ได้เวลารัก
เวเนเซีย...
...สำหรับเธอยังไม่มีเวลาให้กับความรัก

เอเธนส์...
...สำหรับเขาถึงเวลาที่จะหยุดกับคำว่ารัก

Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: บทที่ ๒

ขอบคุณเพื่อนนักอ่านทุกคนค่าที่มาต้อนรับ ฮ่าๆๆ

ทีแรกกะจะอัพวันละบท จนกว่าจะถึงบทปัจจุบัน แต่ว่าพรุ่งนี้ต้องไป ตจว. (ความจริงก็คือจะเข้ากรุงเทพค่ะ ก็กรุงเทพเป็นต่างจังหวัดของบ้านฬีนี่เนอะ อิอิ) คงอีกสองสามวันถึงจะกลับบ้าน ยังไงก็จะกลับมาอัพต่อนะคะ

สำหรับได้เวลารัก ณ ตอนนี้อยู่ที่บทที่ ๑๑ ค่ะ ติดตามกันได้ที่บล็อกแกงค์และเด็กดี

แต่อีกไม่กี่วันก็คงจะอัพครบในบ้านนี้แล้วค่ะ^^


............................................



ได้เวลารัก บทที่ ๒




เวเนเซียนำเรือเข้าจอดในโรงเก็บเรือซึ่งอยู่ติดกับท่าน้ำหลังบ้าน ริมฝีปากแย้มน้อยๆ เมื่อเห็นหน้าตาผะอืดผะอมของเลขานุการคู่ใจ

“ทำหน้าเหมือนขนมปังเวลาป่วยเลยนะ” เวเนเซียยิ้มมากขึ้นเมื่อถูกธาราค้อนให้

ธาราก้าวขึ้นจากเรือเร็วที่เจ้านายสาว ‘ซิ่ง’ มาตลอดทาง จากโรงแรมมาถึงตัวบ้านแม้จะใช้เวลาไม่นาน แต่ก็ทำเอาท้องเขาปั่นป่วนไปหมด นี่ยังถูกเอาไปเทียบกับสุนัขตัวโปรดอีก

เขาอยากจะบ้าตาย... ทำไมเขาถึงงี่เง่าตามขึ้นเรือมานะ

“โฮ้ง...”

ธาราถลึงตาใส่ขนมปัง หมาไทยหลังอานของเวเนเซียที่วิ่งกระดิกหางมาต้อนรับเจ้านายถึงโรงเก็บเรือเจ้านายใหญ่และเจ้านายน้อยของบ้านชอบเรือด้วยกันทั้งคู่รวมทั้งพ่อเขาด้วย วันไหนมีเวลาว่างเจ้านายทั้งสองและพ่อเขาก็มักจะไปเล่นเรือใบด้วยกัน ใกล้หน่อยก็ที่คลับพัทยา หรือไม่ก็โน่นเลยที่ภูเก็ต ทิ้งให้เขากับน้องสาวอยู่โยงเฝ้าบ้านเพราะไม่อยากเอาชีวิตไปทิ้ง เขาน่ะไม่เท่าไรหรอก แต่สายธารนั้นไม่ถูกกับเรือเอามากๆ ลงเรือทีไรได้เมาเละทุกที

“งี๊ดดด...” ขนมปังวิ่งเข้าคลอเคลียเจ้านายสาวอย่างดีใจ หลังจากแยกเขี้ยวโชว์ไม้เบื่อไม้เมาอย่างธารา เวเนเซียหัวเราะ ย่อตัวลงเกาขนสั้นแต่นุ่มลื่นเป็นมันปลาบอย่างสุขภาพดีของขนมปัง

“เฮอะ...ทำเป็นประจบ” ธาราเอ่ยลอยๆ แต่ทันเห็นเจ้าขนมปังหันมาแยกเขี้ยวใส่เขาแวบๆ มันไม่เข้ามาหาเพราะกำลังอยู่ในสายตาเจ้านาย แต่ถ้าลับหลังเวเนเซียเขาคงได้ปะลองกำลังกับเจ้าขนมปังแน่

ใครอย่ามาคิดว่าหมาโง่เชียว...

“อย่าอิจฉาน่าธาร... เวก็รักธารเหมือนกัน” เวเนเซียเงยหน้าจากขนมปัง เมื่อห้าปีก่อนลูกหมาขะมุกขะมอมแอบเข้ามาในบ้านได้อย่างไรไม่รู้ เธอเจอมันเข้าก็เลยขออนุญาตบิดาเลี้ยงไว้เพราะแพ้ลูกตาใสๆ อ้อนๆ คู่นั้น แต่ความจริงคนที่ดูแลมันมากกว่าใครก็คือลุงนที บิดาของธารานั่นเอง แต่ไม่รู้เป็นอย่างไรขนมปังที่ประจบทุกคนกลับกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากับธารา

ตอนนี้ลูกหมามอมๆ ที่ชอบกินขนมปังนักหนาจนถูกเรียกตามได้กลายเป็นหมาไทยตัวโตหน้าดุ แต่นิสัยจริงๆ นั้นขี้ประจบและขี้เล่นมากเลยทีเดียว

“รักแบบเจ้าขนมปังนี่ไม่ไหวนาคุณเว...”

