บ่วงรักแรงอธิษฐาน
รักในปัจจุบันผูกพันกับรักที่ปวดร้าวในอดีตชาติ
คำอธิษฐานและบุพเพสันนิวาสนำเขาและเธอกลับมาพบกันอีกครั้ง
แต่จะทำเช่นไรเมื่อหนึ่งคือเพื่อนรักที่ยอมสละชีพเพื่อเราและหนึ่งคือยอดดวงใจที่เฝ้ารักเฝ้ารอมาหลายภพชาติ
Tags: ย้อนอดีต ระลึกชาติ บุพเพสันนิวาส

ตอน: ตอนที่ 10 คำมั่นสัญญา


“นักรบแห่งหมู่บ้านหนองไผ่ล้อมจงฟัง”
“บัดนี้พระมหาอุปราชามังสามเกียดแห่งนครหงสาได้นำทัพใหญ่มาประชิดแผ่นดินอโยธยา ทางการจึงให้ข้ามาแจ้งข่าวและเกณฑ์ไพร่พลไปสมทบ ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องผนึกกำลังกันอีกครั้งเพื่อขับไล่ศัตรูให้พ้นไปจากแผ่นดิน อีกสามวัน ให้พวกท่านนำกำลังไปสมทบกับหน่วยของข้า ที่ทุ่งป่าโมกเพื่อเดินทางไปสมทบค่ายหลวงของสมเด็จพระนเรศวรที่หนองสาหร่าย แล้วข้าจะรอ...”

น้ำเสียงหนักแน่นและทรงพลังจากผู้นำสาส์นจากทัพหลวงที่นั่งอยู่บนหลังม้าสีขาวตัวใหญ่ ดังกังวานไปทั่วลานหมู่บ้าน ซึ่งบัดนี้เต็มไปด้วยชายฉกรรจ์ที่ออกมารวมตัวกันหลังจากได้ยินเสียงสัญญาณจากผู้นำหมู่บ้าน

“พวกเราชาวหมู่บ้านหนองไผ่ล้อมจักไม่ยอมให้อ้ายอีตัวไหนที่มาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของแผ่นดินอโยธยามีชีวิตรอดกลับไปได้ดอก” จันรับปากกับม้าเร็วด้วยสีหน้าแข็งขัน เกิดบนแผ่นดินอโยธยาก็ต้องสู้เพื่อแผ่นดินอโยธยา แม้จะต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและวิญญาณ ศัตรูจะเก่งกาจสักเพียงใด ลูกผู้ชายอย่างจันก็หาได้หวาดกลัวหรือหวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย

“อีกสามวัน เราจะนำกำลังไปสมทบทัพกับท่านแน่นอน” ทองกล่าวอย่างองอาจ ใบหน้าเข้มขบกรามแน่น เมื่อยามแผ่นดินมีภัยชายชาตินักรบอย่างเขาย่อมไม่อาจนิ่งดูดาย นึกถึงเจ้าพวกคนรุกรานแล้วมันน่าจับกุดหัวทีละคนเสียบประจานไว้ให้แร้งกาได้จิกกินนัก หันไปสบตาคมของเพื่อนรัก
ถึงเวลาที่คมดาบที่ฝึกซ้อมกันมาจะได้ลิ้มรสเลือดเนื้อของศัตรูอีกครั้ง...



“พรุ่งนี้ พี่กับไอ้ทองจะพาพวกไปสมทบทัพหลวงแล้ว พุดซ้อนอยู่ทางนี้ต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าไปไหนมาไหนไกลๆ คนเดียวพี่เป็นห่วง”

จันกำชับหญิงผู้เป็นยอดดวงใจด้วยแววตาห่วงหาอาวรณ์ ยังไม่มีกำหนดที่แน่นอนว่าเมื่อไหร่จะได้กลับมา อยากนั่งมองอย่างนี้จดจำภาพนี้ ดวงหน้างามรอยยิ้มสดใสดวงตาเป็นประกายเอาไว้ให้มากที่สุดเพื่อเป็นกำลังใจในยามที่ต้องไปสู้รบกับพวกเหล่าร้ายที่มารุกรานปกป้องผืนแผ่นดินอโยธยาเพื่อคนที่รัก เพื่อลูกหลานในวันหน้าจะได้อยู่เย็นเป็นสุขสืบไป

