รอยร้าย...แสนรัก
ชีวิตของเธอกลับต้องเปลี่ยนผันไปจมอยู่กับความหม่นหมอง เพราะพี่ชายข้างบ้านอย่างรีชภวัฒน์ได้สร้างรอยฝันร้ายให้กับเธอชั่วนิรันดร์

แนะนำตัวละคร
พระเอก : รีชภวัฒน์ วิโรจน์ศิลป์ อายุ 33 ปี

ชายหนุ่มผู้คุมการเงินในเครือ วรธิกาจญ์ กรุ๊ป บุคลิกแสนอ่อนน้อมอบอุ่นดั่งพี่ชายของน้องสาว ใบหน้าหล่อตี๋สวมแว่นให้ดูมีความมานะมั่นใจ ชีวิตของเขาไม่เคยทำงานพลาดทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาปรารถนา ไม่เคยมีใครทำให้เขาเผอเรอก่อการกระทำด้านลบได้ นอกจากน้องสาวของเพื่อนชายข้างบ้าน ชื่อ กัญญาวีร์

นางเอก : กัญญาวีร์ รุ่งวัฒนากิจ อายุ 21 ปี

แม่กระต่ายสาวน้อยแสนน่ารักอ่อนหวาน เป็นน้องสาวของเพื่อนชายข้างบ้านรีชภวัฒน์ หรือพี่ชายของกัญญาวีร์ ชีวิตของเธอกลับต้องเปลี่ยนผันไปหม่นหมองเพราะพี่ชายข้างบ้านอย่างรีชภวัฒน์ได้สร้างรอยฝันร้ายให้กับเธอชั่วนิรันดร์
Tags: ซึ้งกินใจ,รอยร้าย แสนรัก,เศร้าๆ,หวานละมุน,รอยร้าย แสนรัก

ตอน: บทที่ 3 หนีไม่พ้น...



บทที่ 3 หนีไม่พ้น...

แสงแดดทอประกายรับรุ่งอรุณขึ้นอีกวัน เป็นวันที่รถคันโปรดของรีชภวัฒน์ได้หายลับไปแล้วแต่เช้าตรู่ กัญญาวีร์ถึงกับถอนหายอย่างโล่งอก วันนี้เธอคงไม่ได้ปะทะคารมกับเขาแล้วสินะ พอพ้นรั้วบ้านของเธอออกไป อยู่ๆ กลับมีรถอีโก้คาร์คันเล็กอย่าง มาสด้าสองสีฟ้าสดสวยป้ายแดงใหม่เอี่ยมอ่องจอดเทียบท่าไว้แทน พร้อมกับป้าพรรณมณีร่างท้วมยืนรอคอยยิ้มรับวันใหม่อบอุ่นใจให้กับกัญญาวีร์ ทว่าทำใบหน้านวลน่ารักกลับคิ้วฉงนงุนงง คนเป็นป้าแม่บ้านจึงได้เอ่ยเฉลย

“คุณรีช ซื้อรถคันนี้ให้กับหนูวีวี่เอาไว้ใช้ ขับเดินทางไปฝึกงานค่ะ”

“อะไรนะคะ ป้า!” มันไม่ใช่เสียงอุทานของกัญญาวีร์ที่ร้องขึ้นด้วยความตกใจแต่อย่างใด แต่กลับเป็นเสียงของหญิงสาวในชุดพนักงานออฟฟิศสมุห์บัญชีของโรงแรมหรูติดริมทะเล ดวงหน้าสวยเปรี้ยวจี๊ด ริมฝีปากแดงอย่างยั่วยวน หุ่นสวยเฉียบขาด และมีเสน่ห์ตั้งแต่แรกเห็นหรือได้พบเจอหน้ากัน ผิดกับวาจาที่เผ็ดร้อน ถ้าเธอเกิดไม่พึงพอใจขั้นรุนแรงเข้า น้ำเสียงแหลมๆ นี้แทบสามารถอาละวาดลั่นไปทั่วบ้านทั่วเมืองได้เลยทีเดียว

“ยัยจา นี่แกจะร้องเสียงดังคับบ้านทำไมกัน ป้าตกอก ตกใจหมดเลย แล้วนี่แกยังไม่ไปทำงานอีกเรอะ” หลานสาวคนเดียวของป้าพรรณมณี อย่างจารุณีรีบเดินสาวเท้าดังจิกด้วยรองเท้าส้นสูงเข้ามาหาคนเป็นป้า พร้อมหยุดยืนเพ่งมองสภาพของหญิงสาวกัญญาวีร์ตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อนเลย จารุณีเข้ามาอยู่กับป้าพรรณได้แค่สามปีเอง หน้าที่การงาน ที่ทำปัจจุบันก็ได้คุณรีชภวัฒน์ เจ้านายของคนเป็นป้าช่วยหาให้ทำ เพราะเรียนจบด้านการเงินการบัญชีมาพอดิบพอดี แถมจารุณียังไปต้องตาต้องใจชายหนุ่มที่แสนอบอุ่นอย่างรีชภวัฒน์ตั้งแต่เข้ามาอยู่ป้าพรรณเมื่อสามปีที่แล้ว และไม่เคยจะเลิกชื่นชอบเขาลงแม้แต่น้อยเดียว แต่แล้วทำไมเด็กสาวนักศึกษาฝึกงานคนนี้ถึงได้ใช้สิทธิ์พิเศษ ถึงขั้นบังอาจมาใช้ของของคุณรีชภวัฒน์ที่เธอหมายปองได้กัน หญิงนักศึกษาฝึกงานคนนี้เป็นใครกัน!

“ยัยจา ทำไมไปจ้องหนูวีวี่แบบนั้น อ้อๆ หนูวีวี่จ๊ะ นี่พี่จารุณีเป็นหลานสาวของป้าเองจ๊ะ” กัญญาวีร์ยกมือขึ้นไหว้เพราะดูแล้วจารุณีมีอายุมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ พี่จารุณี” กัญญาวีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานแหบน้อยๆ เพราะเมื่อคืนยังคงร้องไห้อย่างหนักดั่งกับต้องการปลดปล่อยสิ่งในใจเก็บไว้มานาน

“ใครนะป้า!” จารุณีรับไหว้เฉยๆ และหันไปถามคนเป็นป้าแทน ป้าพรรณมณีแทบอยากจะฟาดคนเป็นหลานจริงๆ ทำไมไม่รับไหว้คนเป็นน้องให้ดีกว่านี้หน่อยก็ไม่ได้

“หนูกัญญาวีร์เจ้าของบ้าน หลังข้างๆ คุณรีชน่ะ และหนูวีวี่ก็ยังได้เข้ามาอยู่ในความดูแลของคุณรีชภวัฒน์ตลอดการมาฝึกงานด้วย ยัยจา แกมาก็ดีเลย เดี๋ยวแกจะได้พาหนูวีวี่ไปทำงานพร้อมกันเลยนะ” จารุณีมองอย่างพินิจไปยังบ้านหลังใหญ่ข้างๆ ที่ร้างมาตั้งแต่ที่เธอเข้ามาอยู่กับป้าพรรณมณี จารุณีแทบออกอาการขัดเคืองในใจนึกว่าเป็นบ้านของนายฝรั่งผู้ชายเสียอีก นึกแล้วก็น่าเสียดายที่ไม่มีบุญได้เข้าไปสำรวจบ้านหลังใหญ่สวยๆ อีกหลัง นอกจากบ้านของคุณรีชภวัฒน์ชายหนุ่มหล่อรวยที่จารุณีหมายปอง