เวเนเซียหัวเราะ ละมือจากเจ้าขนมปังตัวโต แล้วควงแขนธาราออกเดินไปยังตัวตึกใหญ่

“น่า... รักแบบไหนก็รักนะ”

ธาราทำเสียงขึ้นจมูก แต่ก็อดยิ้มเพราะเสียงใสๆ ราวกับสาวน้อยของเจ้านายสาวไม่ได้ ตอนนี้เวเนเซียเหมือนเด็กหญิงที่เคยวิ่งเล่นกับเขามามากกว่าผู้จัดการโครงการอัญมณีธาราที่ทำให้บอร์ดบริหารอัญมณีมันตราต้องจับตามอง

เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชอบภาคไหนของเวเนเซียกันแน่

เจ้าหญิงน้อยแห่งอัญมณีหรือแม่มดแสนเปรี้ยวมากอิทธิฤทธิ์คนนั้น







“ลุงนที... มีอะไรทานบ้างคะ” เวเนเซียส่งเสียงถามบุรุษร่างพึ่งผายวัยห้าสิบห้าที่รูปร่างยังดูดี หน้าตาคมเข้มไม่ต่างจากบุตรชายนัก เธอปล่อยมือจากธาราแล้วถลาเข้าไปในห้องโถงของตึกใหญ่ โดยมีธาราซึ่งถูกเจ้าขนมปังใช้ปากงับขากางเกงให้แยกจากเวเนเซียก้าวตามมาติดๆ

นทียิ้มน้อยๆ ให้แก่เจ้านายสาวน้อยที่เขามีส่วนช่วยดูแล ตั้งแต่คุณผู้หญิงเสียไปเจ้านายเขาก็ไม่เคยมีผู้หญิงคนใหม่เลย ได้แต่ฟูมฟักเจ้าหญิงตัวน้อยๆ ซึ่งเติบโตมาได้อย่างงดงาม

“มีขนมเบื้องญวนครับ... คุณเวจะทานเลยหรือว่าจะเปลี่ยนชุดก่อน” เขาถามยิ้มๆ ไม่ต้องเอ่ยถามถึงเรื่องการสรุปโครงการต่อบอร์ดบริหารวันนี้ เพราะท่าทางร่าเริงบอกได้ว่าทุกอย่างผ่านไปด้วยดี

“อืม... เปลี่ยนชุดก่อนก็ได้ค่ะ” เวเนเซียมองตัวเอง แม้จะเป็นชุดกระโปรงแบบเรียบๆ หากด้วยสีโปรดของเธอก็ทำให้บอร์ดบริหารเก่าแก่เจ้าระเบียบทั้งหลายเขม้นตามองทีเดียว เวเนเซียหันไปทางธาราที่ยังเขม่นกับเจ้าขนมปังไม่เลิก

“ธารมากินด้วยกันนะ... เวจะคุยเรื่องงานต่อ” หญิงสาวขึงตาให้ท่าทางเหมือนจะปฏิเสธของเลขานุการ

ธาราทำหน้าเมื่อย

“นี่มันเลิกงานแล้วนะครับเจ้านาย”

เวเนเซียเหลือบตามองนาฬิกาข้อมือแล้วยิ้มกว้าง

“อีกตั้งสิบห้านาทีถึงจะห้าโมง...ห้ามอู้งาน” พูดเสร็จก็โบกมือ แล้วก้าวไปยังบันไดใหญ่กลางห้องโถงที่ทอดตัวขึ้นสู่ชั้นบน

ธาราโคลงศีรษะ หันมาทางบิดาที่ยังคงยิ้มนิดๆ

“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสิ เดี๋ยวถูกตัดเงินเดือน ไม่ต้องมาขอพ่อล่ะ”

“เฮอะ... ผมให้ดิมิทรีเลี้ยงก็ได้ ไม่ง้อพ่อหรอก” ธาราทำเสียงขึ้นจมูก

“ก่อนจะไปให้เจ้านั่นเลี้ยงก็บอกมันให้มาจ่ายค่าสินสอดให้พ่อก่อน” นทียักคิ้วให้หน้ามุ่ยๆ ของบุตรชาย กว่าเขาจะทำใจยอมรับได้ว่าชาตินี้คงไม่ได้ลูกสะใภ้ผู้หญิงก็ใช้เวลานานทีเดียว

ประสบการณ์มากมายในชีวิตที่ผ่านมากก็บอกเขาว่าอย่างไรธาราก็คือลูกของเขาไม่มีวันเป็นอื่น แล้วถ้าลูกเขายังเป็นคนดี เขาก็จะไม่สนใจว่าธาราจะมีคนรักเป็นใคร เพศไหน ขอให้คนรักของลูกชายนั้นเป็นคนดีเช่นกันก็พอ

