แผนรักพันใจ
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้
ตอน: ตอนที่ 5
'กำลังเสริม' ของจารุดานั่งเอามือข้างหนึ่งเท้าคางมองเพื่อนอีกค้างเคาะโต๊ะอาหารอย่างครุ่นคิดหลังจากฟังความจากเพื่อนคนสนิทโดยละเอียด ตอนรับโทรศัพท์รู้แค่ว่ามีผู้ชายมาแสดงท่าทีกับจารุดาอีกคนก็รีบแจ้นมาจากร้านของตนทันที ไม่ได้ทำอะไรมากมายเลยจริงจิ๊ง...แค่เดินไปเกาะแขนทักทายอย่างสุภาพอ่อนหวานนิดหน่อย พ่อเจ้าประคุณก็เผ่นแนบขอตัวไปห้องน้ำ
"แปลกจริง ๆ นะ ลำพังคุณนินก็คนนึง ตามมาสมัครเรียนด้วยเลยแล้วก็ดันมีนักเรียนผู้ชายมาทำท่าทางแปลก ๆ กับเธออีก ฉันล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่าเธอเกิดจะมามีเสน่ห์แรงอะไรเอาตอนนี้" นิคมขมวดคิ้วแล้วนึกได้ว่าจะทำให้หน้าเหี่ยว จึงยกมือขึ้นลูบราวกับจะทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นมาได้ "ว่าแต่ผู้เข้าชิงหน้าตาเป็นยังไง ยังไม่เห็นเลย"
"อยากเห็นเดี๋ยวก็ได้เห็น เข้าไปเป็นผู้ช่วยหน่อยสิ เดี๋ยวโทร.ไปขอคุณกุ๊กให้"
"ก็ต้องแบบนั้นอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นจะดั้นด้นมาถึงนี่ทำไมล่ะ"
"ถ้ายายรู้เรื่องเข้า..."
"ให้รู้ไม่ได้เด็ดขาดนะแม่คุณ ไม่อย่างงั้นเธอโดนล่ามโซ่กักตัวไว้ในบ้านสวนไม่ต้องออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันแน่"
"เกินไปแล้ว คงไม่ถึงขั้นนั้นหรอก" จารุดาถอนใจ "อย่างมากก็แค่ต้องเลิกสอน ทำงานที่ร้านได้อย่างเดียว เผลอ ๆ ที่ตกลงเรื่องไปออกงานเทศกาลอาหารมีหวังต้องล้มเลิก"
"นั่นแหละ ฉันยังอยากรู้สึกว่ามีเพื่อนไปไหนมาไหนกันได้ เจอกันข้างนอกได้บ้าง ไม่ใช่ไปเยี่ยมเพื่อนสาวในเขตกักกัน" นิคมพูดสนุกปากแต่เมื่อเห็นจารุดาหน้าเสียไปเล็กน้อยก็เปลี่ยนท่าที "เอาเถอะ ๆ เรื่องนี้ถ้าเราไม่พูดไปคุณยายคงไม่รู้หรอก แต่เราต้องรู้ก่อนว่าสองคนนั้นเขามีอะไรกันแน่ เห็นเธอว่าคุณนินดูจะเขม่นนายคุณยอร์จอะไรนั่นด้วยใช่ไหม แสดงว่าเขาต้องรู้จักกัน"
"เรื่องสองคนนั้นจะยังไงก็ช่างเถอะเขาจะมาไม้ไหนก็เรื่องของเขา เราไม่ไปยุ่งก็คงไม่มีอะไร ฉันแค่กลัวว่ายายจะรู้เข้าเท่านั้นแหละ เธอแค่มาช่วยกันให้ก็พอ ฉันเองก็ไม่ได้อยากถูกยายจับขังเป็นนกในกรงนักหรอก"
"ไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า ตราบใดที่นิกกี้ยังอยู่ รับรองว่าจะคอยงาบ เอ๊ย...คอยดีดผู้ชายไปให้ห่าง จะได้ไม่มีปัญหากับยาย"
นิคมพูดแล้วจับสังเกตสีหน้าของจารุดา อีกฝ่ายดูเหมือนจะโล่งใจหากแววตาก็ครุ่นคิดอะไรอยู่ลึก ๆ
เอาให้แน่ก่อนเถอะว่าเธอจะไม่ไปสนใจใครเค้าเข้าเหมือนกันธรรมชาติสร้างผู้หญิงมาคู่กับผู้ชาย เอ่อ..ไม่นับเพศทางเลือก เก้ง กวาง ที่หันมากินกันเองน่ะนะ...เธอจะไม่ชอบผู้ชายคนไหนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเลยก็คงเป็นไปไม่ได้หรอกยัยจาเอ๊ย
"อะไรนะเจ้านิน" คุณบัณฑิตถามอย่างไม่เชื่อหูเมื่อได้รับรายงานจากลูกชายเรื่อง 'งาน' หนุ่มใหญ่ส่ายหน้า "นี่ยังไม่ได้เบอร์หนูจาอีกเหรอ แล้วก็ยังได้คุยกันไม่กี่คำ"
"ก็ใช่สิพ่อ แต่พ่อไม่ต้องห่วงนะ ไอ้ยอร์จเองก็ยังเข้าถึงคุณจาไม่ได้เหมือนกัน อาทิตย์หน้าเราก็จะเริ่มจัดสถานที่เทศกาลอาหารแล้ว ผมมีโอกาสได้คุยกับคุณจาเขามากกว่าไอ้ยอร์จอยู่แล้ว ถึงจะมียัยคุณนิกกี้เป็นก้างก็เถอะ"
"มันจะอะไรนักหนากันเชียวเพื่อนหนูจาคนนี้"
"น้อยไปสิพ่อ เขามาเป็นผู้ช่วยคุณจาในห้องเรียน คอยเดินไปมาหยิบจับโน่นจับนี่ให้กับนักเรียน แต่ป้วนเปี้ยนอยู่แต่กับผมกับไอ้ยอร์จสองคนเป็นพิเศษ มาใกล้ทีไรเสียวหลังวาบทุกที กลัวว่าคุณเธอจะจับอย่างอื่นที่ไม่ใช่อุปกรณ์ทำขนม พอเลิกปุ๊บก็เดินไปยืนประกบคุณจา จ้องผมกับไอ้ยอร์จซะจนเราสองคนต้องรีบชิ่งกลับมา ไม่รู้คุณเธอไม่ทำงานทำการหรือไงตามมาเฝ้าเพื่อนได้ตลอดสิน่า"
"พยายามเข้าหน่อยแล้วอย่าให้ช้าเกินก็แล้วกัน ถึงโครงการขยายสาขาไปต่างจังหวัดสาขาแรกจะเป็นโครงการระยะยาว แต่อย่างน้อยเราควรจะได้ที่ดินแปลงนี้ไว้ในมือซะก่อนที่จะดำเนินการอะไรต่อ"
"ผมว่ายังไงเรื่องที่หนูจาของพ่อเค้าจะขายที่หรือไม่ขายก็ต้องให้ยายเค้าตัดสินใจอยู่ดี ขนาดเรื่องที่พ่อวางแผนให้ตีสนิทชวนเขามาออกงาน ยายจันทร์ยังต้องเป็นคนฟันธงเลย"
"เรื่องนั้นมันอยู่ที่แกว่าจะมีความสามารถพอไหม"
"มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ นะพ่อ"
"พ่อถึงคิดว่าจะเพิ่มปันผลปลายปีให้แกอีกสักหน่อยถ้าทำสำเร็จ แบ่งส่วนของพ่อให้อีกนิดนึง"
ธนินตาโตกับข้อเสนอ ตอนแรกทำแค่ไม่ถูกตัดเงิน ตอนนี้ทำสำเร็จมีค่าตอบแทนเพิ่มให้อีก บิดาของเขาสมกับเป็นนักธุรกิจเสียจริง ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้แบบนี้เขายิ่งต้องพยายามทำให้สำเร็จ
เอาชนะยศกฤตด้วย ได้เงินใช้เพิ่มด้วย มันก็ดี แต่จะเข้าถึงป้าเชยที่ทำท่าทางไม่สนใจเขาเลยได้อย่างไรนี่สิที่เป็นปัญหา คิดไปแล้วธนินก็รู้สึกอยากเอาชนะจารุดาขึ้นมาอีกคน และชั่วขณะหนึ่งความรู้สึกอยากเอาชนะผู้หญิงที่ทำเหมือนเขาไม่น่าสนใจกลับดูเหมือนจะทรงพลังยิ่งกว่าเป้าหมายอื่น
ธนินเกลียดความพ่ายแพ้ การเอาชนะผู้หญิงไม่เคยเป็นเรื่องยากสำหรับเขา ดังนั้นการที่จารุดาทำเหมือนเขาไม่น่าสนใจสักก็ทำให้เขารู้สึกว่าพ่ายแพ้หมดรูป
