ชะตารัก พิศวาสหัวใจเถื่อน (ร้าย เถื่อน ดุ) NC+
พิมพ์นารากอดเข่าตัวสั่น เธอร้องไห้จนเเทบหมดเเรง 'ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เธอยังจะช่วย'ผู้ชาย'คนนี้อยู่รึเปล่า' ถ้ารู้ว่าเขาจะย่ำยีหัวใจและร่างกายเธอเเบบนี้ ก็จะไม่ขอพบเจอเขาเลยดีกว่า

อัลลัยล์ ทำไมเธอจะต้องทำท่ารังเกียจเขาขนาดนั้นด้วย ทุกสิ่งที่เกิดจากเธอ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ เสียงพูด ล้วนเเต่ทำให้เขาสนใจในตัวเธอ คอยดูเถอะ ถ้าหากเขาทำให้เธอยอมสยบนอนครวญครางใต้ร่างได้ เธอยังจะทำท่ารังเกียจเขาอีกไหม!
Tags: ทะเลทราย ร้าย เถื่อน NC

ตอน: บทที่สอง ไม่มีอะไรที่ข้าอยากได้เเล้วไม่ได้! 100%

บทที่สอง

แสงแดดในเช้าวันใหม่ส่องกระทบถึงตัวของชายหนุ่ม ร่างหนาพลิกตัวไปมาเพื่อหลบแสงแสบตาอยู่หลายครั้งจนเริ่มรู้สึกถึง ‘เตียงนอน’ ของตนในวันนี้ ว่ามันแคบและเล็กกว่าที่เขาเคยนอนอยู่เป็นประจำ แม้แต่ขาก็ยังไม่สามารถเหยียดออกไปได้ดั่งใจ
อัลลัยล์ยกมือขึ้นบังแสงพร้อมกับหรี่ตามองภาพตรงหน้าเล็กน้อย เขาต้องใช้เวลาสักระยะในการปรับสายตาให้เข้าที่ สิ่งแรกที่เห็นเด่นชัดขึ้นมาคือชั้นหนังสือที่กินบริเวณไปกว่าครึ่งของห้องนี้แล้ว ภายในห้องหรือบ้านหลังนี้ตกแต่งเรียบง่าย สะอาดน่าอยู่ พรมทอสีน้ำเงินเข้มที่เจ้าของบ้านใช้ปูพื้นช่วยแต่งเติมสีสันให้ที่นี้ไม่ดูซีดหมองจนเกินไป

‘มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่’คำถามแรกผุดขึ้นเมื่อร่างหนายืนขึ้นมองรอบบริเวณ
เมื่อคิดไปคิดมาก็จำได้ลางๆ เมื่อวานเขาได้รับการช่วยเหลือจากหญิงสาวชาวต่างชาติที่มาวุ่นวายถามอะไรมากความ ความทรงจำสุดท้ายคือเธอพยุงเขามาที่ไหนสักแห่ง ซึ่งก็คงจะเป็นที่นี่แน่

ดวงตาสีดำฉายแววไม่สบอารมณ์ยิ่งขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็นผ้าพันแผลสีขาวสะอาด คราบเหงื่อและดินจากเมื่อวานไม่ได้ทำให้เขาเหนียวตัวเลย อีกทั้งตอนนี้ท่อนบนของเขาก็ยังเปลือยเปล่า ดูท่าแม่สาวนั่นคงจะเช็ดตัวแถมให้อีกกระมัง

‘แม่สาวนั่นจะดูถูกเกียรติของอัลลัยล์ผู้นี้มากไปแล้ว!’พูดเองก็เจ็บใจเอง

ชีวิตของเขาเติบโตขึ้นมาโดยต้องจัดการ เรียนรู้ ช่วยเหลือตนเองมาโดยตลอด แล้วนี่จะให้มารับความช่วยเหลือจากผู้อื่นที่เป็นชาวต่างชาติต่างภาษา แถมเป็นเพศหญิงที่บอบบางแล้วละก็…

เขาอยากสั่งสอนหล่อนเหลือเกินว่าผู้ชายอย่างเขาไม่ได้อ่อนแอขนาดต้องร้องขอความช่วยเหลือจากใคร ยิ่งโดยเฉพาะจากชาวต่างชาติแบบหล่อน!

มือหนากุมแน่นเพื่อรอคอยเวลาที่จะได้ ‘ขอบคุณ’ ผู้มีพระคุณอย่างจริงจังเสียที



ครืน…ครืน

มือบางคลำสะเปะสะปะไปตามพื้นนุ่มของเตียง เสียงสั่นไหวนั้นดังอยู่นานพอสมควรซึ่งเรียกความรำคาญให้เธอได้ไม่น้อย แม้มันจะอยู่ใกล้ตัวก็จริง แต่วินาทีนี้เธอไม่มีสติคิดถึงเรื่องทิศทางมากเท่าใดนัก ดวงตาสีน้ำตาลหรี่ตามองชั่วครู่เพื่อหยิบสิ่งรบกวนมา ก่อนที่ดวงตาทั้งสองจะปิดลงอีกครั้ง

“สวัสดีค่ะน้ารภี”พิมพ์นารารับโทรศัพท์เครื่องเล็กด้วยน้ำเสียงงัวเงียโดยที่ดวงตาทั้งคู่ของเธอยังปิดสนิท

ปกติแล้วเธอเป็นคนที่ต้องการการพักผ่อนมากกว่าคนปกติทั่วไป หากมีเวลาว่างทีไรเธอก็ยังอยากจะนอนให้เต็มอิ่ม ยิ่งเมื่อคืนนั้นก็ยังต้องออกแรงแบกหามชายเร่ร่อนร่างยักษ์นั่น ไหนจะปฐมพยาบาล เช็ดเนื้อตัว จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย กว่าจะได้อาบน้ำเข้านอนก็กินเวลาไปดึกโขแล้ว

