คู่หมั้นคืนเหงาใจ
ตำนานหนุ่มหล่อเลิศล้ำแห่งค่ำคืนเหงาใจ

ความรักเหงา ๆ รานร้าวและเร้าใจ ต่างคนต่างมีกิเลสตัณหา ต้องชดใช้บุญกรรมแห่งความรัก ติดตามข้ามภพชาติศาสนา หนึ่งหญิงสองชายผูกพัน
อ่านเรื่องนี้จบ แล้วคุณจะสงสารใคร? ระหว่าง...

นักดนตรีหนุ่มรูปหล่อ พ่อรวย ราวกับในตำนาน เทพบุตรจุติลงมาเกิดอย่าง ยุติ ผู้ตกอยู่ในวังวนแห่งความเปลี่ยวเหงา ทุกค่ำคืนผ่านไปจิตใจโหยหา แค่เพียงเป็นคนที่เขาเผลอใจรัก แต่เขาไม่ได้เลือก กลายเป็นเหมือนส่วนเกิน มิใช่ส่วนสำคัญ

หรือ... อภิมหาเศรษฐีหนุ่ม ใบหน้าสวยงามเลิศล้ำอย่าง ไทธรรพ์ ผู้เป็นที่รักยิ่งดั่งชีวิตจิตใจของสาวสวย ถึงแม้เขาจะเจ้าชู้ไปบ้าง แต่ทั้งชีวิตจิตใจทุ่มเทในรักจริงจัง แต่ความหวังกลับหักพังสลาย สุดท้ายต้องอยู่เดียวดายข้างกายไร้คู่ครอง

หรือ... สาวสวยแชมป์มวยไทยหญิง เพชรน้ำหนึ่ง ถึงจะมีเพียบพร้อมทุกสิ่ง แต่ต้องเกิดมาใช้เวรใช้กรรม ที่เคยกระทำไว้ในชาติก่อน แม้จะสามารถยืนหยัดขึ้นมายิ่งใหญ่ และจิตใจเข้มแข็ง ทนทานต่อความทุกข์กายทุกข์ใจได้ แต่ลึกลงไปข้างในนั้น ไร้ซึ่งความสุขแท้จริง
Tags: ไตรติมา, คู่หมั้นคืนเหงาใจ, ดราม่า, ซึ้ง, โรแมนติก,

ตอน: ตอน 21[2]


..........ถึงเทศกาลสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยทั่วประเทศญี่ปุ่น เพชรน้ำหนึ่งไปสอบกับเขาเหมือนคนอื่น หลังสอบเสร็จแล้วกลับมาถึงบ้าน

“พี่ไทธรรพ์เรามาเลี้ยงฉลองกันเถอะ ส่วนใหญ่หนึ่งจะทำข้อสอบได้สงสัยมีหวังคงไม่พลาด แต่ถ้าผิดหวังไม่เป็นไร เพราะหนึ่งคร่ำเคร่งกับการดูหนังสือสอบมานาน ผ่อนคลายบ้างดีกว่า”

“ดีแล้วพี่เห็นด้วย ไปเลี้ยงกันภัตตาคารไหนดี อาหารญี่ปุ่นหรืออาหารฝรั่งหรือว่าอาหารไทย”

“เลี้ยงที่บ้านนี่ล่ะ ให้ป้ายาสุโอะแม่ครัวของบ้านเราทำกับข้าวให้”

“ว้า... ต้องกินข้าวบ้านเหมือนธรรมดาทุกวัน”

“ธรรมดาซะที่ไหน ขออนุญาตคุณผู้หญิงเปิดห้องยิมที่ปิดร้างสิพี่ไทธรรพ์ เข้าไปกินข้าวกันในนั้น เปิดเธคเปิดคาราโอเกะด้วย สนุกแน่นอน”

“จริงด้วย... แม่ต้องยอมแน่โอกาสพิเศษ หนึ่งฉลองสอบเข้ามหาวิทยาลัย”



..........และแล้วผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยถูกประกาศออกมาออนไลน์ไปทั่วญี่ปุ่น