“ไปพร้อมกัน หมายความว่าไงน่ะป้า!” จารุณียังงุนงงอยู่ ป้าพรรณจึงบอกให้รีบไปทำงานเพราะมันสายมากแล้ว

“หนูวีวี่ต้องไปฝึกงานกับคุณรีช ที่แผนกของเรานั้นแหละยัยจา ไปๆ ขึ้นเร็วเข้า วันนี้ป้าจะไปส่งก่อน วันข้างหน้า ถ้าแกอยากใช้รถ ค่อยขับรถให้หนูวีวี่แล้วกันนะ”

“อะไรนะป้า! ขับรถให้ยัยเด็กนี่ เนี่ยนะ” จารุณีแทบมีน้ำโหอยากจะกรีดให้ลั่นบ้าน

“ป้าพรรณค่ะ วีร์ไปเองได้ค่ะ” สองสาวที่เพิ่งรู้จักกันร้องบอกคนละความรู้สึก คนหนึ่งแทบจะโมโหเป็นทะเลไฟแต่เช้าๆ เพราะกำลังจะได้ตำแหน่งคนขับเพิ่มมาด้วย จารุณีบอกในใจว่าไม่มีวันที่เธอจะต้องมาตัวเป็นข้ารับใช้ให้ยัยคุณหนูคนนี้ ไม่มีทางเด็ดขาด ส่วนคนที่ได้เป็นเจ้าของรถหมาดๆ กลับรู้สึกเกรงใจยิ่งนัก แค่ป้าพรรณมณีมาคอยดูแลก็มากพอแล้ว ก่อนที่จะสายไปมากกว่านี้ ป้าพรรณก็ดันร่างบางในชุดนักศึกษาเข้าไปในรถ เตรียมพร้อมจะขับไปส่งทันที ไม่สนใจอาการของหลานสาวที่กระฟัดกระเหวี่ยงไม่พอใจ เรื่องที่จารุณีจะจับคุณรีชภวัฒน์นั้น ป้าพรรณก็พอจะดูออก ใครบ้างล่ะไม่อยากได้ชายหนุ่มเป็นคู่ชีวิต ทุกอย่างรีชภวัฒน์นั้นมีเพียบพร้อมจนหมดสิ้น แถมยังเป็นชายหนุ่มโสดมีเงินตราและทรัพย์สินมากมายเท่านั้นเอง แน่นอนผู้หญิงอย่างจารุณีก็ต้องการสิ่งเหล่านั้น จารุณีมักทะเยอทะยานใฝ่สูงอยากมีความร่ำรวยสุขสบายมากฐานะเดิมที่เป็นอยู่ตอนนี้



ในที่สุดกัญญาวีร์ก็มาถึงสถานที่ฝึกงานอย่างโรงแรมหรูติดริมทะเลแสนสวย เธอเดินตามจารุณีด้วยคำสั่งของป้าพรรณให้ไปส่งเธอที่แผนกสมุห์บัญชี แต่แล้วจารุณีกลับบอกให้เธอไปขึ้นลิฟต์อีกตัวหนึ่ง บอกแค่ไปถึงชั้นที่เจ็ด แล้วประตูลิฟต์ก็ปิดลงโดยที่มีเพียงกัญญาวีร์เข้าไปเพียงคนเดียว หญิงสาวจึงต้องถอนหายใจเฮือกโต เพราะมาฝึกงานวันแรกก็โดนเขม็งเข้าเสียแล้ว ต่อไปเธอจะทนสายตาของหลานสาวป้าพรรณได้นานแค่ไหน ดูก็รู้ว่าหล่อนคงไม่ชอบเธออย่างออกนอกหน้า พูดด้วยก็แค่ไม่กี่คำเท่านั้น แล้วนี่คงจะส่งให้เธอไปทำงานสายวันแรกสินะถึงให้ขึ้นไปที่ชั้นเจ็ดทั้งๆ ที่เธอรู้ว่าแผนกที่ทำงานอยู่แค่ชั้นสี่ จู่ๆ ลิฟต์ก็หยุดที่ชั้นสามโดยมีร่างหนาสูงโปร่งสวมสูทอย่างภูมิฐานรูปใบหน้าหล่อเกลี้ยงดวงตาดุดันคมกริบก้าวเข้ามาในลิฟต์ตัวเดียวกับกัญญาวีร์ ชายหนุ่มมาดภูมิฐานกระตุกคิ้วนิดหน่อย ก่อนจะมองลอบกายแต่งกายของหญิงสาวว่ามันคือชุดนักศึกษา กัญญาวีร์แทบรู้สึกอึดอัดกับสายตาคู่คมนั้นของชายหนุ่มหล่อภูมิฐานคนนี้นัก

“มาฝึกงานใช่ไหมครับ” เสียงทุ้มเอ่ยดังกังวานในลิฟต์ ทำให้กัญญาวีร์สะดุ้งรีบตอบ แล้วประตูลิฟต์ก็เปิดออกที่ชั้นสี่พอดิบพอดี

“ค่ะ” เธอแค่ก้าวขาออกจากลิฟต์ได้ครึ่งเดียว มือหนาของชายหนุ่มแสนดูดีก็เผลอเข้าคว้าแขนบางให้หยุดชะงักค้าง พร้อมบอกด้วยเสียงราบเรียบเหมือนมีอำนาจ

“ไม่ใช่ชั้นนี้หรอกสาวน้อย แผนกประชาสัมพันธ์อยู่ที่ชั้นหนึ่งต่างหาก” กัญญาวีร์เผลอปัดมือของเขาออกอย่างแรงๆ ด้วยความตกใจ ที่จู่ๆ ก็มีมือของชายหนุ่มแตะสัมผัสตัวของเธอ หลงคิดว่ามันคือการกระทำฉวยโอกาส ก่อนจะออกตัวเดินหนีไปโดยเร็วที่สุด ชายหนุ่มหล่อภูมิฐานซึ่งดูเหมือนว่าจะหวังดีดันกลายเป็นว่าหวังร้ายไปเสียแล้วงั้นเหรอ เขาไม่ยอมให้เข้าใจผิดเรื่องเล็กๆ แค่นี้หรอก เท้าหนาร่างสูงก็ก้าวออกมาลิฟต์ตรงชั้นที่สี่ของโรงแรม พร้อมร้องเรียกหาร่างบางที่กำลังวิ่งหนี

“เดี๋ยวสาวน้อย! หยุดอยู่ตรงนั้นก่อน!” ทุ้มเสียงอย่างมีอำนาจนั้น ยิ่งทำให้กัญญาวีร์ขวัญผวาตกใจตื่นกลัวสติสตางค์แทบไม่อยู่กับตัว พอก้าวเท้าวิ่งหนี จู่ๆ ก็ต้องชนเข้ากับร่างหนาเต็มหน้าอกแกร่งด้านหน้าอีกคนหนึ่ง ซึ่งเขาดันโผล่พ้นออกมาจากทางเดินอย่างฉับพลันเช่นกัน

“กัญญาวีร์!” เสียงทุ้มที่แสนจะคุ้นหูของหญิงสาว เรียกสติให้จำได้ว่าเป็นใคร

“พะ...พี่รีช ชะ...ช่วย” กัญญาวีร์แทบสำลักคำพูดของตนที่เผลอเรียก ‘พี่รีช’ อันเคยชินปากในสมัยก่อนด้วยความตกใจกลัว แต่คนตรงหน้าเธอก็น่ากลัวไม่แพ้กันเธอจึงรีบผลักออก ร่างโตมาดภูมิฐานที่วิ่งตามหลังมาก็หยุดชะงักตรงที่เธอวิ่งเข้าไปปะทะในอ้อมอกแกร่งของผู้จัดการแผนกสมุห์บัญชีอย่างรีชภวัฒน์