คุณจอมขวัญมองความใหญ่โตของห้างสรรพสินค้าที่เธอเคยเหยียบย่างเข้ามาเมื่อหลายสิบปีก่อนครั้งที่ยังไม่ได้ขยายส่วน ต่อเติม สร้างเพิ่มจนใหญ่โตขนาดนี้ ความรู้สึกบางอย่างโจมตีขึ้นมาในอกเมื่อต้องมาเยือนสถานที่นี้ จริงอยู่มีหลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยเห็นแต่ความทรงจำนั้นยังคงไม่เคยลบเลือน
กระทั่งจารุดาขับรถวนขึ้นที่จอดรถใหญ่โตของห้างสรรพสินค้าใหญ่แล้วเธอก็ยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องราวในอดีต มารู้สึกตัวตอนได้ยินเสียงหลานสาวดังขึ้น
"น้าขวัญ...ใจลอยไปถึงไหนคะ ถึงแล้วค่ะ"
"จ๊ะ น่าคิดอะไรเพลินไปหน่อย"
คุณจอมขวัญเปิดประตูก้าวลงจากพาหนะคู่ใจของจารุดา เดินตามหลานสาวไปยังทางเข้าห้างสรรพสินค้าใหญ่ อากาศภายในตัวอาคารเย็นฉ่ำผิดกับบริเวณที่จอดรถ หากในใจของสาวใหญ่นั้นหนาวเยือกยิ่งกว่า
แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่ความคิดที่ว่าเธออาจจะได้พบกับ 'เขาคนนั้น' ทำให้เกือบจะก้าวขาไม่ออก
"น้าขวัญ เป็นอะไรไปคะหน้าซีด ๆ"
"อ้อ...เปล่าจ๊ะ" น้าสาวตอบหลาน สูดลมหายใจยาวลึก เธอตัดสินใจแล้ว ตัดสินใจที่จะมา ตัดสินใจเผชิญหน้าหากจำเป็น ความปรารถนาในส่วนลึกร่ำร้องอยากได้พบเขาอีกสักครั้ง ได้รับรู้ทุกข์สุขแม้ว่าอีกทางหนึ่งจะเป็นการสะกิดแผลเก่าในใจก็ตาม "น้าไม่ค่อยได้ออกมาเดินห้าง ฯ แบบนี้ ส่วนใหญ่เดินแต่ตลาด กลัวจะเปิ่น น้าแต่ตัวไม่ค่อยเหมาะมาเดินห้างหรูแบบนี้เท่าไหร่"
"นึกว่าเรื่องอะไร" จารุดามองเสื้อเชิ้ตลายดอกไม้สีเข้ม กางเกงสีดำสนิทและรองเท้าแบบสวมสีขาวของคุณจอมขวัญแล้วยิ้มเอาใจช่วยผู้เป็นน้า "ห้างเดอะเบสท์ดูหรูก็จริงนะคะ แต่คนที่มาเดินก็แต่งตัวหลายแบบ บางคนก็นุ่งขาสั้นรองเท้าคีบด้วยซ้ำ เดี๋ยวนี้คนแต่งตัวตามใจชอบกันทั้งนั้นแหละค่ะน้าขวัญ"
"จริงของจานะ น้าคงจะคิดมากเกินไปหน่อย"
คุณจอมขวัญเบาใจที่หลานสาวเชื่อในข้ออ้างนั้น คร้านจะเล่าความหลังให้จารุดาฟัง จริงอยู่อีกฝ่ายคงได้ฟังเรื่องในอดีตของสาว ๆบ้านสวนจากปากคนเก่าแก่ในบ้านบ้างแล้วแต่ก็เป็นเพียงแค่ผิวเผินไม่รู้รายละเอียดอะไรแน่ชัด ยิ่งเรื่องของเธอด้วยแล้วน้อยคนที่จะรู้ซึ้งสิ่งที่สาวใหญ่จำต้องเก็บงำเอาไว้ตั้งแต่ยังเป็นสาว
จารุดาเดินนำคุณจอมขวัญไปหน้าประตูทางเข้าโถงที่กำลังเตรียมการจัดงานมหกรรมอาหารสี่ภาค ชายหนุ่มที่คุณจอมขวัญเคยเห็นหน้าตาไกล ๆ เมื่อครั้งเขาไปเยือนบ้านสวนคุณจันทร์
ธนินยกมือไหว้น้าสาวของจารุดา มองหาบุคคลที่ปกติมักจะปรากฏตัวมาเป็นกันชนให้หญิงสาวจนแน่ใจว่านิคมคงไม่มาด้วย มุมปากทั้งสองจึงคลี่ออกยิ้มแย้ม
"นี่น้าขวัญค่ะ น้าขวัญจะมาช่วยดูแลงานสลับกับฉัน ฉันก็เลยพามาดูการเตรียมงานด้วย"
"ผมธนินครับ เรียกนินก็ได้" ชายหนุ่มดูท่าทางอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เมื่อไม่มีนางสาวนิกกี้มาด้วย "ตอนนี้ในฮอลล์กำลังเตรียมงานเลยปิดทางเข้าด้านหน้าเอาไว้ เราต้องไปเข้าอีกทางนึง เดี๋ยวผมพาไปเองครับ"
คุณจอมขวัญและหลานสาวเดินตามชายหนุ่ม หญิงกลางคนเริ่มสงบลงเมื่อคิดตกว่าเป็นผู้เลือกที่จะสร้างโอกาสให้ได้พบกับหนึ่งในผู้บริหารเดอะเบสท์ บางทีการได้พบ 'เขา' อาจเป็นเรื่องดี
อารมณ์ที่ซ่อนงำเอาไว้เนิ่นนานนั้นก็เหมือนหนามที่ยอกอยู่ในอก และเธอเป็นผู้ที่ปล่อยให้มันค้างคาไว้ ไม่บ่งมันออก จริงอยู่ที่ความชาชินกันความไม่สบายนั้นจะทำให้ลืมนึกถึงมันไปบาง แต่หากเมื่อใดที่ถูกสะกิดย้ำ ความเจ็บแปลบก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่ดี ก้าวย่างแต่ละก้าวของน้าสาวจารุดาค่อยหนักแน่นมั่นคงขึ้นตามความรู้สึกของเจ้าตัว ก่อนอารมณ์ต่าง ๆ จะถูกแทนที่ด้วยความตื่นตาเมื่อก้าวผ่านพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ยืนเฝ้าประตูด้านข้างซึ่งเป็นทางเข้าเฉพาะสำหรับเจ้าหน้าที่เข้าสู่ลานฮอลล์ของห้างใหญ่
ภายในโถงกว้างขวางนั้นมีเรือนไทยสี่ภาคตั้งอยู่คนละมุม ของโถงรอบเรือนประดับตกแต่งด้วยพรรณไม้พื้นเมืองของแต่ละภาค เน้นเฉพาะที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักสามารถปลูกในกระถางใบใหญ่ได้ ภายในตัวเรือนนั้นไม่มีของประดับตกแต่งอะไรมากนัก เพราะผู้จัดงานตั้งใจจะทำให้ส่วนทำครัวเด่นกว่าส่วนอื่น กลางผนังด้านหนึ่งของโถงมีเวทีติดตั้งจอโทรทัศน์เรียงต่อกันเต็มพื้นที่เวที บนเวทีมีเคาน์เตอร์ครัวเล็กขนาดย่อม พร้อมอุปกรณ์ครัวทันสมัย กึ่งกลางเคาน์เตอร์ครัวติดป้ายชื่อร้านศูนย์รวมเฟอร์นิเจอร์ดังที่สนับสนุนอุปกรณ์ทำครัวทั้งหมด
"คุณจากับคุณน้าขวัญมาก็ดีครับ ผมจะได้ให้ช่วยดูด้วยว่าขาดเหลืออะไรรึเปล่า"
"ไม่ขาดหรอกค่ะแต่ถ้ามีอะไรเพิ่มน่าจะดีกว่านี้"
คนที่ปกติไม่ค่อยพูดจาอะไรกับเขาเอ่ยขึ้นทำให้ธนินต้องหยุดเดินหันหลังกลับไปมองอย่างไม่เชื่อสายตา หญิงสองวัยที่เดินตามมาก็หยุดตาม ชายหนุ่มพยายามมองตาจารุดาผ่านกรอบแว่น รอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ
"อย่างพวกต้นกล้วย พริก พวกผักสวนครัวน่าจะมีนะคะ ปกติคนไทยเราชอบปลูกผักสวนครัวไว้เก็บกิน ส่วนต้นกล้วยก็เอาใบตองมาทำพวกกระทง"
"อ้อ...เรื่องนั้น เหมือนทางเรือนอื่น ๆ ก็จะเสนอมาเหมือนกันครับ ว่าน่าจะหาเอาต้นหมากรากไม้ที่เอามาทำอาหารมาวาง ผมก็จะคุยกับทีมงานอยู่เหมือนกัน"