“ไชโย... ผลการสอบของหนึ่งออกมาแล้ว สอบเข้าได้จริงด้วย” เพชรน้ำหนึ่งกระโดดดีใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ หลังทราบผลสอบในอินเตอร์เน็ต

โดยมีไทธรรพ์เข้ามากอดคอร่วมแสดงความยินดี

“เหลือเชื่อเลยหนึ่งเก่งมาก”

“ถ้าเก่งอย่างนี้คงต้องให้ของขวัญกันหน่อย” คุณยูตะผู้ใจดีเอ่ยขึ้น

“จริงด้วยป๋าพูดถูก ป๋าผมนี่ช่างแสนดี ใจดีไม่มีใครเหมือน” ไทธรรพ์อารมณ์ดีมาก ยามนี้จึงพูดดีเป็นพิเศษกับพ่อเลี้ยงของตน

“หนึ่งไม่ขอของขวัญอะไรมาก แค่ขอให้ได้กลับไปชกมวยหญิง ชิงแชมป์เปี้ยน”

“หนึ่งต้องการอย่างนั้น คุณแม่น่าจะยอมนะครับ”

“เกี่ยวอะไรกันด้วย” คุณอายูมิ ยังไม่ยอมโดยง่าย

“นะคะคุณอายูมิ คุณผู้หญิงที่แสนใจดีของบ้านตระกูลทาคาดะ” เพชรน้ำหนึ่งคะยั้นคะยอ แถมพกด้วยคำป้อยอตามหลังหวังผลให้สมใจดังคาดหวัง

“เด็กเขาตั้งใจจริง ผ่านอุปสรรคอะไรมามากแล้ว คุณยอมให้เขาชกมวยเถอะ บางทีเราอาจได้แชมป์มวยไทยหญิงประดับวงการมวยไทย ได้มีหน้ามีตามากกว่านี้”

“คุณยูตะนี่พลอยเห็นดีเห็นงามไปด้วยกับเขา ฉันเป็นห่วงใบหน้าจะเสียสวยซะมากกว่า” คุณอายูมิว่าอย่างเป็นห่วงกังวล

“ผมจะช่วยดูแลหนึ่งอย่างดีไม่ให้มีแผลเป็นสักนิดเลยครับแม่ ยอมให้เพชรน้ำหนึ่งชกมวยเถอะนะครับ” ไทธรรพ์ทำเสียงอ้อน

เมื่อหลายเสียงขอร้องอย่างนี้คุณอายูมิจึงขัดไม่ได้ สุดท้ายต้องยอม แพ้ความตั้งใจจริงของเพชรน้ำหนึ่ง!



..........นอกจากได้รับไฟเขียวให้กลับไปชกมวยแล้ว ต้องฝึกมวยไทยหลังเลิกเรียนทุกวัน ในวันเสาร์อาทิตย์ยังต้องเรียนการบ้านการเรือนควบคู่ไปด้วย ผู้สอนมีอยู่สามคน คือ คุณยาสุโอะ คุณอายูมิ และสุดท้ายคือ ไทธรรพ์ นั่นเอง

“เพิ่งจะผ่านพ้นหน้าหนาวมา เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ อีกไม่กี่อาทิตย์จะครบรอบวันเกิดหนึ่ง ปีนี้จะอายุสิบแปด และเพื่อให้เหมาะกับโอกาส พี่จะสอนทำเค้กวันเกิดให้นะ”

“สุดยอดไปเลยพี่ไทธรรพ์ หนึ่งชอบกินเค้กที่สุด”

“พี่จะทำเป็นตัวอย่างให้หนึ่งดูก่อน เริ่มด้วยเค้กวานิลา ส่วนหนึ่งให้ลองคิดค้นดัดแปลงทำเค้กรสอื่นที่อร่อย ไม่ให้ซ้ำกับที่พี่ทำ แต่ใช้สูตรผสมแบบเดียวกันนะ”

“หนึ่งเตรียมวัสดุอุปกรณ์มาไว้ล่วงหน้าแล้ว”

...จากนั้นเธอตั้งใจดูวิธีทำ แล้วทำตามที่เขาสอน...