“จ้ะพี่จัน พุดซ้อนอยู่ได้ไม่ต้องเป็นห่วงดอก พี่น่ะเป็นคนจากบ้านไปสู้รบต้องดูแลตัวเองมากกว่าพุดซ้อนหลายเท่านักพุดซ้อนขออวยพรให้พี่จันอยู่รอดปลอดภัย พุดซ้อนจะรอพี่จันกลับมานะ” ดวงหน้าหวานซึ้งละจากการถักทอบางสิ่งในมือ เงยหน้ามองพี่ชายผู้รักและหวังดีกับเธอทุกลมหายใจ

“นี่พุดซ้อนเป็นห่วงพี่รึ พี่ดีใจมากเลยรู้ไหม พี่สัญญาว่าจะกลับมาหาพุดซ้อน ไม่ว่านานแค่ไหนก็ตาม” คนหนวดเข้มยิ้มกว้างด้วยหัวใจลิงโลด อะไรจะวิเศษไปกว่าการมีใครสักคนคอยเป็นห่วงเป็นใย โดยเฉพาะเมื่อคนคนนั้นคือคนที่เรารักและใฝ่ฝันจะอยู่เคียงคู่ตลอดไป

“แล้วขาที่เจ็บน่ะหายดีแล้วรึ อย่าเพิ่งเดินบ่อยรอให้หายดีก่อนอยากจะทำอะไรก็เอาไว้ค่อยทำทีหลังก็ได้”
“จ้า.... รู้แล้วละพ่อ พุดซ้อนจะทำตามที่พ่อสั่งอย่างเคร่งครัด”
“นี่ประชดพี่รึ”
“เปล่าเสียหน่อย” ปฏิเสธพลางยกสิ่งที่เพิ่งถักเสร็จขึ้นสำรวจความเรียบร้อย ‘จะเรียกว่าสร้อยได้ไหมนะเพราะมันถักมาจากด้ายดิบ’ พุดซ้อนตั้งใจถักเป็นสร้อยผ้าห่อหุ้มพระแขวนคอองค์เล็กที่ยายเมี้ยนฝากมาสำหรับนักรบผู้กล้า
“เอ้า นี่พุดซ้อนให้” พูดพลางยื่นสิ่งนั้นให้กับพี่จันที่มีท่าทีสงสัยนิดๆ
“อะไรรึพุดซ้อน”
“พระหลวงปู่ทองสุขสมัยก่อนสุโขทัยโน่นแน่ะ สมบัติล้ำค่าของยายเมี้ยนเชียวนะแกฝากพุดซ้อนมาถักเป็นสร้อยให้ ถึงยายเมี้ยนจะชอบดุอยู่เรื่อยแต่แกก็รักพี่จันกับพี่ทองมากนะ” จันรับพระมาไว้ก่อนจะพนมมือเหนือศีรษะ
“พี่จะรักษามันไว้เท่าชีวิตเลยนะพุดซ้อนพี่สัญญา”



วันนี้ท้องฟ้ามืดครึ้มแม้จะเป็นเวลาสายแต่ก็มองไม่เห็นว่าดวงอาทิตย์กำลังเฉิดฉายเหมือนเช่นทุกวัน เมฆฝนเกาะกลุ่มกันหนาแน่น คะเนว่าอีกไม่นานฝนคงต้องเทลงมาเป็นแน่ สายลมพัดแผ่วพายอดข้าวพลิ้วไหวเป็นลูกคลื่นสุดลูกหูลูกตา ทองยืนนิ่งคนเดียวลำพังทอดสายตาออกไปไกลแสนไกลครุ่นคิดถึงอนาคตอันใกล้ที่ต้องพาชาวบ้านออกไปสมทบทัพหลวง ชาวบ้านที่เพิ่งฝึกเพลงดาบได้ไม่กี่วันเรี่ยวแรงจะจับดาบก็แทบจะไม่มีช่างน่าเป็นห่วงนัก แต่ไม่ว่าจะอย่างไร นั่นก็เป็นหน้าที่ของลูกผู้ชายเลือดเนื้อเชื้อไขของชาวอโยธยาที่จะต้องช่วยกันปกป้องผืนแผ่นดินกำจัดพวกที่มารุกรานให้พ่ายแพ้ไป หรืออย่างน้อยก็ต้องพยายามอย่างสุดชีวิต

