มาราสซันทิยา (Marassantiya)
................
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้
ตอน: ตอนที่ 24
เสียงคลื่นในแม่น้ำไนล์ที่ซัดเข้าหาฝั่งอย่างรุนแรงทำให้กวินตาสะดุ้งตื่น พระหัตถ์ของเจ้าชายเมอร์ซิลิสทาบลงบนเรือนผมของเธอก่อนจะทรงลูบไล้อย่างปลอบประโลม
“ฝันร้ายหรือ”
หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วสงสัยเมื่อมองเห็นพระเนตรคู่นั้นยังแจ่มใสไม่มีร่องรอยแห่งความง่วงงุนเลย
“ฝ่าบาททรงไม่ได้บรรทมตลอดทั้งคืนเลยหรือเพคะ”
“ข้านอนไม่หลับ”
“ทรงกังวลเรื่องเจ้าชายซานนันซาหรือเพคะ”
เจ้าชายเมอร์ซิลิสระบายพระปัสสาสะยาว
“ใช่ ข้ายังฆ่าโฮเรมเฮปไม่ได้ นั่นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือข้ากังวลว่าซานนันซาจะมีความสุขกับการครองคู่กับสตรีที่เขาไม่ได้เลือกด้วยตนเองหรือไม่”
กวินตาเงียบไป เรื่องนั้นเธอก็คิดอยู่เช่นกันและเข้าใจว่าด้วยเหตุผลนั้นเองที่ทำให้เธอไม่ได้ดีใจเหมือนอย่างที่เคยคิดไว้เมื่อเจ้าชายซานนันซาจะได้เป็นฟาโรห์ เพราะเธอหลงลืมคำถามที่สำคัญที่สุดไป นั่นคือ เมื่อเจ้าชายซานนันซาได้เป็นฟาโรห์ เจ้าชายจะทรงมีความสุขหรือไม่
เจ้าชายเมอร์ซิลิสทรงลุกไปและทรงคุกพระชานุลง หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกที่องค์สุริยเทวีแห่งอรินน่าทรงปรากฎพระองค์ไกลลิบลิ่ว จากนั้นจึงทรงเริ่มสวดบูชาเทพมารดาแห่งพระองค์ กวินตารีบลุกมานั่งคุกเข่าเคียงข้างและทำท่าคารวะต่อองค์สุริยเทวีตามพระองค์และพยายามจะจดจำบทสวดบูชาเหมือนเช่นเคยทั้งที่ไม่รู้ความหมายเลยสักคำเพราะมันเป็นภาษาโบราณของชาวฮัตติ
“ในบทสวดของสุริยเทวีแห่งอรินน่ากล่าวไว้ว่าพระนางคือเทพนารีผู้มีศิราภรณ์คือดวงอาทิตย์ พระนางอยู่ในทุกที่ ในทุกกาล อยู่ในอดีตที่ปราศจากจุดเริ่ม ในปัจจุบันขณะและอยู่ในอนาคตที่ไม่รู้จุดจบ ไม่ว่าจะถูกเรียกขานด้วยนามเช่นใด พระนางก็ยังคงประทับอยู่ที่นั่น บนฟากฟ้า”
“เพคะ”
“ข้าไม่รู้จักเทพเจ้าในดินแดนแห่งนี้ แต่เพราะเชื่อว่าถึงอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน สุริยเทวีแห่งอรินน่าก็ยังคงประทับอยู่บนฟ้า ข้าจึงขอให้พระนางดูแลซานนันซาแม้ในวันที่น้องของข้าไม่ได้นับถือศาสนาเดิมแล้วก็ตาม”
“เจ้าชายซานนันซาต้องมีความสุขแน่ๆเพคะ”
“เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ”
“เพคะ”
เจ้าชายเมอร์ซิลิสทรงโอบกอดเธอแนบพระอุระพางค์ กวินตาหลับตานิ่งสงบอยู่ในอ้อมพระกร ใจรวดร้าวเมื่อพบว่าพระอุระที่แข็งแรงอบอุ่นนี้กลับเก็บซ่อนความโศกเศร้าและวิตกกังวลเอาไว้ หญิงสาวนึกถึงเรื่องราวที่เจ้าชายซานนันซาตรัสเล่าว่าทรงตกลงไปใต้น้ำแข็งและถูกกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากเย็นยะเยือกพัดพาไป แล้วเจ้าชายเมอร์ซิลิสในยามเยาว์วัยกระโดดลงไปช่วยพระอนุชาโดยไม่เสียเวลาดำริถึงอันตรายที่จะคร่าพระชนม์ชีพของพระองค์แม้แต่น้อย ทรงกระทำเช่นนั้นทั้งที่พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสของกษัตริย์แห่งฮัตตูซาที่เกิดกับพระมเหสีเอก ในขณะที่เจ้าชายซานนันซาทรงมีพระมารดาเป็นแค่นางสนม ค่าแห่งชีวิตนั้นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดแต่พระองค์กลับไม่ทรงยอมให้พระอนุชาเป็นอะไรไป ไม่ยอมเพิกเฉยเย็นชา ทรงเป็นพระเชษฐาที่ดี..เป็นพี่ชายที่ดีเหลือเกิน
เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้พระองค์รู้สึกดีขึ้นมาได้นอกจากกราบทูลปลอบพระทัยเสียงแผ่ว
“อย่าทรงกังวลไปเลยเพคะ ฝ่าบาท หม่อมฉันเชื่อว่าองค์สุริยเทวีแห่งอรินน่าจะต้องทรงคุ้มครองเจ้าชายซานนันซาตามคำร้องขอของพระองค์แน่ๆเพคะ”
หลังจากลูบไล้เนื้อตัว ล้างหน้าและจัดการธุระส่วนตัวจนเสร็จสิ้นแล้ว กวินตาจึงตามเสด็จเจ้าชายเมอร์ซิลิสไปเข้าเฝ้าพระนางอันเคเซนนาเมนและเจ้าชายซานนันซาที่ในยามนี้ไม่มีเค้าของเจ้าชายแห่งฮัตตูซาเหลืออยู่อีกแล้ว เนื่องจากพระองค์ทรงโกนพระเศียรแล้วสวมศิราภรณ์เมเนสหรือผ้าคลุมพระเศียรของฟาโรห์ลายทางสีน้ำเงินสลับสีทองคาดทับด้วยรัดเกล้าเศียรนกแร้งและงูเห่าทำจากทองคำ ทรงสวมกรองศอขนาดใหญ่ที่ประดับด้วยหินสีเขียวอมฟ้าสลักเป็นรูปแมลงสคารับประดับปีกสีน้ำเงินเข้มเหมือนปีกนกบินอยู่เหนือดอกบัวบานที่ทำสลักจากหินสีชมพูกับพาหุรัดเป็นเครื่องรางรูปดวงพักตร์ของเทวีไอซิส ทรงเปลือยพระอุระไร้รอยขน พัตราภรณ์ช่วงล่างสวมเพียงผ้าเย็บอัดจีบทับผ้านุ่งยาวโปร่งบางโดยมีผ้าปักลูกปัดเนื้อหนักรูปสี่เหลี่ยมคางหมูปิดทับไว้ ณ ตำแหน่งพระคุยหประเทศ พระเนตรเรียวยาวสีฮาเซลที่คล้ายคลึงกับพระเนตรของเจ้าชายเมอร์ซิลิสถูกขับให้โดดเด่นทรงอำนาจด้วยเส้นกรอบยาวรีสีดำที่ลากหางยาวจรดกึ่งกลางพระกรรเจียก ช่างดูแปลกตาสำหรับเธอเสียเหลือเกิน
“ข้าดูเป็นอย่างไรบ้าง กวินตา”
กวินตากราบทูลความจริง “ทรงสง่างามมากเลยเพคะ”
พระนางอันเคเซนนาเมนสรวลเสียงใส “ฟาโรห์อย่าทรงเอาแต่วิตกเลยเพคะ พวกนางในตำหนักต่างหลงใหลได้ปลื้มในพระสิริโฉมของพระองค์จนหม่อมฉันคร้านจะฟังเสียงหัวเราะระริกระรี้ของพวกนางเต็มทน”
นี่ก็แปลก ดวงพระเนตรของนางพญาแห่งไอยคุปต์มีประกายวิบวับระยิบระยับเหมือนประกายดาวทั้งที่เมื่อวานพระนางยังดูโศกเศร้า แต่วันนี้พระนางกลับดูสดใสและมีชีวิตชีวาราวเป็นคนละคน อีกทั้งยังตรัสเรียกเจ้าชายซานนันซาว่าฟาโรห์อย่างเต็มพระโอษฐ์
กวินตาถอนหายใจอย่างโล่งอก หันไปมองเจ้าชายเมอร์ซิลิส พระองค์ก็คงโล่งพระทัยได้แล้วกระมัง
“เสด็จพี่ ทรงไม่เสด็จเข้ามาหาน้อง นี่หมายความว่าน้องดูไม่เหมือนพระอนุชาของพระองค์แล้วหรือพระเจ้าค่ะ”
เจ้าชายเมอร์ซิลิสทรงแย้มสรวลเบาบาง “ไม่ ซานนันซา ไม่ว่าเจ้าจะเป็นอย่างไร เจ้ายังคงเป็นน้องชายของข้าเสมอ”
โดยมีพระเชษฐาคือเจ้าชายเมอร์ซิลิสประทับ ณ เบื้องพระพักตร์และทรงเป็นสักขีพยาน เจ้าชายซานนันซาทรงประคองพระหัตถ์ของพระนางอันเคเซนนาเมนและบรรจงสวมพระธำมรงค์ทองคำเกลี้ยงที่พระอนามิกา เช่นเดียวกับที่พระนางอันเคเซนนาเมนทรงสวมพระธำมรงค์ลักษณะเดียวกันที่พระอนามิกาของเจ้าชายซานนันซา แม้จะไม่มีนักบวชประกาศให้ทั้งสองครองคู่กันภายใต้ฟากฟ้าแห่งทวยเทพแต่นี่ก็คือการแต่งงานของชาวอียิปต์โบราณ พวกเขาแต่งงานหรือหมั้นหมายกันด้วยแหวนหรือเครื่องประดับที่มีลักษณะเป็นรูปวงกลมเนื่องจากคำว่า ‘ชั่วนิจนิรันดร์’ ในภาษาของพวกเขาเขียนด้วยอักษรเฮียโรกริฟเป็นรูปวงกลมและมีเส้นตรงขีดอยู่ด้านใต้
กวินตาประทับใจกับภาพเบื้องหน้าอย่างไม่อาจหาคำพูดใดมาอธิบาย
ความรักชั่วนิจนิรันดร์..