“เจ้ารีช/เจ้านาย!” รีชภวัฒน์เอ่ยชื่อพร้อมกันกับคนเจ้านาย หรือเจ้าของโรงแรมแสนหรูหราริมทะเลฝังตะวันออก วรธิกาจญ์ บีช โฮเทล อย่างนายใหญ่ภีระตินณ์ วรธิกาจญ์

“เอ่อ...สาวน้อย ผมขอโทษไม่ได้ตั้งจะล่วงเกินนะ ผมแค่จะบอกไปที่แผนกให้ถูกต้องเฉยๆ ครับ” ภีระตินณ์รีบเอ่ยคำขอโทษและบอกเหตุที่แท้จริง เพราะหญิงสาวตัวน้อยวิ่งหนีเขามาด้วยความเข้าใจผิด ใบหน้าของกัญญาวีร์แทบร้อนผ่าวด้วยอายเพราะดันเข้าใจผิดไปเอง แถมชายหนุ่มที่ดูภูมิฐานนั้นเป็นเจ้านายของรีชภวัฒน์อีกเสียด้วย

“ขะ...ขอโทษเช่นกันค่ะ ดิฉันก็เข้าใจผิด” กัญญาวีร์หันมาตอบด้วยใบหน้านวลงุดก้มลงพื้น นายใหญ่ ภีระตินณ์แทบถอนหายใจโล่งอก นึกว่าจะกลายเป็นคนไม่ดีไปเสียแล้ว ถ้าภรรยาแสนสวยของเขารู้เข้าล่ะก็ มีหวังต้องถูกเทศน์กันยกใหญ่เลยทีเดียว

“เจ้านายครับ!” รีชภวัฒน์พอจะเดาไปออกว่า ทำไมกัญญาวีร์ถึงต้องวิ่งหนี แต่ดูจากคำขอโทษของทั้งคู่ก็คงจะเข้าใจผิดกันจริงๆ

“อ้อ...เจ้ารีช อย่าเพิ่งเข้าใจฉันผิดนะ มันเป็นเหตุที่ไม่ได้ตั้งใจน่ะ คือ ฉันจะพยายามบอกสาวน้อยนักศึกษาฝึกงานคนนี้ว่า ถ้าจะมาฝึกงานต้องไปรายงานตัวที่แผนกประชาสัมพันธ์ชั้นหนึ่งเท่านั้นเอง” ภีระตินณ์แก้ไขให้เพื่อนนักบัญชีฟังด้วยรอยยิ้มน้อยๆ รีชภวัฒน์ขยับแว่นตากรอบเรียวตนเองเล็กน้อยก่อนจะมองไปทางหญิงสาวอีกหน และกลับมารายงานให้เจ้านายได้รับทราบ

“ผมก็ ต้องขอโทษด้วยครับท่านประธาน พอดีว่านักศึกษาคนนี้จะมาฝึกงานที่สมุห์บัญชีครับ” ใบหน้าหล่อเนียนของภีระตินณ์แทบเกิดอาการฉงน ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นสมุห์บัญชีจะรับนักศึกษาฝึกงานนี่นา

“งั้นเหรอ แสดงว่าฉันคงเข้าผิดไปเองสินะ แต่แปลกนะ นายรับเด็กฝึกงานด้วยเหรอ รีชภวัฒน์” รีชภวัฒน์แทบกลืนน้ำลายลงคอไปหนึ่งครั้ง รีชภวัฒน์คงปิดเพื่อนไม่ได้สินะ แต่กัญญาวีร์ที่ยืนอยู่ด้วย เขาไม่อยากจะบอกเลยว่าเขาใช้เส้นสายขอให้รับเธอมาฝึกงานที่นี่ ในเมื่อพี่ชายของเธอมาขอร้องให้หาที่ฝึกงานให้โดยที่ต้องการให้เขาเป็นผู้ปกครองไปพร้อมด้วย โอกาสที่จะได้อยู่ใกล้ชิดและคอยดูแลกัญญาวีร์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงมันต้องเป็นของเขาเท่านั้น

“เพิ่งจะรับครับ” รีชภวัฒน์ตอบด้วยใบหน้ายิ้ม มันเป็นรอยยิ้มที่ภีระตินณ์ไม่ได้เห็นมานานเสียด้วย รอยยิ้มที่ไม่ค่อยออกมาจากใจ ความสงสัยของภีระตินณ์ก็ยังไม่หยุด เขาหันไปมองใบหน้าสาวร่างบางที่ยืนก้มหน้างุดมองแต่พื้นแล้วก็ต้องยิ้มกว้างกว่าเดิม ทำไมคนอย่างรีชภวัฒน์ถึงต้องรับเธอเข้าฝึกงานที่นี่ มันต้องมีอะไรมากกกว่านี้สินะ

“อ้อ อย่างงั้นเหรอครับ” ภีระตินณ์ทำเสียงร้องเป็นว่าเรื่องเข้าใจแล้ว ก่อนจะยกมือขึ้นดูเวลาในข้อมือว่าเริ่มสายมากแล้ว ท่านประธานแห่งวรธิกาจญ์ยังไม่ไปถึงห้องทำงานเลย ก่อนที่เขาจะไปทำงาน ภีระตินณ์ยิ้มน้อยหันมาเอ่ยกับนักศึกษาฝึกงานสาวน่ารักที่เอาก้มหน้ามองพื้นพรมโรงแรม...

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ สาวน้อย ขอให้ฝึกงานอย่างสุดความสามารถนะครับ”

“เอ่อ...ค่ะๆ” เมื่อร่างของเจ้าของโรงแรมแสนจะมาดเพอร์เฟค เดินหายลับเข้าไปที่ลิฟต์เรียบร้อยแล้ว กัญญาวีร์ก็ถอนหายใจเฮือกโตอย่างลืมตัว และลืมไปว่ายังมีร่างโตแสนก่อกวนชีวิตเธออีกคนหนึ่ง ซึ่งกำลังยืนจ้องเธอแทบเขม็งอยู่อย่างเปิดเผย

“ไปทำอีท่าไหนละ เจ้านายของฉัน! ถึงได้วิ่งตามเข้าใส่จ้าละหวั่น ยัยเด็กขายตัว!” น้ำเสียงของชายหนุ่มที่แสนร้ายช่างประชดประชันสะท้านเข้าไปในหัวใจของกัญญาวีร์ยิ่งนัก น้ำตาของเธอเกือบร่วงหล่นออกจากเบ้าตาให้จงได้ เธอคงหนีไม่พ้นกับคำว่า ‘ยัยเด็กขายตัว’ เลยใช่ไหม!

