าบึ้งตึง เพราะในสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดในชีวิตก็คือ

...ถูกทรยศ ถูกหักหลัง...

แม้ที่ผ่านมาในชีวิตของชายหนุ่มจะเคยถูกทรยศหักหลังแค่ครั้งเดียว แต่แค่ครั้งเดียวมันก็เกินพอ เพราะมันเป็นบทเรียนที่ทำให้เขาต้องจดจำไปจนวันตาย

“ไปที่พักของฟ้าฉาย” ต้นกล้าบอกจักรกฤษที่รับหน้าที่เป็นคนขับรถประจำตัวของเขาด้วย

รถเบนซ์อีคลาสสีบรอนส์คันหรูของต้นกล้าเคลื่อนไปตามถนนเพียงครู่เดียว ก็มาจอดอยู่หน้าอพาร์ทเม้นท์ที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจากบริษัทชองเขาเท่าไหร่นัก

“ที่นี่น่ะเหรอ” ชายหนุ่มกดปุ่มเปิดกระจกหน้าต่างรถ ก่อนถอดแว่นกันแดด แล้วมองไปยังตึกสูงหกชั้นเบื้องหน้า

“ครับ อพาร์ทเม้นท์นี้แหละครับ”

เมื่อได้รับคำยืนยันจากคนสนิท ต้นกล้าก็ก้าวลงจากรถ และเดินเข้าไปในตัวตึกโดยมีจักรกฤษเดินตามไม่ห่าง และเนื่องจากอพาร์ทเม้นท์นี้ไม่ได้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเท่าไหร่นัก ต้นกล้ากับคนสนิทจึงสามารถเดินขึ้นลิฟต์จนมาหยุดอยู่หน้าห้องหมายเลข 407 ได้อย่างง่ายดาย

ต้นกล้าเคาะประตูเรียกคนในห้องหลายครั้ง จนแน่ใจว่าไม่มีคนอยู่ในห้อง เขาจึงหันไปพยักหน้าให้คนสนิท ก่อนเบี่ยงตัวให้พ้นด้านหน้าประตู

“ครับ” ว่าแล้วจักรกฤษก็เข้ามาจัดการกลอนประตูตรงหน้าให้เปิดออกด้วยวิธีที่พวกโจรมักใช้กัน “เชิญครับ”

ต้นกล้าก้าวเข้าไปในห้อง แล้วมองไปรอบๆ ห้อง ก็พบว่าข้าวของส่วนใหญ่ยังอยู่ครบ แต่เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้า และเข้าไปดูในห้องน้ำ เขาถึงรู้ว่าเจ้าของห้องได้เก็บของใช้ส่วนตัวไปเกือบหมด

“ท่าทางคงจะหนีไปแล้วครับ คุณกล้า”

“ฉันก็คิดเอาไว้อยู่แล้วล่ะ ถ้าไงค้นดูให้ทั่วห้องอีกที เผื่อมันจะทิ้งหลักฐานอะไรเอาไว้บ้าง”

“ครับ” จักรกฤษรับคำสั่ง แล้วรีบจัดการตามนั้น

หลังจากนั้นห้องของฟ้าฉายก็ถูกรื้อค้นทุกซอกทุกมุม แต่ก็ไม่พบอะไรที่จะสามารถสาวไปถึงตัวเจ้าของห้องได้ ทำให้ต้นกล้าเดินออกจากห้อง แล้วกลับขึ้นมานั่งบนรถด้วยสีหน้าเคร่งเครียดมากยิ่งกว่าเดิม

“แล้วเราจะทำอย่างไรกันต่อครับ คุณกล้า”

“นายไปตรวจสอบว่าฟ้าฉายหนีออกนอกประเทศหรือยัง”

“ครับ แล้วนี่คุณกล้าจะกลับบริษัท หรือจะไปไหนต่อครับ”

ต้นกล้าก้มมองเวลาบนนาฬิกาเรือนหรู เห็นว่าใกล้ได้เวลาที่บุตรชายของเขาจะเลิกเรียน

“ไปโรงเรียนตาพีพี”



รถเบนซ์อีคลาสสีบรอนส์คันหรูเคลื่อนตัวไปท้องถนน จนกระทั่งใกล้ถึงโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ใบหน้าของต้นกล้าที่เคร่งเครียดก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด

“จอดรถตรงนี้แหละ เดี๋ยวฉันเดินลงไปรับพีพีเอง” ชายหนุ่มบอกเมื่อเห็นการจราจรด้านหน้าโรงเรียนติดขัดด้วยบรรดาของรถของผู้ปกครองที่แห่มารับบุตรหลานในช่วงใกล้เวลาเลิกเรียน “อ้อ! แล้วนายก็โทรไปบอกที่บ้านด้วยนะ ว่าวันนี้ฉันมารับพีพีกลับบ้านเอง”