เจ้าชายเมอร์ซิลิสทรงถอดพระธำมรงค์วงหนึ่งที่ติดพระองค์มาประทานให้เจ้าชายซานนันซา ส่วนกวินตา เธอไม่มีสิ่งใดล้ำค่าติดตัวมาเลย หญิงสาวจึงใช้เวลาก่อนจะมาที่นี่เก็บดอกบัวสีชมพูและสีน้ำเงินแล้วมัดก้านรวบไว้ด้วยกันด้วยเชือกธรรมชาติที่ฉีกออกมาจากก้านของต้นปาปิรุส มันเป็นของขวัญอันไร้ค่าเสียเหลือเกินหากเธอจะนำมายื่นถวายพระนางอันเคเซนนาเมน แต่แล้วก็ใจชื้นขึ้นเมื่อพระนางทรงทอดพระหัตถ์มารับไปถือไว้ แม้จะไม่ตรัสขอบพระทัย แต่กวินตาก็เข้าใจว่าที่พระนางกระทำเช่นนั้นไม่ใช่เพราะทรงไร้น้ำพระทัย แต่เป็นเพราะทรงอยู่ในฐานะที่สูงศักดิ์กว่าเธอมากนัก
“ข้าจะกลับไปและกราบทูลเสด็จพ่อตามที่ข้าเห็นทุกประการ กำลังทหารที่เหลือทั้งหมด ข้าจะทิ้งไว้ที่นี่ เพราะกองทัพเรือของคิชชูวัตนามารอข้าอยู่แล้ว”
“รถศึกหนึ่งพันคันจะไปส่งเสด็จพี่จนกว่าจะเสด็จขึ้นเรือ”
“ซานนันซา”
พระอนุชาในเครื่องทรงฟาโรห์แห่งอียิปต์ลุกขึ้นเสด็จเข้าสู่อ้อมพระพาหาของพระเชษฐาชาวฮิตไทต์ ทั้งสองพระองค์ทรงสวมกอดกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะตรัสอำลา เจ้าชายเมอร์ซิลิสตรัสกับเธอระหว่างเสด็จออกจากพระราชวังมัลคาตาว่า
“เมื่อเรือกลับถึงยูการิต เจ้าจะได้ตัดด้ายเย็บแผลทิ้งที่นั่น”
กวินตามองสีพระพักตร์ของเจ้าชายรัชทายาทแห่งฮัตตูซาก่อนจะอ้าแขนโอบกอดพระองค์ไว้ เจ้าชายเมอร์ซิลิสทรงโอบร่างบางไว้ ความโศกเศร้าในพระทัยเบาบางลงเพราะถึงอย่างไร พระองค์ก็ยังคงมีเจ้าร่างน้อยคนนี้ไว้ให้ดูแล
เจ้าชายซานนันซาทอดพระเนตรกองทัพรถศึกที่เพิ่งทะยานออกจากเมืองวาเซต พระนางอันเคเซนนาเมนเสด็จเข้ามาสวมกอดพระสวามีของพระนางไว้ แนบพระปรางลงกับพระปฤษฎางค์ของอดีตเจ้าชายแห่งฮัตตูซา
“หม่อมฉันยังชดใช้ให้พระองค์ไม่เพียงพอหรือเพคะ”
“ข้าไม่ได้คิดอาลัยบ้านเกิดของข้า ข้าเพียงแต่คิดว่าในยามนี้ หากข้าครองแผ่นดินก็คงได้แค่ครึ่งเดียว เพราะแม้แต่จะส่งพระเชษฐาเสด็จกลับ ข้าก็ไม่สามารถให้พระองค์ล่องแม่น้ำผ่านเมืองเมนเนเฟอร์ออกไปยังทะเลเขียวได้ พระองค์ยังต้องฝ่าความร้อนของทะเลทรายเสด็จกลับทางเดิม”
“ดีที่โฮเรมเฮปได้รับบาดเจ็บ ทางนั้นจึงเงียบไป หลังจากพระองค์ทรงเข้าพิธีราชาภิเษกก็ทรงรีบเร่งตีดินแดนตอนล่างกลับมาให้ได้นะเพคะ”
“ข้ารู้ ข้าต้องทำแน่”
“หม่อมฉันมาแจ้งข่าวว่าตอนนี้ที่หมู่บ้านคนงานบนฝั่งแม่น้ำทางทิศตะวันตก พวกเขาเริ่มสร้างสุสานให้พระองค์แล้วเพคะ”
“เจ้าคิดว่าข้าใกล้ตายแล้วอย่างนั้นหรือ”
“ไม่ใช่เพคะ ฝ่าบาท” พระนางอันเคเซนนาเมนทรงปล่อยพระวรกายของเจ้าชายซานนันซา เสด็จมาเบื้องหน้า “ฝ่าบาทเป็นฟาโรห์ พระองค์จะต้องมีที่พำนักนิจนิรันดร์ในหุบผากษัตริย์ เพราะเมื่อฝ่าบาททรงหมดวาระในโลกนี้แล้ว ดวงพระวิญญาณจะขึ้นไปพำนักในอาเมนติ สรวงสวรรค์แห่งเทพอูสิเรอยู่ชั่วขณะหนึ่ง และหัวหน้านักบวชจะทรงเก็บถนอมร่างของพระองค์เอาไว้เพื่อวันหนึ่งข้างหน้าดวงพระวิญญาณของพระองค์จะเสด็จกลับมาสู่ร่าง และพระองค์จะทรงฟื้นคืนชีพขึ้นมาในสุสานอันสวยงาม เพียบพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติและทุกสิ่งที่เป็นของพระองค์”