ร่างสูงใหญ่หันมองเส้นทางคดเคี้ยวที่ทอดมาจากหมู่บ้านยังไร้วี่แววของคนที่นัดพบกันที่นี่ น่าแปลกใจที่ป่านนี้พุดซ้อนยังไม่มา ‘หรือจะลืมเสียแล้ว’ มีเหตุอะไรถึงต้องนัดมาเจอในที่ที่ห่างไกลสายตาผู้คนแบบนี้

แม้จะต้องหักห้ามใจและจำกัดกรอบให้ความรู้สึกที่มีต่อพุดซ้อนอยู่ในแค่เพียงคำว่าน้องสาว แต่อีกสองวันก็จะต้องจากไปรบจะได้ถือโอกาสนี้ล่ำลาเสียให้เรียบร้อย และจากนี้ไปหากมีความรู้สึกใดจะงอกเงยเกินคำว่าพี่น้อง ก็จะขอเก็บมันไว้ในส่วนลึกของหัวใจลำพังตลอดกาล


“จะเริ่มต้นยังไงดีล่ะพุดซ้อน” หญิงสาวเดินวนไปวนมาอย่างกระวนกระวายตั้งคำถามกับตัวเองอยู่บนทางเดินไม่ไกลนัก อีกเพียงไม่กี่เส้นก็จะถึงที่นัดพบ ซึ่งป่านนี้พี่ทองคงไปรออยู่แล้ว

“ชั่งใจของตัวเองให้ดีนะพุดซ้อนและถ้ามั่นใจแน่แล้วว่ารู้สึกอย่างไร ก็อย่าปล่อยให้เวลาผ่านเลยไปโดยไม่ได้ทำอะไร เพราะบางสิ่งมันผ่านแล้วก็ผ่านเลยและจะไม่หวนย้อนกลับมาอีกแล้ว”

เสียงของยายเมี้ยนผู้เจนโลกยังก้องอยู่ในมโนสำนึก วันนี้คือวันที่พุดซ้อนตัดสินใจที่จะคุยกับพี่ทองให้รู้เรื่อง ให้พี่ทองได้รู้ว่าคนที่เป็นเจ้าของหัวใจของพุดซ้อนเพียงคนเดียวเสมอมาก็คือ...พี่ทอง ส่วนพี่จันพุดซ้อนก็รักหากแต่ไม่ใช่รักแบบเดียวกับที่รักพี่ทอง พี่จันเป็นพี่ชายที่แสนดี และจะเป็นอย่างนั้นในใจของพุดซ้อนตลอดไป

‘แต่...จะเริ่มยังไงดีล่ะ พุดซ้อนเป็นผู้หญิงนะ โอยใครก็ได้ช่วยคิดที’ เมฆฝนป่วนปั่นเหมือนหัวใจที่ปั่นป่วนหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าไปลึกเต็มปอด ‘เอาละ...เป็นไงเป็นกันนะพุดซ้อน’



ทองหันขวับไปตามเสียงใบไม้ที่ดังกรอบแกรบเพราะฝีเท้าใครสักคน
“พี่ทอง”
“อ้าวกระถิน...มาทำอะไรที่นี่ ฝนใกล้จะตกแล้วนะตากฝนเดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี” ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจเมื่อกระถินปรากฏตัวแทนที่จะเป็นพุดซ้อน กระถินเป็นคนมาบอกข่าวว่าพุดซ้อนนัดพบที่นี่แต่พอถึงเวลากลับเป็นกระถินเสียเองที่มาไม่ใช่พุดซ้อน
“กระถินมีเรื่องจะคุยกับพี่ทอง”
“มีเรื่องอะไรหรือกระถิน”
หญิงสาวนิ่งอึ้งไม่กล้าสบตาคมของชายผู้ยืนอยู่ตรงหน้า ก็กระถินเป็นผู้หญิงจะให้บอกยังไงเล่าว่าแท้จริงแล้วกระถินก็เป็นคนหนึ่งที่ได้แอบหลงรักพี่ทองคนนี้มานานแสนนานแล้วเช่นกัน แต่ที่ตัดสินใจมาพบในวันนี้เพราะแอบได้ยินพุดซ้อนคุยกับยายเมี้ยนเมื่อเย็นวานก่อน จะไหว้วานให้กระถินไปบอกนัดพบกับพี่ทอง ใช่แล้วละ...ถ้ามั่นใจว่ารู้สึกอย่างไร ก็อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง อย่างน้อยก็ขอให้พี่ทองได้รับรู้เอาไว้บ้างก็ยังดีว่ายังมีใครอีกคน... ยังมีกระถิน ที่แอบเฝ้ามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและห่วงใยเสมอมา

