เพียงกลีบดอกไม้ล่องลอยไปในสายลม
..........
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: ตอนที่ 7 : แม่จำไม่ได้ว่าผู้ชายคนแรกของตัวเองเป็นใครและจำไม่ได้ว่านอนกับผู้ชายมากี่คนแล้ว

แม้ไม่ได้สัมผัสแต่ก็ชิดใกล้จนเกือบจะสัมผัส หรือมันอาจเป็นการสัมผัสอีกรูปแบบหนึ่งก็ได้ มันทำให้ฉันวาบหวามอย่างมีศิลปะ มันทำให้ความตื่นเต้นมิอาจเงียบงันเมื่อร่างกายของฉันรับรู้ถึงกลิ่นอายของผู้ชาย อันเป็นตัวตน อันเป็นส่วนผสมของอะไรหลายสิ่งหลายอย่าง ทั้งกลิ่นเสื้อผ้า กลิ่นน้ำหอม กลิ่นของผิว กลิ่นของลมหายใจ กลิ่นของแววตาและริมฝีปาก กลิ่นของอำนาจ กลิ่นของปีศาจ กลิ่นของความมืด กลิ่นของสัตว์ร้าย กลิ่นของกากเดน กลิ่นของความหวังและโศกนาฏกรรม

อย่างเด็ดขาดและกะทันหัน เขาดึงฉันเข้ามาในอ้อมกอด กลิ่นอายที่ว่ายิ่งเข้มข้นเมื่อฉันได้สัมผัสกับลมหายใจของเขา เขาโน้มใบหน้าเข้ามาอย่างใกล้ชิดจนฉันคิดอะไรไม่ออกและยิ่งคิดอะไรไม่ออกอย่างสิ้นเชิงเมื่อเขาจูบฉัน

จูบที่ทำให้สั่นไหว จูบที่เหมือนไม่ใช่จูบกันครั้งแรก มันคุ้นเคยอย่างแปลกประหลาด หรือเราอาจจะเคยจูบกันเมื่อชาติที่แล้ว หรืออาจจะจูบกันในสวรรค์หรือในนรกก่อนจะเกิดมาเป็นมนุษย์

ริมฝีปากของเขาทำให้ฉันตื่นเต้น แต่ความตื่นเต้นนั้นช่างสงบและเงียบเชียบ ฉันไม่ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเช่นเดียวกับที่ไม่ได้ยินเสียงของสรรพสิ่งรอบข้าง ใครบางคนอาจเรียกความรู้สึกนี้ว่าความเคลิบเคลิ้มหลงใหล แต่มันยังไม่ใช่สำหรับฉัน ฉันยังไม่ได้สูญเสียตัวตน ฉันยังไม่ได้หลงปลื้มในตัวเขา

“ผมนอนไม่หลับ คุณทำให้ผมฟุ้งซ่านทั้งคืน”

เขากอดฉันไว้ในอ้อมแขน ในห้วงเวลาเช่นนั้นฉันหลับตานึกถึงภาพที่แม่เต้นรำอยู่กลางสายฝน นึกถึงเสียงหัวเราะอย่างคลุ้มคลั่งท่ามกลางเสียงฟ้าคำราม นึกถึงเส้นผมยาวสลวยและเนื้อผ้าเบาบางเปียกโชกแนบลู่ไปกับเนื้อผิวสีขาวละเอียด นึกถึงดอกไม้ที่หล่นลงมาจากเรือนผมของแม่ ร่วงตกลงไปบนพื้นที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำทีละดอก ทีละดอก..

เฉกเช่นมนุษย์ที่เป็นเสรีชนอย่างสุดขั้ว แม่ของฉันใช้ชีวิตอยู่กับเสรีภาพและการแสวงหาความสุข แม่จำไม่ได้ว่าผู้ชายคนแรกของตัวเองเป็นใครและจำไม่ได้ว่านอนกับผู้ชายมากี่คนแล้ว เพราะแม่ปล่อยชีวิตให้โลดแล่นไปตามอารมณ์ แม่หลงใหลความรักพอๆกับหลงใหลในโศกนาฏกรรมของความรัก แม่บอกว่าความรักต่อให้หอมหวานหรือเจ็บปวดรวดร้าว มันล้วนแต่มีรสชาติให้ชวนเสพติด มันคือมารดาของจิตวิญญาณของศิลปิน มันคือศิลปะและบทกวี