“ศาสนาของเจ้าเชื่อถืออะไรแปลกๆ ตายแล้วจะฟื้นคืนชีพมาได้อย่างไร”
“เพราะวิญญาณของมนุษย์เราเป็นอมตะเพคะ” พระเนตรของพระนางอันเคเซนนาเมนเปล่งประกายระยับด้วยความศรัทธาท่วมท้น “ถึงแม้ร่างกายจะเน่าสลาย แต่เพราะวิญญาณของเรายังคงอยู่ เราจึงจำเป็นต้องรักษาร่างของเราเอาไว้”
“แต่ข้าว่าพวกเจ้าหมกมุ่นอยู่กับความตายมากจนเกินไป เหตุใดต้องสร้างสุสานทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ อัปมงคลจริง”
“ฝ่าบาทกริ้วหม่อมฉันหรือเพคะ”
เจ้าชายซานนันซาทรงระบายพระปัสสาสะแรง
“ไม่ มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอก ข้ากับเจ้ามาจากวัฒนธรรมและศาสนาที่แตกต่างกัน ข้าเพียงแค่ยังไม่เคยชินเท่านั้น”
พระนางอันเคเซนนาเมนทรงครางในพระศอด้วยพระสุรเสียงแหบแห้ง แม้จะเป็นกาลเวลาอันยาวนานมาแล้วแต่พระนางก็ยังทรงสามารถจดจำความรู้สึกของพระนางในวันที่พระราชบิดาทรงประกาศว่ามีเทพเจ้าเพียงพระองค์เดียวเท่านั้นคืออเตน ทั้งพระนาง พระพี่นางเมอริตาเตนและพระขนิษฐาทรงอยู่ในภาวะกล้ำกลืนสับสนเพียงใดในเมื่อทรงเคยเชื่อว่าในจักรวาลแห่งนี้มีเทพผู้ยิ่งใหญ่อเมน-ราที่ประทับอยู่ท่ามกลางเหล่าทวยเทพ อย่างคอนชู เทพแห่งดวงจันทร์ หรือเซฮูติผู้มีเศียรเป็นนกกระสา พระนางเคยสดับเรื่องราวเทวปกรณัมต่างนิทานก่อนนอน เคยชื่นชมรูปวาดที่ระบายสีสันสดใสสวยงาม เคยตื่นเต้นเมื่อเห็นนักบวชและภิกษุณีชั้นสูงแต่งกายเป็นเทพและเทวีพระองค์ต่างๆเดินขบวนออกมาจากโถงยาวของมหาวิหารแห่งเทพอเมนแต่แล้วพระราชบิดาก็ทรงทำลายทิ้งทั้งหมด
“ฝ่าบาท หากจะทรงฝืนพระทัยถึงเพียงนั้น พระองค์จะทรงอธิบายเรื่องราวเทพเจ้าของพระองค์ให้หม่อมฉันฟังบ้างก็ได้นะเพคะ”
“เจ้าจะกล้าทิ้งศรัทธาเพื่อผู้ชายเพียงคนเดียวอย่างนั้นหรือ”
“หม่อมฉันทิ้งได้ทุกอย่างได้เพื่อฝ่าบาท”
อ้อมพระกรโอบกอดพระวรกายของเจ้าชายแห่งฮัตตูซาไว้แล้วน้ำพระเนตรของพระนางอันเคเซนนาเมนก็ร่วงรินลงเมื่อคำสารภาพหลุดจากพระโอษฐ์
“หม่อมฉันรักพระองค์เพคะ ฝ่าบาททรงเป็นพระสวามีที่แท้จริงของหม่อมฉัน ไม่ใช่เสด็จพ่อ ไม่ใช่น้องชาย”
เจ้าชายซานนันซาทอดพระเนตรพระชายา ในยามนั้นทรงสำนึกว่าได้กระทำผิดไปจริงๆที่ทรงมัวแต่ระลึกถึงสตรีที่ไม่ได้รักพระองค์และกระทำให้สตรีอีกคนต้องเสียน้ำตา สตรีที่เป็นของพระองค์และบอกว่ารักพระองค์อยู่เบื้องพระพักตร์
“เจ้ารักข้าอย่างนั้นหรือ”
พระนางพยักพระพักตร์รับ ตรัสสิ่งใดไม่ออก เจ้าชายซานนันซาทรงรวบพระวรกายแน่งน้อยเข้าสู่อ้อมพระกร ทรงแนบพระปรางลงบนเรือนผมที่ถักเป็นเปียเล็กรอบศีรษะและสูดกลิ่นหอมกรุ่นจากขี้ผึ้งหอมเข้าไปสู่ห้วงหฤทัย