“น้าจะกลับประเทศไทยก่อนนะนารา พอดีทางหัวหน้าใหญ่สั่งให้น้ากลับไปดูงานที่นั่น”

“เรื่องด่วนเหรอคะ”

“มากๆจ้ะ คงเป็นปัญหาอะไรซักสิ่ง หนูอยู่ได้ใช่มั้ยลูก”

“ค่ะน้ารภี นาราอยู่ได้ น้าไม่ต้องเป็นห่วงนารา เดินทางปลอดภัยนะคะ”เธอชินซะแล้วกลับการไปๆมาๆแบบกะทันหันของผู้เป็นน้า ฟังจากเสียงรีบร้อนนั่นแล้ว ครั้งนี้ก็คงจะเป็นงานด่วนจริงๆ

เธอกับผู้เป็นน้าคุยกันอีกสองสามประโยคก่อนจะวางสายไป

พิมพ์นารานิ่งอยู่ซักพักก่อนจะลืมตาขึ้นมองเพดานโล่ง ในตอนแรกเธอคิดว่าจะนอนต่ออีกซักหน่อย แต่คิดไปคิดมาออกไปดูคนเจ็บข้างนอกนั่นก่อนดีกว่า ไม่รู้ว่าป่านนี้จะตื่นหรือยัง

หญิงสาวคลานลงจากเตียงนุ่มอย่างอาลัยอาวรณ์ เธอหยิบเสื้อที่ดูสุภาพมาเปลี่ยน
แทนเสื้อเชิ้ตบางๆของตนก่อนจะส่องกระจกดูความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง ร่างบางเดินไปเปิดประตูพร้อมกับมองหาผู้บาดเจ็บคนเมื่อคืน น่าแปลกที่สิ่งแรกที่น่าจะสะดุดตาของเธอนั้นไม่ใช่ร่างของชายหนุ่มนอนเหยียด แต่กลับเป็นโซฟาสีเลือดหมูตัวโปรดที่ว่างเปล่านั่นต่างหาก

เธอวิ่งไปดูที่ห้องน้ำ ก็ไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งมีชีวิต หรือว่าชายหนุ่มจะไปแล้ว?

พิมพ์นาราก่นด่าชายเร่ร่อนในใจ จะไปทั้งทีไม่มีรีรออยู่ขอบคุณกันบ้าง เขาไม่คิดรึไงว่าการที่เธอต้องมาแบกร่างยักษ์ หนักก็หนักแถมเดินก็ไกล ไม่คิดว่าเธอจะเมื่อยล้าบ้างเลยรึไง

เจ้าของร่างบางบ่นขมุบขมิบเป็นภาษาแม่พร้อมกับสาวเท้ายาวๆจ้ำอ้าวไปที่ห้องครัว แต่แล้ว…

หมับ!

แรงกระชากอย่างแรงทำให้ร่างบางของเธอหงายล้มตึงไปกับพื้น เธอรู้สึกถึงเสียงกระดูกลั่นที่ข้อต่อช่วงหัวไหล่ ยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไรเสียงทุ้มก็เรียกสติให้เธอลืมตาขึ้นมามองผู้กระทำการครั้งนี้

“สวัสดี”ดวงตาสีดำมองเธอแข็งกร้าว

เธอใช้มืออีกข้างของตนระดมทุบไปที่ไหล่หนานั้น แต่ก็ไม่เป็นผลเท่าใดนักเมื่ออีกฝ่ายยังคงนิ่งเฉยไม่รับรู้การต่อต้านจากเธอ

“กล้าดียังไงถึงเอามือหยาบๆนั่นมาแตะต้องตัวข้า”ชายหนุ่มถามเสียงแข็งพร้อมกับรวบข้อมือบางที่น่ารำคาญของหญิงสาวไว้

“ปะปะ ปล่อยก่อน…ฉันเจ็บนะ”เธอพยายามขยับมือที่ถูกชายหนุ่มรวบไว้บนหัว ร่างหนาของเขาราวกับกำแพงใหญ่คร่อมทับเธอไว้ทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้มากดังที่ใจคิด

พิมพ์นารามองคนที่คร่อมตัวเธอไว้ ไม่ผิดคาด…ชายเร่ร่อนนั่นเอง

เมื่อคืนเธอก็ว่าเขาน่ามองมากพออยู่แล้ว แต่ยามที่ใบหน้าของเขาต้องกับแสงอาทิตย์แบบนี้ยิ่งชวนน่ามองเข้าไปใหญ่ ขนตายาวเรียงกันเป็นแพรกับดวงตาสีดำดุดันซึ่งจ้องมองเธอขณะนี้มันชวนน่าขนลุก ผิวสีเข้มอย่างชาวอาหรับทั่วไปแต่ทว่าเนียนเสมอกันและไร้ริ้วรอยแผลใดๆ แผงอกกำยำนั่นมีเส้นขนขึ้นมาเรียงกันไปตั้งแต่ช่วงหน้าอกยาวไปถึงขอบกางเกง ซึ่งเธอก็ไม่อยากมองลงไปต่ำมากกว่านั้น

“ปล่อยก่อน!”เธอพยายามขัดขืนด้วยการดิ้นไปมาใต้ร่างเขา แต่เมื่อยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งตรึงเธอไว้แน่นจนเธอรู้สึกชาที่ข้อมือ แรงกดนั่นเยอะเสียจนเธอรู้สึกเจ็บ ดวงตาทั้งคู่ของเธอเริ่มมีน้ำใสๆคลออยู่