"เวลาว่างก็อย่าให้ใกล้กับพวกไฟสปอตไลท์นักนะคะ มันร้อน ต้นไม้จะอยู่ได้ไม่นาน ไม่อย่างนั้นคงต้องเตรียมไว้สองชุด ผลัดเปลี่ยนกันคนละวัน พอเลิกงานวันไหนก็เอาอีกชุดมาเปลี่ยน พวกต้นหมากรากไม้เล็ก ๆ จะได้ดูดีอยู่ตลอด ส่วนต้นใหญ่ขนย้ายลำบากก็คงต้องเลยตามเลย"
ธนินชะงักค้างอยู่ครู่หนึ่ง ทีมจัดงานของเขาเตรียมแผนการเรื่องต้นหมากรากไม้ที่ทางผู้ดูแลเรือนภาคต่าง ๆ อาจจะร้องขอเอาไว้ก็จริงแต่ไม่มีใครละเอียดพอที่จะกล่าวถึงการเตรียมต้นไม้เหล่านี้ไว้ผลัดเปลี่ยนกันในแต่ละวันไม่ให้ต้องโดนแสงไฟสปอตไลท์อยู่ทุกวันซึ่งไม้ดอกไม้ผลเหล่านั้นคงไม่รอดอยู่ถึงเสร็จงาน มีหวังต้องวิ่งวุ่นหามาผลัดเปลี่ยนกันภายหลังโดยไม่มีการเตรียมแผนสอง
"ฉันขออนุญาตเดินดูรอบ ๆ หน่อยนะคะ"
จารุดาเอ่ยแล้วจูงแขนคุณจอมขวัญเดินอ้อมไปที่ด้านหนึ่งของเรือนไทยภาคกลางก่อนที่จะพากันพิจารณารอบเรือน ก่อนจะมาหยุดดูที่บริเวณที่จัดไว้สำหรับการทำครัว ตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวที่ตระเตรียมวางไว้หากยังไม่ทันได้จัดเข้าที่ดีนัก
ธนินไม่รู้ตัวว่ายืนมองจารุดากับท่าทางเอาการเอางานนั้นอยู่นานแค่ไหน กระทั่งได้สินเสียงใสแจ๋วเรียกชื่อเขาดังขึ้นมาจากทางหนึ่ง
"พี่นิน"
ผู้ที่เอ่ยเรียกชื่อชายหนุ่มเป็นเด็กสาววัยราวสิบห้าปี เด็กสาวสวมชุดนักเรียนมัธยมต้นของโรงเรียนดังที่บรรดาเศรษฐีเก่าใหม่รวมถึงกลุ่มคนในวงสังคมชั้นสูงนิยมส่งลูกหลานเข้าเรียน วิ่งเข้ามาถึงเด็กสาวก็กอดเอวลูกผู้พี่แน่น เงยหน้ามองธนินอย่างดีใจ
"คุณพ่อบอกว่าพี่นินอยู่นี่ ลี่เลยรีบมาหา ไม่อย่างนั้นไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอพี่นินสักที พ่อพาไปเยี่ยมลุงดิดกับป้าญาก็บ่อยแต่พี่นินไม่อยู่บ้านสักที ลี่เจอพี่นัทบ่อยกว่าพี่นินอีกทั้งที่พี่นัทแต่งงาน แยกบ้านไปแล้วแท้ ๆ แต่ยังไปเจอกันที่บ้านลุงดิดอยู่ตั้งหลายหน ลี่คิดถึงพี่นินจังไม่ได้เจอกันหลายเดือนแล้วนะ"
เด็กสาวนับนิ้วไล่เดือนที่ไม่ได้เจอญาติผู้พี่แต่แล้วก็เลิกคิดหันมาให้ความสนใจกับธนินอีกครั้ง
"แล้วเย็นนี้พี่นินจะไปไหนคะ ทานข้าวเย็นกับลี่กับพ่อนะคะ ลี่คิดถึง"
"ยัยลี่ นี่จะไม่ให้พี่พูดบ้างเลยหรือไงเรา"
ธนินยกมือขึ้นวางบนศีรษะลิลลี่ โยกเบา ๆ อย่างเอ็นดู เมื่อเห็นว่าหญิงสาวสองวัยที่กำลังตรวจดูอุปกรณ์ทำครัวของเรือนภาคกลางพากันหันมามองเขาก็เรียกให้ญาติผู้น้องเดินเข้าไปในเขตเรือน
"ลี่ไหว้อาขวัญกับพี่จาสิ"
เด็กสาวยกมือกระพุ่มไหว้ตามคำบอกของชายหนุ่ม
"น้องสาวผมเองครับ ลูกผู้น้องเป็นลูกสาวของคุณอา"
คุณจอมขวัญยกมือขึ้นรับไหว้ลิลลี่ พยายามระงับปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินว่าผู้ที่ธนินแนะนำให้รู้จักนั้นคือใคร ที่จริงสาวใหญ่มองเห็นเค้าหน้าของใครคนหนึ่งบนใบหน้าของเด็กสาวแต่แรกเห็น สายตาของเธอสอดส่ายหาใครที่ควรจะมาด้วยกันแต่ก็ไม่เห็นวี่แวว
"แล้วนี่คุณพ่อไปไหนล่ะยัยลี่ ทำไมปล่อยลูกสาวมาคนเดียวได้"
"คุณพ่อกำลังจะพาลี่เข้ามา ก็มีโทรศัพท์ดังพอดี คุณพ่อเลยขอรับโทรศัพท์ก่อน ลี่ไม่อยากรอเลยรีบเข้ามาหาพี่นินก่อน"
ความหวิวโหวงจู่โจมคุณจอมขวัญขึ้นมาอีกระลอกเมื่อรู้ว่าจะได้พบหน้าบิดาของเด็กสาว
"แล้วคุณอาขวัญกับพี่จาทำอะไรอยู่คะ พี่นินพาลี่มากวนรึเปล่าเอ่ย"
กิริยาท่าทางในการพูดจาของลิลลี่ยิ่งชวนให้น้าของจารุดานึกถึงใครอีกคน ช่างพูดคุย อารมณ์ดี เด็กสาวมีรอยยิ้มที่เหมือนทำให้โลกทั้งโลกสว่างไสวได้เหมือนเขาคนนั้นไม่มีผิด
"น้าขวัญ...จาว่าน้าขวัญต้องไม่สบายแน่ ๆ เห็นหน้าซีดตั้งแต่มาถึงแล้วนะคะ เรากลับกันดีไหมคะ เท่าที่ดูก็ไม่น่าจะมีอะไรต้องหามาเพิ่มแล้ว เดี๋ยวใกล้ ๆ วันงานเราค่อยมาดูกันอีกที"
"น้าไม่เป็นไรหรอกจา สงสัยจะเหนื่อยนิดหน่อยเท่านั้นแหละ"
คุณจอมขวัญฝืนยิ้มให้หลานสาวขณะที่ลิลลี่ขยับเดินเข้ามาใกล้คุณจอมขวัญและจารุดา มองสำรวจสิ่งของที่วางอยู่เบื้องหน้าสองน้าหลานอย่างใคร่รู้
"ตกลง...ทำอะไรกันอยู่คะ มีอะไรให้ลี่ช่วยรึเปล่า"
"ไม่มีอะไรค่ะน้องลี่ พี่กับน้าขวัญดูว่าของที่เตรียมมาครบถ้วนดีหรือยัง นี่ก็เสร็จแล้วล่ะค่ะ"
"พี่จากับน้าขวัญจะมาทำอาหารในงานเหรอคะ" ลิลลี่ทำตาโต "ได้ยินว่าจะมีการจัดงานอาหาร มีเรือนไทย ลี่เลยอยากมาดู ไม่คิดว่างานจะจัดใหญ่โตขนาดนี้ มีเรือนมาตั้งด้วย แล้วก็มีอาหารไทยสี่ภาคทั้งสาธิตทั้งขาย โอ๊ย...แค่พูดก็น้ำลายไหลแล้วค่ะ สงสัยช่วงจัดงานลี่ต้องมาเดินทุกวันแน่เลย ว่าแต่พี่จากับน้าขวัญจะทำอาหารอะไรบ้างคะ เมื่อไหร่ยังไง ให้ลี่มาช่วยด้วยไหมค่ะน่าสนุกดี ลี่ชอบทำอาหาร"
"ชอบทำหรือว่าชอบกินกันแน่ยัยลี่"
"พี่นิน...อย่ามาว่าลี่นะ ลี่อยากเรียนทำอาหารนี่"
"อยากเรียนจริง ๆ เดี๋ยวพี่จาไปสมัครเรียนกับพี่จาก็ได้ พี่จาเขาเป็นครูอยู่โรงเรียนทำอาหารด้วย"
"จริงเหรอคะ ดีจัง น่าสนใจมาก ๆ แต่เดี๋ยวลี่ต้องดูก่อนว่าตอนไหนที่ไม่ต้องเรียนพิเศษ"
ธนินลอบยิ้ม ลิลลี่ดูเอาจริงเอาจังกว่าที่เขาคาด มีน้องสาวคนนี้ไปสมัครเรียนอีกคนเขาก็มีเหตุให้เข้าใกล้จารุดาได้มากขึ้นแถมนิสัยช่างพูด เข้ากับคนง่ายของเด็กสาวน่าจะช่วยเขาได้มาก
"หรือจะลองขอให้พี่จาสอนให้เป็นพิเศษก็น่าสนใจนะ"
ชั่วขณะที่จารุดาหันขวับมามองเมื่อได้ยินข้อเสนอแนะของเขา ธนินได้เห็นอารมณ์บางอย่าง...หญิงสาวรู้ทันเขาและมองเหมือนไม่พอใจนัก หากอารมณ์นั้นปรากฏอยู่บนใบหน้าเพียงครู่เดียวเพราะคนที่เด็กสุดในที่นั้นโผเข้าเกาะแขนเธอทันที