“ขอโทษที่ข้าฉุนเฉียวใส่เจ้า ข้าแค่ไม่เคยชินกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ขอเวลาให้ข้าได้เรียนรู้และปรับตัวอีกสักหน่อยเถิด แล้วข้าสัญญาว่าข้าจะเป็นสวามีที่ดีที่สุดของเจ้า”
“ในยามนี้ฝ่าบาทก็เป็นพระสวามีที่ดีที่สุดของหม่อมฉันแล้วเพคะ”
เจ้าชายซานนันซาสรวลอย่างเอ็นดูในพระทัยก่อนจะผลักพระนางออกจากพระอุระและจูงพระหัตถ์นำเสด็จมาอีกทาง
“มานี่เถิด มาฟังที ถึงข้าจะเคยได้เรียนภาษาของที่นี่จากพระเชษฐาบ้าง แต่ก็ไม่เก่งกล้าสามารถเท่าพระองค์หรอก”
“เจ้าชายเมอร์ซิลิสตรัสฮีกูได้หรือเพคะ”
“คล่องมากเลยด้วย”
เจ้าชายซานนันซาทรงอ่านบทสวดที่จะใช้ในพระราชพิธีเบิกพระโอษฐ์ของฟาโรห์ตุตันคาเมนจนจบ พระนางอันเคเซนนาเมนทรงพยักพระพักตร์รับด้วยความพึงพอพระทัย
“ไม่มีคำใดผิดพลาด ทรงพระปรีชาสามารถมากเพคะ ฟาโรห์”
คืนนั้น พระนางอันเคเซนนาเมนทรงร่างพระราชสาส์นฉบับแรกถึงพระเจ้าซุปพิลูลิอูม่า กษัตริย์แห่งฮัตตูซา
พระราชบุตรของฝ่าบาทประทับอยู่ที่พระราชวังมัลคาตาในฐานะกษัตริย์ผู้ครองสองแผ่นดินและพระสวามีของหม่อมฉัน เหลือเวลาไม่กี่วันที่เจ้าชายจะต้องทรงศึกษาบทสวดทางศาสนาที่จะใช้ในพระราชพิธีเบิกพระโอษฐ์ของกษัตริย์ผู้สิ้นพระชนม์ รวมไปถึงพระราชพิธีอภิเษกสมรสและราชาภิเษกด้วย หม่อมฉันซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของฝ่าบาทเหลือเกินเพคะ ที่ไม่เพียงจะพระราชทานกษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาสามารถแก่แผ่นดินของหม่อมฉัน อีกทั้งยังพระราชทานพระสวามีที่ดีเลิศมาสู่อ้อมกอดของหม่อมฉันอีกด้วย หม่อมฉันขอถวายสัญญาว่าจะรักเจ้าชายซานนันซาให้มากเทียบเท่าความรักของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และจะทำทุกอย่างเพื่อทำให้พระราชบุตรของพระองค์มีความสุขเท่าที่หม่อมฉันจะทำได้...
เรือยาวขนาดสิบสี่พลพายแล่นมาจอดภายใต้ความมืดมิดแห่งเทพอนูบิสที่ท่าเรือด้านหลังของมหาวิหารแห่งเทพอเมน ดวงตาสี่คู่ของวาบหรือพระชั้นผู้น้อยเบิกค้างแทบถลนพร้อมกัน ต่างถลาไปปิดประตูอย่างรวดเร็วแต่ยังช้ากว่าร่างสูงสง่าที่ตรงดิ่งเข้ามา ใช้เท้าที่สวมรองเท้าถักจากหนังสัตว์กระแทกประตูอย่างแรงเพียงครั้งเดียว พระชั้นผู้น้อยเหล่านั้นต่างกลิ้งกระจายไปคนละทาง
อย่างไม่มีผู้ใดกล้าขวางได้ แม่ทัพสูงสุดแห่งอียิปต์ล่างตรงดิ่งเข้าไปในมหาวิหารพลางประกาศถามเสียงก้อง
“อัยอยู่ไหน!”
“ท่านนายพล ท่านบุกรุกมหาวิหาร!..”
“อัยอยู่ไหน!”
นักบวชผู้ถูกถามถอนหายใจก่อนจะตัดสินใจนอบน้อมต่อผู้มาเยือน
“ในยามนี้พระราชพิธีดองพระศพได้ดำเนินมาถึงวันที่หกสิบเก้าวันแล้ว เห็นแก่เทพเจ้า ขอให้ท่านรอพรุ่งนี้..”
“ถ้าไม่อยากให้ข้าบุกเข้าไปก็ไปบอกให้อัยมาพบข้าที่นี่! เดี๋ยวนี้!”