แม่มีรักที่เปี่ยมด้วยอิสระ แม่ไม่เคยยึดเหนี่ยวผู้ชายคนใดไว้เป็นของตน แม่บอกเสมอว่าคนไม่ใช่วัตถุที่จะจับจองเป็นเจ้าของได้ ในเส้นทางของความรักของแม่ แม่จะก้าวเข้าไปครึ่งทางและปล่อยให้ผู้ชายอีกคนก้าวเข้ามาอีกครึ่งทางเพื่อบรรจบกัน ณ จุดกึ่งกลาง แต่หากเขาไม่ก้าวเข้ามา แม่ของฉันก็จะหันหลังแล้วเดินจากไป

ไม่มีอะไรยากเย็น แค่หันหลังแล้วเดินจากไป..

ฉันลืมตา เงยหน้ามองผู้ชายตรงหน้า

เขาอยู่ใกล้แทบชิด เขาจ้องตาฉัน ฉันจ้องตาเขา เสียงเศร้าๆของนักร้องหญิงยังคงครวญเพลง La vie en rose ฉันเพิ่งได้พบความขัดแย้งที่ซ่อนเร้นในเนื้อเพลง ท่วงทำนองและเสียงคนร้องพร้อมๆกับได้ค้นพบความขัดแย้งบางอย่างในใจของตัวเอง

ดอกกุหลาบสีแดงสดปานเลือดในแจกันแก้วกำลังส่งกลิ่นหอมอบอวล

“ผมต้องการคุณ”

ในอ้อมกอดของเขา เสื้อผ้าของฉันถูกถอดออกทีละชิ้น อย่างเชื่องช้า ทั้งชุดชั้นนอกและชุดชั้นในลูกไม้สีดำ หน้าอกของฉันคล้อยลงตามน้ำหนักหลังจากปราศจากเนื้อผ้าปิดป้องและกรอบโครงรองรับ ฉันเป็นอิสระจากเสื้อผ้าที่เคยปกคลุมร่างกายคล้ายกับวันที่ฉันถือกำเนิด วันที่ยังบริสุทธิ์และไร้เดียงสา ดวงตาทั้งสองยังไม่สนใจโลก ไม่สนใจใคร ได้แต่หลับอุตุจมอยู่ในความฝันของตัวเอง

เขาช้อนตัวฉันแล้วอุ้มไปยังห้องนอน วางฉันลงบนเตียงที่นุ่มปานปุยเมฆในเทพนิยาย มือลูบไล้ ริมฝีปากจูบฉัน อ้อยอิ่ง ฉันได้ยินเสียงเขากระซิบสั่ง

“หลับตาลง เพชรลดา”

นิ้วหัวแม่มือของเขาวนคลึงบนเนื้ออุ้งมือของฉัน มันเป็นสัมผัสที่เย้ายวนจนทำให้ฉันควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้พอๆกับริมฝีปากของเขาที่กำลังบดเบียดอยู่บนผิวซอกคอของฉัน

“หากคุณลืมตา ผมจะไม่ให้อภัยคุณ”

ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องสั่งให้ฉันหลับตา แต่การไม่ลืมตามันก็ทำให้ฉันสบายใจกว่า ถึงแม้การเสียดสีของผิวกาย สัมผัสจากลมหายใจ มือ ริมฝีปากและปลายลิ้นจะทำให้ฉันรู้สึกแปลกประหลาดอย่างที่ไม่เคยได้รู้สึกมาก่อนแต่ฉันก็ไม่ได้ใคร่อยากรู้อยากเห็นว่าเขาสัมผัส ลิ้มรส หรือดื่มด่ำกับร่างกายของฉันอย่างไร มันไม่สำคัญ แม้แต่ความสัมพันธ์ในครั้งนี้มันก็ไม่ได้สำคัญ ส่วนสิ่งที่สำคัญ ฉันก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

เขาล่วงล้ำเข้าสู่ภายใน ฉันเจ็บแต่ไม่ได้มากเกินจะทนไหว ภายในสมองว่างเปล่า ตัวเบาเหมือนปุยนุ่น ความทรงจำเกี่ยวกับผู้ชายคนก่อนถูกหลุมดำในจิตสำนึกดูดกลืนลงไปและหายไปจนหมดสิ้นเมื่อลมหายใจของฉันเริ่มหอบกระชั้นอย่างไม่อาจควบคุมให้เป็นปกติ นัยน์ตาเริ่มพร่าเลือนและท้ายที่สุด ความมืดหลังเปลือกตาก็กลายเป็นสีขาวโพลน กล้ามเนื้อทุกมัดเหยียดเกร็งอย่างเต็มที่ก่อนจะความชาจะแล่นยึดครองทุกปลายประสาทจนฉันสิ้นความรู้สึกทั้งตัว

