นิยามรักหัวใจร็อค ภาค 2 (นิยามรักของเจ้าชายเย็นชา)
เรื่องราวของอีริค หนุ่มลูกครึ่งฮ่องกงอังกฤษ ที่แสนจะเงียบขรึม คนที่เป็นหัวใจหลักของการทำงานดนตรีของ Evasion ผู้มีความหลังอันลึกลับ และขมขื่น ....
Tags: สิรินดา, นิยามรัก, หัวใจร็อค, แจ่มใส, ภาค 2,นิยาย, sirinda, jamsai, novels, love story, อีริค

ตอน: 28: พันธนาการ

“เช้าวันนี้เป็นยังไงบ้างล่ะคุณ หายแล้วรึออกมายืนกลางแดดได้น่ะ”

เพราะอีกฝ่ายกำลังหมกมุ่นกับเรื่องงานในหัว ทำให้ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเบากริบของรมิดา แล้วก็เป็นไปตามที่เธอคาดไว้ น้ำเสียงสดชื่นรื่นเริงของเธอทำให้คนที่ยืนพิงระเบียงอยู่ชะงัก หันขวับกลับมาโดยลืมไปว่าหันมาก็ไม่เห็นคนที่พูดซึ่งยืนอยู่อยู่ด้านหลังพอดี ร่างสูงซวนเซไปเล็กน้อย จนต้องเอามือข้างหนึ่งจับระเบียง ในขณะที่อีกข้างแตะผ้าพันแผลที่พันอยู่รอบศรีษะพาดผ่านส่วนที่เป็นดวงตาของตนเอง เพราะรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทันใด

“ตายละ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”

“…ไม่เป็นไร” ชายหนุ่มปัดมือของอีกฝ่ายทันที “คุณ…ผมบอกแล้วยังไงว่าไม่ต้องมา พูดไม่รู้เรื่องรึ” คนพูดหันหลังกลับไปอีกรอบ คราวนี้เอามือที่จับระเบียงแน่น กัดฟันข่มความเจ็บปวด “จะให้ฉันเรียกการ์ดมาลากตัวออกไป หรือจะออกไปแต่โดยดี”

“ทำไม คุณไม่สามารถทนอยู่กับฉันสักนาทีสองนาทีได้เลยรึ ดูตัวเองสะก่อน แค่ยืนยังจะยืนไม่ไหวอยู่แล้วยังจะปากดี” รมิดาดึงเก้าอี้รถเข็นเข้ามาใกล้ตัวของชายหนุ่ม

“ผม…ไม่อยากเห็นหน้าคุณ”

ตอนนี้ก็ไม่เห็นอยู่แล้ว หญิงสาวคิด “แต่ฉันอยากเห็นหน้าคุณ” คนพูดตอบลอยหน้าลอยตา นึกเสียดายที่เขามีผ้าพันแผลปิดตาไว้ ไม่อย่างนั้นคงได้เห็นแววตาเข้มดุของเขาแน่นอน “ถ้าไม่อยากเจอกันแบบนี้ ฉันจะอยู่กับคุณทั้งวันทั้งคืนเลย ดูสิว่าจะเป็นยังไง”

“….”

“มานี่เถอะ” มือบางจับข้อมือหนากว่าของอีริค พยายามดึงร่างสูงให้นั่งลงที่เก้าอี้รถเข็น

“เธอจะทำอะไร”

“การ์ดหน้าห้องบอกว่าคุณมายืนอยู่ตรงนี้นานไปแล้ว”

“บอกว่าอย่ามายุ่งกับ…” คนร่างสูงพยายามขืนตัว ซึ่งมันยากขึ้นทุกที

“อย่าฝืนเลย คุณป่วยอยู่นะคะ ให้คนอื่นเขาดูแลคุณบ้างเถอะ อย่ามัวแต่แบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวเลย” คำพูดของเธอกินความหมายมากกว่าเรื่องนั่งที่เก้าอี้รถเข็นมากนัก ชายหนุ่มชะงักนิดหนึ่ง“คุณยังต้องรักษาตัวให้หายเพื่อใครอีกหลายคนนะคะ อย่างน้อยก็เพื่อดูพ่อของฉันรับกรรมไง”