แม้จะไม่ใช่คนไทยเต็มตัว แต่ดิมิทรีลูกครึ่งไทยอเมริกันที่เขาไม่รู้จะเรียกว่าลูกเขยหรือลูกสะใภ้ดีนั้น นอกจากหน้าตาดีชนิดที่ถูกชักชวนให้เข้าวงการบันเทิงอยู่เป็นประจำ ความรู้ความสามารถนั้นแทบไม่ต้องพูดถึง ดิมิทรีเป็นนักบินของสายการบินใหญ่ระดับโลกแห่งหนึ่ง

“ไปได้แล้ว พ่อจะไปจัดของว่าง” นทีไม่ฟังเสียงบ่นงึมงำของบุตรชาย ก้าวเร็วๆ ไปทางห้องครัวด้านหลังตึก

ธารายักไหล่ หมุนตัวเดินออกจากตึกใหญ่ไปยังเรือนเล็กที่จริงๆ แล้วก็ไม่ได้เล็กสมชื่อ คุณปริทัศน์สั่งปรับปรุงบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้สองชั้นซึ่งมีห้องนอนสามห้องให้ครอบครัวเขา ถึงแม้ว่าเมื่อเรียนจบแล้วเขากับสายธารจะขอแยกออกไปอยู่ข้างนอกบ้านบ้าง เขามีคอนโดมีเนียมกว้างขวางที่คุณปริทัศน์เองเป็นคนจัดการให้ ส่วนสายธารใช้ชั้นบนของอาคารที่เจ้าตัวเปิดห้องเสื้อเป็นที่พัก

แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เรือนเล็กที่บิดาเขาอยู่ก็เป็นเหมือนบ้านหลังหนึ่ง เขากับสายธารรู้ดีว่าไม่มีทางที่บิดาจะยอมออกจากบ้านอัญมณี ทั้งๆ ที่บิดาเขานั้นสามารถสร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมาได้ แต่ท่านกลับพอใจในการเป็น ‘พ่อบ้าน’ ของบ้านอัญมณีเท่านั้น






“บ่นอะไรน่ะธาร...งึมงำเหมือนเป็นตาแก่ไปได้” เวเนเซียยิ้มบางๆ เลขานุการหนุ่มนั่งพึมพำอะไรกับตัวเองอยู่ที่โต๊ะริมสระว่ายน้ำซึ่งสาวใช้คนหนึ่งขึ้นไปบอกหล่อนที่ห้องว่าคุณพ่อบ้านตั้งโต๊ะของว่างที่นี่

ลุงนทีรู้ใจหล่อนดีว่าไม่ชอบอยู่ในห้องอาหารเท่าไรนัก

เวเนเซียเปลี่ยนมาเป็นชุดกระโปรงผ้าฝ้ายยาวถึงข้อเท้าสีแดง อันเป็นสีโปรด เรียกว่าในตู้เสื้อผ้าของหล่อนนั้นมีสีแดงเกินกว่าครึ่ง ใบหน้าสดใสไร้เครื่องสำอางเต็มพิกัดเช่นยามแปลงร่างเป็นนักธุรกิจสาวผู้มาดมั่น

ธาราลุกขึ้นก้าวเข้าไปรับแฟ้มเอกสารที่เจ้านายสาวถือมาด้วยวางไว้บนโต๊ะแล้วรีบเลื่อนเก้าอี้ให้เวเนเซียนั่งก่อนจะกลับไปนั่งยังเก้าอี้ตัวเดิม

“ก็ผู้ชายของคุณเวน่ะสิครับ...ทำตัวลึกลับเป็นพ่อมดสมชื่อเลย” ธาราบอกเจ้านายสาว เขาชินแล้วกับหลากหลายบุคลิกของอีกฝ่าย

“ทำไม...? ติดต่อไม่ได้...?” ท่าทางหัวเสียของธาราเรียกยิ้มจากริมฝีปากบาง เธอรู้ว่าธารามีความสามารถ แค่การติดต่อช่างภาพคนหนึ่งไม่ได้มากเกินไป

ผู้ชายของคุณเว...พ่อมดแห่งวงการช่างภาพแฟชั่น

พ่อมดคนนั้นทำให้ธาราออกอาการอย่างนี้ได้

“ผมว่าหาเบอร์นายกยังง่ายกว่าพ่อมดคนนี้เลยนะครับ” ธารายังงึมงำ ทันทีที่เวเนเซียบอกว่าต้องการผู้ชายคนนี้... ที่เขาเกือบสะดุ้งก่อนเธอจะขยายความว่าต้องการให้พ่อมดคนนี้ถ่ายภาพที่จะใช้ทั้งหมดในการประชาสัมพันธ์อัญมณีธารา

เขาก็เริ่มหาทางติดต่อช่างภาพคนนั้นเพราะรู้ดีว่าเวนีเซียไม่ชอบการรอคอย

เพียงแต่ไม่นึกว่าการติดต่อช่างภาพคนหนึ่งมันจะยากขนาดนี้ หมายเลขโทรศัพท์ของเอเธนส์ที่เขาได้มา นั้นเปิดไว้เพียงระบบฝากข้อความซึ่งคนให้มาก็เตือนก่อนแล้วว่าอาจจะต้องฝากข้อความทิ้งไว้แค่นั้น แล้วเอเธนส์ก็จะติดต่อกลับเอง