ต้นกล้าลงจากรถก็ก้าวเดินไปบนริมทางเท้าผ่านแผงร้านค้าต่างๆ ที่นำทั้งของกินของเล่นมาวางขายเพื่อดูดเงินค่าขนมของเด็กๆ หรือเงินของผู้ปกครองที่มารับ และพอชายหนุ่มเดินผ่านซุ้มประตูโรงเรียนที่ทำจากหินอ่อนเนื้อดี ด้านบนมีชื่อโรงเรียนสลักเอาไว้อย่างสวยงาม ซึ่งซุ้มประตูนี้เพิ่งสร้างเสร็จก่อนเปิดภาคการศึกษาที่ผ่านมาด้วยเงินของผู้ปกครองที่ช่วยกันลงขันกันออกเงิน เขาก็ต้องเหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อนึกถึงมูลค่าของมันที่สูงกว่าราคารถยนต์ป้ายแดงของค่ายรถยนต์บางค่าย หรือบางทีก็อาจสูงกว่าราคาบ้านเล็กๆ หนึ่งหลังด้วยซ้ำ

ต้นกล้าเดินต่อไปเรื่อยๆ จนมาถึงสนามฟุตบอล เขาก็ต้องหยุดยืนมองอย่างสนใจ แล้วเฝ้ามองหญิงสาวที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวพอดีตัว ชายเสื้อสอดเข้าใจกระโปรงทรงแคบสีดำยาวคลุมเข่า ใบหน้าของเธอประดับด้วยแว่นสายตา ผมยาวรวบมัดตึงรวบม้วนเป็นมวยที่ท้ายทอย กำลังยืนดุกลุ่มเด็กผู้ชายชั้นมัธยมปลายอยู่

“อาจารย์บอกพวกเธอแล้วใช่ไหมว่าอยู่ในโรงเรียนห้ามพูดคำหยาบกัน แล้วชายเสื้อน่ะใส่เข้าไปในกางเกงให้เรียบร้อยด้วย”

“แหม...อาจารย์ครับ นี่มันก็ใกล้เลิกเรียนแล้วนะครับ”

“แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน แต่ถึงจะเลิกเรียนแล้ว เธอก็ไม่ควรทำ เพราะตอนนี้พวกเธอสวมชุดนักเรียนที่มีตราโรงเรียนอยู่ พวกเธอก็ควรให้เกียรติและเคารพสถาบัน”

“และถ้าพวกผมไม่ยอมทำตามล่ะ” เด็กนักเรียนชายที่ดูเหมือนเป็นหัวโจกในกลุ่ม จ้องหน้าอาจารย์ตรงหน้าอย่างท้าทาย

“อาจารย์ก็คงต้องพาพวกเธอไปพบอาจารย์ฝ่ายปกครอง”

“อาจารย์รู้ไหมว่าผมเป็นลูกใคร”

“รู้สิ เธอเป็นลูกชายคนเล็กของท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ” อาจารย์สาวชี้หน้าของเด็กชายคนที่ถามอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนหันไปชี้หน้าของเด็กชายอีกคน “ส่วนเธอก็เป็นหลานชายคนเดียวของนายทหารใหญ่...พวกเธอบอกอาจารย์หลายครั้งแล้ว”

“อาจารย์รู้แล้วทำไมยังมายุ่งกับพวกผมอีก”

“ถึงพวกเธอจะเป็นลูกคนใหญ่คนโตในบ้านเมือง แต่พวกเธอก็อย่าลืมว่าพวกเธอก็เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ด้วย และเมื่อตอนนี้พวกเธอก็ยังอยู่ในโรงเรียน ดังนั้นพวกเธอก็ควรทำตามที่อาจารย์สั่ง ถ้าไม่งั้นอาจารย์คงต้องจำใจพาพวกเธอไปพบอาจารย์ฝ่ายปกครอง”

และคำพูดของอาจารย์สาวก็ทำให้กลุ่มเด็กนักเรียนชายต้องยอมทำตามอย่างเสียไม่ได้ “ก็ได้ครับ”

“ดีมากจ้ะ เอาล่ะไปได้แล้ว” อาจารย์สาวยิ้มบอกอย่างพอใจ เมื่อเห็นพวกนักเรียนชายตรงหน้าจับชายเสื้อเข้าไปในขอบกางเกงเรียบร้อย