อัลลัยล์มองหญิงสาวใต้ร่างของเขา เธอเป็นหญิงสาวที่รูปร่างสูงโปร่งคล้ายจะตัวใหญ่ แต่เมื่อได้มาสัมผัสแตะต้องกายแล้วเธอกลับผอมบางกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก ข้อมือทั้งสองของเธอถูกรวบไว้ด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ เธอเป็นหญิงชาวเอเชียแน่ ร่างบางดิ้นไปมาจนผมยาวสีดำนั่นพันกันยุ่งเหยิง เมื่อมองให้ชัดจึงได้เห็นว่าเธอกำลังกัดริมฝีปากตัวเองจนมีรอยห้อเลือดขึ้นมา ใบหน้าสวยนั่นกำลังแดงขึ้นเรื่อยๆ

“จะร้องทำไม”อัลลัยล์ถามเสียงเข้มเมื่อเห็นบางสิ่งไหลผ่านขอบตาของหญิงสาว
พิมพ์นาราสูดเสียงสะอื้นเข้าไปในลำคอก่อนจะตอบด้วยความยากลำบาก

“คุณ กำลัง ทำ ฉัน เจ็บ!”เธอกัดฟันตอบชายหนุ่มแบบเน้นย้ำไปทีละคำก่อนจะเริ่มดิ้นไปมาอีกครั้ง

เหมือนจะได้ผล ชายเร่ร่อนตรงหน้าคลายมือให้เธอเป็นอิสระแล้ว แต่ดวงตาคู่นั้นของเขากลับจ้องเธอไม่วางตาบวกกับร่างหนาที่คร่อมเธออยู่ขณะนี้ทำให้เธอรู้สึกสะท้านไปทั้งตัว

เธอรู้ดีว่านี่มันสถานการณ์เสี่ยงต่ออันตรายขนาดไหน!

ใบหน้าคมสันของเขายื่นเข้ามาใกล้จนเธอไม่สามารถดิ้นได้อีกต่อไป เพราะถ้าขืนยังขยับมากกว่านี้ใบหน้าของเธอจะต้องชนกับเขาเป็นแน่

“ดิ้นต่อสิ ข้าชอบปราบพวกคนที่ชอบขัดขืนซะด้วย”ชายหนุ่มแลบลิ้นเลียริมฝีปากพร้อมกับดูปฏิกิริยาของหญิงสาวที่โดนตรึงอยู่ใต้ร่าง

แม้เธอจะหยุดดิ้นไปมาแต่เธอก็พอรู้ว่าตอนนี้ตัวเธอเองสั่นมากน้อยเพียงใด มือบางทั้งคู่พยายามดันร่างของเขาออกไปแต่เมื่อเทียบกับแรงที่มีแล้วผลที่ได้คือเหมือนว่าเธอวางมือไว้บนแผงอกเขาเฉยๆ เธอรู้สึกถึงไอร้อนจากตัวเขาส่งผ่านมายังผ่ามือของเธอ ไม่ทันที่เธอจะดึงมือออก มือหนาของชายหนุ่มก็จับมือเธอแนบไว้ที่หน้าอกเขาอย่างนั้น

เธอกลัวเหลือเกิน…

อัลลัยน์รู้สึกเหมือนว่าตอนนี้มีพายุไฟโหมกระหน่ำอยู่ในช่องท้อง ความปรารถนาและกระหายเป็นสันดานดิบเถื่อนของผู้ชายอยู่แล้ว เขาเคยมั่นใจว่าสามารถควบคุมสันดานดิบนั่นได้จนถึงกระทั่งตอนนี้

“เอาสิ”เขากระซิบเสียงแหบพร่า

โชคดีเหลือเกินที่ที่นี่มีเพียงเขาและเธอ ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องจะให้หรือไม่ให้เกียรติกับผู้หญิง จะทำอะไรก็รู้แก่ใจกันแค่สองคน

“ปล่อย”หญิงสาวเอ่ยเบาหวิว

“อย่าส่งเสียงได้ไหม”อัลลัยล์เอ่ยเตือน

“คุณก็ช่วยปล่อยฉันสักที ฉันทำอะไรผิด”ดวงตาคู่สวยเริ่มมีน้ำตาคลออีกครั้ง

“ข้าว่าเจ้าอยู่เงียบๆดีกว่า”เขายังคงเตือนเธอ และก็ดูท่าว่าจะเป็นการเตือนครั้งสุดท้ายเสียด้วย

“ทำไม…อุบบ!”

ยังไม่ทันได้พูดจบ ริมฝีปากหนาของชายหนุ่มก็บดขยี้ริมฝีปากของเธอทันที เธอรู้สึกถึงไอร้อนจากตัวเขามากกว่าเดิม เธอพยายามหันหน้าหนีแต่ไม่เป็นผล มือคีมเหล็กคู่นั้นบีบกระพุ้งแก้มบังคับให้เธออ้าปากออก และก็ได้ผลสำหรับเขา ลิ้นสากของชายหนุ่มเข้ามาตวัดเกี้ยวลิ้นของเธออย่างบ้าคลั่ง!

ร่างบางดิ้นไปมา มันสมเหตุสมผลแล้วหรือกับการที่เธอตั้งใจจะช่วยเหลือคนแต่กลับได้อะไรแบบนี้มาตอบแทน และเมื่อเทียบขนาดตัวเองกับชายหนุ่มกำยำตรงหน้าแล้วก็ไม่มีทางที่จะรอดพ้นเงื้อมมือคู่นี้ไปได้เลย

เมื่อคิดได้เธอจึงหยุดนิ่ง ไม่ว่าจะดิ้นรนยังไงก็ดูท่าว่าคนตรงหน้าคงจะไม่ปล่อยเธอแน่ สัมผัสจากริมฝีปากที่กำลังบดขยี้เธอนั้นทำให้เธอแทบอยากจะอ้วกออกมา เธอรังเกียจขยะแขยงผู้ชายที่ข่มเหงผู้หญิงแบบนี้ที่สุด เธอก็ไม่ได้รู้จักอะไรกับเขามาก่อน ไม่ได้มีความแค้นส่วนตัว แต่ทำไมเธอถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย!