หากเขาไม่มีเวลารอ ต้องมีสักทางที่ติดต่อเอเธนส์ได้สิ

แล้วเขาก็เค้นถามมาได้ว่าเอเธนส์มีหมายเลขโทรศัพท์อีกหมายเลขแต่มีไม่กี่คนที่รู้หมายเลขนั้น ทำเหมือนกับว่ามันเป็นความลับสุดยอดในแฟ้มของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในที่สุดเขาก็ได้หมายเลขโทรศัพท์มา หากกลายเป็นหมายเลขของอดีตนางแบบชื่อดังซึ่งผันตัวเองไปเป็นเจ้าของเอเจนซี่นายแบบนางแบบ ตามข่าวนั้นว่ามีความสัมพันธ์ล้ำลึกอยู่กับเอเธนส์

เขาติดต่อไปทันทีและคำตอบที่ได้รับมาคือ เอเธนส์กำลังพักร้อน จะไม่รับงานในช่วงนี้ แม้เขาพยายามขอหมายเลขโทรศัพท์เพื่อจะคุยกับเจ้าตัวโดยตรง แต่อีกฝ่ายปฏิเสธอย่างหนักแน่น

ธาราทั้งหมั่นไส้ทั้งอ่อนใจเลยทีเดียว

“ตกลงยังไม่ได้คุยกับเขา” เวเนเซียหัวเราะเบาๆ พลางรับประทานขนมเบื้องญวนของนทีอย่างเอร็ดอร่อย ราวกับชั่วโมงที่แล้วไม่ได้รับประทานข้าวผัดทะเลจานใหญ่ของคุณวิกานดาไป เธอชอบอาหารฝีมือนทีมาก การทำอาหารเป็นหนึ่งในความสามารถมากมายของพ่อบ้านคนเก่ง

การมีผู้ชายเป็นคนดูแลบ้านอาจจะดูแปลก แต่สำหรับบ้านอัญมณีแล้ว...ไม่แปลกเลย

“ครับ อีกสามวันเอเธนส์ถึงจะยอมรับโทรศัพท์เรื่องงานครับ” ถ้าเขาสามารถหาหมายเลขของพ่อมดผู้ลึกลับได้นะ แต่ธาราก็ไม่คิดจะยอมแพ้งานแค่นี้

“สามวัน...” เวเนเซียทวน

เธอจะต้องรอนานขนาดนั้น?

“ต้องรอถึงสามวัน...?”

ธารายักไหล่ ดูเหมือนคำถามนี้ของเจ้านายสาวจะไม่ต้องการคำตอบ เขารู้ดีว่าเวลาขนาดนั้นมากไปสำหรับเวเนเซีย

“ตามประสงค์เจ้านายครับ” เขาคงต้องแวะไปหาคุณนางแบบเจ้าของเอเจนซี่คนนั้นเองซะแล้ว “แต่ตอนนี้...เลยห้าโมงมาแล้วนะครับ ผมจะเลิกงานได้หรือยัง”

เวเนเซียหัวเราะ

“จะรีบไปไหน... หรือว่าจะหนีเที่ยว เวจะฟ้องดิมิทรี”

ธารายิ้มชนิดแยกเขี้ยวทั้งปาก

“เชิญเลยคร้าบ ถ้าโทรติดนะ” เขาลากเสียงยวนๆ

ป่านนี้ดิมิทรีคงกำลังอยู่เหนือน่านฟ้าประเทศไหนสักประเทศ

“บินอยู่ล่ะสิ... ไม่เป็นไร เก็บไว้ฟ้องวันหลังก็ได้” เวเนเซียกระเซ้า เรื่องราวความรักของเลขานุการนั้นเป็นเรื่องบันเทิงอย่างหนึ่งของเธอทีเดียว

“เลิกสร้างเรื่องร้าวฉานให้บ้านอื่นได้แล้วครับ ผมไปดีกว่า”

เวเนเซียยิ้มน้อยๆ พยักหน้าอนุญาตให้ธารากลับไปพักผ่อนได้ ชายหนุ่มเอ่ยก่อนลุกขึ้น

“พรุ่งนี้คุณเวมีนัดกับบริษัทโฆษณาที่เพชราตอนเก้าโมงนะครับ” เขาทวนนัดหมายของเจ้านายในวันรุ่งขึ้น

เวเนเซียนิ่วหน้า

“เก้าโมง... ใครนัดเก้าโมง คืนนี้เฟดเดอเรอร์แข่งตีหนึ่งนะ” คู่แข่งในวันนี้ของหนุ่มนักเทนนิสขวัญใจของเธออยู่ในระดับท็อปเท็นของโลกเสียด้วย อย่างน้อยก็ต้องสองชั่วโมงนั่นแหละ