ลึกลงไปในชั้นใต้ดินของมหาวิหาร แม้จะมีกำหนดไว้เจ็ดสิบวันสำหรับการดองพระศพของฟาโรห์ด้วยกรรมวิธีที่ดีที่สุดแต่กำหนดการที่แท้จริงนั้นขึ้นอยู่กับหัวหน้านักบวชของมหาวิหารแห่งเทพอเมนเพียงผู้เดียว ประตูใหญ่ของมหาวิหารจะปิดลงดาลแน่นสนิททันทีที่พระศพถูกส่งมาที่นี่และจะเปิดออกอีกครั้งเมื่อมัมมี่ฟาโรห์ทรงอยู่ในโลงทองเรียบร้อยแล้ว ตราบใดที่ประตูใหญ่ไม่ได้เปิดออกนั่นหมายความว่าจะไม่มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาใดใดทั้งสิ้น
การใช้เวลาดองพระศพอาจเร็วกว่าเจ็ดสิบวันหรืออาจจะมากกว่าเจ็ดสิบวันสักเล็กน้อยขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการดองพระศพของพระบรมวงศานุวงศ์แต่ละพระองค์และทุกคนรู้ว่าต้องรอจนกว่าเสียงสวดมนต์แห่งความตายที่ดังตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มขั้นตอนกรีดสีข้าง ควักเครื่องในจนกระทั่งพันแถบผ้าลินินจะยุติ และหัวหน้านักบวชกับพระผู้ช่วยทั้งหมดจะขึ้นมาจากชั้นใต้ดิน แต่เมื่อเป็นคำสั่งของบุรุษที่สามารถทำตามที่พูดได้อย่างไม่กลัวเกรงสิ่งใด นักบวชผู้นั้นจึงจำต้องฝ่าฝืนคำสั่งก้าวลงไป
โชคดีที่เสียงสวดมนต์นั้นหยุดแล้ว และพระศพของฟาโรห์ตุตันคาเมนทรงสวมหน้ากากทองเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วเช่นกัน อัยกำลังจบบทสวดมนต์สุดท้ายในขณะที่นักบวชชั้นสูงอีกคน ผู้สวมหน้ากากของเทพอนูบิสจับพระเศียรของฟาโรห์ไว้ขณะที่เคลื่อนย้ายพระวรกายที่พันด้วยแถบผ้าลินินขาวจนมิดชิดลงสู่โลงทองคำชั้นในสุด
นักบวชผู้นั้นคุกเข่าหมอบรออยู่จนกระทั่งคณะนักบวชชั้นสูงก้าวผ่านไปหมดและอัยก้าวออกมาเป็นคนสุดท้าย
“มีอะไร”
“นายพลเมนเพห์เทียมารอพบท่านขอรับ”
เพียงได้ยินชื่อ ‘เมนเพห์เทีย’ อัยก็ถอนหายใจยาว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในสองแผ่นดิน คงมีผู้ชายคนนี้เพียงคนเดียวที่กล้ามาพบเขาในเวลาเช่นนี้
“มีอะไร” คำถามเรียบสงบเช่นเดียวกับเมื่อครู่
“หกสิบเก้าวันที่ท่านมัวแต่สวดมนต์อยู่ในชั้นใต้ดิน อันเคเซนนาเมนเขียนสารถึงกษัตริย์แห่งฮัตตูซาเพื่อขอเจ้าชายต่างชาติมาเป็นฟาโรห์ โฮเรมเฮปพยายามขัดขวางและตอนนี้เขานอนเจ็บอยู่ที่บ้านของข้า”
“แล้วข้าต้องเห็นใจพวกเจ้าที่รบแพ้เจ้าชายแห่งฮัตตูซาอย่างนั้นหรือ”
“เปล่า” คนพูดพ่นลมหายใจแรง “ท่านจะหัวเราะเยาะพวกข้าก็ได้ แต่ข้ามาที่นี่เพื่อบอกให้ท่านต้องขัดขวางเรื่องนี้ เห็นแก่เทพอเมนหรือแม้แต่จะเห็นแก่โฮเรมเฮปที่เคยรักษาหัวของท่านไว้ในวันที่ฟาโรห์อัคเคนาเตนใคร่จะเห็นเลือดของท่านอย่างที่สุด!”
“ข้าเป็นนักบวช”
“แต่ท่านไม่จำเป็นต้องเป็นนักบวช”
“ถ้าข้าไม่ได้เป็นนักบวชแล้วข้าจะเป็นอะไร”
“ฟาโรห์!”
อัยชะงักแล้วส่ายหน้า ระบายรอยยิ้ม
“ให้ข้าเป็นฟาโรห์เพื่อรอให้ผู้ที่กุมอำนาจที่แท้จริงพวกเจ้ามาลากข้าลงจากบัลลังก์แล้วเอาไปตัดหัวอย่างนั้นหรือ”
“ท่านไม่เหลือเวลาบนโลกนี้นานขนาดนั้นหรอก อัย และพวกเราก็ไม่มีเวลาที่จะทำอย่างนั้นด้วยเพราะเมื่อเจ้าชายแห่งฮัตตูซาตาย มันหมายความว่าดินแดนล่างที่เป็นบ้านของข้าจะถูกกษัตริย์แห่งฮัตตูซายกทัพมาเหยียบ นี่คือความฉลาดของผู้หญิงที่ชื่ออันเคเซนนาเมน หากนางไม่ได้ครองสองแผ่นดิน นางก็ไม่ให้ใครครองเช่นกัน!”