มันไม่ต่างอะไรกับความตายชั่วขณะ แล้วสีขาวอ้างว้างที่ทาบปิดนัยน์ตาก็เหมือนกับสวรรค์

มนุษย์ที่ยังไม่ตายเขาขึ้นสวรรค์กันด้วยวิธีนี้เองหรือ

ลมอุ่นๆพัดผ่านมากระทบปลายจมูก พระเจ้าคงประทานชีวิตใหม่ให้ฉันเหมือนที่ครั้งหนึ่งที่พระองค์ระบายลมหายใจให้อดัม อีฟและลิลิธ แต่คงไม่ได้แถมจุมพิตที่มีรสนุ่มหวานฉ่ำเหมือนสตรอเบอร์รี่ กลิ่นลมหายใจของผู้ชายและกลิ่นน้ำหอมตระกูลฟูเจร์ที่เจือผสมด้วยกลิ่นเหงื่อให้พวกนั้นด้วย

“ลืมตาได้แล้ว”

ใบหน้าของฉันยังเปียกชื้น ดวงตาทั้งสองยังพร่าเลือน ฉันปาดน้ำตาออกจากแก้มและต้องใช้เวลาระยะหนึ่งสำหรับปรับสายตา ซึ่งกว่าจะถึงเวลาที่การมองเห็นกลับมาเป็นปกติ เมธวัชร์ก็กลับมาพร้อมแก้วบรั่นดีในมือ สวมเสื้อคลุมผ้ามันสีน้ำเงิน

การเข้าไปรับรู้เรื่องราวของคนอื่นมากเกินไปอาจเป็นการหาเรื่องใส่ตัว ถึงกระนั้นก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะทำให้ฉันนั่งเงียบอยู่ตรงนั้นและเก็บความสงสัยไว้ในใจจนตายไปกับตัว

“ทำไมคุณสั่งให้ฉันหลับตา”

เขาเงียบ

“หรือคุณอายที่จะเปลือยกายต่อหน้าฉัน”

เขาส่ายหน้าพร้อมกับเสียงหัวเราะที่เหมือนเอ็นดูเด็กโง่

“ผมน่าจะออกไปจากห้องนี้ตั้งแต่เสร็จสิ้น”

“คุณจะออกไปตอนนี้ก็ได้”

เขาส่ายหน้า

“คุณอยากรู้จริงๆใช่ไหมว่าทำไมผมสั่งให้คุณหลับตา”

ฉันพยักหน้ารับ

“ผมคิดว่าคุณจะกลัว..”

พอมีใครพูดว่าฉันจะต้องกลัวอะไร ความกล้าหาญของฉันจะตื่นขึ้นมาทันที มันเป็นนิสัยเสียที่แก้ไม่หายและเป็นการตอบรับความท้าทายอย่างหนึ่ง ฉัน..ปรารถนาอย่างยิ่งยวดที่ตอบรับคำท้าทายจากสิ่งที่อันตรายที่สุดในชีวิตของฉันนั่นคือความหวาดกลัวของตัวฉันเอง

“อย่าว่าแต่ร่างเปลือยของผู้ชาย ไม่มีอะไรในโลกนี้ทำให้ฉันกลัว”

เมธวัชร์จ้องตาฉัน ฉันจ้องเขากลับและคิดว่าจะไม่ถอนสายตาหากเขาไม่เมินหลบก่อน

แล้วบัดดลเขาก็วางแก้วเหล้าลงและปลดเสื้อคลุมสีน้ำเงิน ทึ้งมันออกจากตัว

ผู้ชายตรงหน้าฉัน เหมือนไมเคิลแองเจโลสร้างเดวิดที่มีผมสีดำขึ้นมาอีกคน ในเมื่อผิวของเขาขาวหมดจด แต่มันจะสำคัญอะไรในเมื่อเขามีรูปร่างสวยงามสมบูรณ์แบบอย่างที่ผู้ชายน้อยคนสามารถเป็นเจ้าของหากไม่นับรวมประติมากรรมรูปบุรุษเพศในศิลปะแนวมนุษยนิยม