แต่ถึงอย่างไรกระถินก็คงไม่กล้าเอาตัวเองไปเทียบกับพุดซ้อน หญิงผู้เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มหลายคนในหมู่บ้าน กระถินมันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาที่ไม่ได้สะสวยอะไร แต่ขอ....ขอให้กระถินได้มีโอกาสบอกรักพี่ทองสักครั้งก่อนที่พี่ทองจะตกเป็นของคนอื่นอย่างแท้จริงทั้งตัวและหัวใจ

“อ้าว มีอะไรรึกระถิน ไหนเล่าให้พี่ฟังซิ” น้ำเสียงของชายหนุ่มดูร้อนรนขึ้นเมื่อเห็นท่าทีแปลกไปของหญิงสาวรุ่นน้องที่เขาเห็นเป็นน้องสาวที่น่ารักอีกคนเสมอมา
“กระถิน...กระถินจะบอกพี่ทองว่า...” รู้สึกใจคอตีบตันขึ้นมากะทันหันความน้อยเนื้อต่ำใจในโชควาสนาแล่นเข้าสู่หัวใจ ทำไมนะ...จะบอกรักใครทั้งที แม้แต่ความหวังสักนิดก็ยังแทบจะไม่มีให้เห็น น้ำใสๆ รื้นขึ้นจนเอ่อล้นที่ดวงตา ต้องเบือนหน้าหนีไม่ให้อีกฝ่ายเห็นว่าในหัวใจทั้งดวงกำลังสั่นสะท้านด้วยความเงียบเหงาและหนาวเหน็บ แต่..มาถึงขั้นนี้แล้วถึงอย่างไรก็ยังดีที่ได้บอกออกไป หญิงสาวหันหน้าชื้นน้ำตากลับมามองชายผู้เป็นที่รัก เป็นเวลาที่ทำนบน้ำตาได้พังทลายลงเช่นกัน

“กระถิน...กระถิน รักพี่ทองนะจ๊ะ...”
หญิงสาวโผเข้ากอดเอวหนาของพี่ทองร่ำไห้สะอึกสะอื้นท่ามกลางความตกตะลึงของอีกฝ่าย ไม่เคยรู้มาก่อนว่ากระถินรู้สึกแบบนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมากระถินเป็นน้องสาวที่น่ารัก คอยเป็นห่วงเป็นใย คอยถามไถ่เสมอว่าพี่ทองหนาวไหม พี่ทองร้อนไหม พี่ทองหิวหรือยัง เดินทางเหนื่อยไหม... นั่นสินะ... แล้วทำไมเขาถึงไม่เคยเอะใจเลยสักนิดว่ากระถินจะรู้สึกอย่างนี้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรหัวใจของทองก็ไม่มีที่ว่างพอสำหรับใครอีกแล้ว ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน

มือหนาลูบที่เรือนผมนุ่มของอีกฝ่ายแผ่วเบา ‘ร้องเถอะ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเหมือนที่พี่เคยเป็น’ กระทั่งเสียงร่ำไห้ได้เงียบไปเหลือเพียงเสียงสะอื้นฮักๆ เป็นระยะจึงค่อยๆ รั้งร่างเล็กให้ผละจากอก สองมือกุมหัวไหล่สองข้างโน้มตัวลงสบตาชื้นพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม
“ขอบใจกระถินนักที่รักพี่ แต่ฟังพี่นะคนเก่ง ตอนนี้หัวใจของพี่ไม่มีที่ว่างสำหรับใครอีกแล้ว”
คนแอบรักนิ่งฟังอย่างสงบ คำพูดตรงไปตรงมาไม่ต่างจากที่คิดเอาไว้ แต่เพียงเท่านี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว
“จะเป็นอะไรไหม ถ้าพี่อยากจะมีน้องสาวเพิ่มอีกสักคน อันที่จริงพี่ก็เห็นกระถินเป็นเหมือนน้องสาวคนหนึ่งเสมอมา พี่หวังว่ากระถินจะเข้าใจพี่ เวลาที่เราหลงรักใครสักคนจนหมดใจเราจะไม่สามารถรับใครอีกคนเข้ามาในฐานะเดียวกันได้อีก พี่สัญญาว่ากระถินจะเป็นน้องสาวคนพิเศษที่พี่จะรักและดูแลตลอดไป ตกลงนะ...”
“...”
“หือ?”
“พี่ทอง...” ร่างบางของกระถินโผเข้าสู่อ้อมกอดของพี่ทองอีกครั้ง แต่ไม่ใช่พี่ทองคนเดิมที่เป็นเพียงพี่ชายร่วมหมู่บ้านของเธออีกแล้ว จากนี้ไปพี่ทองจะนั่งอยู่ในหัวใจของเธอในฐานะพี่ชายคนพิเศษ ที่เธอจะมีโอกาสได้รับความเอาใจใส่และเป็นห่วงเป็นใยหลังจากที่ต้องเป็นคนเฝ้ามองแต่เพียงฝ่ายเดียวเสมอมา

คนที่ตกอยู่ในสถานะรักเขาข้างเดียวนั้น หากจะได้รับเสียงสะท้อนกลับมาเป็นความห่วงใยสักเพียงน้อยนิด นั่นก็สุขใจที่สุดแล้ว


“พี่ทอง...กระถิน...”
คนที่บังเอิญเดินมาเห็นและแอบมองอยู่ไกลๆ หลังพุ่มไม้รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ หัวใจดวงน้อยหล่นวูบโลกทั้งโลกหมุนคว้าง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไม่เคยรู้สึกไม่เคยเอะใจเลยสักนิดว่าสองคนนี้จะชอบพอกันอยู่ แม้ไม่ได้ยินว่าทั้งสองพูดอะไรกันแต่ภาพที่ปรากฏอยู่เต็มตาเวลานี้ ก็อธิบายทุกอย่างชัดเจนอยู่แล้ว

“คนใจร้าย...” ร่างบอบบางที่เท้ายังไม่หายดีวิ่งหนีไปทั้งน้ำตา ไปที่ไหนก็ได้แต่ต้องไปให้พ้นจากตรงนี้ ตั้งใจเด็ดขาดแล้วว่าวันนี้จะต้องบอกให้ได้รู้ถึงความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจตลอดมา แต่...เมื่อเป็นแบบนี้ ก็อย่ารู้เลยดีกว่า
สายฝนเริ่มโปรยปรายแต่ไม่ใช่สิ่งสำคัญอะไรสำหรับพุดซ้อนในตอนนี้
‘ฝนเอ๋ยตกลงมาเถิด ตกมาช่วยอำพรางหยาดน้ำตาที่ไหลรินให้พ้นจากสายตาใครคนอื่น ตกมาชะล้างความเจ็บช้ำให้เลือนหายไปจากหัวใจอ่อนๆ ของพุดซ้อน ตกลงมา...’