“…” อีริคยอมนั่งลง หน้าผากของเขามีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึม รมิดาจับไหล่ของเขาให้พิงพนักเก้าอี้ก่อนจะหยิบกระดาษซับหน้าให้

“ไม่รู้จะฝืนไปทำไม ให้ตายเถอะ เดี๋ยวฉันก็ถูกหมอดุเอาอีกหรอก”

“…”

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า หน้าซีดจัง” น้ำเสียงคนพูดแสดงความห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด

“ผม…ไม่เป็นไร แค่เวียนหัวนิดหน่อย”

คนฟังรีบเข็นรถเข็นเข้าไปในที่ร่ม พาเขาตัดผ่านระเบียงเข้ามาสู่ตัวห้องด้านใน

“ดีขึ้นหรือยังคะ แล้วนี้ออกมายืนกลางแดดทำไม”

คนเจ็บพยักหน้า “ผมรอนุกูลผู้ช่วยของผมอยู่ วันนี้เขาไปไหน ทำไมยังไม่มาเสียที สายมากแล้วนะ”

“หมอบอกว่าคุณยังไม่ดีขึ้น จึงไม่อนุญาตให้ทำงานค่ะ”

“….” คนฟังกำหมัดกับหน้าตัก “เซ็งชะมัด”

“วันนี้พัก รักษาตัวเองดีกว่านะคะ แล้วฉันจะต่อรองกับหมอให้ สัญญว่าพรุ่งนี้คุณได้ทำงานแน่ๆ”

“ผมไม่ต้องการความช่วยเหลือของใคร…”

เจ็บแล้วยังไม่เจียม คนฟังคิดในใจ ไม่กล้าพูดออกมาเพราะกลัวบรรยากาศจะเลวร้ายหนักขึ้นไปอีก “วันนี้เราไปเดินเล่นในสวนกันดีกว่า”

“ผม…”

“ผมไม่อยากไป ผมอยากอยู่คนเดียว อย่ามายุ่งกับผม…ฉันรู้แล้วค่ะ แต่ฉันจะพาไป มีอะไรไหม” คนพูดอมยิ้มที่มุมปาก “บางทีตอนนี้คุณสั่งอะไรไม่ได้มากนักหรอกนะคะ”

ประตูห้องพักเปิดออก

“จะไปไหนครับ”

“ฉันจะพาคุณอีริคไปเดินเล่นในสวน ช่วยไปดูให้หน่อยว่ามีคนไข้คนอื่นอยู่หรือเปล่า เดี๋ยวจะตามไป”

“ครับ”

เสียงฝีเท้าของการ์ดค่อยๆ เบาลง คงวิ่งนำไปที่สวนที่จัดไว้สำหรับคนไข้วีไอพีเท่านั้น มันอยู่ห่างจากชั้นที่อีริคอยู่เพียงชั้นเดียว ในขณะที่หญิงสาวเข็นคนเจ็บช้าๆ นำเขาไปยังลิฟท์ที่พาขึ้นไปด้านบน

“ฉันอยากคุยกับคุณ แต่ไม่อยากคุยในห้อง เรามีเรื่องต้องตกลงกันค่ะ” เธอกระซิบข้างหูคนป่วย ขณะที่อยู่ด้วยกันสองต่อสองในลิฟท์

“ในสวนไม่มีใครครับวันนี้”

“ดีมาก อ้อคุณตรัยคะ ฉันอยากได้ขนม น้ำสัปปะรด แล้วก็หนังสืออ่านเล่นที่ฉันวางไว้ที่ห้อง ช่วยให้คนจัดมาที่นี่ได้ไหมคะ”