อาการนิ่งสงบของหญิงสาวทำให้อัลลัยล์หยุดบดขยี้ริมฝีปากเธอ เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวใต้ร่างที่นอนอย่างสงบ เธอไม่มีอาการดิ้นขัดขืนเหมือนตอนแรก มีเพียงหยาดน้ำตาใสที่ยังคงไหลออกมาไม่หยุดและดวงตาคู่นั้นที่มองเขาอย่างต่อต้าน

แม้ไฟราคะในตัวจะยังไม่มอดลงซะทีเดียว แต่เมื่อเห็นอาการแบบนี้ของหญิงสาวก็ทำให้เขาลุกขึ้นถอยออกมาจากร่างบอบบางนุ่มนิ่มนั่น

เป็นครั้งแรกที่มีผู้หญิงปฏิเสธผู้ชายอย่างเขา!

เมื่อเห็นชายหนุ่มถอยออกมาพิมพ์นาราจึงลุกขึ้นนั่งและถอยตัวเองไปชิดโซฟายาว เธอมีอาการตัวสั่นหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากอวบอิ่มแดงเปล่งพร้อมกับมีเลือดซิบออกมาเล็กน้อย แม้เธอจะไม่ใช่คนผิวขาวหยวกแต่รอยนิ้วของชายหนุ่มก็ปรากฏขึ้นที่ข้อมืออย่างชัดเจน

“ฮึก ฮึก…”เธอเก็บอาการสะอื้นไว้พร้อมกับซุกใบหน้ากอดเข่าอย่างน่าสงสาร ร่างบางยังคงสั่นสะท้านไม่หยุด

“จะร้องอะไรมากมาย ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเจ้าสักอย่าง”อัลลัยล์พูดด้วยน้ำเสียงเบากว่าทุกที เมื่อเห็นอาการหวาดกลัวของหญิงสาวตรงหน้าแล้วก็ทำให้เขาอดที่จะสงสารเธอไม่ได้

ดูท่าเธอจะยังไม่เคยผ่านมือชายมาก่อน เขาคิดในใจ

“เงียบซักที!”

พิมพ์นารายังคงสะอื้นฮึกฮัก ตอนนี้เธอหวาดกลัวบุคคลตรงหน้าจนถึงไม่อยากเงยหน้าขึ้นมาเจอหน้าเขาอีก แต่เธอคงไม่รู้ ว่าอาการฟูมฟายของเธอนั่นทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าเริ่มจะโมโหขึ้นมาอีกครั้ง

“ข้าบอกให้หยุด!”อัลลัยล์ตวาดเสียงก้อง

หญิงสาวจำต้องเงยหน้ามองชายตรงหน้า ใบหน้าเขายังไม่มีความเศร้าสลดหรือเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอมาจากที่ที่มีวัฒนธรรมประเพณี เธอไม่ใช่ผู้หญิงฟรีเซ็กที่จะอะไรกับผู้ชายยังไงก็ได้ แต่ถึงบอกไปคนตรงหน้าก็คงไม่เข้าใจอยู่ดี

“โธ่เว้ย!!”ชายหนุ่มฉุดแขนของหญิงสาวขึ้นมาให้ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับตน

“จะอะไรกันหนักกันหนา ผู้หญิงชาวเอเชียมันเรื่องมาก ท่าเยอะแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า!”เขาจับร่างบางของหญิงสาวเขย่าอย่างแรง ยิ่งเธอนิ่งใส่เขาก็ยิ่งรู้สึกโมโห! ช่างขัดใจยิ่งนัก!

“ทำไม เห็นข้าไม่มีทรัพย์สินเงินทองหรือ นอนแต่กับผู้ชายรวยๆใช่ไหม มันจะไปยากอะไรแค่อ้าขา…”

เพี้ย!

พิมพ์นาราตวัดฝ่ามือไปที่หน้าของชายหนุ่มสุดแรง ดวงตาของเธอแดงก่ำจากน้ำตาแต่ก็ฉายแววโกรธแค้นเต็มเปี่ยม เธอถอยหลังออกมาก่อนจะตะโกนกลับ

“แล้วจะทำไม ฉันเป็นผู้หญิงเอเชียแล้วทำไม ฉันช่วยคุณเพราะฉันอยากจะช่วย เวลานั้นคุณน่าสงสาร คุณนอนจมกองเลือด ถ้าฉันจะใจดำทิ้งคุณไว้ที่นั่นก็คงไม่มีใครว่าฉัน แต่ที่ฉันช่วยเพราะเห็นคุณเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่รู้ไหมว่าผลที่ได้คืออะไร คุณกลับมาทำร้ายฉัน ถ้าคุณไม่พอใจที่ฉันช่วยคุณขนาดนั้นละก็ คุณก็เอามีดปักซ้ำรอยแผลไปสิ แล้วก็เชิญออกไปจากบ้านฉันด้วย ที่นี่ไม่ต้อนรับคนอย่างคุณ!”พิมพ์นาราตะโกนด้วยเสียงสั่น

อัลลัยล์จับใบหน้าตนเองและตกใจไปชั่วครู่ เขาไม่นึกว่าเธอจะทำท่าทางเกรี้ยวกราดนั่นใส่เขา!