และเหตุการณ์ทั้งหมดก็ตกอยู่ในสายตาของใครอีกคนที่เฝ้ามองอยู่ไกลๆ อย่างเงียบๆ อีกชั้นหนึ่ง



ท้องฟ้ายามราตรีของหมู่บ้านหนองไผ่ล้อมช่างงามนัก ยังไม่รู้แน่ว่าอีกนานแค่ไหนกว่าจะได้กลับมานั่งตรงนี้ นั่งมองหมู่ดาวบนผืนฟ้าที่สวยงาม ที่ที่เคยมีไออุ่นของคนที่คุ้นเคยกรุ่นๆ อยู่ใกล้ๆ หัวใจเสมอ แม้จากนี้ไปจะไม่มีอีกแล้วและถึงจะต้องฝืนทนกับความเงียบเหงาหนาวเหน็บลำพัง อย่างน้อยก็เป็นที่ที่เคยมีความทรงจำดีๆ ให้ระลึกถึงอยู่เสมอ

ชายหนุ่มรู้สึกได้ด้วยสันชาตญาณว่ามีใครสักคนกำลังเดินมาด้านหลัง
“อ้าว...พุดซ้อนมาเงียบๆ มีอะไรหรือเปล่า”
แม้จะอยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับชายผู้นี้ ไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากพูดคุยไม่อยากได้ยินเสียงหรือแม้แต่ได้ยินชื่อ แต่เช้าตรู่พรุ่งนี้ คนใจร้ายจะต้องนำกำลังชาวบ้านผู้ชายไปสมทบทัพซึ่งอาจต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะได้กลับมา ชั่งใจอยู่นานกว่าจะตัดสินใจซ่อนความรู้สึกเจ็บร้าวที่กำลังกัดกินหัวใจเอาไว้เสียก่อนและมาพบเขาในค่ำคืนนี้

“แล้วเมื่อบ่ายทำไมไม่ไปตามนัด ข้อเท้าหายเจ็บหรือยัง” น้ำเสียงราบเรียบเฉยชาของชายหนุ่ม สะกิดให้ความรู้สึกที่ตั้งใจเก็บซ่อนเอาไว้เริ่มกรุ่นๆ ขึ้นมาอีกครั้ง
‘ใช่สิ... ก็พุดซ้อนไม่ใช่กระถินคนรักของพี่ทองนี่ จะได้สั่งเสียกันอย่างซาบซึ้งถึงขั้นกอดกันกลมอย่างนั้น แต่กับพุดซ้อน... พุดซ้อนมันเป็นแค่...น้องสาว’
“พุดซ้อนมีของมาให้พี่ทอง”
มือเรียวยื่นบางอย่างที่ตั้งใจทำอย่างประณีต บางอย่างที่คนห่วงใยหวังว่าจะช่วยปกป้องคุ้มครองให้อีกคนอยู่รอดปลอดภัยแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง ชายหนุ่มรับสิ่งนั้นไว้ พนมมือเหนือศีรษะก่อนจะสวมที่คอ เพียงความห่วงใยที่พุดซ้อนมีให้ เท่านี้ก็ดีแค่ไหนแล้วสำหรับคนที่อยู่ในฐานะ..พี่ชาย

“ขอบใจพุดซ้อนนัก ไปคราวนี้ไม่รู้นานแค่ไหนกว่าจะได้กลับมา พุดซ้อนดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะ”
“พี่ทองก็ดูแลตัวเองด้วย พุดซ้อนจะ...จะรอ...” ปลายเสียงนั้นแผ่วเบารู้สึกลังเลในความหมายของคำ และเกรงมันจะไม่มีค่าอะไรสำหรับคนฟัง
“เสร็จศึกแล้วพี่จะรีบกลับมา กลับมาหาน้องสาวของพี่” มือหนาเกาะกุมที่หัวไหล่มนแผ่วเบามองสำรวจใบหน้างามที่มองเห็นเพียงลางๆ ในความมืด
“พุดซ้อนต้อง...ไปแล้ว” ร่างบางเบี่ยงตัวออกจากการเกาะกุมเบาๆ เพื่อหลีกหนีความรู้สึกวูบไหวที่กำลังเกิดขึ้น เกิดขึ้นเพราะคิดไปเองแต่เพียงฝ่ายเดียว ภาพตำตาแทงใจที่เห็นเมื่อบ่ายยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ ‘ถึงเวลาที่คนเป็นแค่น้องสาวต้องไปเสียที’