“ครับ”

“ดีค่ะ ทางนี้ไม่ต้องห่วง ฉันดูแลเขาเอง”

เสียงฝีเท้าการ์ดจากไปแล้ว รมิดาจึงเข็นคนป่วยเข้าไปตามทางเดินของสวนเล็กๆ ที่จัดไว้อย่างร่มรื่น อีริคได้ยินเสียงน้ำไหล เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ จากที่ไหนสักแห่ง สายลมอ่อนๆ ไล้ปะทะหน้า ในที่สุด รถเข็นก็หยุดลง

ชายหนุ่มเคยออกมาที่สวนแห่งนี้เพียงครั้งเดียว เมื่อตอนที่คุยกันวันวิสาข์ น้องสาวต่างมารดาที่ไม่ได้พบกันเกือบสิบปี

“ตรงนี้ดีกว่า ร่มหน่อย” คนเข็นเก้าอี้บอกเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายมองอะไรไม่เห็น

......

‘เจ้านั่นน่ะเหรอ มันเป็นคนดื้อ ไว้ตัว อยากได้อะไร อยากให้ใครทำอะไรให้ ไม่เคยมีคำขอร้องออกจากปากมันหรอก ต้องเข้าใจมันเอง’ ปฐพีบอกกับรมิดาเมื่อคืนก่อน ‘ถ้าคุณฝนอยากช่วยมัน คุณฝนต้องเข้าใจมันตรงนี้ก่อน แล้วก็ทำใจหนักแน่นกับมันมากๆ’

‘ค่ะ แล้วฝนจะช่วยเขาได้ยังไงละคะ เขาไล่ฝนออกมาแบบนี้’

‘มันเป็นคนใจดี แล้วก็…ใจอ่อน พวกแข็งนอกอ่อนในน่ะ’ ว่าที่พี่เขยเอ่ยเป็นนัยๆ ก่อนจะเล่าเรื่องอดีตของตนเอง ที่เคยไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมแล้วอีริคหาทางช่วยอ้อมๆ จนทั้งคู่ได้มาทำงานร่วมกัน และเขาได้มาดูแลการลงทุนของอีริคในปัจจุบัน ‘มันไม่เคยบอกว่าจะช่วยผม มันทำให้ผมคิดว่า ผมช่วยมัน คิดดูสิ คนแบบนี้มีที่ไหน’

คนฟังอมยิ้ม

‘กับคนอื่นๆ เขาคงใจดีด้วยได้ แต่ฉันนี่สิ แค่รู้ว่าเป็นลูกใคร เข้าใกล้สักฟุตหนึ่งคงไม่อยากแล้วล่ะ’
ปฐพีถอนหายใจผ่านสายโทรศัพท์

‘ถามคำเดียวนะครับ คุณอยากช่วยมันทำไม ทั้งๆ ที่มันเกือบจะทำลายพ่อคุณอยู่แล้ว ทั้งสมบัติทั้งหลายของเขาที่มันให้ผมกว้านซื้อมาเป็นของตัวเอง ทั้งหนี้สินต่างๆ ที่เป็นของมันเกือบทั้งหมด’

‘…’

‘ว่าไงครับ’ คนฟังถามซ้ำ

......

“คุณเกลียดพวกเรามากใช่ไหมคะ คุณอีริค” รมิดาเอ่ยเบาๆ ปัดความทรงจำเกี่ยวกับบทสนทนาของตนเองกับเพื่อนรักของคนที่นั่งอยู่ออกไป

“….” ไม่มีคำตอบ

“ฉันรู้”

“รู้แล้วยังจะมาเสนอหน้าอยู่ทำไม ผมอยากกลับห้อง”

“คุณอยากให้พ่อของฉันตายใช่ไหม คุณเคยคิดไปถึงเรื่องที่พ่อของฉันจะหมดเนื้อหมดตัว แล้วก็ฆ่าตัวตายหรือเปล่า”

“….”