"จริงสิคะ ถ้าพี่จาว่างสอนลี่ที่บ้านก็ดีนะคะ สอนตัวต่อตัวน่าจะเป็นเร็ว"
"ปกติพี่ไม่เคยสอนนักเรียนข้างนอกค่ะน้องลี่ พี่สอนแต่ในโรงเรียน"
"ว้า...เสียดายจังค่ะ" เด็กสาวทำหน้าผิดหวังแต่เมื่อสายตามองไปทางหนึ่งริมฝีปากสองข้างก็คลี่ออก แววตาสดใสเป็นประกายขึ้นมาทันที "พ่อมาโน่นแล้วค่ะพี่นิน"
เสียงของลิลลี่ดึงให้สองน้าหลานหันมองไปทางเดียวกันกับเด็กสาว หนุ่มใหญ่วัยไล่เลี่ยกับคุณจอมขวัญในชุดสูทสีเข้มกำลังก้าวย่างเข้ามารอยยิ้มนั้นเด่นมาแต่ไกล ดวงตาหลังกรอบแว่นเกือบกลายเป็นเส้นเมื่อเจ้าตัวแย้มยิ้ม ทว่ายิ่งเดินใกล้เข้ามาเท่าใดรอยยิ้มบนใบหน้านั้นก็ยิ่งเลือนไป อาของธนินกำลังมองไปทางสองน้าหลานราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเองรำพึงออกมาแผ่วเบา
"ขวัญ"
"พ่อคะ ลี่ชวนพี่นินทานข้าวเย็นกัน เราทานนอกบ้านกันสักวันนะคะ เดี๋ยวโทร.ไปบอกป้าพิศให้เอาอาหารเย็นแบ่งกันทานเลย"
เด็กสาวเอ่ยเหมือนชักชวนผู้ให้กำเนิดแต่ไม่รอฟังคำตอบหยิบเอาโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋านักเรียนมากดต่อสายไปที่บ้าน เดินเลี่ยงไปทางหนึ่งแต่เสียงพูดแจ้วกับปลายสายยังแว่วมาถึงคนที่ยืนอยู่
"เอ่อ...น้าขวัญ คุณจา นี่อาทัดครับ อาแท้ ๆ ของผมเอง"
คุณจอมขวัญและจารุดายกมือไหว้หนุ่มใหญ่ คนเป็นหลานสาวยิ้มให้กับผู้มาใหม่แต่น้าสาวมีสีหน้าที่ดูซีดลงกว่าเดิมเล็กน้อยทั้งยังเหมือนจะทรงตัวไม่ค่อยอยู่
พี่บัณทัต พี่ทัด...นานแสนนานจริง ๆ ที่ไม่ได้เจอหน้า
"อุ๊ย! น้าขวัญ จาว่าแล้วเชียวว่าน้าขวัญต้องไม่สบายจริง ๆ มาค่ะ เดินมานั่งทางนี้ก่อน"
คราวนี้หญิงกลางคนยอมเชื่อหลานสาวก้าวตามไปนั่งที่แคร่ที่วางอยู่ภายในบริเวณเรือน สายตายังคงไม่ละจากหนุ่มใหญ่ที่มองตอบมาด้วยแววตาที่สะท้อนนัยบางอย่างซึ่งคุณจอมขวัญรับรู้ได้
ความรู้สึกโหยหาแบบเดียวกัน
"เรียบร้อยแล้วค่ะพ่อ ลี่โทร.บอกที่บ้านแล้วเรียบร้อย" ลิลลี่ซึ่งโทรศัพท์เสร็จเดินกลับมาสมทบ "อ้าว! นั่นคุณน้าขวัญเป็นอะไรไปคะ ไม่สบายเหรอคะ"
"หน้ามืดนิดหน่อยจ๊ะ สงสัยน้าจะเหนื่อย"
ธนินคำนวณในหัวอย่างรวดเร็ว หากเป็นเขาเอ่ยปากชวนเองอาจได้รับการปฏิเสธจากสองน้าหลาน แต่หากอาศัยความช่างพูดช่างอ้อนของลิลลี่โอกาสที่จะสำเร็จมีเกือบร้อยเปอร์เซนต์ เขาพอจะรู้นิสัยน้องสาวคนนี้ดีว่าหากนึกอยากจะทำอะไรขึ้นมาแล้วก็ต้องทำให้ได้ อย่างตอนนี้ได้มารู้มาเห็น นึกอยากเรียนทำอาหารก็ต้องหาทางเรียนให้ได้ ส่วนจะชอบหรือจะเบื่อหลังจากได้ลองทำจริงนั่นก็เป็นอีกเรื่อง
"ยัยลี่...พี่กะว่าพี่จะชวนคุณจากับน้าขวัญทานข้าวอยู่พอดีก่อนที่ลี่จะมา จะว่าอะไรไหมถ้าคุณจากับน้าขวัญเขาจะทานมื้อเย็นกับเราด้วย"
ธนินขยับเข้าใกล้น้องสาวแอบกระซิบเบา ๆ "เผื่อลี่จะได้มีโอกาสอ้อนให้พี่จาหรือไม่ก็น้าขวัญสอนทำอาหารให้ไง"
เด็กสาวพยักหน้าเบา ๆ มองไปทางสองน้าหลานแล้วเอ่ยตอบพี่ชาย
"ลี่ไม่ว่าหรอกค่ะ น้าขวัญน่าจะต้องทานอะไรสักหน่อยด้วยจะได้มีแรง ดูหน้าซีดมากเลยนะคะ หรือว่าจะเอายาไหมคะ เดี๋ยวลี่ไปหามาให้"
"ไม่เป็นไรจ๊ะ น้าไหว นั่งพักสักหน่อยก็ดีขึ้น" คุณจอมขวัญเอ่ย ยิ้มให้ลิลลี่อย่างนึกเอ็นดู...แม่เขาคงจะสอนมาดี พูดจาไพเราะ มีสัมมาคารวะกับผู้หลักผู้ใหญ่
"แต่ยังไงน้าขวัญกับพี่จาทานข้าวกับลี่ก่อนนะคะ"
จารุดาขยับปากจะปฏิเสธแต่เมื่อเห็นสีหน้า แววตาอ้อนวอนของเด็กสาวก็ใจอ่อน อีกครั้งที่เมื่อตวัดสายตามองไปทางธนินแล้วอดไม่ได้ที่จะแสดงทีให้รู้ว่าเธอรู้ทันว่าเขาคิดจะใช้น้องสาวเป็นสะพานเชื่อมถึงตัวเธอเอง
"ตกลงนะคะพี่จา"
"พี่คงต้องถามน้าขวัญด้วยค่ะ"
คุณบัณทัตที่ยืนฟังเงียบ ๆ อยู่นานเป็นคนแรกที่มีปฏิกิริยากับคำพูดของจารุดา
"ผมว่าคุณขวัญน่าจะทานอะไรก่อนกลับบ้านนะครับ ดูท่าทางคุณขวัญไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กว่าจะเดินทางไกลไปถึงบ้านเดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งไปซะก่อน"
"จริงด้วยค่ะ" ลิลลี่เห็นด้วยกับผู้ให้กำเนิด "นะคะน้าขวัญ"
"หนูจาโทร.บอกยายเขาหน่อยก็แล้วกันนะ"
คุณจอมขวัญบอกหลานสาวแอบลอบสังเกตหลานสาวของตนและหลานชายของคุณบัณทัต...สองหนุ่มสาวรวมถึงลิลลี่ไม่มีใครเอะใจเลยสักคนว่าคุณบัณทัตที่เพิ่งมาเจอสองน้าหลานรู้ได้อย่างไรว่า 'บ้าน' อยู่ไกล
หนุ่มใหญ่ไม่ใช่แค่รู้ว่าคุณจอมขวัญและหลานสาวพักอยู่ที่ไหน...เขาเคยไปเป็นแขกของบ้านนั้นมาแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งด้วยซ้ำ
"แปลกจริง ๆ นะ ลำพังคุณนินก็คนนึง ตามมาสมัครเรียนด้วยเลยแล้วก็ดันมีนักเรียนผู้ชายมาทำท่าทางแปลก ๆ กับเธออีก ฉันล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่าเธอเกิดจะมามีเสน่ห์แรงอะไรเอาตอนนี้" นิคมขมวดคิ้วแล้วนึกได้ว่าจะทำให้หน้าเหี่ยว จึงยกมือขึ้นลูบราวกับจะทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้นมาได้ "ว่าแต่ผู้เข้าชิงหน้าตาเป็นยังไง ยังไม่เห็นเลย"
"อยากเห็นเดี๋ยวก็ได้เห็น เข้าไปเป็นผู้ช่วยหน่อยสิ เดี๋ยวโทร.ไปขอคุณกุ๊กให้"
"ก็ต้องแบบนั้นอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นจะดั้นด้นมาถึงนี่ทำไมล่ะ"
"ถ้ายายรู้เรื่องเข้า..."