โอ๊ย...แล้วจะได้นอนกี่ชั่วโมงกัน

ธารายิ้มกว้าง บ่งบอกว่าชอบใจนักหนา

“ก็คุณเวนั่นแหละครับที่บอกว่าให้นัดเก้าโมง”

เวเนเซียครางเบาๆ ค้อนให้สีหน้าอิ่มใจของธารา







เอเธนส์ลืมตาขึ้น มือควานไปยังหัวเตียง กดสวิตซ์ แสงไฟสีนวลเรืองขึ้นขับไล่ความมืดในห้อง เขาเอียงหน้าไปทางโต๊ะเตี้ยชิดหัวเตียง มองนาฬิกาตั้งโต๊ะ เข็มสั้นชี้ไปที่เลขสิบสอง ชายหนุ่มถอนใจเบาๆ ลุกขึ้นจากเตียง เดินเข้าห้องน้ำใช้เวลาชั่วครู่ก่อนจะกลับออกมาด้วยสีหน้าสดใสขึ้น

เขาเปิดตู้เสื้อผ้าแบบติดผนังหยิบกางเกงขาสั้นออกมาสวม ปกติเวลานอนเขาก็ไม่ค่อยได้สวมอะไร แต่เขาไม่คิดว่าจะนอนต่อหลังจากเผลอหลับไปตั้งแต่กลับมาถึงห้องเมื่อตอนเย็น

ร่างสูงใหญ่ก้าวออกจากห้องนอน เดินไปเปิดสวิตซ์ที่ผนังด้านหนึ่ง แสงไฟสว่างขึ้น เขาเดินตัดห้องโล่งกว้างซึ่งใช้เป็นทั้งห้องนั่งเล่นและห้องรับแขกที่ไม่ค่อยจะมีแขกนักไปยังห้องครัว ห้องชุดของเขาอยู่ชั้นบนสุดของคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำ

เอเธนส์เปิดตู้เย็นหยิบนมขวดใหญ่ ขนมปัง แฮม ชีส ออกมาทำแซนด์วิชง่ายๆ เพื่อระงับการประท้วงของกระเพาะ เขาใส่ขนมปังในเครื่องปิ้ง รินนมใส่แก้วใบใหญ่ ไม่นานขนมปังก็เด้งขึ้น เขาวางแฮมกับชีสลงไปราดตามด้วยมายองเนสก่อนจะประกบขนมปังเข้า แล้วถือแซนวิชกับแก้วนมกลับมายังส่วนของห้องนั่งเล่นซึ่งเป็นพื้นเล่นระดับลึกลงไปกว่าพื้นปกติ

เอเธนส์ก้าวผ่านกลุ่มโซฟาหน้าจอพลาสมาขนาดใหญ่ หยุดเพื่อหยิบรีโมทบนโต๊ะกระจกเตี้ย แล้วกดไปยังผนังด้านหนึ่ง ผนังสีครีมเช่นเดียวกับผนังด้านอื่นของห้องค่อยๆ เลื่อนออกไปซ้อนยังผนังด้านข้าง เผยให้เห็นห้องขนาดกว้างอีกห้องที่มีกระจกใสเป็นผนังโดยรอบ

เขาโยนรีโมทกลับไปยังโซฟาแล้วก้าวขึ้นไปตามบันไดเตี้ยๆ สามขั้น ร่างสูงใหญ่ก้าวสม่ำเสมอไปยังผนังกระจกใส ไม่เหลียวมองอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ที่มีระบบน้ำวนและเครื่องปรับอุณหภูมิ สายตามองทิวทัศน์ยามเที่ยงคืนของกรุงเทพฯ

จากคอนโดมิเนียมสูงริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขามองเห็นแสงไฟระยิบระยับไปทั่ว บอกให้รู้ว่าราตรีไม่เคยหลับใหล ดวงดาวบนพื้นดินจะทอแสงไปจนกว่าแสงอาทิตย์จะสาดส่อง

หากภาพท้องน้ำยามราตรีค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยแสงระยิบระยับของผิวน้ำตามบ่ายจัด เรือลำเล็กแล่นตัดผิวน้ำด้วยความเร็วโดยมีร่างโปร่งในชุดกระโปรงสีแดงคุมพวงมาลัย

มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นนิดๆ

เวเนเซีย...

เอเธนส์ยกแก้วนมขึ้นดื่ม ตามด้วยค่อยๆ กัดแซนด์วิช เขายังไม่ทันได้เห็นใบหน้าของเวเนเซียชัด แต่รูปร่างและบุคลิกของเธอก็ประทับอยู่ในความทรงจำของเขาไปแล้ว

เขาอยากมองเธอผ่านเลนส์กล้อง...

คงเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งเลยทีเดียว






เอเธนส์กลับมายังโซฟาตัวใหญ่ซึ่งสั่งทำพิเศษให้เหมาะกับความสูงของเขา วางแก้วเปล่าลงบนโต๊ะกระจก อีกมือส่งแซนด์วิชคำสุดท้ายเข้าปาก แล้วเอนตัวลงนอนเอนพิงพนัก มือคว้ารีโมตโทรทัศน์มากด ไล่หาช่องถ่ายทอดสดกีฬาที่เขาชื่นชอบ แล้วจึงมองหาโทรศัพท์ที่เขาทิ้งไว้แถวนั้นก่อนจะเข้าห้องนอน ส่วนโทรศัพท์อีกเครื่องที่เอาไว้สำหรับติดต่อเรื่องงานอย่างเดียวนั้นเขายังไม่คิดจะเปิดเครื่อง

เขาไม่อยากคิดเรื่องงานในตอนนี้

ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มากดดูรายชื่อคนที่โทรศัพท์เข้ามา มีเพียงรายชื่อเดียว หมายเลขนี้มีอยู่ไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ เขาชอบความเป็นส่วนตัว...อาจจะมากกว่าทั่วไป แต่นิสัยเขาก็เป็นที่กล่าวขานในวงการอยู่แล้ว ความแปลกของเขากลายเป็นสิ่งที่คนที่รู้จักเขาเคยชิน และอาจทำให้อีกหลายคนระคายใจ

เขามองนาฬิกาอีกครั้ง...เที่ยงคืนกว่า แต่เขาแน่ใจว่ามุกมณีคงยังไม่เข้านอน

เสียงตอบรับไร้แววง่วงงุนบอกว่าเขาเดาถูก รวมถึงเสียงเพลงดังแว่วเข้ามาในโทรศัพท์ยืนยันว่าเจ้าตัวคงยังไม่มีอารมณ์หลับไปอีกนานแน่

“เดี๋ยวนะคะเอเธนส์... เพิร์ลหาที่เงียบๆ กว่านี้ก่อน” มุกมณีกรอกเสียงมา จนอีกครู่เสียงรอบตัวจึงเงียบลง “โอเค...คุยได้แล้ว”

“ขอโทษที่ขัดจังหวะนะเพิร์ล ผมเห็นคุณโทรมา”

“อ๋อ... เพิร์ลโทรไปส่งข่าว มีคนกำลังตามล่าคุณอยู่นะ”

“หือ ตามล่า...?” เอเธนส์ทำเสียงในลำคอ น้ำเสียงของมุกมณีร่าเริงเกินประโยคที่ดูน่าอันตราย

“ใช่แล้ว...มีพ่อหนุ่มคนหนึ่งกำลังตามหาคุณอย่างเอาเป็นเอาตาย ฟังจากเสียงแล้วดูท่าจะหล่อนะ”

เอเธนส์โคลงศีรษะ เสียงหัวเราะคิกคักของอีกฝ่ายดูท่าคงจะมีแอลกอฮอล์อยู่ในตัวไม่น้อย มุกมณีเคยเป็นนางแบบชื่อดัง แต่ผันตัวออกมาอยู่เบื้องหลังเป็นผู้ผลักดันเด็กรุ่นใหม่ซึ่งก็ไปได้ด้วยดีเพราะประสบการณ์และสายตาเฉียบคม

“ใครหรือเพิร์ล เขาต้องการอะไร” เขาถามอย่างใคร่รู้ ความจริงมุกมณีอายุมากกว่าเขา แต่เจ้าตัวนั้นจะกรีดร้องทุกครั้งถ้าเขาบังอาจเอ่ยคำที่แสดงความอาวุโสกว่าของเธอ อย่างเช่นคำว่า ‘พี่’

“ก็ต้องการคุณไง” มุกมณีตอบทันทีก่อนจะหลุดเสียงคิกคักอีกครั้ง เธอยิ้มมากขึ้นเพราะเสียงถอนหายใจดังลอดมา การที่เอเธนส์ถูกตามล่านั้นแทบจะเป็นเรื่องปกติ

ตั้งแต่เธอรู้จักช่างภาพหนุ่มเมื่อสิบปีก่อน เพราะหน้าตาหล่อเหลาคมเข้มแบบลูกครึ่งแถมเซ็กซี่มากเสียด้วย โดยเฉพาะดวงตาดำขลับคู่นั้นที่ทำให้สาวๆ เนื้อตัวอ่อนระทวยมานักต่อนัก แต่เธอก็ไม่เคยเห็นเอเธนส์มองใครอย่างจริงจังสักที ยังทำตัวเป็นพ่อมดผู้ลึกลับมาโดยตลอด ความจริงก็ไม่ใช่แค่สาวๆ หรอกนะที่ตามล่าช่างภาพหนุ่มสุดหล่อ บางทีก็มีผู้ชายเหมือนกัน แต่เอเธนส์ก็ยังคงเป็นเอเธนส์โดยตลอด

“เพิร์ล...” เอเธนส์ลากเสียง

มุกมณีหัวเราะเสียงเข้มๆ ของอีกฝ่าย ก่อนจะตอบกลับอย่างจริงจังขึ้น

“เขาต้องการคุณไปร่วมงานด้วยค่ะ คุณรู้จักอัญมณีมันตราไหมคะ”

คำถามของอดีตนางแบบทำให้เอเธนส์นิ่งไป

อัญมณีมันตรา...

