หลงบ่วงวิวาห์(จบจ้า)
วิวาห์พาหัวใจทั้งสองดวง
ให้หลงบ่วงสู่ห้วงแห่งรัก
ก่อเกิดเป็นวิมานร่วมทอถัก
สายใยรักปักลงกลางทรวง

Tags: รักโรแมนติก

ตอน: ตอนที่ 5 เฝ้าห้องหอ

อ่านตอนนี้แล้วก็กลุ้มใจ ไม่รู้ว่าใครจะเสร็จใครกันแน่ ฮ่าๆ
ยังไงก็ฝากเอาใจช่วยคู่บ่าวสาวหมาดๆ ด้วยค่า

.......................................

ภูธนิกนอนหลับไปได้พักใหญ่ก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะฝ่ามือน้อยๆ ที่ฟาดลงกลางอก เมื่อลืมตาขึ้นก็พบกับใบหน้าแดงก่ำของจิรัชยาที่มองเขาอย่างบึ้งตึง

“หนูจ๋าตีพี่ทำไม กำลังนอนสบายเลย” เขาครวญเสียงอู้อี้แล้วทำท่าจะหลับตาลงอีกครั้งแต่กลับถูกจิรัชยาผลักศีรษะเขาออกจากตักที่ใช้ตางหมอน

“หนูจ๋าไม่ให้นอนแล้ว หนูจ๋าเมื่อย”

หญิงสาวตั้งใจจะโกหกเพราะเหตุผลที่ต้องเลิกให้เขานอนหนุนตักเธอก็เพราะเมื่อชายหนุ่มพลิกใบหน้าเข้าหาหน้าท้องแบนราบของเธอทีไรก็มักจะซุกไซ้อยู่ร่ำไปจนเธอรู้สึกหวิวๆ ที่ใจแปลกๆ จนไม่อาจทนให้เขานอนต่อไปได้

“เมื่อยก็บอกพี่ดีๆ สิ ทำไมต้องตีด้วย ตกใจหมด”

ภูธนิกบ่นอุบก่อนจะเลื่อนกายขึ้นไปนอนเหยียดบนเตียง เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นว่าฟ้าเริ่มมืดแล้วจึงเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียงก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก็เห็นว่าหกโมงกว่าแล้ว

“หกโมงแล้วเหรอเนี่ย”

“ทำไมคะ หรือคืนนี้มีนัด”

“ก็มี แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา”

“คงต้องไปปลอบใจเธอสินะคะ”

หญิงสาวอยากจะหัวเราะเยาะตัวเองนักที่กำลังจะถูกปล่อยให้เฝ้าห้องหอเพียงลำพังในคืนนี้ ร่างบางลุกขึ้นยืนบิดกายไปมาเพื่อขับไล่ความเมื่อยขบ ทำราวกับไม่รู้สึกอะไรกับสิ่งที่ได้รับรู้

“เมื่อยหรือ?”

“ก็เมื่อยสิคะ พี่ภูหนุนตักหนูจ๋าตั้งนาน”

จิรัชยาหันไปทำหน้ามุ่ยใส่เขาก่อนจะเดินไปนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ข้าวของของเธอและเขาถูกนำมาจัดเรียงเอาไว้ก่อนแล้วเป็นอาทิตย์ เวลานี้ทุกอย่างจึงวางเรียงอยู่ตรงหน้าอย่างครบครัน แต่ส่วนใหญ่เห็นจะมีแต่ของหนุ่มเจ้าสำอางอย่างเขาเสียมากกว่า สำหรับของเธอนั้นมีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นเอง

หญิงสาวเริ่มเช็ดเครื่องสำอางออกจากใบหน้าทีละนิดจนหมดจด เมื่อมองผ่านกระจกเห็นเขานอนมองอยู่ก่อนแล้วก็หันกลับไปถาม

“อะไรคะ?”

“ถ้าหย่ากันแล้วจะไปทำอะไรต่อ”

“ถามทำไมคะ ยังเหลือเวลาอีกตั้งสามร้อยหกสิบสี่วันกว่าจะถึงวันนั้น” จิรัชยาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ใจนั้นปวดแปลบเมื่อนึกถึงวันที่จะต้องหย่าขาดจากกัน แล้วเขาก็คงจะหายออกไปจากชีวิตเธอตลอดกาล

“ก็ถามไปอย่างนั้น อยากรู้ว่ามีแผนจะแต่งกับนายเพื่อนสนิทของเธอต่อหรือเปล่า” แวบหนึ่งภูธนิกมีความรู้สึกคล้ายกับจะโกรธหากว่าเธอจะพาตัวเองเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของคนอื่นต่อจากเขา

“เรื่องอนาคต หนูจ๋าไม่ทราบหรอกค่ะ”

มือเรียวที่กำลังยกขึ้นแกะกิ๊บติดผมนั้นดูเหมือนจะสั่นเล็กน้อย แต่หญิงสาวก็บังคับมันพร้อมๆ กับบังคับหัวใจของตัวเองให้นิ่งสงบ