ชายหนุ่มจำต้องยอมให้หญิงสาวผละจากไป ทั้งๆ ที่ในขณะนี้หัวใจของเขาเต็มไปด้วยเสียงร่ำร้องโหยหาเธอ อยากจะสลัดความรู้สึกและข้อจำกัดทุกสิ่งทุกอย่างทิ้งแล้วทำตามความต้องการที่แท้จริงของหัวใจ อยากจะกอดหญิงผู้เป็นที่รักเอาไว้ในอ้อมอกสักครั้ง เพราะไม่แน่ว่ามันอาจเป็นครั้งสุดท้าย ที่จะสามารถทำได้ แต่...เธอได้เดินห่างออกไปแล้ว น้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลออกมาเองโดยไม่รู้ตัวบดบังความงามของราตรีไปสิ้น หัวใจที่เคยแข็งแกร่งอย่างชายชาตินักรบบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความว้าวุ่นกระวนกระวาย เขายืนก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นลำพังในความมืด เคยสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว แต่...ก็ทำไม่ได้

“พี่ทอง…” เงยหน้าเปื้อนน้ำตาขึ้นมองตามเสียงร้องเรียกสั่นเครือของอีกฝ่าย ร่างบอบบางของหญิงสาวที่วิ่งมาในความมืดผวาเข้าสู่อ้อมอกกว้างใหญ่และโอบกอดเอาไว้แน่นราวกับเกรงว่าจะไม่ได้พบกันอีกเลยชั่วชีวิต

“พี่ทองต้องกลับมานะ พุดซ้อนจะรอพี่ทองกลับมา” จะไม่พูดหรืออธิบายอะไรสำหรับการกระทำนี้ จะไม่สนใจว่าทุกคนในโลกจะคิดหรือรู้สึกอย่างไร แต่ขอสักครั้งเถิด ขอให้พุดซ้อนได้กอดชายผู้เป็นที่รักสุดหัวใจคนนี้เอาไว้นานๆ หากหลังจากวันพรุ่งนี้จะมีอะไรเปลี่ยนแปลง จะต้องห่างกันไกลแสนไกล หรือแม้จะต้องตายจากกัน จะได้ไม่ต้องมานั่งร้องไห้คร่ำครวญอย่างแสนเสียดายที่ไม่ได้ทำตามเสียงเรียกร้องและความรู้สึกที่แท้จริงของหัวใจตัวเอง

หรีดหริ่งเรไรที่ดังระงมไปทั่วบริเวณช่วยกลบเสียงสะอื้นของหนุ่มสาวที่กอดกันกลมในความมืด ถึงแม้เส้นกั้นบางๆ ที่ทำให้มองไม่เห็นความรู้สึกลึกๆ ในใจของกันและกันจะยังอยู่ แต่ก็ไม่อาจสกัดกั้นความรู้สึกที่คุกรุ่นในใจของแต่ละคนไม่ให้ทำงานด้วยตัวของมันเองได้ สายลมพัดพากลิ่นไอที่เต็มไปด้วยความรักและห่วงใยกันและกันม้วนตัวอ้อยอิ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า หมู่ดาวระยิบกระซิบกระซาบแผ่วเบาด้วยรู้สึกอิจฉาระคนสังเวชใจ

มนุษย์ตัวน้อยช่างโง่เขลานัก แค่ความรู้สึกของคนที่เรียกว่ารักก็ไม่อาจจะเข้าใจได้ แล้วอย่างนี้จะต้องรออีกนานเพียงไรกว่ารักจะสมหวัง....



ไอรายา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 22 พ.ค. 2554, 18:10:06 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 22 พ.ค. 2554, 18:10:06 น.

จำนวนการเข้าชม : 1538





<< ตอนที่ 9 ดอกไม้ในใจของใครคนอื่น   ตอนที่ 11 ผู้เสียสละ >>
ปิลันธน์ 22 พ.ค. 2554, 21:38:17 น.
อ้าว...ใจตรงกันนี่นา
คนเรา ถ้ารักแล้วไม่บอก เก่งแค่ไหนก็ไม่อาจจะรู้ได้นะครับพี่น้อง...


ไอรายา 23 พ.ค. 2554, 08:05:17 น.
แต่ในชีวิตจริงน่าจะรู้นะครับ
ผมว่าผมรู้นะ เพราะเวลามีรักมักมีบางอย่างนอกเหนือการควบคุมของหัวใจและร่างกาย ^^


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account