และราวกับปวงเทพเจ้าอิจฉาริษยาความงดงามของเขาจนคลุ้มคลั่ง รอยแผลเป็นนับร้อยจึงประดังลงมาจากสวรรค์ มาเข่นฆ่าทำลายความงดงามของเขาจนหมดสิ้น มันเป็นสิ่งที่น่าสยดสยองที่สุด ทั้งรอยบากรอยนูนพาดผ่านระเกะระกะซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับเป็นผลงานของซาตานหรือฆาตกรจิตวิปริตบนผืนผ้าไหมสีงาช้างกระนั้น

“ฉัน....” ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ฉันเคยชินกับการมองทุกสิ่งในมิติลึกมากไปกว่าสิ่งที่ตาเห็น ทว่าในยามนี้ฉันไม่อาจ..คาดเดาถึงจิตใจของคน..ที่ทำร้ายคุณ”

“ความสุข ความสะใจ ความโลภ ความหลง ความหึงหวง และความเห็นแก่ตัว คุณกลัวแผลเป็นของผมไหม”

ฉันส่ายหน้า “แต่คุณมีทางจัดการกับมัน วิทยาการความงามสมัยนี้..”

เขาส่ายหน้า คว้าแก้วเหล้ากลับมาอยู่ในมือ

“รอยแผลแต่ละแผลมีเรื่องราวของมัน ผมไม่ปรารถนาจะลบเลือนมันไป”

ฉันเงียบและไม่คิดว่าตัวเองเข้าใจคำพูดประโยคนั้น

“คุณไม่กลัวแผลเป็นของผมใช่ไหม”

เขาถามซ้ำ ฉันส่ายหน้า

เขายิ้มกว้าง

“ผมคิดไม่ผิดมาตั้งแต่ต้น คุณเป็นผู้หญิงแปลกๆ”

เมธวัชร์วางแก้วบรั่นดีในมือลงบนโต๊ะข้างเตียง จากนั้นก็ขยับมาหาฉัน คว้าร่างของฉันไปอยู่ในอ้อมกอด

“ถ้าอย่างนั้น ต่อจากนี้ไป คุณไม่จำเป็นต้องหลับตาอีกแล้ว เพชรลดา”






ฉันหลับไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้เหมือนกัน จำได้เพียงเลือนรางว่ามีช่วงเวลาหนึ่งที่ฉันตื่นสะลึมสะลือขึ้นมาอาบน้ำล้างหน้าล้างตา แต่เมื่อกลับออกมาก็พบว่าเมธวัชร์ไม่ได้อยู่ในห้อง มีแต่สาวใช้กลุ่มหนึ่งกำลังรุมรื้อเตียงใหม่ หนึ่งในนั้นผละจากงานเพื่อนำฉันไปนอนในห้องอีกห้องหนึ่งซึ่งเมื่อหัวถึงหมอน ฉันก็หลับสนิท

มาลืมตาตื่นอีกทีก็ตอนสาย หลังจากอาบน้ำตอนเช้าและแต่งกาย ขณะกำลังพรมน้ำหอมลงบนฝ่ามือ สาวใช้ก็เข้ามาเรียกฉันไปทานข้าว

อาหารเช้าถูกจัดไว้ที่เดียว

“คุณเมธวัชร์ไม่อยู่ค่ะ ท่านมีธุระด่วนต้องออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อคืน”

ฉันจำได้ว่าฉันหลับๆตื่นๆหลายครั้ง และการตื่นครั้งหนึ่ง ในแสงสว่างกระจ่างจากพระจันทร์เต็มดวง ฉันลืมตาขึ้นมามองเห็นขนตายาวหนาดกดำของผู้ชายอีกคนที่กำลังหลับอยู่บนเตียงเดียวกัน

ฉันนอนคนเดียวมาตั้งแต่เด็ก คงไม่ผิดที่จะรู้สึกแปลกๆเมื่อมีใครอีกคนนอนหลับอยู่ใกล้ๆแต่มันไม่ได้ทำให้ฉันหวาดผวาหรือเกิดความรู้สึกอยากต่อต้านแต่อย่างใด

ฉันหลับตาลง และดูเหมือนจะหลับง่ายลงกว่าเดิม มาตื่นอีกครั้งเมื่อมีเสียงโทรศัพท์

ได้ยินเสียงเมธวัชร์รับ “มีอะไร”

เขาลุกไป ฉันพยายามจะลุกตามแต่เขาห้าม ฉันจึงหลับตานอนต่อ มาตื่นอีกครั้งเพราะเสียงกระซิบที่หู