"ให้รู้ไม่ได้เด็ดขาดนะแม่คุณ ไม่อย่างงั้นเธอโดนล่ามโซ่กักตัวไว้ในบ้านสวนไม่ต้องออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันแน่"
"เกินไปแล้ว คงไม่ถึงขั้นนั้นหรอก" จารุดาถอนใจ "อย่างมากก็แค่ต้องเลิกสอน ทำงานที่ร้านได้อย่างเดียว เผลอ ๆ ที่ตกลงเรื่องไปออกงานเทศกาลอาหารมีหวังต้องล้มเลิก"
"นั่นแหละ ฉันยังอยากรู้สึกว่ามีเพื่อนไปไหนมาไหนกันได้ เจอกันข้างนอกได้บ้าง ไม่ใช่ไปเยี่ยมเพื่อนสาวในเขตกักกัน" นิคมพูดสนุกปากแต่เมื่อเห็นจารุดาหน้าเสียไปเล็กน้อยก็เปลี่ยนท่าที "เอาเถอะ ๆ เรื่องนี้ถ้าเราไม่พูดไปคุณยายคงไม่รู้หรอก แต่เราต้องรู้ก่อนว่าสองคนนั้นเขามีอะไรกันแน่ เห็นเธอว่าคุณนินดูจะเขม่นนายคุณยอร์จอะไรนั่นด้วยใช่ไหม แสดงว่าเขาต้องรู้จักกัน"
"เรื่องสองคนนั้นจะยังไงก็ช่างเถอะเขาจะมาไม้ไหนก็เรื่องของเขา เราไม่ไปยุ่งก็คงไม่มีอะไร ฉันแค่กลัวว่ายายจะรู้เข้าเท่านั้นแหละ เธอแค่มาช่วยกันให้ก็พอ ฉันเองก็ไม่ได้อยากถูกยายจับขังเป็นนกในกรงนักหรอก"
"ไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า ตราบใดที่นิกกี้ยังอยู่ รับรองว่าจะคอยงาบ เอ๊ย...คอยดีดผู้ชายไปให้ห่าง จะได้ไม่มีปัญหากับยาย"
นิคมพูดแล้วจับสังเกตสีหน้าของจารุดา อีกฝ่ายดูเหมือนจะโล่งใจหากแววตาก็ครุ่นคิดอะไรอยู่ลึก ๆ
เอาให้แน่ก่อนเถอะว่าเธอจะไม่ไปสนใจใครเค้าเข้าเหมือนกันธรรมชาติสร้างผู้หญิงมาคู่กับผู้ชาย เอ่อ..ไม่นับเพศทางเลือก เก้ง กวาง ที่หันมากินกันเองน่ะนะ...เธอจะไม่ชอบผู้ชายคนไหนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเลยก็คงเป็นไปไม่ได้หรอกยัยจาเอ๊ย
"อะไรนะเจ้านิน" คุณบัณฑิตถามอย่างไม่เชื่อหูเมื่อได้รับรายงานจากลูกชายเรื่อง 'งาน' หนุ่มใหญ่ส่ายหน้า "นี่ยังไม่ได้เบอร์หนูจาอีกเหรอ แล้วก็ยังได้คุยกันไม่กี่คำ"
"ก็ใช่สิพ่อ แต่พ่อไม่ต้องห่วงนะ ไอ้ยอร์จเองก็ยังเข้าถึงคุณจาไม่ได้เหมือนกัน อาทิตย์หน้าเราก็จะเริ่มจัดสถานที่เทศกาลอาหารแล้ว ผมมีโอกาสได้คุยกับคุณจาเขามากกว่าไอ้ยอร์จอยู่แล้ว ถึงจะมียัยคุณนิกกี้เป็นก้างก็เถอะ"
"มันจะอะไรนักหนากันเชียวเพื่อนหนูจาคนนี้"
"น้อยไปสิพ่อ เขามาเป็นผู้ช่วยคุณจาในห้องเรียน คอยเดินไปมาหยิบจับโน่นจับนี่ให้กับนักเรียน แต่ป้วนเปี้ยนอยู่แต่กับผมกับไอ้ยอร์จสองคนเป็นพิเศษ มาใกล้ทีไรเสียวหลังวาบทุกที กลัวว่าคุณเธอจะจับอย่างอื่นที่ไม่ใช่อุปกรณ์ทำขนม พอเลิกปุ๊บก็เดินไปยืนประกบคุณจา จ้องผมกับไอ้ยอร์จซะจนเราสองคนต้องรีบชิ่งกลับมา ไม่รู้คุณเธอไม่ทำงานทำการหรือไงตามมาเฝ้าเพื่อนได้ตลอดสิน่า"
"พยายามเข้าหน่อยแล้วอย่าให้ช้าเกินก็แล้วกัน ถึงโครงการขยายสาขาไปต่างจังหวัดสาขาแรกจะเป็นโครงการระยะยาว แต่อย่างน้อยเราควรจะได้ที่ดินแปลงนี้ไว้ในมือซะก่อนที่จะดำเนินการอะไรต่อ"
"ผมว่ายังไงเรื่องที่หนูจาของพ่อเค้าจะขายที่หรือไม่ขายก็ต้องให้ยายเค้าตัดสินใจอยู่ดี ขนาดเรื่องที่พ่อวางแผนให้ตีสนิทชวนเขามาออกงาน ยายจันทร์ยังต้องเป็นคนฟันธงเลย"
"เรื่องนั้นมันอยู่ที่แกว่าจะมีความสามารถพอไหม"
"มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ นะพ่อ"
"พ่อถึงคิดว่าจะเพิ่มปันผลปลายปีให้แกอีกสักหน่อยถ้าทำสำเร็จ แบ่งส่วนของพ่อให้อีกนิดนึง"
ธนินตาโตกับข้อเสนอ ตอนแรกทำแค่ไม่ถูกตัดเงิน ตอนนี้ทำสำเร็จมีค่าตอบแทนเพิ่มให้อีก บิดาของเขาสมกับเป็นนักธุรกิจเสียจริง ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้แบบนี้เขายิ่งต้องพยายามทำให้สำเร็จ
เอาชนะยศกฤตด้วย ได้เงินใช้เพิ่มด้วย มันก็ดี แต่จะเข้าถึงป้าเชยที่ทำท่าทางไม่สนใจเขาเลยได้อย่างไรนี่สิที่เป็นปัญหา คิดไปแล้วธนินก็รู้สึกอยากเอาชนะจารุดาขึ้นมาอีกคน และชั่วขณะหนึ่งความรู้สึกอยากเอาชนะผู้หญิงที่ทำเหมือนเขาไม่น่าสนใจกลับดูเหมือนจะทรงพลังยิ่งกว่าเป้าหมายอื่น
ธนินเกลียดความพ่ายแพ้ การเอาชนะผู้หญิงไม่เคยเป็นเรื่องยากสำหรับเขา ดังนั้นการที่จารุดาทำเหมือนเขาไม่น่าสนใจสักก็ทำให้เขารู้สึกว่าพ่ายแพ้หมดรูป
คุณจอมขวัญมองความใหญ่โตของห้างสรรพสินค้าที่เธอเคยเหยียบย่างเข้ามาเมื่อหลายสิบปีก่อนครั้งที่ยังไม่ได้ขยายส่วน ต่อเติม สร้างเพิ่มจนใหญ่โตขนาดนี้ ความรู้สึกบางอย่างโจมตีขึ้นมาในอกเมื่อต้องมาเยือนสถานที่นี้ จริงอยู่มีหลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยเห็นแต่ความทรงจำนั้นยังคงไม่เคยลบเลือน
กระทั่งจารุดาขับรถวนขึ้นที่จอดรถใหญ่โตของห้างสรรพสินค้าใหญ่แล้วเธอก็ยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องราวในอดีต มารู้สึกตัวตอนได้ยินเสียงหลานสาวดังขึ้น
"น้าขวัญ...ใจลอยไปถึงไหนคะ ถึงแล้วค่ะ"
"จ๊ะ น่าคิดอะไรเพลินไปหน่อย"
คุณจอมขวัญเปิดประตูก้าวลงจากพาหนะคู่ใจของจารุดา เดินตามหลานสาวไปยังทางเข้าห้างสรรพสินค้าใหญ่ อากาศภายในตัวอาคารเย็นฉ่ำผิดกับบริเวณที่จอดรถ หากในใจของสาวใหญ่นั้นหนาวเยือกยิ่งกว่า
แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่ความคิดที่ว่าเธออาจจะได้พบกับ 'เขาคนนั้น' ทำให้เกือบจะก้าวขาไม่ออก
"น้าขวัญ เป็นอะไรไปคะหน้าซีด ๆ"
"อ้อ...เปล่าจ๊ะ" น้าสาวตอบหลาน สูดลมหายใจยาวลึก เธอตัดสินใจแล้ว ตัดสินใจที่จะมา ตัดสินใจเผชิญหน้าหากจำเป็น ความปรารถนาในส่วนลึกร่ำร้องอยากได้พบเขาอีกสักครั้ง ได้รับรู้ทุกข์สุขแม้ว่าอีกทางหนึ่งจะเป็นการสะกิดแผลเก่าในใจก็ตาม "น้าไม่ค่อยได้ออกมาเดินห้าง ฯ แบบนี้ ส่วนใหญ่เดินแต่ตลาด กลัวจะเปิ่น น้าแต่ตัวไม่ค่อยเหมาะมาเดินห้างหรูแบบนี้เท่าไหร่"