“ใครจะไปรู้ ก็นึกว่านัดกันเอาไว้” เขาไหวไหล่เบาๆ ราวกับไม่ยี่หระกับคำตอบที่ได้รับ แต่แล้วต้องชะงักไปบ้างกับคำพูดต่อมาของหญิงสาว

“แต่มันก็ไม่แน่หรอกค่ะ อยู่ไปอีกสักครึ่งปี หนูจ๋าอาจจะมีความคิดนั้นก็ได้”

“ไม่ได้! จะมาคิดสวมเขาให้ฉันไม่ได้”

ร่างสูงผุดลุกจากที่นอนทันที ไม่นานเขาก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวคนที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แต่จิรัชยาก็ไม่ได้ขยับหนีไปไหน

“ถ้าอย่างนั้น...หนูจ๋าไว้คิดตอนเลิกกับพี่ภูแล้วก็ได้ค่ะ”

“คิดได้แบบนั้นก็ดี แต่ระหว่างนี้อย่าให้ฉันรู้ก็แล้วกันว่าเธอคิดจะสวมเขาให้ฉัน”

“หนูจ๋าน่ะแค่คิด แต่พี่ภูทำ ไม่เห็นจะยุติธรรมเลยนะคะ” หญิงสาวเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน

“ใช่ เพราะถ้าโลกนี้มีความยุติธรรมล่ะก็ ผู้หญิงที่จะสวมแหวนวงนี้ต้องไม่ใช่เธออย่างแน่นอน” เขาพูดพร้อมกับยกมือข้างซ้ายของเธอซึ่งมีแหวนเพชรเม็ดงามสวมอยู่ที่นิ้วนางขึ้นมาดู

“หนูจ๋าก็ว่ามันไม่น่าจะเหมาะกับหนูจ๋า ถ้าอย่างนั้นพี่ภูก็เอาคืนไปเถอะค่ะ หนูจ๋าใส่แล้วไม่สวยหรอก”

จิรัชยาต้องกล้ำกลืนความเจ็บปวดเอาไว้มากมายเมื่อต้องฝืนดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขาแล้วถอดแหวนวงที่เขาเพิ่งจะสวมติดนิ้วให้เมื่อเช้านี้ออกคืนให้

ภูธนิกถึงกับอึ้งไปเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าเธอจะกล้าถอดมันคืนเขาจริงๆ แต่เมื่อแหวนวงนั้นถูกยัดใส่มือเขาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปฏิเสธ

“จะอาบน้ำหรือเปล่า?” เขาเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่เงียบกันไปนาน

“พี่ภูไปอาบก่อนเถอะค่ะ เผื่อพี่ภูรีบ หนูจ๋าอาบน้ำนาน”

“พี่ไม่รีบหรอกน่า ไหนหันมาสิจะช่วยถอดชุดให้ อะไรมันเยอะไปหมดเลยนั่น”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูจ๋าถอดเองได้” จิรัชยารีบลุกหนีเพราะไม่อยากให้เขามาวุ่นวายด้วย

“ไม่ต้องกลัวหรอกน่า ก็บอกแล้วไงว่าคืนนี้พี่ขอแปะโป้งเอาไว้ก่อนน่ะ”

“หนูจ๋าไม่ได้กลัว!” หญิงสาวหันไปโต้กลับทันควัน

“ถ้าไม่กลัวก็ขยับมาสิ จะช่วยถอดให้”

“จะช่วยทำไมละคะ รูปร่างหนูจ๋ามันน่าเกลียดจะตาย คงไม่น่ามองเหมือน...ผู้หญิงหลายๆ คนที่พี่ภูเคยเห็นหรอกค่ะ หนูจ๋าน่ะมันจืดชืด”

จิรัชยาเลี่ยงที่จะพูดถึงมุจลินทร์อีกเพราะรู้สึกเหมือนมันจะแทงใจอย่างไรพิกล ยิ่งคิดว่าตัวเองไม่มีอะไรสู้มุจลินทร์ได้เลยในสายตาของเขาก็ยิ่งเจ็บปวด

“แต่วันนี้ช่างเขาก็เก่งนะ จับลูกเป็ดขี้เหร่มาแต่งเป็นหงส์ได้”

“พี่ภูคะ หนูจ๋าทราบว่าหนูจ๋าไม่สวย แต่กรุณาถนอมน้ำใจกันสักนิดหนึ่งจะได้ไหมคะ” หญิงสาวประชดใส่เขาเสียงแข็ง

“รู้ว่าตัวเองไม่สวยก็ทำตัวให้มันน่ารักหน่อยสิ เผื่อฉันจะได้นึกพิศวาสเธอขึ้นมาบ้าง”

“โอ๊ย...ไม่จำเป็นหรอกค่ะ เพราะหนูจ๋าคงไม่อยากให้พี่ภูมาพิศวาสอะไรหนูจ๋านักหรอก”