“ผมมีงานต้องออกไปข้างนอก เสร็จงานแล้วจะโทร.หา”

เขาสัญญาไว้แค่นั้น แล้วฉันก็ไม่ได้ยินเสียงของเขาอีกจนกระทั่งตื่นเต็มตา

“เขาจะกลับมาเมื่อไร”

“คุณเมธวัชร์ไม่ได้แจ้งไว้ค่ะ”

หลังจากได้รับคำตอบ ฉันก็เริ่มใช้มีดตัดชิ้นปลาและส่งเข้าปาก จนกระทั่งสาวใช้เก็บจานอาหารและแก้วน้ำไปแล้ว ฉันก็ได้แต่นั่งมองแก้วน้ำสัมของตัวเอง

วิรงรองเคยพูดว่า“ผู้ชายเป็นสิ่งมีชีวิตที่อดทนอย่างไร้ขีดจำกัดเพื่อสิ่งที่พวกเขาอยากได้อย่างยิ่งยวด เพราะฉะนั้นแค่มารยาที่แสดงออกมาว่ารักและแคร์เราทุกอย่าง แววตาแสนซื่อและมีทีท่าที่เหมือนจะตายเพื่อเราได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ใช่เรื่องยากที่ผู้ชายจะสามารถอดทนเล่นละคร แต่เมื่อใดที่พวกเขาสมปรารถนาหรือรู้ว่าสิ่งที่เขาเพียรพยายามไขว่คว้าไม่มีวันได้มาแล้ว พวกเขาจะแสดงธาตุแท้ออกมา ซึ่งหลายครั้งรุนแรงเกินกว่าที่เราจะรับได้”

“จำไว้ เราไม่ควรคิดว่าได้รู้จักผู้ชายคนนั้นจนกว่าจะได้ขึ้นเตียงกับเขา”

เมธวัชร์ได้สิ่งที่เขาต้องการแล้ว

ถึงกระนั้นฉันก็ยังไม่รู้จักเขา แม้มนุษย์ทั้งเพศชายและหญิงต่างมีข้อมูลเหมารวมไว้สำหรับไขปริศนาที่ผู้คนมากมายสงสัยแต่ไม่ได้สนใจใคร่รู้มากนัก ถึงกระนั้นความจริงกลับมีอยู่ว่ามนุษย์ล้วนแตกต่างกัน และนั่นกลายเป็นข้อพิสูจน์ในเวลาต่อมาสิ่งที่เราเคยเชื่อหรือเคยรับรู้คือข้อมูลที่ถูกบิดเบือน

Different heart, different man.
แค่เปลี่ยนใจ ผู้ชายคนเดิมก็เปลี่ยนเป็นคนละคน

Different man, different heart.
แต่หัวใจของผู้ชายทุกคนก็ไม่ได้เหมือนกัน

บทกวีฉันที่ฉันเขียน ฉันเคยรู้ความหมายไม่รู้ว่าอันที่จริง ฉันเข้าใจมันจริงๆหรือเปล่า

“สามครั้ง ผู้หญิงสามารถรักผู้ชายอย่างสุดหัวใจได้สามครั้ง ครั้งแรกคือความหวังซึ่งถ้าจบลงด้วยความผิดหวัง ครั้งที่สองคือส่วนผสมระหว่างความหวังกับทางผ่านซึ่งถ้ามันจบลงอีก ครั้งที่สาม..เธอจะเดิมพันด้วยชีวิต”

“ทำไมต้องเดิมพันด้วยชีวิต”

“เพราะถ้าไม่เดิมพันด้วยชีวิต เธอจะไม่กล้าพอที่จะหายนะเป็นครั้งที่สามเด็ดขาด”

คืนก่อน ฉันยิงไม่โดนเขา ฉันถูกบังคับให้นั่งอยู่บนโซฟา ฟังอาชญากรตัวจริงพูดอย่างเย็นชา

“ถ้าตัดสินใจว่าจะฆ่าใคร อย่าเหลือความเมตตาไว้ในใจเพราะมันจะทำให้มือไม้สั่น”

ฉันไม่โกรธเพราะเขาพูดถูก ฉันไม่ควรเหลือความเมตตาไว้ในใจและอันที่จริง ฉันไม่ควรกลัวที่จะได้ยิงคนตาย

ฉันเกลียดความกลัวและเกลียดตัวเองที่เป็นอย่างนั้น เพราะสิ่งที่เขาทำต่อมาทำให้ฉันรู้ว่าเขาไม่เหลือความเมตตาไว้ให้ฉันแม้แต่น้อย