“เป็นไงเค้กวานิลาที่พี่ทำ อร่อยใช่ไหม” เขาภูมิใจในฝีมือของตนเอง เห็นเธอพยักหน้าให้ ชิมไปยิ้มไป “แล้วไหนล่ะเค้กของหนึ่ง ให้พี่ชิมบ้างซิ”

“นี่... เค้กมะม่วง” เธอวางเค้กไว้ให้เบื้องหน้าของเขา แล้วนั่งมองจ้องทำตาปริบ ๆ โดยที่ยังมิได้ชิมฝีมือของตัวเองแม้แต่คำเดียว เนื่องจากไม่ค่อยแน่ใจในรสชาติของมันนั่นเอง

“กินแล้ว... เคือง” ไทธรรพ์ชิมไปทำตาหลิ่วไปข้างหนึ่ง สีหน้าแสดงถึงการได้รับรสชาติของความเปรี้ยว

“อ้าว... ทำไมล่ะ”

“ทำไม? มันโคตรเปรี้ยวอะไรปานนี้ ไม่หวานเลย ลืมใส่น้ำตาลรึไงจะบ้าตาย น่าอับอายขายหน้าอย่าบอกใครว่าพี่สอนทำเค้กสูตรนี้ มันไม่ใช่...” ไทธรรพ์ว่าด้วยสีหน้าหงิกงอ

แต่เพชรน้ำหนึ่งกลับขำ แบบต้องกลั้นหัวเราะ

“หนึ่งคิดว่ามะม่วงสุก มันหวานอยู่แล้วไม่เห็นต้องใส่น้ำตาล”

“หวานที่ไหน หาความหวานไม่มีเลย มาลองชิมดู”

“แหะ แหะ... หนึ่งไม่กล้า ...แพ้ความเปรี้ยว เดี๋ยวหนึ่งไปให้ป้ายาสุโอะลองชิมดูบ้าง เผื่อป้าเขาอาจจะไม่เปรี้ยว” หัวเราะแหยและว่าอย่างนั้น พร้อมคว้าถาดเค้กยกวิ่งหนีไทธรรพ์ครูผู้สอนทำเค้กไปต่อหน้าต่อตา ด้วยเกรงว่าขืนอยู่ต่อต้องโดนบังคับชิมเค้กสูตรประหลาดของตนเองแน่แท้เทียว

“ชิมหน่อย ชิมหน่อย... หนึ่งทำเค้กมะม่วงสุกไม่รู้รสชาติเป็นไงนะป้ายาสุโอะ” เพชรน้ำหนึ่งยื่นให้ป้ายาสุโอะ ซึ่งนั่งเล่นอยู่ไม่ไกลจากห้องครัว

ป้ายาสุโอะนั้นว่าง่าย ตัดแบ่งเค้กออกชิ้นเล็กพอดีคำชิมไปหนึ่งคำ แล้วเงียบไปพักหนึ่ง

“เป็นไงรสชาติพอใช้ได้ไหม” เด็กสาวถามอย่างลุ้นผล...

“สาบานได้ไหมคุณหนึ่งว่านี่คือเค้ก ...เปรี้ยวเป็นบ้า คุณหนึ่งแกล้งป้าให้ลองชิมหรือเปล่านี่”

“เปล่านะคะ ตกลงว่ามันเปรี้ยวจริงเหรอ? โธ่... ไม่น่าเลย ...เสียดายจัง ยังงี้จะแก้ไขยังไงดีล่ะ” เธอทำเสียงเล็กเบาต่ำในลำคอ และต้องหน้าม่อยสลดลงไปเมื่อได้รับคำตอบสุดท้ายจากป้ายาสุโอะ

“แก้ไขไม่ได้แล้วล่ะ คราวหน้าจำไว้ว่าต้องใส่น้ำตาลลงไปด้วย ไม่ว่ามันจะเป็นเค้กผลไม้อะไร”

ไทธรรพ์ตามหลังมาจัดการเอาเรื่องลูกศิษย์แม่ครัวตัวป่วน ใช้คำสั่งบังคับ...