เมื่อจัดการกลุ่มลูกศิษย์ตัวแสบได้แล้ว อาจารย์สาวถึงรับรู้ถึงสายตาที่จ้องมองมา เธอเลยหันไปทางนั้น จึงทำให้คนที่ยืนมองอยู่ต้องสะดุ้ง รีบละสายตาแล้วเดินหนีทันที

ต้นกล้ารู้สึกเก้อเขินเมื่อรู้ว่าถูกจับได้ เขาจึงรีบสาวเท้าเดินต่อไปยังตึกเรียนของเด็กชั้นประถม โดยสมองก็ยังคิดถึงอาจารย์คนนั้น ตอนแรกดูผ่านๆ เขาคิดว่าเธอน่าเป็นพวกอาจารย์สาวแก่ขี้บ่น แต่พอได้ยืนมองใบหน้าเธอสักพัก เขาก็ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะใบหน้ารูปไข่หลังแว่นสายตานั้นน่าจะเป็นของคนอายุยี่สิบปลายๆ ไม่เกินสามสิบต้นๆ แน่ๆ ซึ่งเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เหตุผลหลักที่เขาสนใจเธอ แต่เหตุผลหลักที่เขาสนใจเธอ รวมถึงรู้สึกประทับใจอย่างบอกไม่ถูกนั่นก็คือ เรื่องที่เธอดูไม่ได้เกรงกลัวพวกลูกชายของคนมีอำนาจในบ้านเมืองเลยสักนิดต่างหาก เพราะสมัยนี้การจะหาคนที่กล้าทำแบบนี้ยากมากเต็มที และยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้วก็ยิ่งยากมากขึ้นไปอีก มันจึงทำให้เขาอยากรู้จักเธอขึ้นมาทันที อยากรู้ว่าเธอเป็นใคร ทำไมถึงกล้าทำแบบนี้

“คุณพ่อ! วันนี้คุณพ่อมารับพีพี” เสียงบุตรชายที่ร้องอย่างดีใจดังขึ้นเรียกความคิดของต้นกล้ากลับมา เขาจึงยิ้มกว้างก่อนเดินเข้าไปหาร้างป้อมที่วิ่งมาหา

“ว่าไงครับ วันนี้พีพีตั้งใจเรียนหนังสือหรือเปล่า”

“ตั้งใจเรียนครับ”

“งั้น วันนี้พีพีอยากกินอะไรเป็นพิเศษ หรือไปที่ไหนก่อนกลับบ้านไหม พ่อจะพาไป”

“พีพีอยากไปกินแฮมเบอเกอร์ พีพีอยากได้หุ่นยนต์” เด็กชายพีรพลหมายถึงของเล่นที่แถมมาในชุดอาหารเด็กของร้านอาหารฟาสฟู้ดชื่อดัง

“ครับ งั้นเราไปกันเลย”

และเมื่อต้นกล้าพาบุตรชายขึ้นมานั่งบนรถ ดวงตาคมของเขาก็เห็นอาจารย์สาวคนนั้นขับรถฮอนด้าซีวิค สีเทารุ่นไดเมนชั่นออกมาจากโรงเรียนพอดี เขาจึงหันมองตามอย่างสนใจจนรถยนต์คันนั้นแล่นห่างออกไปจนลับตา

เวลาล่วงเลยผ่านไปจนดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า รถเบนซ์อีคลาสสีบรอนส์คันหรูของต้นกล้าถึงเคลื่อนมาจอดหน้าคฤหาสน์ทรงยุโรป

ชายหนุ่มเจ้าของรถเอื้อมมือไปหยิบเอกสารต่างๆ ที่เขานำออกมาจากบริษัทเมื่อตอนเที่ยง เพราะทั้งหมดนี้เป็นหลักฐานและเบาะแสเดียวที่มีอยู่ ที่เขาจะสามารถใช้ตามล่าเงินยี่สิบล้านรวมถึงคนที่ยักยอกเงินกลับมา เขาจึงอยากจะอ่านแล้ววิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง

“เรื่องฟ้าฉายถ้าได้เรื่องยังไง นายรีบโทรบอกฉันเลยนะ อ้อ! แล้วถ้านายหิวก็เข้าไปบอกป้านวลได้เลย” ต้นกล้าบอกคนสนิท ก่อนลงจากรถพร้อมบุตรชาย

“ครับคุณกล้า” จักรกฤษก้มหน้ารับ ก่อนมองร่างสูงของเจ้านาย ผู้ที่มอบชีวิตใหม่ให้กับเขาด้วยความตื้นตันในน้ำใจที่มีให้ไม่เสื่อมคลาย เพราะถ้าเขาไม่ได้รับโอกาสจากต้นกล้า เขาคงเป็นไอ้ขี้คุกที่ไม่มีใครกล้ารับเข้าทำงาน และคงกลับไปทำอาชีพผิดกฎหมายเหมือนเดิมอีกครั้ง