จิรัชยาเชิดหน้าขึ้นสูงอย่างถือดี ก่อนจะเดินหนีเข้าห้องน้ำไปพร้อมกับปมเล็กๆ ที่ติดค้างในใจมาเนิ่นนาน ถ้าไม่หลงตัวเองมากเกินไปนักเธอบอกได้อย่างไม่อายปากว่าตัวเองก็สวยไม่แพ้ใครเหมือนกันเพราะใครๆ ต่างก็พากันชมเธอทั้งนั้น มีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นแหละที่ชอบบั่นทอดความมั่นใจของเธออยู่เรื่อย



ภูธนิกใช้เวลาอาบน้ำไม่นานนักก็เดินลงมาชั้นล่างเมื่อไม่พบจิรัชยาในห้องนอน เขาได้กลิ่นหอมฉุยลอยมาจากทางในครัวก็เดินตามไปดู เห็นเจ้าสาวหมาดๆ กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการทำอาหารหน้าเตาก็ย่องเข้าไปใกล้

“ทำเผื่อพี่ด้วยสิหนูจ๋า”

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างๆ หูทำให้หญิงสาวต้องสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก่อนที่เธอจะเอี้ยวหน้ากลับไปมองคนส่งเสียงก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเขาชะโงกใบหน้าข้ามไหล่เธอไปดูอาหารที่เธอกำลังปรุง

“สปาเก็ตตี้น่าทานจัง สงสัยคุณแม่สั่งเด็กซื้อของมาไว้ให้หนูจ๋าทำของอร่อยๆ ให้พี่ทานแน่ๆ”

“เปล่าค่ะ หนูจ๋าไม่ได้ทำเผื่อพี่ภู”

“อ้าว...แล้วพี่จะทานอะไรกันล่ะ” ภูธนิกถึงกับหน้าตึงเมื่อได้ยินว่าหญิงสาวไม่ใส่ใจเขาเลย

“ก็พี่ภูจะไปข้างนอกไม่ใช่หรือคะ หนูจ๋าก็เลยไม่ได้ทำเผื่อ”

“ใครบอกว่าจะไปตอนนี้ล่ะ พี่จะไปตอนดึกๆ”

“ก็ยังไปอยู่ดี” จิรัชยาทำปากขมุบขมุบ

“ไม่อยากให้ไปละสิ” ภูธนิกยิ้มในหน้าเมื่อเอ่ยเย้าอย่างอารมณ์ดี

“แล้วถ้าหนูจ๋าบอกว่าไม่ให้ไปล่ะ พี่ภูยังจะไปอยู่หรือเปล่าคะ?”

“พี่ก็...” ภูธนิกยังไม่ทันได้ตอบก็ต้องชะงักไปเมื่อหญิงสาวแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“ไม่ต้องตอบหรอกค่ะ หนูจ๋าแค่ถามเล่นๆ เพราะรู้ว่าถึงอย่างไรพี่ภูก็คงต้องไปปลอบใจเธออยู่ดี ไปเถอะค่ะคุณมุจลินทร์เธอคงจะรอพี่ภูอยู่”

จิรัชยาพูดไม่ตรงกับใจตัวเองเลยแม้แต่น้อย จะมีผู้หญิงคนไหนบ้างที่จะยินดีหากว่าเจ้าบ่าวจะทิ้งให้เฝ้าเรือนหอในคืนวิวาห์อย่างนี้ แต่ที่เธอต้องพูดไปแบบนั้นก็เพราะรู้ว่าใจเขาเป็นอย่างไร จึงอยากจะลองทำตัวเป็นแม่พระดูบ้างเผื่อว่าเขาจะนึกละอายใจแล้วเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ว่าทิ้งให้เจ้าสาวเฝ้าเรือนหอนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

“ให้ไปจริงแน่นะ?”

“คะ!?” หญิงสาวถึงกับอุทานออกมาราวกับไม่แน่ใจ แต่เมื่อคิดอะไรบางอย่างได้ก็เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะขยับออกไปยืนล้างมือที่อ้างล้างจาน คิดว่าการทำตัวเป็นแม่พระนี่นอกจากจะทำยากแล้วมันยังใช้ไม่ได้ผลอีกหรือ

‘คนอะไร ไม่มีความละอายใจเอาเสียเลย’

“หนูจ๋าจะให้พี่ไปจริงๆ น่ะหรือ” ภูธนิกยังขยับเข้ามาใกล้อีก

“ค่ะ จะไปก็ไปเถอะ...อุ๊ย! พี่ภู” หญิงสาวเอ่ยอนุญาตแล้วก็ต้องร้องอุทานพร้อมเรียกชื่อชายหนุ่มด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ เขาก็เข้ามาคว้าไหล่เธอแล้วหมุนกายให้หันไปเผชิญหน้ากับเขาอย่างรวดเร็ว

“พี่ถามอีกครั้ง จะให้ไปจริงๆ หรือเปล่า”

“อื้อ...จะไปก็ไปสิคะ ทำไมต้องถามเยอะด้วย”

“งั้นพี่ไม่ไป” ภูธนิกปล่อยมือออกจากไหล่มน ก่อนจะหันไปหยิบจานสองใบมาชูให้เธอดูเป็นเชิงบอกว่าแม้เธอจะไม่ทำเผื่อแต่เขาก็จะรับประทานด้วย

“ทำไมไม่ไปละคะ?”