“เครือโรงแรมใหญ่ไงคะ มีกี่สาขาเพิร์ลก็จำไม่ได้ แต่หรูๆ ทั้งนั้น อย่างโรงแรมเพชราที่คุณไปทำงานวันนี้ก็เป็นเครือของอัญมณีมันตรานะคะ”

“อืม แล้ว...?” เอเธนส์รับรู้ว่าหัวใจเขาไม่ได้ราบเรียบเช่นเดียวกับน้ำเสียงเลย จังหวะการเต้นมันแปลกไปตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อ ‘อัญมณี’ หลุดออกมาแล้ว แต่เขาไม่แน่ใจว่า...มันแปลกแบบไหน

“คนที่ตามล่าคุณบอกว่าเขาเป็นเลขาของผู้จัดการอัญมณีธารา โปรเจกต์อลังการร้อยล้านของอัญมณีมันตรา เขาอยากให้คุณเป็นช่างภาพให้ในโปรเจกต์นี้ เพิร์ลบอกเขาไปแล้วนะคะว่าช่วงนี้คุณกำลังพักร้อน ไม่รับโทรศัพท์ใคร แต่ดูท่าแล้วเขาช่างตื๊อน่าดูเหมือนกัน เพิร์ลก็เลยโทรมาบอกคุณก่อน” มุกมณีร่ายยาว

“ขอบคุณมากครับเพิร์ล” เขาอยากพักผ่อนเงียบๆ สักสองสามวันจึงไม่ต้องการให้ใครรบกวน มุกมณีรู้ใจเขามากทีเดียว

“เพิร์ลพอจะรู้จักผู้จัดการอัญมณีธาราไหมครับ”

“อ๋อ... ก็เจ้าหญิงแห่งอัญมณีไงคะ เอเธนส์ไม่รู้จักเหรอคะ”

เจ้าหญิงแห่งอัญมณี...

เอเธนส์ไม่รู้ตัวว่ากำลังแย้มริมฝีปาก

“เวเนเซีย อัญมณี... นักธุรกิจสาวไฟแรงของยุคนี้ไงคะ ทายาทคนเดียวของคุณปริทัศน์ อัญมณี หุ้นส่วนใหญ่ที่สุดของอัญมณีมันตรา”

เอเธนส์หลับตา...เสียงของมุกมณียังดังก้อง แต่เขาไม่สามารถเอ่ยอะไรออกมาได้ ภาพของหญิงสาวร่างโปร่งในชุดสีแดงปรากฏขึ้นอีกครั้ง

“เอเธนส์... เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” น้ำเสียงเร่งร้อนดังตามสายเมื่อเห็นว่าช่างภาพหนุ่มเงียบไป

เอเธนส์ลืมตา มองเห็นสนามเทนนิสสีฟ้าในจอพลาสมาขนาดใหญ่ นักเทนนิสทั้งสองคนเริ่มลงมาในสนาม เสียงปรบมือจากแฟนๆ ในสนามดังกระหึ่ม

อ้อ...เจ้าของฉายาเฟดเอ็กซ์นี่เอง มิน่าทำไมคนเต็มสนามเลยทีเดียว

เอเธนส์ยกมุมปากน้อยๆ...ไม่ได้เกลียดนักเทนนิสชาวสวิสเซอร์แลนดีแต่อย่างใด หากทุกครั้งเขามักจะเชียร์คู่แข่ง

ขอให้เฟดเดอเรอร์แพ้ทีเถอะ...

“ถ้าเขาติดต่อมาอีก เพิร์ลช่วยบอกให้ด้วยแล้วกันนะครับว่าผมปฏิเสธ...ไม่รับงานนี้”







เวเนเซียก้าวเร็วๆ ออกจากห้องประชุมเล็กของเพชราที่เธอให้เอเจนซี่มาเสนองาน ใบหน้างดงามซึ่งได้รับการตกแต่งด้วยเครื่องสำอางเข้มกว่าปกติเรียบเฉย หากริมฝีปากบางเม้มน้อยๆ บ่งว่าเจ้าตัวอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก พนักงานที่อยู่ตามทางเดินพากันตัวลีบ ไม่มีใครกล้าสบตาคมวาว

ไม่มีใครไม่รู้จักคุณเวเนเซีย ผู้ชิงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารอัญมณีมันตราในอนาคต ปกติไม่ค่อยมีใครเห็นคุณเวเนเซียที่เพชรา มันตรา ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของอัญมณีมันตรา เพราะตั้งแต่จบมาจากโรงเรียนการโรงแรมในสวิตเซอร์แลนด์ เวเนเซียก็ถูกส่งไปทำงานที่โรงแรมในเครือต่างๆ จนตอนนี้ก็มักจะประจำอยู่ที่หัวหินเพื่อคุมโครงการใหม่