เมื่อต้นกล้ากับเด็กชายพีรพลเดินเข้ามาในบ้าน พวกเขาก็เจอคุณหญิงสุภัสสรนั่งอยู่กับต้นน้ำ และพิมพ์ฟ้าในห้องรับแขก

“อ้าวกลับมากันแล้วเหรอ” คุณหญิงสุภัสสรผู้ซึ่งเป็นมารดาของต้นกล้าเอ่ยถาม “แล้วนี่กินอะไรกันมาหรือยัง”

“วันนี้คุณพ่อพาพีพีไปกินแฮมเบอเกอร์มาแล้วครับ” เด็กชายพีรพลตอบเสียงใส ก่อนรีบเอาหุ่นยนต์ที่เพิ่งได้มาไปอวดอาสะใภ้ “อาฟ้าครับพีพีได้หุ่นยนต์ครบแล้วนะครับ”

“ว้า! อย่างนี้วันเสาร์นี้ อาฟ้าก็ต้องไปกินแฮมเบอเกอร์คนเดียวแล้วสิคะ” พิมพ์ฟ้าภรรยาของต้นน้ำน้องชายของต้นกล้าแกล้งทำหน้าเศร้า เพราะเดิมทีเธอนัดกับน้องพีพีเอาไว้ว่าวันหยุดนี้จะไปกินแฮมเบอเกอร์เพื่อจะได้หุ่นยนต์มาสะสมให้ครบคอลเลคชั่น

“เดี๋ยวพีพีไปด้วยครับ”

“พีพีจะเอาหุ่นยนต์อีกตัวล่ะสิ” ต้นน้ำบอกอย่างรู้ทัน

“เปล่านะครับ พีพีจะไปเป็นเพื่อนอาฟ้าต่างหาก พีพีจะต้องไปดูแลน้องในท้องอาฟ้า” เด็กน้อยยืดตัวอย่างภูมิใจในหน้าที่ที่ถูกผู้ใหญ่ในบ้านสอนมาตั้งแต่รู้ข่าวว่าพิมพ์ฟ้าตั้งครรภ์

“เก่งมากครับ หลานอา” ว่าแล้วต้นน้ำก็หอมแก้มหลานชายหนึ่งที ก่อนหันไปถามพี่ชาย “ว่าแต่วันนี้พี่กล้าว่างเหรอครับ ถึงไปรับตาพีพีที่โรงเรียนได้”

“เปล่าหรอก พอดีพี่ออกไปธุระข้างนอกน่ะ แล้วเห็นว่าใกล้เย็นแล้ว เลยขี้เกียจกลับบริษัท” ต้นกล้ายิ้มบอก โดยไม่ยอมเอ่ยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นให้คนในครอบครัวรับรู้ ก่อนย้อนถามน้องชาย “แล้วนายล่ะ วันนี้ไม่มีงานเหรอไง ถึงอยู่ติดบ้านได้”

“แหมพี่กล้า พูดซะผมเสียหายหมด”

“ก็มันจริงไหมล่ะ”

“ไม่จริงสักหน่อย ตอนนี้ผมอยู่บ้านมากกว่าพี่กล้าอีกนะ”

“แกนี่นะ อยู่บ้านมากกว่าฉัน”

“ใช่ ไม่เชื่อถามคุณแม่ได้เลย”

คุณหญิงสุภัสสรเห็นบุตรชายทั้งสองที่มีอายุห่างกันถึงห้าปีเถียงกันแบบสมัยตอนเป็นเด็กก็อดที่จะส่ายหน้าไม่ได้ แต่เธอก็รู้ว่าถึงบุตรชายทั้งสองจะชอบเถียงกันแบบนี้แต่ก็เป็นเพียงแค่แหย่กันเล่นเท่านั้น โดยจะไม่มีการโกรธเคืองกันภายหลัง เพราะเธอรู้ดีว่าบุตรชายทั้งสองเป็นพี่น้องที่รักกันมาก แม้อุปนิสัยของทั้งสองจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงก็ตาม