“ก็...หนูจ๋าใจดีเกินไป พี่ไม่ไว้ใจ เดี๋ยวแอบไปฟ้องคุณแม่พี่ก็แย่น่ะสิ”

‘โธ่...นึกว่าจะเห็นใจเรา’ หญิงสาวบ่นในใจอย่างขุ่นเคือง แต่ก็เอาเถอะในเมื่อเขาตัดสินใจจะอยู่กับเธอคืนนี้มันก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่หรือ จึงบอกเขาด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้น

“หนูจ๋าช่วยหยิบช้อนส้อมก็แล้วกันค่ะ”

ภูธนิกหันมายิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะเดินถือจานสปาเก็ตตี้นำออกไป ในขณะที่จิรัชยาแอบยิ้มแก้มแทบปริ แทบเต้นระบำปลายเท้าตามเขาออกไปเลยทีเดียวหากว่ามันจะไม่เป็นการแสดงออกจนเกินไป แต่แล้วก็มีอันต้องชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มดังขึ้น แล้วชื่อของมุจลินทร์ก็มาทำลายบรรยากาศดีๆ ของเธอเสียสิ้น

“อย่าร้องไห้แบบนั้นสิมุจ...”

จิรัชยาต้องแอบเบ้ปากนิดๆ เมื่อได้ยินเขาเอ่ยปลอบกันผ่านโทรศัพท์ วางช้อนส้อมในมือลงอย่างกระแทกกระทั้น

“ก็ได้ๆ ถ้าอย่างนั้นผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” ชายหนุ่มกดวางสายก่อนจะหันกลับมาบอกคนที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลนัก

“มุจเขาบอกว่าไม่สบายน่ะ พี่คงต้องไปดูสักหน่อย เขาอยู่คนเดียว”

“ค่ะ” จิรัชยาก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะพูดอะไรนอกจากคำนี้

“ถ้าอย่างนั้นพี่ไปก่อนนะ อย่าฟ้องแม่ล่ะ” ชายหนุ่มยิ้มเจ้าชู้ให้เธอก่อนจะเข้ามาจูบริมฝีปากอิ่มอย่างรวดเร็วแล้วตรงดิ่งออกจากบ้านไปทันที

จิรัชยาถึงกับเผยอริมฝีปากค้างเมื่อจู่ๆ ก็ถูกจูบแบบไม่ทันตั้งตัวอีกแล้ว เผลอยกมือขึ้นลูบริมฝีปากของตัวเองแล้วก็ต้องเม้มแน่นเมื่อคิดว่าแค่จูบเดียวนี่คือรางวัลของคนที่พยายามทำตัวเป็นแม่พระน่ะหรือ

“หน็อย...มุจเขาอยู่คนเดียว แล้วเราล่ะ ไม่ได้อยู่คนเดียวหรือไง ก็ถ้าเป็นแม่พระขนาดนี้แล้วยังไม่เห็นคุณค่ากันละก็ หนูจ๋าจะเป็นนางมารร้ายให้ดู!”

นางมารร้ายตัวน้อยๆ เอ่ยคาดโทษไปถึงคนตัวโตที่แผ่นแนบออกจากบ้านไปด้วยความขุ่นเคือง ริมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกขโมยจูบเมื่อครู่นั้นเชิดขึ้นน้อยๆ อย่างมีแง่งอน มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบปลายคางอย่างใช้ความคิด ก่อนจะยิ้มกริ่มเมื่อแผนการบางอย่างเริ่มผุดขึ้นมาในหัว

ร่างบางวิ่งตรงไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดหามารดาของชายหนุ่ม รอสายอยู่พักเดียวก็ได้ยินเสียงคุณลัลดากรอกมาตามสาย

“สวัสดีค่ะ ลัลดาพูดค่ะ”

“คุณแม่ขา หนูจ๋าเองค่ะ”

“อ้าวหนูจ๋าเหรอลูก ว่าอย่างไรคะ เปลี่ยนใจจะพาพี่เขามางานเลี้ยงหรือไง” คุณลัลดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระเซ้า

“เปล่าค่ะ หนูจ๋าปล่อยให้คุณแม่ทั้งสองจัดการกันตามสบายเลยค่ะ คือหนูจ๋าแค่อยากจะปรึกษาอะไรคุณแม่สักหน่อยค่ะ”

“ปรึกษาอะไรลูก?”