“คุณเคยคิดที่จะทำให้พ่อของฉันต้องกระอักเลือด เพราะฉัน ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียว เป็นข่าวกับคุณด้วย ใช่ไหม”

“….”

“การตายมันง่ายไป กับที่เขาทำกับพ่อผม” คนพูดนิ่งไปนานกว่าจะตอบ น้ำเสียงที่ตอบออกมาเหมือนไม่ยี่หระต่ออะไรในโลกแบบที่เจ้าตัวชอบทำ “บางทีคนอย่างเขา ควรจะลิ้มรสถึงความอัปยศที่ต้องอยู่ในคุกนานๆ หน่อย”

แล้วทำไมคุณถึงช่วยฉัน ดูแลฉันอยากดีเมื่อฉันเจอโชคร้ายที่สุดในเกาหลีล่ะ…หญิงสาวอยากจะเอ่ยปากถาม แต่รู้ว่า ถามไปก็ไม่ได้คำตอบหรอก

“ใช่ค่ะ การตายของพ่อ มันง่ายไป เขาควรจะอยู่ในคุก เพื่อใช้กรรมของเขา” คนพูดนึกถึงสีหน้าปลงๆ ของบิดาของตนเอง “แต่นั่น มันก็ไม่ถึงครึ่งที่พ่อคุณได้รับ…ฉันเห็นด้วย”

คนพูดสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อไป

“ฉัน…ในฐานะของลูกสาวของท่าน ยินดีจะมาชดใช้ทุกอย่างให้คุณ โดยไม่มีเงื่อนไข และเวลาค่ะ นับจากวันนี้ไป ชีวิตของฉัน…เป็นของคุณ”

“….”

“ฉันเต็มใจ และตั้งใจ ไม่ว่าคุณจะต้องการอะไร ขอให้บอก แต่อย่าให้ฉันไปไกลๆ เพราะเรื่องนั้นฉันทำให้คุณไม่ได้ ฉันจะไป ก็ต่อเมื่อมั่นใจแล้วว่า สิ่งที่พ่อของฉันทำไว้ มันได้รับการเยียวยาแล้ว เท่านั้น”

“ไร้สาระ คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกมิวสิควีดีโอรึไง”

“คงอย่างนั้นมั้งคะ”

“แล้วถ้าคุณต้องติดแหง็กอยู่กับผมตลอดชีวิตล่ะ”

“ก็ได้”

“จะบ้าเหรอ”

“ค่ะ…ถ้าบ้าแล้ว เอ่อ มันทำให้ทุกอย่างดีขึ้น” คนตอบตอบจริงจัง “ฉันมันไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่คะ จะกลับไปเรียน ตอนนี้ก็คงไม่มีแก่ใจจะเรียน ถ้าอยากเรียนจริงๆ ฉันเรียนออนไลน์ระหว่างที่ดูแลคุณก็ได้”

“ผมไม่ต้องการ…เธอ หรือว่าใครๆ ทั้งนั้น”

“แต่ฉันต้องการ” เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงมั่นใจ จริงจัง แบบคนที่ทบทวนเรื่องนี้มาตลอดคืนอย่างดีแล้ว “ฉันไม่อยากให้ความรู้สึกผิดติดตัวฉันไปจนแก่เหมือนกัน”

“….”

“ถ้าฉันจำไม่ผิด เราไม่ถึงกับเกลียดกันเข้าไส้ ตอนที่อยู่ที่เกาหลี ใช่ไหมคะ”

“…”

รมิดาโน้มตัวลงที่เก้าอีรถเข็น เอามือแตะปลายแขนของอีริค “ให้ฉันได้แก้ไขให้อะไรๆ มันดีขึ้นเถอะนะคะ”

ชายหนุ่มปัดมือนั้นทันได “คิดว่าเธอมาทำดีให้วันสองวัน แล้วทุกอย่างมันจะดีขึ้นรึ เธอจะเรียกความภูมิใจในตัวเองของพ่อของผมกลับมาได้รึ เธอจะเรียกความอบอุ่นในครอบครัวของผมกลับมาได้รึ…ไปไกลๆ เลย อย่ามทำให้ผมเกลียดพวกคุณมากไปกว่านี้!!”