ต้นกล้าซึ่งเป็นบุตรชายคนโตจะชอบด้านตัวเลขจึงไม่แปลกที่เขาจะเลือกเรียนต่อทางการเงินการบริหารจบ MBA จากมหาวิทยาลัยชื่อดังจากอเมริกา และกลับมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารธุรกิจของครอบครัวซึ่งเกี่ยวการเงินแทนสามีของเธอที่เสียชีวิตไปเมื่อหลายปี ส่วนต้นน้ำบุตรชายคนเล็กนั้นชอบด้านศิลปะดนตรีและสามารถเล่นเปียโนได้ตั้งแต่อายุสามขวบ จึงมุ่งหน้าศึกษาต่อทางด้านดนตรีจนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังจากอเมริกาเช่นกัน จากนั้นก็มีอัลบั้มเพลงหลายอัลบั้มจนโด่งดังไปทั่วประเทศ นอกจากเขานี้ยังร่วมหุ้นกับเพื่อนสนิทเปิดค่ายเพลง Wish Love Music ขึ้นมาอีกด้วย

“นี่ อย่าเอาแม่ไปเกี่ยวด้วยนะ ตากล้าพาพีพีไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า ส่วนตาน้ำก็พาหนูฟ้าไปพักผ่อนได้แล้วเหมือนกัน”

“ครับคุณแม่” สองพี่น้องรับคำพร้อมกัน และต่างกันแยกย้ายตามคำสั่งของผู้เป็นมารดา



แม้ต้นกล้าจะงานยุ่งแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เขาต้องพยายามทำเป็นประจำสม่ำเสมอทุกคืนก็คือการพาบุตรชายเข้านอน เพราะเขาคิดว่าถึงเขาจะให้เวลาแก่บุตรชายได้แค่ไม่กี่นาที แต่มันก็ยังดีกว่าที่เขาไม่ได้แบ่งเวลาให้เลย

“พ่อรักพีพีนะครับ” ชายหนุ่มจุมพิตที่หน้าผากของบุตรชายที่เข้าสู่นิทราแล้วเบาๆ ก่อนจัดการปิดไฟและก็เดินกลับห้องนอนของตัวเองที่อยู่ติดกัน

และทันทีที่ต้นกล้าก้าวเข้ามาในห้อง เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นพอดี ชายหนุ่มจึงเดินไปกดรับสาย

“ได้เรื่องแล้วเหรอ” เขากรอกเสียงถามคนปลายสายทันที

“ครับ ตอนนี้ไม่มีรายงานว่าฟ้าฉายเดินทางออกนอกประเทศครับ”

“อืมดี ถ้างั้นนายสั่งคนให้จับตาดูต่อไปนะ”

“ครับ คุณกล้า”

เมื่อวางสายจากคนสนิท ต้นกล้าก็นั่งลงตรงโต๊ะทำงาน แล้วหยิบประวัติของฟ้าฉายขึ้นมาเปิดอ่านอีกรอบ ดวงตาคมกวาดตาผ่านตัวอักษรบนแผ่นกระดาษขนาดเอสี่ตรงหน้าอย่างช้าๆ โดยระหว่างนั้นก็ใช้สมองครุ่นคิดหาทางออกไปด้วย และเขาก็สะดุดกับข้อความบางอย่างตรงข้อความที่ระบุผู้ค้ำประกันให้ฟ้าฉาย ก่อนทางบริษัทจะรับเข้ามาทำงาน

...ผู้ค้ำประกัน: ดร.แพรวรุ้ง ธัญพิสิษฐ์ ข้าราชการซีห้า ตำแหน่งอาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัย...

“ดร.แพรวรุ้ง ธัญพิสิษฐ์...นายฟ้าฉาย อนันต์นภ” ต้นกล้าพึมพำอย่างสงสัยก่อนจะรีบยกโทรศัพท์ขึ้นมากดหาจักรกฤษอีกครั้ง

“จักรกฤษ นายไปหาข้อมูลของ ดร.แพรวรุ้ง ธัญพิสิษฐ์ คนที่ค้ำประกันฟ้าฉายให้ฉันหน่อย ว่าเกี่ยวข้องกับฟ้าฉายอย่างไร...ด่วนนะ”

“ครับ คุณกล้า”



TonChor
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 16 พ.ค. 2555, 18:14:15 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 1 ต.ค. 2555, 12:22:09 น.

จำนวนการเข้าชม : 1827





<< ก่อหนี้ (รีไรท์)   ใช้หนี้(รัก)งวดที่ 2 >>
Pampam 16 พ.ค. 2555, 22:46:48 น.
รอตอนต่อไปค่ะ


pattisa 16 พ.ค. 2555, 23:52:31 น.
น้องชายโดนหลอกใช้ปะเนี่ย


TonChor 17 พ.ค. 2555, 07:43:52 น.
@Pampam - ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ^^
@Pattisa - โดนหลอกใช้หรือเปล่า ต้องติดตามต่อนะคะ ^^


วนัน 23 ต.ค. 2555, 16:22:30 น.
น่าอ่านคะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account