“ปรึกษา...เรื่องฮันนีมูนค่ะ” จิรัชยายิ้มเจ้าเล่ห์กับสิ่งที่บอกคุณลัลดาออกไป และเธอก็เชื่อว่าท่านจะต้องให้ความสนใจกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน ไม่แน่หรอกนะว่าพรุ่งนี้เธออาจจะได้เห็นคนทำหน้าเศร้าสลดเพราะกำลังจะต้องพรากจากหญิงอันเป็นที่รักเพื่อไปฮันนีมูนกับเธอก็เป็นได้



“หนูจ๋า...หนูจ๋า เปิดประตูให้พี่หน่อย”

ภูธนิกต้องร้องเรียกหญิงสาวอยู่เป็นนานเมื่อกลับมาถึงบ้านในตอนค่อนรุ่งแล้วพบว่าหญิงสาวล็อกประตูห้องนอน แต่ไม่ว่าจะร้องเรียกเท่าไรก็ไม่มีทีท่าว่าจิรัชยาจะมาเปิดประตูให้

“พี่รู้นะว่าหนูจ๋าได้ยิน ถ้ายังไม่มาเปิดประตูละก็ พี่จะพังเข้าไปจริงๆ ด้วย”

จิรัชยาได้ยินคำขู่ของชายหนุ่มชัดเต็มสองหูแต่หญิงสาวกลับนอนกอดหมอนข้างเฉยไม่คิดจะลุกออกไปเปิดประตูให้เขา ความจริงเธอรู้ว่าเขากลับมาตั้งแต่ได้ยินเสียงรถเพราะเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ แต่ที่ยังไม่ลุกไปเปิดประตูให้เขาก็เพียงแค่อยากจะแกล้งให้เขารอบ้างเท่านั้นเอง เพราะเมื่อคืนเธอรอเขามาทั้งคืนแล้ว

ผลัก! ผลัก!

หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเหมือนเขากำลังเอาอะไรสักอย่างกระแทกกับประตูเพื่อจะพังมันเข้ามาจริงๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มเหยียดเมื่อคิดว่าเขาไม่บ้าดีเดือดขนาดนั้นหรอก ที่ทำนี่ก็คงจะแกล้งให้เธอกลัวจนรีบไปเปิดละสิท่า

เสียงกระแทกประตูยังคงดังเป็นระยะๆ แล้วสุดท้ายสิ่งที่จิรัชยาคิดว่าเขาไม่กล้าก็เกิดขึ้น

ผลัก! โครม!

ประตูทั้งบานล้มตึงลงเสียงดังสะนั่น จิรัชยาต้องเด้งตัวขึ้นจากที่นอนแล้วอ้าปากหวอเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ยืนทะมึงถึงอยู่เต็มกรอบบานประตู และเธอไม่พบอุปกรณ์ใดที่คิดว่าเขาจะใช้พังประตูเข้ามาได้นอกจากร่างกายของเขา เล่นเอาหญิงสาวถึงกับอึ้งเพราะไม่คิดว่าเขาจะบ้าพลังขนาดนี้

“ฮึ! อย่าคิดว่าแค่ประตูบานเดียวจะทำอะไรพี่ได้นะ”

“พะ...พี่ภู พังมันเข้ามาเลยหรือ” หญิงสาวร้องถามออกไปเสียงตะกุกตะกัก เพราะยังอึ้งกับเหตุการณ์เมื่อครู่

“ก็ใช่น่ะสิ” เขาคลายมือออกก่อนจะไหวไหล่ให้ แต่แล้วต้องแอบนิ่วหน้าเพราะรู้สึกเจ็บบริเวณต้นแขน หากยังทำราวกับไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเมื่อเดินย่างสามขุนตรงเข้าไปหาหญิงสาว

“พี่เรียกตั้งนาน ทำไมไม่ลุกไปเปิดประตู” เขาถามด้วยน้ำเสียงกล่าวหา

“ก็...หนูจ๋าไม่ได้ยินนี่คะ” หญิงสาวตอบแบบไม่รู้ไม่ชี้ ยกฝ่ามือขึ้นลูบหน้าลูบตาเพราะสภาพของเธอตอนนี้คงจะดูไม่จืดเลยทีเดียว ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียงเพื่อจะมองหน้าเขาให้ถนัด

“ไม่ได้ยินเนี่ยนะ ร้องจนคอจะแตกอยู่แล้ว” คนบ้าพลังเริ่มจะโวยวาย

“แหม...หนูจ๋าอาจจะได้ยินบ้างนิดหน่อย แต่ไม่คิดว่าพี่ภูจะกลับมาเร็ว...นี่คะ ก็เลยคิดว่าฝันไปหรือเปล่า” หญิงสาวจีบปากจีบคอพูด ตั้งใจจะประชดเขาเต็มที่

“ฮึ! ไม่ได้ยินเลยนะ” ภูธนิกทำเสียงเยาะในลำคออย่างไม่เชื่อถือ ใครจะว่ายัยเด็กนี่ดีนักหนาก็ตามใจเถอะ เพราะสำหรับเขาคิดว่านี่มันนางมารร้ายชัดๆ

“แล้วทำไมกลับมาเร็วนักละคะ หนูจ๋าก็คิดว่าจะกลับสายๆ เที่ยงๆ บ่ายๆ เสียอีกค่ะ” จิรัชยาก็ยังประชดเขาไม่เลิก ก็ดูหน้าตาเขาสิอย่างกับยักษ์วัดแจ้งแน่ะ

“ไม่ต้องมาประชดพี่เลยนะ โธ่เอ๊ย...ไอ้เราก็อุตส่าห์...” ชายหนุ่มต้องชะงักเมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะพูดอะไรออกมา แล้วก็เงียบไปเสียเฉยๆ

“อุตส่าห์อะไรคะ?”