“หากเจ้าชายแห่งฮัตตูซาตายก็หมายถึงสงครามเหมือนกัน”
“หากไม่ตาย ก็หมายถึงสงครามเหมือนกัน โฮเรมเฮปจะต้องถูกตามล่าและข้าจะปกป้องเขา!”
ความเงียบกั้นกลางอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่หัวหน้านักบวชแห่งเทพอเมนจะกล่าวออกมา
“เหตุใดต้องเป็นข้า”
“เพราะอันเคเซนนาเมนไว้ใจท่านที่สุด”
ไว้ใจ..คำนี้ที่ทำให้หัวใจของชายชราเจ็บปวดนัก เมนเพห์เทียกระซิบเสียงแผ่ว
“เหตุใด ท่านไม่อยากครองคู่กับหญิงที่ท่านรักหรือไร”
“ข้าอายุปูนนี้แล้ว เมนเพห์เทีย”
“ท่านเองเป็นคนปล่อยให้วัยล่วงเลยมาถึงบัดนี้ หากวันนั้นพระนางตีย์ทรงเลือกท่าน ท่านต่างหากที่จะได้เป็นฟาโรห์และครองคู่กับเนเฟอร์ตีตี ไม่ใช้ฟาโรห์อัคเคนาเตนที่กระทำให้แผ่นดินวิบัติมาถึงบัดนี้!”
เมนเพห์เทียกล่าวแค่นั้นแล้วก็ไป ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ดังก้องอึงอลอยู่ในสมองของอัยซ้ำแล้วซ้ำเล่า
‘หากวันนั้นพระนางตีย์ทรงเลือกท่าน!’
ตีย์ พี่สาวของเขา บุตรสาวของทูยาและยูยา หญิงสามัญชนที่ฟาโรห์นับมาอัตเรหรืออเมนโฮเทปที่สามทรงเลือกเป็นพระมเหสีเอกผู้เห็นแก่ความรักลูก หลังจากเจ้าชายทุตโมสผู้เป็นเจ้าชายรัชทายาทที่เหมาะสมสิ้นพระชนม์ก่อนพระบิดา เหลือเพียงเจ้าชายอเมนโฮเทปที่ทรงมีพระอารมณ์อ่อนไหวรุนแรงและไม่ได้มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นฟาโรห์เฉกเช่นเจ้าชายทุตโมสเลย แม้พระสวามีอเมนโฮเทปที่สามทรงสั่งความไว้แล้วว่าควรจะเป็นเขา แต่พระนางตีย์กลับทรงเลือกพระราชโอรสของพระนางเองจนได้
ตีย์ทรงรู้ว่าเขากับอเมนโฮเทปที่สี่หรือต่อมาเปลี่ยนพระนามเป็นอัคเคนาเตนไม่ต้องชะตากันด้วยต่างหลงใหลในความงามของเนเฟอร์ตีตีทั้งคู่ และนักบวชชั้นสูงแห่งเทพอเมนนั้นสามารถแต่งงานมีครอบครัวได้ แต่จะไปโทษพระนางตีย์ได้อย่างไร พระนางรู้ว่าพระอนุชาคนนี้เป็นถึงนักบวชชั้นสูงของมหาวิหารแห่งเทพอเมนในขณะที่เจ้าชายพระองค์นั้นไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากเป็นแค่เจ้าชาย หากวันนั้น เขาเป็นฟาโรห์ พระนางคงจะกลัวว่าเขาจะต้องทำอันตรายพระราชโอรสของพระนาง แต่หากพระราชโอรสของพระนางเป็นฟาโรห์ อัคเคนาเตนคงไม่กล้าทำอันตรายเขาที่เป็นถึงหัวหน้านักบวชแห่งเทพอเมน ผู้ซึ่งกอบกุมศรัทธาของปวงชนอย่างแน่นอน แต่เมื่อพระนางตีย์ทรงสิ้นพระชนม์ เขาก็พลันพบว่าพระนางทรงคาดการณ์ผิดอย่างสิ้นเชิง
ไม่ว่าจะแลกด้วยความสูญเสียขนาดไหน อัคเคนาเตนก็พยายามจะทำลายเขาให้จงได้และหากไม่ได้โฮเรมเฮปที่กล้าลุกขึ้นมาต่อกรและเป็นศัตรูกับฟาโรห์โดยการก้าวออกมาปกป้องเหล่านักบวชและประชาชนที่ศรัทธาในศาสนาเดิมอย่างเปิดเผย เขาก็คงไม่รอดชีวิตอยู่มาถึงวัยแก่ชรา..ถึงตอนนี้