“เจ้านายครับ... รอผมด้วย” ธาราแทบตะโกนเมื่อเจ้านายก้าวเข้าไปในลิฟต์ เขาวิ่งอย่างเร็วเพื่อให้ทันก่อนประตูลิฟต์ปิดลง

“ไม่รอกันเลยนะครับ” ธาราแทบจะค้อนให้เจ้านายสาวเมื่อผ่านประตูลิฟต์เข้ามาได้ทัน

เวเนเซียคลายริมฝีปาก เปลี่ยนเป็นแย้มน้อยๆ ให้ค้อนของเลขานุการ

“ก็รู้ว่าธารตามทันอยู่แล้ว”

ธาราแกล้งถอนหายใจเสียงดัง เจ้านายของเขาเล่นเดินลิ่วๆ ออกจากห้องประชุม ปล่อยให้เขาต้องเคลียร์กับเอเจนซี่แล้ววิ่งตามมา

“ตกลงคุณเวจะให้เปลี่ยนเอเจนซี่นะครับ” เขาถามแล้วก็กลืนน้ำลายกับนัยน์ตาที่วาวขึ้น

“เวไม่ชอบพวกใช้โอกาสเปลือง”

เลขานุการหนุ่มผงกศีรษะ น้ำเสียงต่ำเบาแบบนี้แหละที่เขารู้ดีว่าเจ้าตัวไม่พอใจอย่างหนัก เอเจนซี่วันนี้เสนอแผนงานแกรนด์โอเพนนิ่งของอัญมณีธารามาสามครั้งแล้ว แต่ไม่ถูกใจเจ้าหญิงแห่งอัญมณีสักครั้ง ภาคแม่มดของเจ้านายจึงเผยออกมา คนของเอเจนซี่ที่มาเสนองานอ้าปากค้างไปตามๆ กัน

เปล่า... เจ้านายของเขาไม่เคยโวยวาย แต่เป็นการเล่นงานแบบนิ่งๆ ลงมือเชือดแบบประณีต นั่นแหละสิ่งที่เจ้านายเขาชอบทำ

เฮ้อ... เขาต้องไปควานหาเอเจนซี่รายใหม่ที่ต้องมีฝีมือไม่ยิ่งหย่อนกว่ารายเก่าซึ่งก็เป็นบริษัทแถวหน้าของประเทศเช่นกัน คงต้องมีสักรายที่เจ้านายเขาพอใจล่ะน่า

นอกนี้ยังมีงานที่เจ้านายเขาสั่งตั้งแต่เมื่อวานอีก...ไม่ได้คืบหน้าเสียเลย

ก่อนเข้ามาที่โรงแรม เขาได้โทรศัพท์หามุกมณีซึ่งเป็นคนเดียวที่รู้ที่อยู่ของช่างภาพคนนั้นอีกครั้ง แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

เขาได้รับคำตอบปฏิเสธผ่านมาทางอดีตนางแบบคนนั้น โดยไม่มีการทบทวนหรือให้เขาเสนอรายละเอียดอื่นใด รวมทั้งค่าตอบแทน แต่เขาจะไม่ยอมรับคำปฏิเสธง่ายๆ เช่นนี้ เพราะรู้ว่าเจ้านายเขาเองก็คงไม่ยอมรับเช่นกัน เขาจะต้องเข้าไปที่เอเจนซี่นั้นเองเพื่อตามหาพ่อมดผู้ลึกลับให้ได้

ธารารีบจ้ำตามร่างโปร่งของเจ้านายสาวออกไปจากลิฟต์ และตรงไปยังท่าน้ำ

โอย... เขาต้องนั่งเรืออีกแล้วเรอะ





""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""






ฬีฬา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 4 พ.ค. 2554, 20:38:06 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 4 พ.ค. 2554, 20:40:12 น.

จำนวนการเข้าชม : 2514





<< บทนำ และ บทที่ ๑   บทที่ ๓ >>
แว่นใส 4 พ.ค. 2554, 21:02:54 น.
อยากอ่านตอนต่อไปเร็ว ๆ คะ


jink 4 พ.ค. 2554, 21:16:11 น.
ชอบๆ อ่านมันทั้ง 2 บ้านเลย อิอิ


ณิณ 4 พ.ค. 2554, 22:40:32 น.
ตามๆๆ ไปทุกที่


ฟ้าหวาน 5 พ.ค. 2554, 00:44:44 น.
ตอนแรกนึกว่าเจ้าหญิงเราอยากได้เอเธนส์ไปทำอะไรซะอีก เหอะ ๆ


chivas 5 พ.ค. 2554, 02:48:11 น.
รออ่านตอน 12 นะคะ


ใบบัวน่ารัก 5 พ.ค. 2554, 13:53:01 น.
รอทุกวัน และรอคุณอา ของนาง ฟ้าน้อยด้วย


ฟ้าริน 5 พ.ค. 2554, 13:54:05 น.
อ่ะห้า ในที่สุดก็ได้เจอคุณหนูเวกับเอเธนส์อีก ^๐^ /


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account