"นึกว่าเรื่องอะไร" จารุดามองเสื้อเชิ้ตลายดอกไม้สีเข้ม กางเกงสีดำสนิทและรองเท้าแบบสวมสีขาวของคุณจอมขวัญแล้วยิ้มเอาใจช่วยผู้เป็นน้า "ห้างเดอะเบสท์ดูหรูก็จริงนะคะ แต่คนที่มาเดินก็แต่งตัวหลายแบบ บางคนก็นุ่งขาสั้นรองเท้าคีบด้วยซ้ำ เดี๋ยวนี้คนแต่งตัวตามใจชอบกันทั้งนั้นแหละค่ะน้าขวัญ"
"จริงของจานะ น้าคงจะคิดมากเกินไปหน่อย"
คุณจอมขวัญเบาใจที่หลานสาวเชื่อในข้ออ้างนั้น คร้านจะเล่าความหลังให้จารุดาฟัง จริงอยู่อีกฝ่ายคงได้ฟังเรื่องในอดีตของสาว ๆบ้านสวนจากปากคนเก่าแก่ในบ้านบ้างแล้วแต่ก็เป็นเพียงแค่ผิวเผินไม่รู้รายละเอียดอะไรแน่ชัด ยิ่งเรื่องของเธอด้วยแล้วน้อยคนที่จะรู้ซึ้งสิ่งที่สาวใหญ่จำต้องเก็บงำเอาไว้ตั้งแต่ยังเป็นสาว
จารุดาเดินนำคุณจอมขวัญไปหน้าประตูทางเข้าโถงที่กำลังเตรียมการจัดงานมหกรรมอาหารสี่ภาค ชายหนุ่มที่คุณจอมขวัญเคยเห็นหน้าตาไกล ๆ เมื่อครั้งเขาไปเยือนบ้านสวนคุณจันทร์
ธนินยกมือไหว้น้าสาวของจารุดา มองหาบุคคลที่ปกติมักจะปรากฏตัวมาเป็นกันชนให้หญิงสาวจนแน่ใจว่านิคมคงไม่มาด้วย มุมปากทั้งสองจึงคลี่ออกยิ้มแย้ม
"นี่น้าขวัญค่ะ น้าขวัญจะมาช่วยดูแลงานสลับกับฉัน ฉันก็เลยพามาดูการเตรียมงานด้วย"
"ผมธนินครับ เรียกนินก็ได้" ชายหนุ่มดูท่าทางอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เมื่อไม่มีนางสาวนิกกี้มาด้วย "ตอนนี้ในฮอลล์กำลังเตรียมงานเลยปิดทางเข้าด้านหน้าเอาไว้ เราต้องไปเข้าอีกทางนึง เดี๋ยวผมพาไปเองครับ"
คุณจอมขวัญและหลานสาวเดินตามชายหนุ่ม หญิงกลางคนเริ่มสงบลงเมื่อคิดตกว่าเป็นผู้เลือกที่จะสร้างโอกาสให้ได้พบกับหนึ่งในผู้บริหารเดอะเบสท์ บางทีการได้พบ 'เขา' อาจเป็นเรื่องดี
อารมณ์ที่ซ่อนงำเอาไว้เนิ่นนานนั้นก็เหมือนหนามที่ยอกอยู่ในอก และเธอเป็นผู้ที่ปล่อยให้มันค้างคาไว้ ไม่บ่งมันออก จริงอยู่ที่ความชาชินกันความไม่สบายนั้นจะทำให้ลืมนึกถึงมันไปบาง แต่หากเมื่อใดที่ถูกสะกิดย้ำ ความเจ็บแปลบก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่ดี ก้าวย่างแต่ละก้าวของน้าสาวจารุดาค่อยหนักแน่นมั่นคงขึ้นตามความรู้สึกของเจ้าตัว ก่อนอารมณ์ต่าง ๆ จะถูกแทนที่ด้วยความตื่นตาเมื่อก้าวผ่านพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ยืนเฝ้าประตูด้านข้างซึ่งเป็นทางเข้าเฉพาะสำหรับเจ้าหน้าที่เข้าสู่ลานฮอลล์ของห้างใหญ่
ภายในโถงกว้างขวางนั้นมีเรือนไทยสี่ภาคตั้งอยู่คนละมุม ของโถงรอบเรือนประดับตกแต่งด้วยพรรณไม้พื้นเมืองของแต่ละภาค เน้นเฉพาะที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักสามารถปลูกในกระถางใบใหญ่ได้ ภายในตัวเรือนนั้นไม่มีของประดับตกแต่งอะไรมากนัก เพราะผู้จัดงานตั้งใจจะทำให้ส่วนทำครัวเด่นกว่าส่วนอื่น กลางผนังด้านหนึ่งของโถงมีเวทีติดตั้งจอโทรทัศน์เรียงต่อกันเต็มพื้นที่เวที บนเวทีมีเคาน์เตอร์ครัวเล็กขนาดย่อม พร้อมอุปกรณ์ครัวทันสมัย กึ่งกลางเคาน์เตอร์ครัวติดป้ายชื่อร้านศูนย์รวมเฟอร์นิเจอร์ดังที่สนับสนุนอุปกรณ์ทำครัวทั้งหมด
"คุณจากับคุณน้าขวัญมาก็ดีครับ ผมจะได้ให้ช่วยดูด้วยว่าขาดเหลืออะไรรึเปล่า"
"ไม่ขาดหรอกค่ะแต่ถ้ามีอะไรเพิ่มน่าจะดีกว่านี้"
คนที่ปกติไม่ค่อยพูดจาอะไรกับเขาเอ่ยขึ้นทำให้ธนินต้องหยุดเดินหันหลังกลับไปมองอย่างไม่เชื่อสายตา หญิงสองวัยที่เดินตามมาก็หยุดตาม ชายหนุ่มพยายามมองตาจารุดาผ่านกรอบแว่น รอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ
"อย่างพวกต้นกล้วย พริก พวกผักสวนครัวน่าจะมีนะคะ ปกติคนไทยเราชอบปลูกผักสวนครัวไว้เก็บกิน ส่วนต้นกล้วยก็เอาใบตองมาทำพวกกระทง"
"อ้อ...เรื่องนั้น เหมือนทางเรือนอื่น ๆ ก็จะเสนอมาเหมือนกันครับ ว่าน่าจะหาเอาต้นหมากรากไม้ที่เอามาทำอาหารมาวาง ผมก็จะคุยกับทีมงานอยู่เหมือนกัน"
"เวลาว่างก็อย่าให้ใกล้กับพวกไฟสปอตไลท์นักนะคะ มันร้อน ต้นไม้จะอยู่ได้ไม่นาน ไม่อย่างนั้นคงต้องเตรียมไว้สองชุด ผลัดเปลี่ยนกันคนละวัน พอเลิกงานวันไหนก็เอาอีกชุดมาเปลี่ยน พวกต้นหมากรากไม้เล็ก ๆ จะได้ดูดีอยู่ตลอด ส่วนต้นใหญ่ขนย้ายลำบากก็คงต้องเลยตามเลย"
ธนินชะงักค้างอยู่ครู่หนึ่ง ทีมจัดงานของเขาเตรียมแผนการเรื่องต้นหมากรากไม้ที่ทางผู้ดูแลเรือนภาคต่าง ๆ อาจจะร้องขอเอาไว้ก็จริงแต่ไม่มีใครละเอียดพอที่จะกล่าวถึงการเตรียมต้นไม้เหล่านี้ไว้ผลัดเปลี่ยนกันในแต่ละวันไม่ให้ต้องโดนแสงไฟสปอตไลท์อยู่ทุกวันซึ่งไม้ดอกไม้ผลเหล่านั้นคงไม่รอดอยู่ถึงเสร็จงาน มีหวังต้องวิ่งวุ่นหามาผลัดเปลี่ยนกันภายหลังโดยไม่มีการเตรียมแผนสอง
"ฉันขออนุญาตเดินดูรอบ ๆ หน่อยนะคะ"
จารุดาเอ่ยแล้วจูงแขนคุณจอมขวัญเดินอ้อมไปที่ด้านหนึ่งของเรือนไทยภาคกลางก่อนที่จะพากันพิจารณารอบเรือน ก่อนจะมาหยุดดูที่บริเวณที่จัดไว้สำหรับการทำครัว ตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวที่ตระเตรียมวางไว้หากยังไม่ทันได้จัดเข้าที่ดีนัก
ธนินไม่รู้ตัวว่ายืนมองจารุดากับท่าทางเอาการเอางานนั้นอยู่นานแค่ไหน กระทั่งได้สินเสียงใสแจ๋วเรียกชื่อเขาดังขึ้นมาจากทางหนึ่ง
"พี่นิน"
ผู้ที่เอ่ยเรียกชื่อชายหนุ่มเป็นเด็กสาววัยราวสิบห้าปี เด็กสาวสวมชุดนักเรียนมัธยมต้นของโรงเรียนดังที่บรรดาเศรษฐีเก่าใหม่รวมถึงกลุ่มคนในวงสังคมชั้นสูงนิยมส่งลูกหลานเข้าเรียน วิ่งเข้ามาถึงเด็กสาวก็กอดเอวลูกผู้พี่แน่น เงยหน้ามองธนินอย่างดีใจ