เข้าใกล้ยี่สิบสี่นาฬิกาในคืนก่อน เมธวัชร์ถอดนาฬิกาโรเล็กซ์สีทองมาถืออยู่ในมือเพื่อจับเวลาเพื่อแสดงให้ฉันรู้ว่าลูกน้องของเขาไม่เคยทำเสียสถิติ ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เขาลากคนที่ฉันรู้จักมาเจอฉันได้หนึ่งคน

แฟนคนแรกของฉันเอง

ทั้งตัว เขาสวมกางเกงขายาวสีดำ ไม่มีเสื้อและเข็มขัด ฉันไม่อยากคิดว่าคนเหล่านั้นไปลากเขามาจากที่ไหน

จากแววตา ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายปีและฉันจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่เขายังจำฉันได้ จำได้เร็วเกินไปเสียด้วยซ้ำจนทำให้ฉันคิดมากว่าเขายังเก็บฉันไว้ในหัวใจตลอดเวลาที่เราจากกัน

ฉันยังจำถ้อยคำที่เขาขอความรักจากฉันได้

“ผู้หญิงเกิดมาเพื่อถูกรักและนั่นเป็นเหตุผลที่คุณไม่ควรปฏิเสธผม”

ผู้หญิงเกิดมาเพื่อถูกรัก การถูกรักจึงเป็นความฝันของผู้หญิง เป็นพรจากสรวงสวรรค์และมันคล้ายเป็นพระคุณอย่างหนึ่งที่ผู้ชายแปลกหน้าสามารถสร้างให้กับผู้หญิงคนหนึ่งโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้เธอเลย..แค่รักเธอ

แต่ถ้าท้ายที่สุดมันกลายเป็นแค่คำลวง มันอาจจะกลายเป็นฆาตกรรม อาจทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งสูญเสียหลายสิ่งอย่างที่ผู้ชายไม่อาจเข้าใจ

“นี่มันเรื่องอะไรกัน”

คนตอบคำถามคือเมธวัชร์

“คืออย่างนี้ ฉันต้องการผู้หญิงคนนี้มาก แต่ให้ตายอย่างไร เธอก็ไม่ยอมนอนกับฉัน ฉันจึงเรียกตัวนายมาเพื่อว่าความคุ้นเคยระหว่างนายกับเธอจะทำให้เธอใจอ่อนลงมาบ้าง”

อย่างน้อยก็ขอทึ่งกับสายข่าวของผู้ชายคนนี้ สืบมาได้อย่างไร

เขามองหน้าฉัน สีหน้าแย่แต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษผู้มีหน้าที่ปกป้องอิสตรียังมีอยู่ในสายเลือดหรือว่าเขาพยายามจะเป็นเพื่อให้ดูเป็นคนดี ท้ายที่สุดเขาก็หันไปมองหน้าเมธวัชร์ด้วยสายตาแข็งกร้าวและตอบโต้

“ถ้าเธอไม่สมัครใจ คุณจะไปบังคับเธอทำไม!”

“ถ้าเธอไม่สมัครใจและนายเกลี้ยกล่อมเธอไม่สำเร็จ ฉันจะยิงกะโหลกนาย”

พอเมธวัชร์พูดประโยคนี้ออกมา ความเข้มแข็งจริงจังในน้ำเสียงของเขาทำให้อุณหภูมิในห้องนี้เย็นยะเยือกลง ฉันยอมรับว่าความกลัวเริ่มลามเลียหัวใจฉัน แต่ไม่แน่ใจว่าผู้ชายที่เพิ่งถูกฉุดกระชากลากตัวมาจะรู้สึกเหมือนฉันหรือไม่

แต่ที่แน่ๆ เขาถาม “คุณ..ไม่เต็มใจ..”