“อีกอย่าง ฉันจะไปอ้าขาให้คนรวยที่ไหนมันก็เรื่องของฉัน แต่ฉันอยากให้คุณจำไว้ ต่อให้คุณเอาทองมากองท่วมหัวฉัน ฉันก็ไม่อ้าขาให้คุณหรอก คุณมันผู้ชายน่ารังเกียจ!”เธอตวาดเขาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสั่นเทาแต่ทว่ากราดเกรี้ยว

“อะไรนะ!”

สิ้นคำพูดร่างหนาก็เดินเข้าไปกระชากแขนเธอเข้ามาหาตัว ดวงตาแดงก่ำของหญิงสาวมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเจ็บแค้น เมื่อตั้งสติได้อัลลัยล์จึงปล่อยมือแล้วถอยกับไปที่เดิม

จะว่าไปเขาก็เคยได้ยินมาว่า ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประเทศที่ผู้คนยิ้มแย้มทั้งวัน เหล่าสหายหลายคนของเขาก็เคยเล่ามาว่า คนประเทศนั้นมีความเป็นอยู่แบบพึ่งพาและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นเสน่ห์ของคนประเทศนั้น ต่างจากพวกเขาที่ถูกเลี้ยงให้เติบโตมาด้วยตัวคนเดียว ไม่ว่าชีวิตจะลำบากขนาดไหนก็ไม่มีสิทธิไปพึ่งพาใคร ต้องแก้ปัญหาและอยู่ให้ได้ การรับความช่วยเหลือจากผู้อื่นนั้นจึงถือเป็นการหมิ่นศักดิ์ศรีมาก

แต่ถึงยังไงวาจาของเธอก็ช่างดูถูกเชือดเฉือนเขายิ่งนัก!

โอ้…พระอัลเลาะห์

ดูท่าพระองค์จะทรงส่งของน่าสนใจชิ้นใหม่มาให้ลูกกระมัง หญิงสาวตรงหน้าช่างโมโหร้ายเสียจริง ภายนอกดูเหมือนกวางเนื้อทะเลทราย แต่พอเอาเข้าจริงๆแล้วเธอคือแมวป่าเขี้ยวเล็บคมดีๆนี่เอง!

เอาหายใจลึกพร้อมกับข่มโทสะเดือดพล่านไว้ในอก

“เอาล่ะ ข้าจะไม่ถือความคำพูดพล่อยของเจ้า”ชายหนุ่มกล่าว ใบหน้าคมสันของเขามีรอยยิ้มประดับเล็กน้อย

พิมพ์นาราสับสนกับพฤติกรรมของชายตรงหน้า อารมณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย หรือเขาจะสติไม่สมประกอบกันแน่

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้ายังไม่มีท่าทีที่จะสงบลง อัลลัยล์ถึงเดินเข้าไปหมายจะตบบ่าปลอบใจ แต่หญิงสาวกลับถอยไปหนึ่งก้าวและมองอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยเชื่อใจเท่าไหร่นัก

“อย่ามายุ่ง!”

ทำไมผู้หญิงคนนี้ช่างยั่วโมโหเก่งเหลือเกิน! อัลลัยล์คิดในใจ

ไม่อยากจะเชื่อว่าผู้มีทั้งหน้าตาและยศฐาบรรดาศักดิ์ไม่เป็นรองใครเช่นเขาจะต้องมาตามผู้หญิงธรรมดาแบบนี้ แต่ก็ไม่เชิงธรรมดาซะทีเดียวหรอก หล่อนก็มีความสวยและเสน่ห์แปลกๆซึ่งหาตัวจับยากเหมือนกัน

ถือซะว่าให้อภิสิทธิ์พิเศษต้อนรับของเล่นชิ้นใหม่แล้วกัน

“ไปเอาโทรศัพท์มา ข้าจะติดต่อให้คนมารับๆข้าไป ไม่อยากอยู่ที่นี่กับข้าไม่ใช่หรือไง”

อัลลัยล์ถอนหายใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบไม่ขยับตัว

“ไม่ให้ใช่ไหม งั้นข้าจะไปหาเอง”

เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มทำท่าจะรื้อบ้านเธอจริงๆ และบุคคลผู้มีแรงมหาศาลแบบนี้ถ้าขืน

ปล่อยให้เขาทำตามใจชอบละก็ ดูท่าบ้านเธอคงจะพังราบกับการหาของที่เขาอยากได้เป็นแน่

อัลลัยล์มองตามร่างบางที่วิ่งหายเข้าไปในห้อง ซักพักเธอก็เดินเลียบออกมาพร้อมกับส่งโทรศัพท์เครื่องเล็กจิ๋วให้เขา

นี่เธอมองโลกในแง่ดีซะจนไม่คิดว่าบางทีเขาอาจจะตามพวกมาทำร้ายเธออีกก็ได้ หรือไม่ก็พวกที่คอยจับผู้หญิงต่างชาติสวยๆเพื่อไปเป็นการค้ามนุษย์

โอ้…เธอคิดว่าโลกใบนี้มันสวยขนาดนั้นเลยหรือ

แต่ก็นะ หากเธอยังคงปึงปังแข็งขืนกับเขาอีก ซึ่งนั่นจะทำให้เขาโมโหและลงมือทำร้ายเธอเป็นครั้งที่สองอีกก็เป็นได้

ร่างหนากดเบอร์โทรที่จำได้ขึ้นใจพร้อมกับเหลือบมองหญิงสาวเล็กน้อย เธอยังคงจ้องเขาอยู่ไม่วางตา

“ฮาฟิซ”เสียงทุ้มพูดกรอกโทรศัพท์ไป

“ท่านอัลลัยล์! ท่านยังปลอดภัยอยู่ใช่ไหมครับ พวกผมตามหาแทบแย่ แล้วนี่ท่านอยู่ที่ใด พวกผมจะส่งคนไปรับโดยเร็วที่สุด!”เสียงร้อนรนของฮาฟิซพูดรัวใส่ผู้เป็นนาย