“ทำเป็นเงียบ อย่าให้จับได้นะ ว่าไปอ่อยผู้ชายหน้าไหนอีก!” แม้ปากบางของกัญญาวีร์กำลังจะอ้าโต้งเถียงกลับด้วยความอดทนไม่ไหวเช่นกัน เขามีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนี้กับเธอ แล้วก็ต้องหยุดคิดชะงักลงเมื่อเห็นจารุณีเดินดิ่งตรงเข้ามาหา

“ตายแล้ว น้องวีร์มายืนอยู่อะไรตรงนี้กันคะ นี่วันแรกก็มาฝึกงานสายเสียแล้ว อุ้ย! ผู้จัดการรีชภวัฒน์” จารุณีเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานตอนท้าย เมื่อเห็นเจ้านายของแผนกยืนตัวเป็นๆ ซึ่งตอนแรกทำเป็นเสียงดุใส่กัญญาวีร์ เพื่อหวังให้นักศึกษาสาวทำผิดพลาดมาสายตั้งแต่วันแรก คะแนนประเมินฝึกงานก็จะได้ติดลบรวดเร็ว รีชภวัฒน์มองดูเวลาจากนาฬิกาในข้อมือตนเอง ก่อนจะเอ่ยขึ้นแล้วเดินนำหน้าหญิงสาวทั้งสองเข้าแผนกสมุห์บัญชีไป

“เกือบสายด้วยกันทั้งคู่!” จารุณีแทบอยากจะร้องกรี๊ดเสียจริงๆ เธอเพิ่งจะเคยถูกรีชภวัฒน์ต่อว่าครั้งแรก แม้จารุณีจะไม่ค่อยได้ทำงานเกี่ยวข้องกับผู้จัดการฝ่ายเท่าไร เพราะจะมีเจ้าหน้าที่มาสั่งงานเธออีกที แม้จะอยู่ในแผนกเดียวกันก็แทบไม่ได้พบเจอกันหรอก นอกจากเธออยากไปเสนอตัวเอง กัญญาวีร์ทั้งหน้าซีดสลับแดงก่ำพยายามขบปกปิดเสียงสะอื้นไห้ นี่แค่มาฝึกงานวันแรกเธอก็ยังโดนเล่นงานแล้ว กว่าเธอจะฝึกงานจนครบหกเดือน น้ำตาของเธอคงร่วงเป็นสายธารเลยสินะ

ในห้องทำงานของรีชภวัฒน์นั้นร้อนระอุด้วยไฟแห่งใจ ยิ่งเห็นเลขากึ่งวัยชราของเขาพาสาวนักศึกษาฝึกงานในแผนกคนเดียวไปทักทายเจ้าหน้าที่ พนักงานคนโน้นคนนี้จนครบ ภาพที่เขาเห็น คือ รอยยิ้มแย้มสดใสของกัญญาวีร์ รอยยิ้มที่เขาไม่มีวันได้รับหรือหันมายิ้มให้เขาเลยสักครั้ง จู่ๆ หัวใจในอกแกร่งของก็บีบแน่นราวกับหายใจขัดๆ ขุ่นเคือง แถมยิ่งพอเห็นกัญญาวีร์อยู่กับเจ้าพนักงานผู้ชาย และเธอมอบรอยยิ้มแสนหวานให้ เขาก็กำหมัดแน่นเพื่อความอดทนอารมณ์บางอย่าง นี่เขาเป็นอะไรไป แค่กัญญาวีร์มาอยู่ใกล้ๆ แค่คืนเดียววันเดียว หัวใจของเขาทำไมถึงได้ทุรนทุรายยิ่งนัก มือหนาของรีชภวัฒน์กลับไม่รอช้ากดปุ่มอินเตอร์คอมส่งสัญญาณเข้าไปถึงสายเลขาวัยกึ่งชราที่ชื่อป้าวิมล

“คุณวิมลครับ ช่วยหาโต๊ะ เก้าอี้ชุดใหม่ เข้ามาไว้ในห้องทำงานผม หนึ่งชุดด้วยนะครับ” แม้น้ำเสียงออกจะราบเรียบเลขาวัยชราก็งุนงงทั้งความสงสัยอย่างมากที่สุด ข้อความคำสั่งของผู้เป็นเจ้านายยังไม่จบ

“และช่วยไปจองโต๊ะอาหาร ฝั่งด้านคะวันออกเฉียงเหนือให้ด้วยนะครับ พร้อมคุณวิมลช่วยเดินไปส่งกัญญาวีร์ให้ร่วมทานอาหารกลางวันกับผม อีกสิบห้านาที ไปที่นั่นด้วยนะครับ...” คำสั่งแบบสายฟ้าแลบทำให้พนักงานทั้งหญิงและชายที่อยู่ใกล้ๆ ได้ยินเต็มสองรูหู ดวงตาสี่ห้าคู่เบิกกว้างด้วยตกใจและอยากรู้อยากเห็นจึงวิ่งกรูเข้ามาถามหญิงกึ่งวัยชราอย่างแม่วิมลเป็นการส่วนตัว รอยยิ้มหยันจากเจ้าของคำสั่งสายฟ้าแลบก็ผุดขึ้นบนใบหน้าอันหล่อตี๋ เขาต้องการทำตามความรู้สึกของตนเองและไม่มีทางที่จะปล่อยให้กัญญาวีร์หนีจากเขาไปอีกแล้ว

ช่วงพักกลางวันประเด็นแรกที่เปิดพ่นน้ำเสียงเข้มข้น หลังผ่านไปแล้วเพียงสิบห้านาที คนที่ได้รับคำสั่งแบบสายฟ้าแลบกำลังนั่งทานข้าวอย่างมีใบหน้าอมทุกข์คณา เข้ากระทบจิตใจ

“ทำหน้าตาให้มันดูสดชื่นระริกระรี้ เหมือนเวลาอยู่กับพวกลูกน้องของฉันหน่อยสิ กัญญาวีร์ ฉันชวนมาทานข้าวนะ ไม่ใช่จับมาขัง!” รีชภวัฒน์เองก็หน้าหงิกจนถึงขั้นฉุนเฉียวโมโหมากเช่นกัน

“จะไม่ให้ฉันทำหน้าอมทุกข์ได้ไง ทำไมนายถึงต้องสั่งให้มาทานข้าวมื้อเที่ยงตั้งวันแรกด้วย อย่างนี้คนที่แผนกก็รู้หมดแล้ว!” กัญญาวีร์แทบอดน้ำทนอดน้ำกลั้นไม่ไหวแล้ว ขอระบายหน่อยเถอะ ทำไมเขาต้องมาจัดแจงชีวิตของเธอด้วย มันตั้งแต่เธอได้ก้าวกลับมายังบ้านหลังเก่าอีกครั้ง เมื่อเจอฝ่ายหญิงสาวโต้กลับรีชภวัฒน์กลับหน้านิ่งไม่ตอบหรือเอ่ยคำพูดใดๆ อีกเลย แต่ด้านหญิงสาวต่างหากที่จะกลืนน้ำตาลงคอไม่ทัน หมดกันชีวิตของเธอ ป่านนี้คนที่แผนกไม่พูดจนหนาหูว่า เธอเป็นอะไรต่อมิอะไรกับผู้จัดการแผนกสมุห์บัญชีกันแน่

‘ใจร้ายที่สุด! คนใจร้าย ทำไมถึงชอบทำให้วีร์...กลายเป็นคนมีค่า ตกต่ำไปถึงไหน’ กัญญาวีร์เอ่ยตัดเพ้อในใจ การกระทำของเขามันทำให้เธอระอาแทบอายไปทั้งโรงแรมหรูริมทะเลแล้ว และช่วงบ่ายกัญญาวีร์แทบน้ำตาตกไหลพราก เมื่อสภาพและสถานะของเธอถูกคุมขังในห้องทำงานสี่เหลี่ยมของเขาตลอดเวลาฝึกงานถึงหกเดือนด้วยตำแหน่งเลขาส่วนตัว!