ฉันตอบ “ฉันไม่นอนกับผู้ชายคนนี้อย่างเด็ดขาด”

เท่านั้น ผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆฉันก็ยื่นมือขวาไปหาลูกน้อง

“ปืนหนึ่งกระบอก ใส่ที่เก็บเสียงด้วย”

ปืนถึงมือของผู้ชายสายสกุลกฤติกาลักษณ์แล้ว เมธวัชร์จะเอาจริงหรือไม่ ฉันไม่รู้ แต่การปิดปากเงียบงันและสีหน้าที่ไม่สยบยอมของผู้ชายอีกคนทำให้ขอบตาของฉันร้อนผ่าว ฉันเคยสงสัยว่าทำไมผู้ชายถึงครองโลกใบนี้ได้ หลายครั้งที่ความสงสัยนั้นได้รับคำตอบมาว่าเพราะพวกเขากล้าหาญและเด็ดเดี่ยว มันเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันอิจฉาริษยามนุษย์เพศผู้มาตลอด พวกเขาเด็ดเดี่ยวอย่างที่ผู้หญิงอย่างฉันทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเด็ดเดี่ยวที่จะทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่หรือเด็ดเดี่ยวที่จะใจร้ายต่อใครบางคน พวกเขาไม่เคยสงสารคนที่ไม่ควรจะสงสาร

แม้เรื่องราวความรักในครั้งนั้นจะจบไปนานแล้ว แต่ความทรงจำของฉันก็ไม่เคยทำให้ฉันสงสัย ทำไมการเลิกร้างกับผู้ชายคนหนึ่งมีอิทธิพลต่อฉันถึงขั้นทำให้ผู้หญิงที่ชื่อว่าเพชรลดาเปลี่ยนแปลงตนเองไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นยามรักหรือยามสูญเสียความสัมพันธ์ ผู้ชายทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรมากมาย แม้จะไม่เคยมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งหรือบางคนที่ไม่เคยแม้แต่จะสัมผัสปลายนิ้ว แต่พวกเขาที่ผ่านมาก็ล้วนทิ้งร่องรอยเอาไว้ในความทรงจำ ในความเปลี่ยนแปลงและความเข้าใจหลายๆอย่าง ซึ่งทั้งหมดนั่นกลายเป็นองค์ประกอบที่หลอมรวมและสร้างตัวตนของฉันแบบที่เห็นในปัจจุบันขึ้นมา

ถึงแม้ว่าฉันจะยังจำคำพูดที่ฉันอ้อนวอนคนเฝ้าประตูหน้างานแต่งงานของเขาได้

‘คุณอรรถรู้จักดิฉันดี เขารู้ว่าดิฉันเป็นอย่างไร ให้ดิฉันเข้าไปเถอะนะคะ ดิฉันแค่..อยากเข้าไปแสดงความยินดี”

“ไม่ได้ครับ คุณอรรถสั่งมาว่าถ้าคุณไม่กลับไป รปภ.ของโรงแรมจะมาจัดการกับคุณ”

ถึงแม้ว่าฉันจะเคยถูกรปภ.สองคนลากมาเหวี่ยงทิ้งอยู่หน้าโรงแรม

ถึงแม้ว่าฉันจะเคยร้องไห้คนเดียวอยู่ตรงนั้น ให้คนที่เดินผ่านไปมามองอย่างสมเพชเวทนา แต่ทั้งหมดมันก็คือสิ่งที่นำทางฉันมาอยู่ตรงนี้และเป็นเหตุผลที่ฉันคว้ามือของเมธวัชร์ไว้ก่อนที่เขาจะเหนี่ยวไก

มันอาจไม่ใช่มนุษยธรรม เพียงแต่เจ้าชายย่อมมีเจ้าหญิงที่รักเขารอคอยอยู่และฉันก็ไม่ใช่เจ้าหญิง ไม่ใช่แม้แต่ผู้หญิงธรรมดาที่ผู้ชายธรรมดาจะรักใคร่ ฉันไร้ค่าเกินกว่าจะเอาชีวิตผู้ชายคนไหน โดยเฉพาะผู้ชายคนนี้

“คุณเมธวัชร์ ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ ฉันตกลง”







สาวใช้ของบ้านนำกระเป๋าถือและโน้ตบุ๊คมาวางไว้บนโต๊ะ ฉันหันหลังไปขอบใจและหยิบกระเป๋าถือมาวางไว้บนตักเพื่อตรวจสอบข้าวของ ในโทรศัพท์มือถือมีสายที่ไม่ได้รับสองสาย เป็นวิรงรอง

ฉันโทร.หา “ว่าไง”

“อยากถามความพร้อมน่ะสิ”

“คาดว่าวันนี้เอกสารคงเสร็จ”

“ยังไม่เสร็จอีกหรือ เมื่อวานแกทำอะไรอยู่”

“เหลืออีกนิดเดียว”

“ให้ไปรับเอกสารมาก่อนไหม”