“หาเอาตามสัญญาณโทรศัพท์นี่แหละ ไม่รู้เหมือนกันว่าอยู่ตรงไหน แค่นี้นะ”อัลลัยล์ตัดบท

“อีกไม่เกินสิบนาทีหรอกก็จะมีคนมารับตัวข้าไปแล้ว คงไม่ต้องกวนเจ้าอีก”อัลลัยล์โยนโทรศัพท์คืนให้หญิงสาวตรงหน้า

พิมพ์นารารับมาพร้อมกับมองสภาพของชายหนุ่มในตอนนี้ ในใจลึกๆเธอก็ดีใจที่เขาไม่ใช่ชายเร่ร่อน ยังมีครอบครัวให้กลับไป ซึ่งก็เป็นเรื่องดีถ้าหากเขาอาการทรุดจะได้มีคนคอยช่วยเหลือ

“คุณจะกลับไปแบบนี้จริงๆเหรอค่ะ”หญิงสาวถาม

ตอนนี้เธอดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อยแล้ว ดวงตาแดงก่ำก็ดีขึ้น มีเพียงแต่ริมฝีปากที่ยังคงแดงก่ำมีเลือดซิบกับรอยแดงที่ข้อมือเท่านั้น

ก็ยังไม่ถึงกับเป็นผู้เป็นคนนี่น่า ชายหนุ่มขำในใจ

“ทำไม อยากให้ข้าอยู่สานต่อหรือ”อัลลัยล์ถามเจ้าเล่ห์ซึ่งอีกฝ่ายไม่ได้มีทีท่าจะสนใจเขาเลย เธอยืนเหม่อคล้ายกับคิดอะไรสักอย่าง

พิมพ์นาราเหลือบมองนาฬิกาสลับกับสภาพของชายหนุ่ม ชุดที่เหลือของเขาค่อนข้างจะเละเทะ กางเกงขายาวสีดำสกปรกกับแผงอกเปลือยเปล่านั้น ขืนกลับไปในสภาพนี้ทางครอบครัวเขาจะมองเธอเป็นคนแล้งน้ำใจไหมนะ

ไหนๆช่วยแล้วเธอก็จะช่วยให้ถึงที่สุด แม้จะโกรธแต่เธอก็มีความสงสารในใจมากกว่า

“คุณรอฉันแปปเดียวนะคะ ฉันจะรีบไปซื้อชุดมาเปลี่ยนให้”เธอกล่าว

“อะไรนะ!”

อัลลัยล์ขมวดคิ้วกับหญิงสาวตรงหน้า นี่เธอเป็นคนสองบุคลิกหรือไร!

ยังไม่ทันที่เขาจะได้กล่าวอะไรเพิ่ม ร่างบางของหญิงสาวก็หายเข้าไปในในห้องออก

มาพร้อมกับกระเป๋าสตางค์ใบเล็กและเสื้อคลุมแขนยาวมิดชิด

“คุณคงจะชอบชุดกาบาไลยามากกว่าสินะคะ ฉันจะรีบกลับมา”พิมพ์นารายิ้มให้ชายหนุ่มเล็กน้อยก่อนจะรีบสาวเท้าออกจากบ้านไป

อัลลัยล์ยกมือทาบอกของตนเอง วินาทีนี้หัวใจของเขาคล้ายจะเต้นเร็วกว่าปกติ แม้เขาจะไม่ชอบพึ่งความช่วยเหลือจากใครแต่ในใจลึกๆแล้วก็แอบดีใจไม่น้อยที่หญิงสาวใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยขนาดนี้

เธอช่างเป็นคนมองโลกในแง่ดีและมีน้ำใจต่อผู้อื่นยิ่งนัก แม้ก่อนหน้านี้เขาจะทำร้ายเธอและทำให้เธอกราดเกรี้ยว แต่เธอก็ยังกระตือรือล้นที่จะช่วยเหลือเขาอีก

รอยยิ้มนั่นคล้ายทำให้โลกของอัลลัยล์ผู้นี้หยุดหมุนไปชั่วขณะ มันช่างสดใสและไร้เดียงสา

ชีคหนุ่มนั่งลงที่โซฟาตัวยาว เขากำลังตัดสินใจบางอย่างและก็มั่นใจว่าเธอคงจะปฏิเสธแน่

เขาอยากได้ตัวเธอ!

เมื่อมองไปรอบตัวเขาก็คิดอะไรได้อีก อย่างน้อยๆเขาก็มีทั้งเงินและอำนาจ เธอจะได้อยู่อย่างสบายกว่าบ้านหลังเล็กๆนี่ มีทุกสิ่งที่ต้องการ เธอเพียงแค่ทำหน้าที่ ‘รับใช้’ แค่นั้น

แต่เมื่อนึกถึงคำพูดและใบหน้ายามกราดเกรี้ยวของเธอที่ว่าจะไม่ยอมเป็นของเขา เลือดร้อนในกายหนุ่มก็พลุ่งพล่าน เธอมีความพยศซึ่งเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มหลายคนชอบปราบลง และดูท่าเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น ใบหน้าของเธอแสดงอารมณ์หลากหลายในช่วงเวลาหนึ่ง และเสียงหวานราวกับร้องเพลงอยู่ตลอดเวลานั่นเขาอยากจะรู้จริงๆว่าผู้หญิงแบบนี้เวลาร้องครวญครางใต้ร่างเขาใบหน้าและเสียงเธอจะเป็นยังไง จะเร้าอารมณ์อย่างที่เขาคิดไว้หรือเปล่า!

การกลับไปครั้งนี้เขาจะต้องเอาเธอกลับไปให้ได้ ถึงแม้จะต้องฉุดกระชากลากหรือจับมัดเพื่อให้เธอตามไปเขาก็จะทำ!