“ป้าวิมล ดูดิเจ้านายของพวกเราสิ วันนี้เป็นวันที่ฟ้าถล่ม แผ่นดินทลายแน่ๆ เกิดมาฉันเพิ่งจะเคยเห็น คุณรีชที่แสนสุภาพเรียบร้อยอบอุ่น เลี้ยงเด็ก!” พนักงานหญิงในแผนกกรูเข้ามาถามป้าวิมล ผู้เป็นเลขาของผู้จัดการแผนกบัญชีโรงแรมยักษ์ใหญ่

“ยัยจุ๊ เบาๆ หน่อยสิยะ เดี๋ยวไอ้คนที่ประกาศว่าเป็นคนสำคัญของคุณรีช จะมาตบปากเอานะ แต่หนูวีวี่ก็น่ารักนะ ป้าว่านิสัยดูออกจะขี้เกรงใจอย่างไงไม่รู้ พอช่วงบ่ายแทบไม่กล้าสบตาของป้าเลยคงจะเขินอายล่ะมั้ง เพราะคุณรีชแสดงความเป็นเจ้าของซะขนาดนั้น เอ๊ะหรือว่าเป็นว่าที่คู่หมั้น!” ป้าวิมลคุยเสียงแจ๋วออกรสทั้งเป็นปลื้มชวนฝัน

“คู่หมั้น!/คู่หมั้น!” ป้าวิมลว่าจบก็พยักหน้าให้เจ้าหน้าที่บัญชีทั้งหลาย แล้วก็ยิ้มอย่างปลื้มอกปลื้มใจ เมื่อผู้จัดการรีชภวัฒน์ของหล่อนจะสละโสดเสียที หล่อนจะได้หมดห่วงที่ชายหนุ่มไม่ได้เป็นเก้งเป็นกวางอย่างพนักงานทั้งโรงแรมแอบพากันคิด พากันเมาท์กันปากต่อปาก

ละใบม่านในห้องทำงานผู้จัดการสมุห์บัญชีปิดลงด้วยรอยอมยิ้มน้อย เขาแค่กระซิบบอกเสียงเบาๆ กับเลขาวัยชราคนเก่าคนแก่ที่ยังมีความสงสัยตลอดช่วงก่อนเที่ยงว่า นักศึกษาฝึกงานสาวคนนี้เป็นใคร รีชภวัฒน์ก็ตอบไปว่า ‘คู่หมั้นครับ’ แค่นั้นก็เข้าทางของเขาไปหมดเสียทุกอย่าง พอหันมาพบมองใบหน้านวลบางที่เอาแต่ก้มงุดเอาแต่อ่านแฟ้มบัญชีตัวเลขจนคิ้วขมวดเป็นปมชวนน่าปวดหัวยิ่งนัก แต่ถ้าจะเอ่ยคำพูดออกไปเธอคงจะไม่จดจ่อฝึกงานแน่ๆ ชายหนุ่มจึงเดินผ่านไปที่โต๊ะทำงานอันกว้างใหญ่ของเขาโดยไม่เสนอคำพูดใดๆ กับเธอสักคำ ในใจกลับครุ่นคิดว่าสิ่งที่เขาเหนี่ยวรั้นกักเธอไว้ใกล้ตัวอย่างเปิดเผยแบบนี้ กัญญาวีร์คงจะอดทนอยู่กับเขาได้ไม่นานอยู่แล้ว

ด้านหญิงสาวแทบจะถอนหายใจก็ยังลำบากที่สุด การได้อยู่กับเขาสองต่อสองมันน่าอึดอัดยิ่งนักจริงๆ ทำไมเธอต้องยอมให้เขาเข้ามาบ่งการชีวิตได้กัน อิสระที่เคยอยู่มันกำลังจะหมดลงไปที่ละเล็กที่ละน้อย น้ำตาแห่งความอึดอัดแทบจะไหลพรากอีกหน ยิ่งคิดไปถึงพี่ชายข้างบ้านแสนใจร้ายโต๊ะทำงานตรงข้าม มากเท่าไรก็ยิ่งเจ็บปวดในหัวใจ ยิ่งใกล้เขามากเท่าไรก็ยิ่งทรมานหัวใจ เสียงปิดแฟ้มเอกสารดังขึ้นจนเธอต้องสะดุ้งเฮือก

“ฉันจะไปเข้าประชุม”

“คะ?” กัญญาวีร์แทบงุนงง ประชุมอะไรกัน เธอจะต้องทำตัวอย่างไงเนี่ย วันแรกเป็นการฝึกงานที่น่าอึดอัดใจเหลือเกิน เธออยากออกไปอยู่กับป้าวิมลมากกว่า อยู่ในห้องเธอทำอะไรไม่ถูกเลยจริงๆ ให้ตายสิ

“นั่งใจลอย ไปถึงไหน กัญญาวีร์ ส่งแฟ้มมาให้ฉันสิ” รีชภวัฒน์เอ่ยเสียงเข้ม อยู่ๆ หญิงสาวก็ใจลอยไปไหนไม่รู้ เขาเรียกตั้งหลายครั้งก็เอาแต่นั่งก้มหน้าก้มตานิ่งๆ

“งานชิ้นแรกของเธอ วันนี้ไปจดประชุมให้ฉันด้วย ตามมา ฉันเวลาเก็บของแค่ห้านาทีเท่านั้น” รีชภวัฒน์ยังคงออกคำสั่งเช่นเดิม กัญญาวีร์แทบทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้นกับงานที่มันรวดเร็วเกินไปแบบนี้ เธอยังปรับเข้ากับการทำงานที่นี่ไม่ได้เลย ไม่สิเฉพาะกับเขาคนเดียวต่างหากที่ดูเหมือนว่าจะมีปัญหาด้วยมากที่สุด และแล้วการประชุมงานชิ้นแรกของกัญญาวีร์ก็จบลงในอีกสามชั่วโมงข้างหน้า รีชภวัฒน์พาเธอเข้าในห้องประชุมคณะกรรมการบริหารผู้ถือหุ้นของโรงแรม และก็ไม่ได้บอกเธออะไรอีกเลย ก่อนจะเข้าประชุมมีเพียงป้าวิมลบอกให้เธอพยายามจดการประชุมให้มากที่สุด ที่เหลือป้าวิมลจะช่วยเหลือเธอเอง กว่าจะสรุปการประชุมเสร็จก่อนปาเข้าไปจนมืดค่ำเลยเวลางานแล้วด้วย รีชภวัฒน์รับแฟ้มสรุปประชุมวันนี้จากกัญญาวีร์เอามาอ่านตรวจแล้วก็ต้องกลั้นรอยยิ้มเอาไว้

“อืมๆ ก็แค่พอใช้ได้ สำหรับงานการฝึกงานชิ้นแรก”

“ขอบคุณค่ะ” กัญญาวีร์เผลอทำน้ำเสียงปนประชดเล็กน้อย รีชภวัฒน์กำลังกลั่นแกล้งเธอแน่ๆ เขาไม่ยอมบอกอะไรกับงานที่เธอได้รับมาทำสักคำ คนที่สอนงานให้เธอจริงๆ คือ ป้าวิมลต่างหาก เขาแค่เอาเธอมาไว้ในห้องทำงานเป็นของเล่นค่าเวลางานของเขา และอยากให้ตัวเธอพ้นจากสายตาของคนอื่นเฉยๆ เท่านั้นเอง

“เธอยังต้องเรียนรู้งานอีกเยอะนะ กัญญาวีร์” รีชภวัฒน์บอกพร้อมเอามือข้างถนัดขยับแว่นกรอบเรียวหนึ่งหน ก่อนปิดแฟ้มลงเป็นอันว่าหมดเวลาฝึกงานแล้วสำหรับวันนี้

“ค่ะ” กัญญาวีร์ก็แต่เอ่ยรับสั้นๆ พยายามอดทนกับการเรียนรู้งาน ทั้งปกป้องหัวใจของตนเองจากสายตาที่เขาพยายามลอบมองเธอตลอดเวลา