"คุณพ่อบอกว่าพี่นินอยู่นี่ ลี่เลยรีบมาหา ไม่อย่างนั้นไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอพี่นินสักที พ่อพาไปเยี่ยมลุงดิดกับป้าญาก็บ่อยแต่พี่นินไม่อยู่บ้านสักที ลี่เจอพี่นัทบ่อยกว่าพี่นินอีกทั้งที่พี่นัทแต่งงาน แยกบ้านไปแล้วแท้ ๆ แต่ยังไปเจอกันที่บ้านลุงดิดอยู่ตั้งหลายหน ลี่คิดถึงพี่นินจังไม่ได้เจอกันหลายเดือนแล้วนะ"
เด็กสาวนับนิ้วไล่เดือนที่ไม่ได้เจอญาติผู้พี่แต่แล้วก็เลิกคิดหันมาให้ความสนใจกับธนินอีกครั้ง
"แล้วเย็นนี้พี่นินจะไปไหนคะ ทานข้าวเย็นกับลี่กับพ่อนะคะ ลี่คิดถึง"
"ยัยลี่ นี่จะไม่ให้พี่พูดบ้างเลยหรือไงเรา"
ธนินยกมือขึ้นวางบนศีรษะลิลลี่ โยกเบา ๆ อย่างเอ็นดู เมื่อเห็นว่าหญิงสาวสองวัยที่กำลังตรวจดูอุปกรณ์ทำครัวของเรือนภาคกลางพากันหันมามองเขาก็เรียกให้ญาติผู้น้องเดินเข้าไปในเขตเรือน
"ลี่ไหว้อาขวัญกับพี่จาสิ"
เด็กสาวยกมือกระพุ่มไหว้ตามคำบอกของชายหนุ่ม
"น้องสาวผมเองครับ ลูกผู้น้องเป็นลูกสาวของคุณอา"
คุณจอมขวัญยกมือขึ้นรับไหว้ลิลลี่ พยายามระงับปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินว่าผู้ที่ธนินแนะนำให้รู้จักนั้นคือใคร ที่จริงสาวใหญ่มองเห็นเค้าหน้าของใครคนหนึ่งบนใบหน้าของเด็กสาวแต่แรกเห็น สายตาของเธอสอดส่ายหาใครที่ควรจะมาด้วยกันแต่ก็ไม่เห็นวี่แวว
"แล้วนี่คุณพ่อไปไหนล่ะยัยลี่ ทำไมปล่อยลูกสาวมาคนเดียวได้"
"คุณพ่อกำลังจะพาลี่เข้ามา ก็มีโทรศัพท์ดังพอดี คุณพ่อเลยขอรับโทรศัพท์ก่อน ลี่ไม่อยากรอเลยรีบเข้ามาหาพี่นินก่อน"
ความหวิวโหวงจู่โจมคุณจอมขวัญขึ้นมาอีกระลอกเมื่อรู้ว่าจะได้พบหน้าบิดาของเด็กสาว
"แล้วคุณอาขวัญกับพี่จาทำอะไรอยู่คะ พี่นินพาลี่มากวนรึเปล่าเอ่ย"
กิริยาท่าทางในการพูดจาของลิลลี่ยิ่งชวนให้น้าของจารุดานึกถึงใครอีกคน ช่างพูดคุย อารมณ์ดี เด็กสาวมีรอยยิ้มที่เหมือนทำให้โลกทั้งโลกสว่างไสวได้เหมือนเขาคนนั้นไม่มีผิด
"น้าขวัญ...จาว่าน้าขวัญต้องไม่สบายแน่ ๆ เห็นหน้าซีดตั้งแต่มาถึงแล้วนะคะ เรากลับกันดีไหมคะ เท่าที่ดูก็ไม่น่าจะมีอะไรต้องหามาเพิ่มแล้ว เดี๋ยวใกล้ ๆ วันงานเราค่อยมาดูกันอีกที"
"น้าไม่เป็นไรหรอกจา สงสัยจะเหนื่อยนิดหน่อยเท่านั้นแหละ"
คุณจอมขวัญฝืนยิ้มให้หลานสาวขณะที่ลิลลี่ขยับเดินเข้ามาใกล้คุณจอมขวัญและจารุดา มองสำรวจสิ่งของที่วางอยู่เบื้องหน้าสองน้าหลานอย่างใคร่รู้
"ตกลง...ทำอะไรกันอยู่คะ มีอะไรให้ลี่ช่วยรึเปล่า"
"ไม่มีอะไรค่ะน้องลี่ พี่กับน้าขวัญดูว่าของที่เตรียมมาครบถ้วนดีหรือยัง นี่ก็เสร็จแล้วล่ะค่ะ"
"พี่จากับน้าขวัญจะมาทำอาหารในงานเหรอคะ" ลิลลี่ทำตาโต "ได้ยินว่าจะมีการจัดงานอาหาร มีเรือนไทย ลี่เลยอยากมาดู ไม่คิดว่างานจะจัดใหญ่โตขนาดนี้ มีเรือนมาตั้งด้วย แล้วก็มีอาหารไทยสี่ภาคทั้งสาธิตทั้งขาย โอ๊ย...แค่พูดก็น้ำลายไหลแล้วค่ะ สงสัยช่วงจัดงานลี่ต้องมาเดินทุกวันแน่เลย ว่าแต่พี่จากับน้าขวัญจะทำอาหารอะไรบ้างคะ เมื่อไหร่ยังไง ให้ลี่มาช่วยด้วยไหมค่ะน่าสนุกดี ลี่ชอบทำอาหาร"
"ชอบทำหรือว่าชอบกินกันแน่ยัยลี่"
"พี่นิน...อย่ามาว่าลี่นะ ลี่อยากเรียนทำอาหารนี่"
"อยากเรียนจริง ๆ เดี๋ยวพี่จาไปสมัครเรียนกับพี่จาก็ได้ พี่จาเขาเป็นครูอยู่โรงเรียนทำอาหารด้วย"
"จริงเหรอคะ ดีจัง น่าสนใจมาก ๆ แต่เดี๋ยวลี่ต้องดูก่อนว่าตอนไหนที่ไม่ต้องเรียนพิเศษ"
ธนินลอบยิ้ม ลิลลี่ดูเอาจริงเอาจังกว่าที่เขาคาด มีน้องสาวคนนี้ไปสมัครเรียนอีกคนเขาก็มีเหตุให้เข้าใกล้จารุดาได้มากขึ้นแถมนิสัยช่างพูด เข้ากับคนง่ายของเด็กสาวน่าจะช่วยเขาได้มาก
"หรือจะลองขอให้พี่จาสอนให้เป็นพิเศษก็น่าสนใจนะ"
ชั่วขณะที่จารุดาหันขวับมามองเมื่อได้ยินข้อเสนอแนะของเขา ธนินได้เห็นอารมณ์บางอย่าง...หญิงสาวรู้ทันเขาและมองเหมือนไม่พอใจนัก หากอารมณ์นั้นปรากฏอยู่บนใบหน้าเพียงครู่เดียวเพราะคนที่เด็กสุดในที่นั้นโผเข้าเกาะแขนเธอทันที
"จริงสิคะ ถ้าพี่จาว่างสอนลี่ที่บ้านก็ดีนะคะ สอนตัวต่อตัวน่าจะเป็นเร็ว"
"ปกติพี่ไม่เคยสอนนักเรียนข้างนอกค่ะน้องลี่ พี่สอนแต่ในโรงเรียน"
"ว้า...เสียดายจังค่ะ" เด็กสาวทำหน้าผิดหวังแต่เมื่อสายตามองไปทางหนึ่งริมฝีปากสองข้างก็คลี่ออก แววตาสดใสเป็นประกายขึ้นมาทันที "พ่อมาโน่นแล้วค่ะพี่นิน"
เสียงของลิลลี่ดึงให้สองน้าหลานหันมองไปทางเดียวกันกับเด็กสาว หนุ่มใหญ่วัยไล่เลี่ยกับคุณจอมขวัญในชุดสูทสีเข้มกำลังก้าวย่างเข้ามารอยยิ้มนั้นเด่นมาแต่ไกล ดวงตาหลังกรอบแว่นเกือบกลายเป็นเส้นเมื่อเจ้าตัวแย้มยิ้ม ทว่ายิ่งเดินใกล้เข้ามาเท่าใดรอยยิ้มบนใบหน้านั้นก็ยิ่งเลือนไป อาของธนินกำลังมองไปทางสองน้าหลานราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเองรำพึงออกมาแผ่วเบา
"ขวัญ"
"พ่อคะ ลี่ชวนพี่นินทานข้าวเย็นกัน เราทานนอกบ้านกันสักวันนะคะ เดี๋ยวโทร.ไปบอกป้าพิศให้เอาอาหารเย็นแบ่งกันทานเลย"
เด็กสาวเอ่ยเหมือนชักชวนผู้ให้กำเนิดแต่ไม่รอฟังคำตอบหยิบเอาโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋านักเรียนมากดต่อสายไปที่บ้าน เดินเลี่ยงไปทางหนึ่งแต่เสียงพูดแจ้วกับปลายสายยังแว่วมาถึงคนที่ยืนอยู่
"เอ่อ...น้าขวัญ คุณจา นี่อาทัดครับ อาแท้ ๆ ของผมเอง"
คุณจอมขวัญและจารุดายกมือไหว้หนุ่มใหญ่ คนเป็นหลานสาวยิ้มให้กับผู้มาใหม่แต่น้าสาวมีสีหน้าที่ดูซีดลงกว่าเดิมเล็กน้อยทั้งยังเหมือนจะทรงตัวไม่ค่อยอยู่