พิมพ์นาราเลือกชุดกาลาไบยาสีดำตัวใหญ่ราคาไม่แพงมากมาหนึ่งตัวจากร้ายขายผ้า เธอรีบวิ่งกลับบ้านของเธอทันทีเพื่อแข่งกับเวลา

จะทันไหมเนี่ย

ถึงแม้เธอจะโกรธขนาดไหนแต่ก็อดที่จะสงสารไม่ได้อยู่ดี ในที่สุดเธอก็ต้องยอมช่วยเหลือชายคนนั้นอีกครั้งจนได้

หวังว่าเขาคงจะไม่ตอบแทนเธอเหมือนเมื่อเช้านะ…

ร่างบางหยุดชะงักที่หน้าบ้านของตน รถหรูหราสีดำจอดอยู่หน้าบ้านเธอนับรวมได้ห้าคัน ชายในชุดสูทสีเดียวกับรถยืนประจำแต่ละจุดอย่างเป็นระเบียบ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนมีลางสังหรณ์แปลกๆเกิดขึ้นกับเธอ

ดูท่าชายเรร่อนนั่นคงจะเป็นเศรษฐีที่ไหนเป็นแน่ เธอคิด

ร่างบางเดินเข้ามาในบ้าน เหล่าชายในชุดสูทต่างหันมามอง พวกเขาก้มศีรษะคำนับเธอเล็กน้อยและเปิดทางให้เธอเข้าไปโดยดี

เมื่อเข้ามาถึงด้านใน ชายหนุ่มที่เธอช่วยเหลือนั่งพูดอะไรสักอย่างกับชายในชุดกาลาไบยาสีน้ำตาลสองคนที่ยืนฟังอย่างสงบ เมื่อเห็นว่าเธอเดินเข้ามาพวกเขาจึงจบการสนทนาลงพร้อมกับก้มศีรษะลงคำนับให้เธอ

“ขอบคุณที่ช่วยเหลือเจ้านายของผมครับ คุณผู้หญิง”ชายหนุ่มทั้งสองมีใบหน้าเหมือนกันราวกับแกะ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนดูนิ่งสงบ ผิวของพวกเขาขาวกว่าชาวอาหรับทั่วไป นั่นรวมถึงว่าขาวกว่าคนที่พวกเขาเรียกว่าเจ้านายด้วย จมูกโด่งเป็นสันและใบหน้าเกลี้ยงเกลานั่นทำให้ดูเด็กลงอยู่มากโข พวกเขาใส่ชุดกาบาไลยาสีน้ำตาลเหมือนกัน ที่ศีรษะก็ยังโพกผ้าสีเดียวกับชุด ดูเรียบร้อยชวนมองยิ่งนัก

เธอยิ้มให้พวกเขาเป็นคำตอบ ในเวลานี้เธอพูดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ

“ไหนของของข้าละ”ชายหนุ่มกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ เธอยั่วโมโหเขาอีกแล้ว พอได้เจอสองผู้ติดตามเข้าหน่อยทำเป็นตื่นตะลึงตาค้าง เห็นแล้วชวนหงุดหงิดใจยิ่งนัก

“ฮาฟิซกับยะตีมออกไปรอข้างนอก ข้าจะตามออกไป”ชายหนุ่มสั่ง

สองผู้ติดตามคำนับเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปตามคำสั่ง

พิมพ์นาราส่งถุงกระดาษในมือให้ชายตรงหน้า เขารับมันไปพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์

ร่างหนายืนขึ้นพร้อมกับปลดกางเกงตัวเดิมลงทันที หญิงสาวตกใจตาค้างจึงรีบหันหลังมองไปทางอื่น

“คุณจะเข้าไปเปลี่ยนดีๆไม่ได้เหรอ!”หญิงสาววีดร้องพร้อมกับทำท่าจะวิ่งออกไปข้างนอก

หมับ!

ชายหนุ่มคว้าร่างบางของหญิงสาวเข้ามาแนบชิดกับร่างหนาของตน กลิ่นหอมอ่อนจากเรือนร่างของหล่อนเย้ายวนใจยิ่งนัก

เขาสูดกลิ่นหอมจากผมสีดำสลวยของหญิงสาวช้าๆ มือหนาลูบไล้เบาๆที่ข้างแก้มเธอ
พิมพ์นารารู้สึกถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากทุกสัดส่วนของชายหนุ่ม ก่อนที่เธอจะดิ้นออกจากอ้อมกอดนี้ เสียงทุ้มก็กระซิบที่ข้างหูเธอเบาๆ

“ถ้าเจ้าดิ้นมากๆ ระวังเหตุการณ์จะซ้ำรอยนะ”เสียงทุ่มเอ่ยกระซิบ

มือหนากดร่างของเธอให้แนบกับเขาไปทุกสัดส่วน เธอรู้สึกถึงความแกร่งของเขาดันสะโพกเธออยู่ ใบหน้าสวยขึ้นสีระเรื่อขึ้นมา เธอเชื่อว่าอีกฝ่ายคงจะทำจริงแน่ร่างบางเลยไม่กล้าดิ้นขยับไปไหน

ท่องไว้…อีกแปปเดียวเขาก็จะไปแล้ว!

อัลลัยล์ลอบสังเกตพฤติกรรมหญิงสาวจากด้านข้าง เมื่อเห็นว่าแก้มนวลนั่นขึ้นสีระเรื่อเขาก็อดซุกหน้าลงไปที่ซอกคอหอมๆนี่ไม่ได้

“อ้ะ!”