“หิวข้าวมั้ยครับ นี่มันก็มืดค่ำมากแล้วด้วยนะ” จู่ๆ น้ำเสียงทุ้มที่ออกจะดุเข้ม ก็ลดน้ำเสียงให้มีความนุ่มนวล กัญญาวีร์แค่ส่ายหน้าไปมา เพื่อปฏิเสธ ก่อนจะรีบหันหลังหนีไปเก็บค่าของกลับบ้าน

“ดิฉัน ขอตัวกลับบ้านค่ะ”

“หือ! กลับบ้าน เธอยังกลับไม่ได้นะ” เท้าบางที่กำลังเดินไปเก็บของใช้ส่วนตัวก็ต้องชะงักค้าง

“มันหมดเวลาทำงานของดิฉันแล้วค่ะ”

“พี่รู้ครับ แต่น้องวีร์ จะต้องไปทานข้าวกับพี่ก่อน แล้วค่อยกลับบ้านกันนะ” น้ำเสียงของเขา ชอบบังคับให้เธอต้องทำตามนัก

“ไม่ค่ะ ดิฉันจะกลับบ้าน” กัญญาวีร์ยืนยันปฏิเสธ แล้วรีบเก็บของใช้ส่วนตัวลงประเป๋าสะพายหนังสีเข้มของตนเอง เธอต้องออกไปจากห้องทำงานของคนใจร้ายให้เร็วที่สุด แม้รีชภวัฒน์จะเอ่ยน้ำเสียงพูดเหมือนเมื่อก่อนตอนเธอยังเป็นแค่เด็กสาว แต่หลังจากที่เขาฝากความฝันร้ายให้กับเธอ หญิงสาวก็เลิกไว้ใจเขาไปนานแล้ว

“อย่าให้พี่ใช้สิทธิ์ของการเป็นผู้ปกครองของเธอนะ กัญญาวีร์” รีชภวัฒน์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำลงไปอีก เขาแทบกำหมัดแน่น เพราะว่ากัญญ่วีร์กำลังเมินใส่เขา แล้วเธอจะได้เห็นดีแน่ๆ เจ้ากระต่ายน้อยแสนดื้อของเขา ร่างบางกำลังเดินลิ่วไปถึงหน้าประตูห้องทำงาน ร่างโตกว่าก็รีบดิ่งขยับเข้าไปหาอย่างทันการณ์ คว้ากระชากแขนบางข้างหนึ่ง แล้วใช้วงแขนหนารวบตัวเล็กกว่าเข้าหาอ้อมกอดแกร่ง เรียกเสียงหวีดร้องจากสาวจ้าวร่างเล็กอย่างเห็นผล

“กรี๊ด! ปล่อยนะ” กัญญาวีร์แทบหัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม กับการกระทำ ฉุดฉาบ ฉวยโอกาสของพี่ชายแสนร้ายข้างบ้าน

“พี่ไม่ปล่อย! แค่จะให้เธอไปนั่งทานข้าวกับพี่ ทำไมเธอถึงกับทำท่ารังเกียจพี่มากเลยหรือ กัญญาวีร์” น้ำเสียงงทุ้มเข้มบอกกับหญิงสาวในอ้อมกอด ที่ดวงตากำลังแดงก่ำ เพราะจะร่ำไห้กับการกระทำอันจาบจ้วงของเขา เขาปรารถนาร่างบางนี้อย่างอดไม่ได้ กัญญาวีร์ดิ้นรนขัดขืนทั้งร่างกายเย็นวาบ เรียวแรงที่พยายามผลักไสของเธอน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน รีชภวัฒน์จับโอบล้อมเธอไว้อย่างแน่นอน เขาอยากฝังจมูกโด่งเป็นสันลงที่พ่วงแก้มของเธอชะมัด

“ใช่! ฉันรังเกียจนาย! ปล่อยนะ” รีชภวัฒน์ได้ยินหญิงสาวบอกว่ารังเกียจก็เกิดอาการมีน้ำโหอย่างฉับพลัน

“รังเกียจแม้กระทั่ง ผัวตนเองหรือกัญญาวีร์!” สาวน้อยได้ยินคำแสลงหู ก็แทบปล่อยน้ำตาไหลพราก หัวใจของเธอแทบเกือบจะหยุดเต้น เขากล้าใช้คำพูดแบบนี้กับเธอเชียวหรือไง หยาบคายที่สุด!

“หยาบคาย อย่ามาพูดจาพล่อยๆ นะ ฮือๆ” กัญญาวีร์แทบเกือบจะเป็นลมจับ เธอรับคำพูดของเขาไม่ได้ เขาต้องการสร้างภาพความฝันร้ายให้เธอมากขึ้นไปถึงไหนกัน รีชภวัฒน์แทบตื่นตกใจกับคำพูดออกตนเองเช่นกัน อารมณ์ชั่วช้าบ้าอะไรเข้าสิงเข้าอีกล่ะเนี่ย ภาพร้ายอันเก่าๆ เขายังไม่มีความสามารถลบมันออกจากความทรงจำของเธอได้เลย ทำไมเขาถึงเผลอตัวเปล่งพูดคำพูดตอกย้ำให้เธอปวดร้าวเพิ่มเป็นทวีคูณขึ้นไปอีก

“พี่ขอโทษ” รีชภวัฒน์หลงปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ

เพี้ย! แต่สิ่งที่ได้ตามคือ รอยฝ่ามือบางฟาดเข้าที่ใบหน้าหล่อตี๋ของตนเอง กระทบเจ็บชาเข้าไปถึงทรวงอกแกร่งเลยทีเลย

“สำหรับการดูถูกฉัน!” กัญญาวีร์หมดความอดทนกับสภาพการกักขังของเขาในวันนี้ ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไปให้พ้นพี่ชายข้างบ้านแสนร้าย รีชภวัฒน์ไม่ยอมให้ร่างเล็กไปอย่างง่ายๆ เขาแค่ขยับพุ่งตัวว่องไวกว่าก็ถึงประตูหน้าห้องทำงานก่อนเธอแล้ว ไม่ว่าเธอจะหนีไปทางไหนเข้าก็ไม่มีทางให้เธอได้หนีพ้น มือหนาทั้งสองข้างจับร่างบางเข้ามาโอบกอดรัดอีกหน และปิดเสียงหวีดร้องด้วยริมฝีปากหยักได้ส่วนของเขา กัญญาวีร์เอามือทุบอกแกร่งระรัวแรงดิ้นพร่าให้ตนเองหลุดพ้นจากการกระทำอันจาบจ้วงอุอาจ ภาพในความฝันร้ายก็แล่นเข้ามาในหัวสมอง ยิ่งมาเจอการกระทำอันไม่ต่างจากในวันนั้น กัญญาวีร์แทบเจ็บร้าวด้วยความทรมาน รีชภวัฒน์ยังคงรุกล้ำชิมความหวานอันปรารถนาตลอดสี่ปีเต็มๆ ช่างหอมหวานกรุ่นละมุนละไมอะไรเยี่ยงนี้ ลิ้นหนาแทรกสอดเข้าไปยังโพรงปากเล็กที่เผยออ้ารับอากาศหายใจ แรงบดบี้ประทับบรรจงจุมพิตเนิ่นนาน ไม่ยอมปล่อยให้หญิงสาวเป็นอิสระได้โดยง่าย ริมฝีปากบางเล็กเริ่มบวมเจ่อจนรับอารมณ์ปรารถนาของชายหนุ่มไว้ไม่ไหว เสียงร้องอู้อี้ให้หยุดก็แทบหายสายด้วยความดิบเถื่อนของเขา