“คนทำเค้กรสชาติเปรี้ยวน่าเกลียดต้องโดนทำโทษ นั่งลงแล้วกินมันเข้าไปให้หมด นี่...”

เพชรน้ำหนึ่งจึงต้องนั่งลง กินเค้กไปด้วยท่าทางขนลุกขนพอง ใบหน้าเหยเกทำตาหรี่หลิ่ว... ปากแบะแบบไม่ไหวกับความเปรี้ยว

โดยมีป้ายาสุโอและไทธรรพ์นั่งหัวเราะกันอย่างท้องคัดท้องแข็งกับท่าทีแพ้ความเปรี้ยวของเธอ

“ฮะ... ฮ่า ฮ่า ฮ่า... เอิ๊ก...”



..........มีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นก่อนที่เพชรน้ำหนึ่งจะอายุครบสิบแปดปี นั่นทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

เมื่อไทธรรพ์ทะเลาะกับคุณยูตะ เพราะโดนย้ายไปทำงานในฝ่ายบัญชี ซึ่งไทธรรพ์ไม่ถูกกับผู้จัดการฝ่ายบัญชีที่ดูสนิทสนมกับเพชรน้ำหนึ่งมากเกินไปจนเขาเกิดความหึงหวง เนื่องจากผู้จัดการคนนี้ชื่นชอบเพชรน้ำหนึ่งที่เป็นนักมวยไทยหญิงและเขาชอบดูมวยไทยมาก

“ป๋าทำไมต้องย้ายผมไปเป็นลูกน้องไอ้ทานูกินั่น”

“เขาชื่อคุณ วากามิชิ ทานากะ ไม่ใช่ทานูกิ ไปเรียกเขาเป็นสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่างนั้นเป็นการไม่ให้เกียรติ์ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ดีเลย ป๋าอยากให้ไทธรรพ์เรียนรู้งานทุกแผนก ฝ่ายบัญชีที่ทำงานเกี่ยวกับการเงินนี่สำคัญมาก”

“ไม่เอา ป๋าต้องย้ายผมไปอยู่แผนกอื่น ไม่อย่างนั้นผมลาออก”

คุณยูตะให้หนักใจกับความเอาแต่ใจของลูกเลี้ยง แต่จำเป็นต้องพูดเหตุผล

“ไทธรรพ์ต่อไปจะต้องถือหุ้นในบริษัทเป็นอันดับสองรองจากป๋าไม่มีสิทธิ์ลาออก ต้องช่วยงานป๋า ไม่อยากทำก็ต้องทำเพราะมันเป็นหน้าที่ ป๋าวางอนาคตไว้ให้ไทธรรพ์แล้ว”

“ป๋าอย่ามาบงการชีวิตผมดีกว่า ผมทำตามสัญญาที่จะมาช่วยงานป๋าเพื่อให้ทุนการศึกษากับหนึ่ง แต่ป๋าไม่มีสิทธิ์บังคับผม ผมไม่ชอบไอ้ทานูกินั่น”

“อย่าใช้อารมณ์สิไทธรรพ์ เพราะอะไรถึงไม่ชอบเขา”

“มันทำตัวสนิทสนมกับหนึ่งมากเกินไป”

“นั่นไม่ใช่เหตุผลอันควร ไทธรรพ์หึงหนึ่งล่ะสิ? ป๋าเข้าใจคุณวากามิชิเขาไม่ได้คิดไปในทางชู้สาวกับเพชรน้ำหนึ่งเลย เขาเป็นโสดครองตัวมาได้จนทุกวันนี้น่านับถือจิตใจอันมั่นคงของเขานะ”

“ผมไม่นับถือด้วยเด็ดขาด ถ้าป๋ายังดึงดันจะให้ผมอยู่แผนกมัน ผมไม่ทำ ป๋าจะมาบังคับผมไม่ได้ ผมจะไม่มาทำงานในบริษัทของป๋าตั้งแต่พรุ่งนี้ไป”