“เปล๊า” ปฏิเสธเสียงสูง เรื่องอะไรจะบอกว่าเขาอุตส่าห์รีบปลีกตัวจากมุจลินทร์เพื่อจะกลับมาหาเธอ

“แต่กลับมาเร็วก็ดีแล้วค่ะ เพราะว่าหนูจ๋ามีข่าวร้ายจะบอก”

“ข่าวร้ายอะไรไม่ทราบ กลับมาถึงก็จะให้ฟังข่าวร้ายเลยหรือไง”

“แหม...ก็ฟังหน่อยสิคะ เนี่ยเป็นคำสั่งตรงมาจากคุณแม่พี่ภูเชียวนะคะ”

“คุณแม่! นี่อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนเธอโทรไปฟ้องคุณแม่น่ะ”

“เปล่าค่ะเปล่า หนูจ๋าเปล่าฟ้องค่ะ ยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นนั้น” จิรัชยารีบยกมือขึ้นโบกพัลวันเมื่อเห็นว่าดวงตาของเขาเหมือนจะลุกเป็นไฟได้

“แล้วมันร้ายแรงยังไงล่ะ?”

ภูธนิกทรุดกายลงนั่งที่ริมเตียงด้านหนึ่งใกล้ๆ กับร่างบางที่นั่งขดตัวอยู่บนเตียงในชุดนอนที่เขาต้องบอกตัวเองว่า ขอเอามันไปเผาทิ้งได้ไหมเพราะทำให้เสียอารมณ์สุดๆ กับชุดเสื้อยืดตัวหลวมคอย้วยและกางเกงเลแบบนี้

“ก็...ฮันนีมูนไงคะ ร้ายแรงพอไหม” จิรัชยาแอบยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อบอกเขาออกไป ยิ่งเห็นชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนราวกับตกอกตกใจเสียมากมายก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมา

“เร็วขนาดนี้เชียวหรือ...” ชายหนุ่มรำพึงกับตัวเองเบาๆ

จิรัชยาไม่มีทางรู้หรอกว่าคนที่เธอคิดว่ากำลังตกอกตักใจขวัญเสียที่จะต้องไปฮันนีมูนกับเธอนั้นจะแอบยิ้มระรื่นเพียงใดเมื่อเธอเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างของเขาเท่านั้น

....................................................

ทักทายจากตอนที่แล้วค่ะ

คุณpanaoขา พบกันอีกแล้วดีใจจัง อิอิ

คุณชนาพัทธ์ขา ฮ่าๆ คงต้องตอบว่าใช่ค่ะ ติดใจ

คุณlunamoonขา น่ารักเป็นช่วงๆ แบบหมีแพนด้าช่วงๆ ก็ดีสิคะ แต่นี้น่ารักเหมือนผีเข้าผีออกเป็นช่วงๆ เลยไม่ค่อยจะดี ฮ่าๆ

คุณน้องอ้อขา ขอบคุณที่แวะมาค่ะ

คุณGingfaraขา ไม้แก่แบบนี้ก็ดัดยากอยู่นะคะ อิอิ

คุณเรียงอักษรขา เห็นด้วยค่ะว่าพี่ภูรู้ตัวช้า ฮี่ๆ

คุณคิมหันตุ์ขา ฮ่าๆ ไม่มีคืนนี้แต่คืนหน้าก็ไม่แน่หรอกค่ะ

คุณSetiaขา ฮ่าๆ คงต้องสมน้ำหน้าคนไม่รู้ว่าตัวเองมีเพชรเม็ดงามอยู่ในใือจริงๆนั่นแหละค่ะ