เพี้ย! กัญญาวีร์ฟาดเข้าใบหน้าหล่ออีกครั้ง เมื่อเขาถอนริมฝีปากหนาที่พัวพันกับริมฝีปากบางของเธอออก

“เลว ฮือๆ” น้ำตาของเจ้ากระต่ายตัวน้อยของรีชภวัฒน์ หลั่งรินไหลพราก ส่งเสียงสะอื้นร่ำไห้อย่างเจ็บปวด รีชภวัฒน์กระชากร่างบางเข้าหาอีกครั้ง แม้จะเจอฝ่ามือบางฟาดเข้าใบหน้าของเขาอีกครั้งก็ตาม

“พี่มันเลว พี่รู้ตัวดี กัญญาวีร์! และพี่จะเลวมากกว่านี้ ถ้ายังคิดจะตบหน้าพี่อีกหน” กัญญาวีร์แทบเอามือฟาดกระตบใบหน้าของพี่ชายข้างบ้านแสนร้าย อย่างท้าท้าย ยิ่งเธอตัวยอมให้เขาข่มเหงต่อไป เธอเองนี้แหละที่จะยิ่งเจ็บปวดเข้าเสียเอง แต่รีชภวัฒน์กับกัดกรามแน่นระงับอารมณ์โทสะเอาไว้เสียเอง เขาไม่อยากสร้างบาดแผลในหัวใจให้เธออีก

ก๊อกๆ

“คุณรีชภวัฒน์ครับ ยังทำงานอยู่หรือเปล่าครับ ผม รปภ.นะครับ” พอเข้าช่วงยามวิกาล เจ้าหน้าที่ รปภ.จะเข้ามาดูแลเอกสาร และทรัพย์สินของวรธิกาจญ์ บีช โฮเทล นี่คงเห็นว่าไฟของแผนกหลักยังเปิดไว้อยู่ จึงแวะเข้ามาถาม เพื่อความปลอดภัย

รีชภวัฒน์ไม่สนใจว่ากัญญาวีร์ร่ำร้องไห้มากแค่ไหน เขาจับข้อมือเล็กดึงลากออกมานอกห้องพร้อมบอกกับ รภป.ดังกล่าวว่าจะกลับบ้านแล้ว รปภ.วัยกลางคน ก็แค่ตกใจนิดหน่อยที่เห็นเขาอยู่กับนักศึกษาฝึกงานจนดึกดื่น แถมรีชภวัฒน์ยังจับจูงมือกัญญาวีร์ไม่ปล่อยออกจากห่างกายแม้แต่น้อย กัญญาวีร์ทั้งอาย ทั้งเกลียดพี่ชายข้างบ้านแสนร้ายคนนี้ ที่ทำให้เธอตกเป็นเป้าสายตา ของพนักงานโรงแรมหรูริมทะเลจนไปถึงที่จอดรถคันแกร่งของเขา



ตลอดเส้นทางกลับบ้านร่างบางแสนอ่อนแอกก็ยังสะอื้นไห้จนเผลอหลับยาว โดยไม่รู้ตัวว่าเขาขับรถมาบ้านของเธอแล้ว แถมรีชภวัฒน์ไม่ปลุกเธออีกด้วย เขาก้าวออกจากรถยนต์วอลโว่ C30 คันแกร่ง ไปทำการเปิดบ้านของกัญญาวีร์ ก่อนจะกลับมาอุ้มร่างแม่กระต่ายตัวน้อยของเขา และพาขึ้นไปยังห้องนอนของเธอ แค่วางร่างบางที่เผลอหลับใหลทั้งน้ำตา ลงบนเตียงนอนนุ่มนิ่ม จู่ๆ หญิงสาวก็สะดุ้งตื่น ดวงตาคู่เล็กเบิกกว้าง เมื่อตื่นขึ้นมายังคงได้เห็นภาพฝันร้าย แววตาของชายหนุ่มสบตาจ้องดวงตาอันอ่อนไหวสั่งระริกของหญิงสาวพอดี รีชภวัฒน์เจอแรงผลักดิ้นของคนตัวเล็ก เขาจึงรีบปล่อยเธอลงบนที่นอนอย่างฉับไว น้ำเสียงหวานบ่นแข็งก้าวทั้งน้ำตาก็ตวาดใส่

“คิดจะทำอะไรฉันอีก ออกไปให้พ้นนะ”

“พี่ไม่ได้คิดจะทำอะไรเธอเลยนะ” รีชภวัฒน์ถอยออกห่างหนึ่งก้าว กัญญาวีร์ก็คว้าหมอนใบโตของเธอเข้ามาไว้ในอ้อมอกอิ่มอย่างป้องกันตัว เธอรู้ว่ายิ่งดิ้นรนขัดขืนมากเท่าไรมันจะเป็นผลร้ายกับตัวเธอ ร่างบางสั่นเทาเป็นทวี กลัวบุรุษตรงหน้าอย่างจับหัวใจ แม้รีชภวัฒน์จะยืนมองดูเธออย่างนิ่งงัน ก่อนจะล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงสูททำงาน นำสิ่งของชิ้นหนึ่งออกมา ซึ่งเขาได้เตรียมมันเอาไว้ให้เธอนานถึงสี่ปีเต็มๆ พอมีโอกาสได้พบกัญญาวีร์อีกครั้งเขาก็อยากมอบมันให้กับเธอ โดยให้หญิงสาวสมัครใจเอง

แต่สถานการณ์ตอนนี้มันพาไปในทางที่ไม่ดีแล้ว เพราะอารมณ์หวงก้านหรือความ ‘หึงหวง’ ของเขาเอง รีชภวัฒน์เปิดตัวกัญญาวีร์ที่แผนกให้อยู่ในฐานะเป็นอะไรกับเขา แถมเหตุการณ์ก่อนออกมาจากแผนกจนถึงลอบบี้ของโรงแรมหรูริมทะเลนั้น ก็เจอสายตาความอยากรู้อยากเห็นของพนักงาน ด้วยทว่าหนุ่มมาดผู้เรียบร้อยผู้กุมการเงินแห่งวรธิกาจญ์ กรุ๊ปไม่เคยมีข่าวว่าผู้หญิงข้างกาย จึงทำให้เกิดความสะดุดตาเข้าอย่างจริงจัง

“พรุ่งนี้ ถ้าไม่อยากเป็นข่าวนินทาของพนักงานทั้งหลายในโรงแรม ก็สวมเจ้านี้ไว้ซะ” ดวงตาคู่เล็กของกัญญามองเห็นวงแหวนเพชรเม็ดน้ำงามในมือของรีชภวัฒน์ จนเกิดความถามในใจ ชายหนุ่มจึงรีบตอบให้เธอได้รู้

“แหวนหมั้นของพวกเรา” รีชภวัฒน์ว่าจบก็พาร่างแกร่งเข้ามานั่งที่ขอบเตียงใกล้หญิงสาว ตอนนี้กัญญาวีร์ตาค้างโพรงด้วยความตกใจ เนื้อตัวของเธอชาไปหมด ไม่ใช่เป็นความยินดีหรือดีใจเลยสักนิดเดียว

“อะไรนะ! ไม่...” รีชภวัฒน์เข้ามาใช้มือหนาข้างที่ว่างอยู่ก็ฉวยโอกาสไปดึงมือซ้ายของกัญญาวีร์ออกจากการกอดหมอนใบโตของเธอ กัญญาวีร์ก็ขึงขัดขืนสุดฤทธิ์ กรีดร้องเสียงหลง แต่ชายหนุ่มแสนร้ายกระทำอย่างว่องไวเหลือเกิน เขาบีบกดบังคับนิ้วนางซ้ายให้นิ่งๆ นานที่มากสุด เพียงแค่หญิงสาวกระพริบตา เขาก็สวมแหวนเพชรประกายแวววาวเนื้อน้ำงามให้อย่างรวดเร็ว