เมนเพห์เทียชื่นชมบุรุษที่กล้าหาญและเป็นคนดี ชายหนุ่มรักโฮเรมเฮปเหมือนบิดาด้วยเหตุผลนั้น หากเจ้าชายแห่งฮัตตูซาปรารถนาชีวิตของโฮเรมเฮป เขาต้องปกป้องบุรุษผู้นั้นแน่ แต่อัยไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น ในดวงตาของเขายังมองเห็นแค่เด็กสาวตัวเล็กๆที่คุกเข่าลูบหัวลูบหลังน้องชายที่ร้องไห้เพราะทนความยากลำบากไม่ได้ แม้เด็กสาวนางนั้นจะมีหน้าตาเหมือนถอดเนเฟอร์ตีตีออกมาไม่ผิดเพี้ยนแต่กลับงดงามแตกต่าง เขาลืมเนเฟอร์ตีตีไปตั้งแต่วันที่ต้องประกาศต่อหน้าเทพเจ้าว่านางเป็นมเหสีของอัคเคตาเตน ลืมจนหัวใจด้านชาจนกระทั่งได้พบกับอันเคเซนนาเมนที่คุกเข่าอยู่หน้าประตูใหญ่ของมหาวิหารด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นแน่วแน่ ซึ่งเนปเคเปรูเรไม่เคยได้สำนึกเลยว่าหากความอดทนเข้มแข็งของนางไม่ได้ประทับใจเขาในวันนั้น ประวัติศาสตร์ของดินแดนแห่งนี้ก็คงไม่มีฟาโรห์ที่ทรงพระนามว่าตุตันคาเมนอย่างแน่นอน
ฟาโรห์อย่างนั้นหรือ..ความคิดของเขาว่ายวนกลับมาที่คำพูดของเมนเพห์เทียอีกครั้ง เขาควรจะเข้าใจให้ได้ว่าโฮเรมเฮปและผู้ชายคนนั้นต้องการอะไร จึงได้ขอให้เขาเป็นฟาโรห์ในวันที่เขาใกล้จะลงโลงเช่นนี้
>>>>>>>>>>>>>>>มาแปะให้อีกตอนนะคะ ^ ^ ขอขอบคุณทุกไลค์และคอมเมนต์มากๆค่ะ

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 2 ก.ย. 2555, 10:44:56 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 2 ก.ย. 2555, 10:44:56 น.
จำนวนการเข้าชม : 3053
<< ตอนที่ 17 |

Zephyr 2 ก.ย. 2555, 11:31:35 น.
อู้ว ชักจะซับซ้อน
แต่เอ๊ หลายฉากหลายตอนไม่เหมือนที่รู้มาจากสารคดีเลยน้า
แต่สนุกค่ะ ลุ้นจะแย่แล้วเนี่ย ต่อเร็วๆนะคะ
อู้ว ชักจะซับซ้อน
แต่เอ๊ หลายฉากหลายตอนไม่เหมือนที่รู้มาจากสารคดีเลยน้า
แต่สนุกค่ะ ลุ้นจะแย่แล้วเนี่ย ต่อเร็วๆนะคะ

สร้อยดอกหมาก 2 ก.ย. 2555, 11:59:21 น.
ว่าแต่สารคดีเล่าอะไรให้ฟังบ้างคะ มาเล่าให้สร้อยฟังบ้างจิ สร้อยอยากรู้
ว่าแต่สารคดีเล่าอะไรให้ฟังบ้างคะ มาเล่าให้สร้อยฟังบ้างจิ สร้อยอยากรู้


pkka 2 ก.ย. 2555, 15:07:04 น.
สนุกมากกกกกกกก ค่ะ!
สนุกมากกกกกกกก ค่ะ!

แว่นใส 2 ก.ย. 2555, 16:12:19 น.
ขอให้เจ้าชายซานันซายังมีชีวิตอยู่ต่อไปนะ
ขอให้เจ้าชายซานันซายังมีชีวิตอยู่ต่อไปนะ

อนัตตา 2 ก.ย. 2555, 17:20:45 น.
รามเซสจะได้เจอกวินตาไหม?
รามเซสจะได้เจอกวินตาไหม?

คิมหันตุ์ 2 ก.ย. 2555, 17:57:41 น.
โอ๊ยยยยยยยยยยยยท่านอัยจะทำอย่างไรเนี่ย...ลุ้นม๊ากกจ่ะ
โอ๊ยยยยยยยยยยยยท่านอัยจะทำอย่างไรเนี่ย...ลุ้นม๊ากกจ่ะ

ณิณ 2 ก.ย. 2555, 18:34:36 น.
รักนิยายคุณสร้อยมากก ติดงอมแงมเลย
รักนิยายคุณสร้อยมากก ติดงอมแงมเลย

goldensun 2 ก.ย. 2555, 19:25:33 น.
หวังว่าอันเคเซนนาเมนคงรักซานนันซาจริงนะคะ
ไม่หวังแค่เอาเป็นกันชน เพราะดูแล้วซานนันซาเริ่มหันมามองแล้ว
เมนเพห์เทียจะทำอะไรซานนันซา
หวังว่าอันเคเซนนาเมนคงรักซานนันซาจริงนะคะ
ไม่หวังแค่เอาเป็นกันชน เพราะดูแล้วซานนันซาเริ่มหันมามองแล้ว
เมนเพห์เทียจะทำอะไรซานนันซา

แก้วแสงจันทร์ 2 ก.ย. 2555, 23:51:04 น.
ลุ้นมากมายเลยค่ะ
ลุ้นมากมายเลยค่ะ