แรงเหวี่ยงของเขาก็ไม่น้อย รมิดาไม่ทันตั้งตัว เจ้าตัวจึงเซถลาลงไปนั่งกับพื้นเพราะแรงผลักของอีกฝ่ายทันที

“…” รมิดากัดริมฝีปากสะอื้นเบาๆ แล้วก็ค่อยๆ ดังขึ้น ดังขึ้น “คุณมัวแต่สงสารตัวเอง แล้วไม่สงสารฉันบ้างหรือคะ ที่ต้องมารับมารู้ว่าพ่อของตัวเองทำอะไรไว้บ้าง เรื่องราวบางอย่าง มันเกิดขึ้นแล้ว เราทำอะไรกับมันไม่ได้ …แต่ ฉันไม่อยากให้ตัวเองมีชีวิตต่อไป โดยที่มีเรื่องพวกนี้ค้างคาอยู่ในใจนะ เราสองคนไม่ได้เป็นคนก่อ ทำไมเราต้องมารับมันไว้ในใจตลอดไปด้วยล่ะ…ฮือๆๆ”

คนฟังเม้มริมฝีปาก นี่หากเขายังสายตาดี และเดินได้เป็นปกติ คงจะตัดสินใจเดินหนีไปให้พ้นๆ กับน้ำเสียงสุดแสนจะรันทดของอีกฝ่าย แต่นี่….ไม่มีทางเลย

ให้ตายเถอะ เขาจะทำยังไงกับชีวิตตัวเองดีนะ



สิรินดา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 27 พ.ย. 2555, 06:40:21 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 27 พ.ย. 2555, 11:20:53 น.

จำนวนการเข้าชม : 3232





<< 27: ไม่ใช่เรื่องที่จะล้มเลิกกันง่ายๆ    29: ถึงอย่างไร ก็ต้องมีการจากไป >>
รัชต์ 27 พ.ย. 2555, 06:54:34 น.
น่าเห็นใจทั้งสองคน เฮ้อ..


สิรินดา 27 พ.ย. 2555, 08:42:59 น.
ใกล้จบเต็มทีแล้ววววเน้อ


konhin 27 พ.ย. 2555, 10:19:30 น.
จะทำยังไงเพราะเหมือนอิริคไม่อยากแก้ปัญหาด้วยเนี่ยดิ


Asian 27 พ.ย. 2555, 11:01:32 น.
มีคำผิดหลายคำนะคะพี่ตา

ตอนนี้ไม่รู้จะสงสารใครดีค่ะ


สิรินดา 27 พ.ย. 2555, 11:04:42 น.
โอเคน้อง Asian แล้วพี่เช็คอีกทีน้า


supayalak 27 พ.ย. 2555, 12:01:32 น.
สู้ๆ นะจ้า ความดีต้องชนะความแค้นในใจถ้าคนๆ นั้น ยังมีส่วนของความเมตตาในใจ อย่าท้อค่ะ


lookpud 27 พ.ย. 2555, 20:53:00 น.
เศร้าคะ


Zephyr 30 พ.ย. 2555, 21:11:40 น.
นั่นมาโหมดเอาความรันทดกว่ามาคัดง้างกะความดื้อรั้น
แหงะ ล้อเล่นๆ แต่แหม มาตอนแรกนึกว่าจะทะเลาะกัน ไมตอนจบมันมีน้ำตาไปได้
เฮ้อ ไมตาอีริคเป็นงี้นะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account