“อย่าถอดออกนะ กัญญาวีร์ พี่ขอร้อง” รีชภวัฒน์รีบเอ่ยบอก แต่แล้วก็ต้องใจหายวูบ เมื่อกัญญาวีร์กำลังจะดึงถอดมันทิ้ง เขารีบคว้ากระชากข้อมือบางทั้งสองเธอ เข้าแนบชิดตัวของเขา

“ปะ...ปล่อยนะ ปล่อย ฮือๆ” กัญญาวีร์เอ่ยร้องบอกเสียงสั่นทั้งน้ำตา แม้จะดิ้นรนแค่ไหนก็ไม่มีเรี่ยวแรงสู้เขาได้เลย ร่ายกายของเธอกำลังอ่อนแออ่อนล้าสุดดวงใจ เมื่อเธอตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกหนหนึ่งแล้ว พี่ชายข้างบ้านแสนร้ายกำลังต้องการกักขังเธอเอาไว้กับพันธนาการนี้ใช่ไหม และแล้วหัวใจของเธอก็เต้นแรงด้วยความบอบช้ำอย่างน่าผิดหวัง

“ที่พี่ทำไป คือ ต้องการรับผิดชอบเธอนะ กัญญาวีร์” เสียงทุ้มเอ่ยบอกตามความรู้สึกของตนเอง

“รับผิดชอบ”

“ใช่รับผิดชอบ ในครั้งนั้นด้วย”

“ไม่จำเป็นค่ะ ฉันไม่ต้องการความรับผิดอะไรจากนายทั้งสิ้น!” กัญญาวีร์พยายามดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการอ้อมกอดของเขา รีชภวัฒน์ก็ไม่ปล่อยให้หญิงสาวเป็นอิสระไปง่ายดายหรอก

“ห้ามถอดแหวนออกนะ กัญญาวีร์ ไม่อย่างงั้น พี่จะใช้กำลังบังคับเธอเดี๋ยวนี้!” รีชภวัตน์ไปได้ว่าเปล่าอย่างเดียว เขาแทบสาธิตให้รู้ด้วย คือ ฝังจมูกโด่งของเขาเข้าที่ซอกคอขาวเนียนระหงของหญิงสาวหนึ่งครั้งเป็นการเตือน กัญญาวีร์ตัวแข็งทื่อจนชาวาบทั้งแต่หัวจรดปลายนิ้วเท้า

“อย่านะ อย่าทำอะไรวีร์เลย ฮือๆ” รีชภวัฒน์ยังไม่เอ่ยพูดคำใด นอกจากอยากจะฝังร่องรอยบนคอเรียวของแม่กระต่ายน้อยของเขา แต่กลับหยุดนิ่งเฉยๆ ใช้วงแขนแกร่งกระชับกอดรัดร่างบางเพิ่มขึ้น กลายเป็นว่าทำให้หญิงสาวเกิดความหวาดกลัวอย่างยิ่งนัก

“วีร์จะไม่ถอดแหวน จะไม่ถอดแหวน ดะ...ได้โปรดอย่าทำอะไรวีร์อีกเลย พี่รีช ฮือๆ” กัญญาวัร์ละล่ำละสำสำลักเสียงสะอื้นเสียงร้องไห้เพื่อวิงวอนต่อพี่ชายข้างบ้านแสนร้ายกาจ การกระทำของเขามันบ่งชี้อย่างชัดแจ้งว่าต้องการอยากให้เธออยู่ในกำมือของเขาโดยปริยาย เมื่อได้ยินเสียงเล็กของหญิงสาวเอ่ยบอกทั้งน้ำตา เขาจึงปล่อยเรือนร่างบางให้เป็นอิสรภาพ

“พี่ขอโทษที่บังคับเธอแบบนี้นะ กัญญาวีร์” นิ้วมือเรียวข้างหนึ่งเลื่อนเข้ามาปาดน้ำตาให้หญิงสาวแสนหวงแหงและต้องการครอบรองเก็บไว้เชยชมเพียงผู้เดียว กัญญาวีร์ไม่ยอม เธอปัดมือหนาที่เข้ามาสัมผัสดวงใบหน้าแดงก่ำเพราะการร่ำร้องไห้ เขายังคิดจะสร้างรอยร้ายให้เธอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีก เมื่อเธอขัดขืน

“คนใจร้าย คนเลว ทำไมต้องทรมานให้วีร์ตายทั้งเป็น ทำไม ทำไม ฮือๆ”

เขาไม่อาจจะตอบคำถามของเธอได้ ตอนนี้รีชภวัฒน์รู้เพียงแต่ว่าต้องการรับผิดชอบกับการทำอันเลวๆ ในครั้งนั้นของเขา ร่างหนาลุกขึ้นยืน กัญญาวีร์ก็สะดุ้งตัวโหยงมีอาการกิริยาขยับออกห่างๆ ด้วยความที่ใจยังละส่ำขวัญเสียกับเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่แล้วชายหนุ่มกลับหมุนตัวหันหลังเดินออกจากห้องนอนของหญิงสาวไปเลย เมื่อสามารถบังคับให้เธออยู่ในพันธนาการของเขาได้เรียบร้อย ไม่ว่ากัญญาวีร์จะรังเกียจเขามากแค่ไหนก็ตาม รีชภวัฒน์ปล่อยให้เจ้าของห้องนอนร้องห่อร้องไห้ไปตลอดคืน

กัญญาวีร์แค่ได้ยินคำว่ารับผิดชอบจากปากชายหนุ่มข้างบ้าน หัวใจของกัญญาวีร์ก็เจ็บปวด เขาแค่อยากจะรับผิดชอบเธอกับการกระทำในครั้งนั้น เขาไม่คิดที่จะรักเธอ...ด้วยความเจ็บปวดลึกในหัวใจที่ปกปิดกั้นเอาไว้ พร้อมพึมพำตัดพ้อสุดเสียใจกับความรู้สึกตนเองเพียงฝ่ายเดียว
“พี่รีชต้องการับผิดชอบตัวของวีร์ ก็แค่อยากไถ่โทษความผิดในคืนนั้น แต่ว่าสำหรับหัวใจของพี่รีชล่ะ คงมอบให้พี่ซอนญ่าคนเดียวใช่ไหมคะ ฮือๆ”

โปรดติดตามตอนต่อไป

บทที่ 4 หาเรื่องใส่ตัว...



>__<v หุหุ หนูวีวี่จะใจแข็งได้นานเท่าไหร่น้า
เมื่อพี่ชายข้างบ้านรุกเข้าหา แบบไม่ยอมปล่อยไปให้ผู้ชายคนไหนๆ 555

อิอิ อัพจบบทนี้ แล้วก็ HBD ให้ตนเองก่อน 555 วันที่ 20 มิถุยายน
อริฌาเพิ่งเริ่มหัดเขียนนิยายได้สองปีกว่าๆ แล้วนะคะ >_<v



Aricha
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 6 ก.ค. 2555, 09:04:01 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 4 ส.ค. 2556, 12:01:29 น.

จำนวนการเข้าชม : 1951





<< บทที่ 2 ใจที่ยังหวาดหวั่นในอดีต   บทที่ 4 หาเรื่องร้ายใส่ตัว... >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account