พี่บัณทัต พี่ทัด...นานแสนนานจริง ๆ ที่ไม่ได้เจอหน้า
"อุ๊ย! น้าขวัญ จาว่าแล้วเชียวว่าน้าขวัญต้องไม่สบายจริง ๆ มาค่ะ เดินมานั่งทางนี้ก่อน"
คราวนี้หญิงกลางคนยอมเชื่อหลานสาวก้าวตามไปนั่งที่แคร่ที่วางอยู่ภายในบริเวณเรือน สายตายังคงไม่ละจากหนุ่มใหญ่ที่มองตอบมาด้วยแววตาที่สะท้อนนัยบางอย่างซึ่งคุณจอมขวัญรับรู้ได้
ความรู้สึกโหยหาแบบเดียวกัน
"เรียบร้อยแล้วค่ะพ่อ ลี่โทร.บอกที่บ้านแล้วเรียบร้อย" ลิลลี่ซึ่งโทรศัพท์เสร็จเดินกลับมาสมทบ "อ้าว! นั่นคุณน้าขวัญเป็นอะไรไปคะ ไม่สบายเหรอคะ"
"หน้ามืดนิดหน่อยจ๊ะ สงสัยน้าจะเหนื่อย"
ธนินคำนวณในหัวอย่างรวดเร็ว หากเป็นเขาเอ่ยปากชวนเองอาจได้รับการปฏิเสธจากสองน้าหลาน แต่หากอาศัยความช่างพูดช่างอ้อนของลิลลี่โอกาสที่จะสำเร็จมีเกือบร้อยเปอร์เซนต์ เขาพอจะรู้นิสัยน้องสาวคนนี้ดีว่าหากนึกอยากจะทำอะไรขึ้นมาแล้วก็ต้องทำให้ได้ อย่างตอนนี้ได้มารู้มาเห็น นึกอยากเรียนทำอาหารก็ต้องหาทางเรียนให้ได้ ส่วนจะชอบหรือจะเบื่อหลังจากได้ลองทำจริงนั่นก็เป็นอีกเรื่อง
"ยัยลี่...พี่กะว่าพี่จะชวนคุณจากับน้าขวัญทานข้าวอยู่พอดีก่อนที่ลี่จะมา จะว่าอะไรไหมถ้าคุณจากับน้าขวัญเขาจะทานมื้อเย็นกับเราด้วย"
ธนินขยับเข้าใกล้น้องสาวแอบกระซิบเบา ๆ "เผื่อลี่จะได้มีโอกาสอ้อนให้พี่จาหรือไม่ก็น้าขวัญสอนทำอาหารให้ไง"
เด็กสาวพยักหน้าเบา ๆ มองไปทางสองน้าหลานแล้วเอ่ยตอบพี่ชาย
"ลี่ไม่ว่าหรอกค่ะ น้าขวัญน่าจะต้องทานอะไรสักหน่อยด้วยจะได้มีแรง ดูหน้าซีดมากเลยนะคะ หรือว่าจะเอายาไหมคะ เดี๋ยวลี่ไปหามาให้"
"ไม่เป็นไรจ๊ะ น้าไหว นั่งพักสักหน่อยก็ดีขึ้น" คุณจอมขวัญเอ่ย ยิ้มให้ลิลลี่อย่างนึกเอ็นดู...แม่เขาคงจะสอนมาดี พูดจาไพเราะ มีสัมมาคารวะกับผู้หลักผู้ใหญ่
"แต่ยังไงน้าขวัญกับพี่จาทานข้าวกับลี่ก่อนนะคะ"
จารุดาขยับปากจะปฏิเสธแต่เมื่อเห็นสีหน้า แววตาอ้อนวอนของเด็กสาวก็ใจอ่อน อีกครั้งที่เมื่อตวัดสายตามองไปทางธนินแล้วอดไม่ได้ที่จะแสดงทีให้รู้ว่าเธอรู้ทันว่าเขาคิดจะใช้น้องสาวเป็นสะพานเชื่อมถึงตัวเธอเอง
"ตกลงนะคะพี่จา"
"พี่คงต้องถามน้าขวัญด้วยค่ะ"
คุณบัณทัตที่ยืนฟังเงียบ ๆ อยู่นานเป็นคนแรกที่มีปฏิกิริยากับคำพูดของจารุดา
"ผมว่าคุณขวัญน่าจะทานอะไรก่อนกลับบ้านนะครับ ดูท่าทางคุณขวัญไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กว่าจะเดินทางไกลไปถึงบ้านเดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งไปซะก่อน"
"จริงด้วยค่ะ" ลิลลี่เห็นด้วยกับผู้ให้กำเนิด "นะคะน้าขวัญ"
"หนูจาโทร.บอกยายเขาหน่อยก็แล้วกันนะ"
คุณจอมขวัญบอกหลานสาวแอบลอบสังเกตหลานสาวของตนและหลานชายของคุณบัณทัต...สองหนุ่มสาวรวมถึงลิลลี่ไม่มีใครเอะใจเลยสักคนว่าคุณบัณทัตที่เพิ่งมาเจอสองน้าหลานรู้ได้อย่างไรว่า 'บ้าน' อยู่ไกล
หนุ่มใหญ่ไม่ใช่แค่รู้ว่าคุณจอมขวัญและหลานสาวพักอยู่ที่ไหน...เขาเคยไปเป็นแขกของบ้านนั้นมาแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งด้วยซ้ำ

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 1 พ.ย. 2555, 18:28:54 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 1 พ.ย. 2555, 18:28:54 น.
จำนวนการเข้าชม : 3522
<< ตอนที่ 4 | ตอนที่ 6 >> |

กมลภัทร 1 พ.ย. 2555, 18:32:26 น.
ของขวัญ >>>> ตัวช่วยมีหลายตัวอยู่นะจ๊ะ
lovemuay >>>> ยังไงนางเอกก็ต้องรู้เข้าสักวัน แต่...เดี๋ยวมีเรื่องครับ ๆ อิอิ
panon >>>> ทั้งหนาว ทั้งร้อน หนาว ๆ ร้อน ๆ เลยล่ะครับ
nasa >>>> เพราะมีตัวละครที่ดูเจ้าแผนการการธนินมั้งครับ ธนินเลยไม่ได้ดูเป็นจอมวางแผนสักเท่าไหร่ 555
wane >>>> นั่นสินะครับ ถ้าไม่เจาะผ่านนิกกี้ จะเข้าทางไหนได้อีกหนอ?
ของขวัญ >>>> ตัวช่วยมีหลายตัวอยู่นะจ๊ะ
lovemuay >>>> ยังไงนางเอกก็ต้องรู้เข้าสักวัน แต่...เดี๋ยวมีเรื่องครับ ๆ อิอิ
panon >>>> ทั้งหนาว ทั้งร้อน หนาว ๆ ร้อน ๆ เลยล่ะครับ
nasa >>>> เพราะมีตัวละครที่ดูเจ้าแผนการการธนินมั้งครับ ธนินเลยไม่ได้ดูเป็นจอมวางแผนสักเท่าไหร่ 555
wane >>>> นั่นสินะครับ ถ้าไม่เจาะผ่านนิกกี้ จะเข้าทางไหนได้อีกหนอ?

lovemuay 1 พ.ย. 2555, 19:47:49 น.
อาพระเอกคือแฟนเก่าน้านางเอก แต่ดูทั้งคู่ยังรักกันอยู่เลย
เอ? หรือว่าเหตุจำเป็นอะไรรึป่าว หรืออาพระเอกนอกใจ?
อาพระเอกคือแฟนเก่าน้านางเอก แต่ดูทั้งคู่ยังรักกันอยู่เลย
เอ? หรือว่าเหตุจำเป็นอะไรรึป่าว หรืออาพระเอกนอกใจ?


panon 4 พ.ย. 2555, 12:37:37 น.
มีปมโผล่มาอีกปมแย้วววววววว
มีปมโผล่มาอีกปมแย้วววววววว

nasa 5 พ.ย. 2555, 22:27:17 น.
นี่เองเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณยายหวงหลานสาว ตั้งแต่รุ่นน้ามีความหลังนี่เอง แต่ดูเหมือนจะมีเหตุจำเป็นให้คลาดกันรึเปล่า
นี่เองเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณยายหวงหลานสาว ตั้งแต่รุ่นน้ามีความหลังนี่เอง แต่ดูเหมือนจะมีเหตุจำเป็นให้คลาดกันรึเปล่า

เพียงพลอย 6 พ.ย. 2555, 22:15:54 น.
คุณน้าเป็นสาเหตุให้คุณยายหวงหลานสาว หรือคุณน้าไม่สมหวังเพราะคุณยายกันน้า
คุณน้าเป็นสาเหตุให้คุณยายหวงหลานสาว หรือคุณน้าไม่สมหวังเพราะคุณยายกันน้า

ของขวัญ 6 พ.ย. 2555, 22:29:59 น.
มันต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ ระหว่างน้าขวัญกับคุณอาของคุณนิน
มันต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ ระหว่างน้าขวัญกับคุณอาของคุณนิน