คุณยูตะให้โมโหขึ้นบ้าง เหลือจะอดทนกับความอวดดื้อถือดีของไทธรรพ์

“ลูกไม่รักดี เอาแต่ดื้อกับป๋า”

“ทำไมผมต้องยอมให้ป๋าบงการชีวิตผม ในเมื่อผมไม่ใช่ลูกในไส้ของป๋าและป๋าไม่ใช่พ่อแท้จริงของผม”

“เธอพูดแบบนี้ฉันเสียใจเหลือเกิน”

“ช่างสิมันเรื่องของคุณ ผมลาล่ะ” ว่าแล้วไทธรรพ์ได้ผลุนผันออกจากห้องท่านประธาน



..........คุณยูตะเครียดจัด จนโรคหัวใจกำเริบ แต่รีบกินยาระงับไว้ได้ทัน เลิกงานจึงต้องรีบกลับไปพักผ่อนที่บ้าน และบอกเล่ากับภรรยาเกี่ยวกับเรื่องที่เขาและไทธรรพ์มีปัญหากัน

...ในห้องนั่งเล่นส่วนตัว

“ฉันจะเรียกเพชรน้ำหนึ่งมาพูด ไทธรรพ์จะมาลาออกอย่างนี้ไม่ได้ เดี๋ยวนี้ชักไม่ฟังใคร ฉันจะลองพูดกับเพชรน้ำหนึ่งดู”

“เธอช่วยไปตามเพชรน้ำหนึ่งมาที่นี่ บอกว่าฉันกับคุณผู้ชายต้องการจะคุยด้วย” คุณอายูมิสั่งสาวใช้

...รอคอยอยู่ไม่นาน

“คุณผู้ชายกับคุณอายูมิต้องการคุยกับหนึ่ง มีเรื่องอะไรคะ”

“ไทธรรพ์จะลาออก ไม่ยอมช่วยงานคุณยูตะ สาเหตุมาจากเธอ รู้ตัวหรือเปล่า”

“เอ๋... หนึ่งไม่ทราบค่ะ”

“คุณยูตะย้ายให้ไทธรรพ์ไปช่วยงานฝ่ายบัญชี แต่เขาไม่ชอบผู้จัดการฝ่ายบัญชี เพราะเขาหึงหวงเธอ ตอนนี้เขาบอกลาออก ไทธรรพ์ทำแบบนี้มันเอาแต่ใจไม่มีเหตุผล ความจริงเธอเองกำลังจะโดนย้ายไปฝ่ายบัญชีเหมือนกัน เรื่องนี้ฉันอยากให้เธอช่วยพูดกับไทธรรพ์ ไม่ให้เขาลาออก ขอให้เขาอยู่เรียนรู้งาน ช่วยงานคุณยูตะต่อไป ตอนนี้เขาไม่เชื่อฟังใครเลย ฉันหวังว่าเธอคงพอจะพูดกับเขาได้” คุณอายูมิเล่าเรื่องให้ฟังเพื่อขอความช่วยเหลือจากเพชรน้ำหนึ่ง

“หนึ่งไม่แน่ใจว่าพี่ไทธรรพ์จะฟังคำพูดของหนึ่ง”

“บ้านเราเหลือไทธรรพ์เป็นทายาทอยู่คนเดียว เขาเป็นคนสำคัญของครอบครัว ถ้าเขาไม่ทำแล้วใครจะมาสืบทอดกิจการต่อ เธอคงเข้าใจความจำเป็นของครอบครัวเรานะ” คุณอายูมิพยายามพูดให้เด็กสาวเข้าใจ

“ค่ะ หนึ่งจะลองพยายามดู”




ไตรติมา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 13 ส.ค. 2560, 12:00:57 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 13 ส.ค. 2560, 12:00:57 น.

จำนวนการเข้าชม : 446





<< ตอน 21[1]   ตอน 22[1] >>


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account