คุณน้ำค้างขา ขอบคุณที่ชอบหนูจ๋าของกระต่ายค่ะ

คุณปูสีน้ำเงินขา แบบนี้พี่ภูก็ตายลูกเดียวสิคะ ดิ้นไม่หลุดเลย ฮ่าๆ

คุณมะดันขา งานนี้ก็ไม่รู้ว่าใครจะโดนจัดหนักกันแน่นะคะ ก๊ากกก

คุณnutchaขา อ้อนเพราะเห็นเขาสวยไงคะ อิอิ

คุณan00ขา สงสัยพี่ภูจะความจำเสื่อม ฮ่าๆ

คุณmottanoyขา ก็ไม่รู้ว่าจะได้คืนหรือเปล่าสิคะ อิอิ

คุณเด็กหญิงม่อนขา ร้ายเป็นช่างๆ ค่า

คุณของขวัญขา ฮ่าๆ ก็มันไม่ได้แสนหวานจริงๆ นี่คะพี่กิ๊ฟ คิคิ

คุณหมูอ้วนขา หนูจ๋ากำลังพยายามอยู่ค่ะ

คุณMYsisterขา อย่าเพิ่งรังเกียจรังงอนพี่ภูน้า

คุณhippopoขา คงต้องสู้กันอีกหลายนัดเลยละคะ หุหุ

คุณXaWarZdขา เห็นด้วยเช่นกันค่า ฮ่าๆ

คุณNNKขา ขอบคุณที่แวะมาเช่นเคยค่ะ

คุณAsianขา หนูจ๋าสู้ๆ ค่า

คุณyayee62ขา มาอัพให้แล้วค่ะ

คุณtonrangขา ก็ไม่รู้ว่าใครจะอ้อนใครนะคะ อิอิ

คุณรอรักขา ฮ่าๆ หนักแบบไหนละคะ แบบหยอดน้ำข้าวต้มป่าว

พี่ตองขา ต้องรอดูกันต่อไปค่ะว่าจะเก็บไหม หุหุ

คุณribbinขา จริงๆ หนูจ๋าเขาสวยของเขาอยู่แล้วแต่พี่ภูตาถั่วค่ะ ฮี่ๆ

คุณpseudolifeขา ขนาดตักยังติดใจเลยนะคะ แล้วอย่างอื่นจะเหลอเร้อออ อิอิ



ญาณนันต์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 4 พ.ค. 2554, 16:52:15 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 4 พ.ค. 2554, 16:52:15 น.

จำนวนการเข้าชม : 6339





<< ตอนที่ 4 วันวิวาห์   ตอนที่ 6 ฮันนีมูนเปรี้ยวหวาน >>
ฟ้าหวาน 4 พ.ค. 2554, 17:24:16 น.
สุดยอดไปเลยค่ะทั้งสองคน อิอิอิ


sai 4 พ.ค. 2554, 17:26:47 น.
พี่ภูนี่ยังไงๆค่ะเนี่ย คิดจะจับปลาสองมือหรือไง

หนูจ๋าเป็นแม่พระต่อหน้า แล้วเป็นนางมารร้ายลับหลังอย่างนี้แหละดีอยู่แล้ว อิอิ


Setia 4 พ.ค. 2554, 18:23:33 น.
ชิ หมั่นไส้พระเอก เพชรอยู่ในมือ ยังจะไปคว้าก้อนกรวดมาอีก


Gingfara 4 พ.ค. 2554, 18:32:30 น.
ฮ่าๆๆๆ เจ้าเล่ห์กันจังเลยนะคะ


ก้อนอิฐ 4 พ.ค. 2554, 18:34:01 น.
เห้อ.................ฮันนี่มูน ไฟ้ท์ติ้งงงงงงงงงง!!!

ห้าห้า...ขอแบบหวานๆ นะ..คะ อิอิ


MYsister 4 พ.ค. 2554, 18:46:41 น.
ขนาดไปหายัยมุจมาทั้งคืน อีตาภูยังบัาพลังได้ขนาดนี้ น่ากลัวม๊ากกกกกกกกก


yamong 4 พ.ค. 2554, 18:47:58 น.
หนูจ๋าจัดหนัก ๆๆ เลยนะ กะพี่ภูเนี้ย อย่ายอมง่าย ๆๆ เชียว


รอรัก 4 พ.ค. 2554, 18:49:59 น.
อ้ายนายภูนี่ยังงัย ไม่รู้สำนึกบ้างเลยเหรอ ว่าวันแต่งงานเขาไม่ให้ออกข้างนอก โอ๊ยซักวันนึงน่ะ หลงรักหนูจ๋ามารัย จัดให้หนักเลย


รอรัก 4 พ.ค. 2554, 18:50:36 น.
ว่าแต่ยังมุจนี่ร้ายมากมาย หนูจ๋าอย่าลืมจัดการด้วยน้า ม่ายงั้นมีเคือง เหอ เหอ เหอ


กาสะลอง 4 พ.ค. 2554, 18:51:05 น.
หนูจ๋า จัดไป เอาให้อยู่เลยนะจ๊ะ


ปั้นฝัน 4 พ.ค. 2554, 18:54:41 น.
ทีคนอื่นอ่ะตัวเองห้าม ทีตัวเองไปหาคนอื่น พี่ภูนะพี่ภู..น่าหมั่นไส้ไม่น้อยเลยนะ ชิ