หญิงสาวอุทานเมื่อรู้สึกถึงความชื้นจากปลายลิ้นสากของอีกฝ่ายที่เข้ามาแทะโลมใบหูของเธอ เธอรู้สึกขนลุกชันไปทั้งตัว อีกครั้งความรู้สึกแปลกๆในท้องน้อยที่ก่อขึ้นมา

ทำให้เธอเริ่มดิ้นขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อเห็นหญิงสาวมีท่าทีขัดขืน ชายหนุ่มจึงกดทุกส่วนของร่างกายของเธอให้ชิดกับเขามากกว่าเดิม เขาได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจของหญิงสาวที่เต้นรัว

อีกแล้ว…ไฟราคะที่ติดง่ายแต่ดับยากมันลุกโชนขึ้นมาอีกแล้ว

อัลลัยล์จับศีรษะเล็กๆนั่นให้หมุนมาสบตากับเขา ใบหน้าของหญิงสาวแดงก่ำและมีแววตื่นตระหนกเล็กน้อย

ใบหน้าของเธอช่างเร้าสันดานดิบของเขาเหลือเกิน

“ไปอยู่กับข้า แล้วเจ้าจะสบาย”เขาเอ่ยให้ข้อเสนอ

หญิงสาวเบิกตาโพล่งก่อนจะผลักร่างหนาออกไปให้ไกล แต่ด้วยแรงที่มีมันจึงไม่เอื้ออำนวยต่อการกระทำครั้งนี้เท่าใดนัก

ชายหนุ่มประทับริมฝีปากกระกบเข้าอีกครั้ง เธอพยายามปิดปากอย่างเต็มที่พร้อมกับจิกข่วนไปที่ไหล่เปลือยเปล่าไม่หยุด

“อ้าปากสิ”เสียงทุ้มสั่ง

พิมพ์นารายังคงเม้มปากอยู่เช่นเดิม แม้ในใจเธออยากจะตะโกนด่ามากเท่าใดแต่ก็ต้องระงับไว้

ร่างบางของเธอดิ้นแรงกว่าทุกครั้ง ขาทั้งสองเริ่มถูกนำมาใช้งานจนทำให้เขาต้องปล่อยมือออกจากศีรษะของเธออย่างไม่เต็มใจเท่าใดนัก

“กรี๊ด! ช่วยด้วย!”หญิงสาวเริ่มดิ้นแรงขึ้นเรื่อยพร้อมกับกรีดร้องขอความช่วยเหลือ
เขาจับคอเล็กๆของเธอและออกแรงบีบแขนบังคับให้ร่างบางหันมาเผชิญหน้ากันเต็มตัวซักที ด้วยความกลัวเธอถึงถอยหลังไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็สัมผัสได้ถึงของแข็งเรียบเนียนที่เป็นพนักกันหลัง

เขาดึงแขนเล็กกลับมาเหวี่ยงร่างบางใส่กำแพงเมื่อเห็นเธอทำท่าจะวิ่งหนีไปอีกทาง แรงเหวี่ยงครั้งนี้ทำให้เธอถึงกับจุกอยู่กับที่

“ข้าสั่งให้อ้าปาก!”

อัลลัยล์สบถอย่างขัดใจเมื่อเห็นหญิงสาวขัดคำสั่งตนอีกแล้ว เขาโน้มตัวลงไปบดขยี้ริมฝีปากเธอแรงกว่าเดิม ซึ่งเธอก็พยายามขัดขืนอย่างเต็มที่

มือหนาบีบกระพุ้งแก้มของเธอออกทำให้ในที่สุดปากน้อยๆนั่นก็อ้าเผยอขึ้นมา ชายหนุ่มระดมจูบอย่างเร่าร้อน ลิ้นสากตวัดหาลิ้นเธออย่างชำนาญ

หญิงสาวคล้ายจะสำลัก เธอมีอาการจะหน้ามืดเพราะขาดอากาศหายใจหรือสาเหตุอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มยังคงรุกล้ำเธออยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าเธอจะพยายามหันหน้าหนีออก แต่มือหนานี่ก็เข้ามาตรึงหัวเธอไว้อย่างดี

แม่สาวนี่จูบไม่เป็น!

อัลลัยล์ยังคงบดขยี้ริมฝีปากหวานต่อไป จนเขาเริ่มสังเกตเห็นใบหน้าเธอที่เริ่มจะเปลี่ยนสีเนื่องจากขาดอากาศหายใจ

แม้แต่หายใจในระหว่างจูบยังทำไม่เป็นเลย ดูท่าต้องสอนกันอีกนานกว่าจะเป็นงาน ชายหนุ่มคิด

ไม่นานร่างบางของหญิงสาวก็ล้มพับลงแนบอกกำยำของชีคหนุ่ม เธอสลบไปแล้ว อัลลัยล์มองริมฝีปากแดงก่ำนั่นด้วยความเสียดายแต่ก็ต้องอดใจไว้

เหมือนพิมพ์นาราจะฝันไป เธอได้ยินเสียงกระซิบบางอย่างจากข้างหู

“ไว้ข้าจะสอนเรือนร่างของผู้ชายให้เจ้าเอง”










เสี้ยวเดือนเเรม
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 28 ส.ค. 2555, 21:05:35 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 28 ส.ค. 2555, 21:06:15 น.

จำนวนการเข้าชม : 18827





<< บทที่หนึ่ง จุดเริ่มต้นจากศูนย์   บทที่สาม ฆ่าฉันดีกว่าให้ฉันเป็นเมียแก! 100% >>
pkka 28 ส.ค. 2555, 21:42:54 น.
โห โหดจิ๊ง ^^


mhengjhy 28 ส.ค. 2555, 23:34:41 น.
โห เอาแต่ใจสุดๆ


KipkeLucifer 29 ส.ค. 2555, 18:13:02 น.
ไม่รู้ว่าใครบ้ากว่ากันอะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account