แต่ก็เชียร์อ่ะ..อยากอ่านหวานๆ อิ อิ


anOO 4 พ.ค. 2554, 18:56:42 น.
หนูจ๋า หาทางเอาคืนอยู่เหรอ
ยังไงก็มีคุณแม่ถือหางให้อยู่แล้ว


lovemuay 4 พ.ค. 2554, 19:04:53 น.
เอาเลยนู๋จ๋า ร้ายอย่างงี้ต้องดัดนิสัยซะให้เข็ด


nutcha 4 พ.ค. 2554, 19:11:49 น.
หวังว่าพี่ภูคงไม่หนีบยัยมุจไปด้วยนะ


มะดัน 4 พ.ค. 2554, 19:14:35 น.
ตาภูน่ีน่าโดนเหนี่ยว


SaiParn 4 พ.ค. 2554, 19:45:12 น.
555 อยากดูนู๋จ๋าในแบบนางร้ายจัง อิอิ

สุ้ สู้นะจ๊ะไรเตอร์ รออ่านเหมือนเดิมจ้า


wii 4 พ.ค. 2554, 20:09:17 น.
เเหม อยากตบล้างนํ้ายัยมุดดินมุดหินนี่่จริงๆ คนเขาเเต่งงานเข้าห้องหอกันอยู่ดั๊นโทรศัพย์มาออดออ้นผัวชาวบ้านไห้มาดูไข้ตัวเอง พ่อเเม่ไม่สั่งสอนหรือไงนะว่าการผิดลูกผิดผัวชาวบ้านนะมันผิดศีลธรรม คงได้ตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเเน่ๆ เเค่คิดว่าจะเเย่งหรือเเอบชอบของของคนอื่นนี่ก็บาปเเล้วนะ


เด็กหญิงม่อน 4 พ.ค. 2554, 20:35:21 น.
บอกไม่ถูกเลยค่ะว่าใครร้ายกว่าใคร
เหมือนจะร้ายทั้งคู่ ฮี่ๆๆ :)


ribbin 4 พ.ค. 2554, 20:45:43 น.
555 นายพี่ภูเริ่มชอบหนูจ๋าล่ะสิ
ชิชะ ทีตัวเองมีคนอื่นได้ แต่ไม่ยอมให้หนูจ๋ามี ไม่ยุติธรรมจริงจริ๊ง...


yayee62 4 พ.ค. 2554, 23:47:36 น.
เร็วขนาดนี้ นี่มันยังไงอ่ะค ะดีใจ หรือ เสียใจ


ปูสีน้ำเงิน 4 พ.ค. 2554, 23:58:30 น.
เเอบ(ดีใจ)กันทั้งคู่


ของขวัญ 5 พ.ค. 2554, 00:14:52 น.
หนูจ๋า ได้ใจจริงๆ ต่อหน้าเป็นแม่พระ ลับหลังเป็นนางมารร้าย


katay 5 พ.ค. 2554, 00:18:14 น.
ต้องลุ้นต่อไป ^^


lunamoon 5 พ.ค. 2554, 00:20:08 น.
555 ฮันนีมูน ฮี่ๆๆๆๆๆๆ


pseudolife 5 พ.ค. 2554, 00:21:38 น.
แน่ะมีใจให้เขาแล้วล่ะสินายภู มีแอบยิ้มด้วยนะ


หมูอ้วน 5 พ.ค. 2554, 05:24:54 น.
พี่ภูนี่ชักยังไง ยังไงแล้วนะ
เริ่มรักหนูจ๋าแล้วแน่ ๆ เลย


cheii 5 พ.ค. 2554, 09:41:16 น.
พี่ภู นี่ยังไงนะ ใช้ไม่ได้เลย นอกจากปากจัด + หื่น และหน้าตาดีแล้ว เฮียยังมีคุณสมบัติดีๆด้านอื่นๆอีกไม๊เนี่ย ?


invisible 5 พ.ค. 2554, 13:45:55 น.
พี่ภูนี่แอบร้ายกาจนะเนี่ย แกล้งหนูจ๋า


ล่องลอย 5 พ.ค. 2554, 14:00:07 น.
พี่ภูกะหนูจ๋านี่เจ้าเล่ห์ใครเจ้าเล่ห์กว่ากันน๊า
เป็นกำลังใจให้หนูจ๋า สุดฤทธิ์ ^^


น้ำค้าง 5 พ.ค. 2554, 18:23:39 น.
ทำไมประตูพังง่ายอย่างนี้หล่ะ 5555555555


lnefficient 5 พ.ค. 2554, 20:47:34 น.
ฮันนีมูนที่แสนหวานรออยู่ อยากรู้จังจะหวานขนาดไหน


boonja 5 พ.ค. 2554, 23:34:06 น.
พี่ภูยิ้มอะไรนะเค้าเห็นนะ ิอิออิ


NNK 6 พ.ค. 2554, 10:51:01 น.
:)


น้องอ้อ 7 พ.ค. 2554, 06:29:26 น.
ตามอ่านต่อๆ ชอบแบบนี้


เกสรชมพู่ 19 พ.ค. 2554, 16:45:21 น.
แหม แอบดีใจนะคะเนี่ย


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account