ถ้ายังอยู่ที่โรงแรม ฉันจะตอบตกลง แต่เพราะไม่ได้อยู่ที่โรงแรมแล้ว คำตอบจึงเปลี่ยนไป

“ไม่เป็นไร ไม่มากเท่าไร เดี๋ยวฉันเอาไปเอง”

หลังจากเก็บโทรศัพท์มือถือลงในกระเป๋าถือ ฉันละมือจากกระดาษแผ่นหนึ่งที่เก็บเอาไว้ กลับมาบังคับจิตใจให้เริ่มทำงาน เอกสารพิมพ์แค่หัวข้อและรายละเอียดเล็กน้อย ความยาวแค่สามสี่หน้าเท่านั้น หลังจากรวบรวมสมาธินั่งจ้องคอมพิวเตอร์อยู่ครึ่งวันและหลังจากสิ้นสุดอาหารกลางวันเกือบสองชั่วโมง งานเอกสารของฉันก็เสร็จสิ้นลง

ฉันพับหน้าจอโน้ตบุ๊คก่อนจะลุกไปยืนนิ่งที่ระเบียง ปล่อยสมองให้ว่างโล่ง ว่างเปล่าทั้งเหตุผลและความรู้สึก

หลังจากอาหารเย็นที่ฉันขอเป็นบล็อกโคลี่ลวกกับฟักทองต้มเพื่อทานกับน้ำสลัดเทาซันไอร์แลนด์ สาวใช้ก็พาฉันมาทัวร์ตู้เสื้อผ้าหรืออันที่จริงมันคือห้องแต่งตัวทั้งห้อง แม้ว่าผู้ชายอย่างเมธวัชร์ กฤติกาลักษณ์จะมีตู้เสื้อผ้าที่ใหญ่กว่าห้องนอนที่บ้านของฉันแต่เสื้อผ้าข้าวของกลับไม่เยอะเท่าไร เสื้อเชิ้ตรีดเรียบที่แขวนไว้มีไม่ถึงสิบตัว สูทชั้นนอกสี่ตัว รองเท้าหนังสองคู่

ฉันเชื่อว่าเมธวัชร์มีรายได้ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นเสื้อผ้าจำนวนน้อยของเขาย่อมบอกกล่าวเรื่องราวเกี่ยวกับเขาบางประการ เนื่องจากยุคนี้ไม่ใช่ยุคที่ดีไซเนอร์ออกแบบและตัดเย็บเฉพาะเสื้อผ้าผู้หญิงมาขาย ก็ใช่ว่าฉันไม่เคยเห็นผู้ชายที่เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับทรงผมของตัวเอง หรือดูแลรักษาตัวและพิถีพิถันในเรื่องแต่งกายเยี่ยงนายแบบเดินลงมาจากเวทีแฟชั่นวีค

ก็ใช่ว่าเมื่อก่อนฉันไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นเสื้อผ้า กระเป๋าและรองเท้าสวยๆอยู่ในขอบข่ายสายตา ก็ใช่ว่าฉันไม่เคยมีความสุขกับการถือครองและสะสมพวกมัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อฉันได้ยิ้ม หัวเราะ โกรธเคืองและร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความสุขและความตื่นเต้นกับสิ่งเหล่านั้นก็ค่อยๆเบาบางและจางหายไปตามกาล จนวันหนึ่งฉันตื่นขึ้นมา เพิ่งมองเห็นว่าพวกมันคือส่วนเกินของชีวิตและนึกไม่ออกว่าตอนที่ฉันจ่ายเงินซื้อพวกมันมา ฉันกำลังไล่ตามอะไรในชีวิตอยู่

ฉันนำพวกมันออกเร่ขายในตลาดของมือสองและเก็บไว้เพียงรองเท้าส้นสูงคู่โปรด กระเป๋าถือเรียบๆหนึ่งใบและเสื้อผ้าไม่ถึงสิบชุด หลังจากนั้นฉันเดินผ่านร้านเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าโดยไม่เหลือความตื่นเต้นเหมือนเมื่อก่อนอีก ถ้าถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น วิรงรอง ผู้ซึ่งเคยได้ทุกอย่างที่ปรารถนา ผู้ซึ่งเคยได้เชยชมผู้ชายรูปงามหลากหลายเชื้อชาติและภาษาคงตอบได้ดีกว่าฉัน ก็..ทำไมสาวสวยอย่างวิรงรองถึงได้ทิ้งชีวิตคุณหนูหรูหราฟุ่มเฟือย หอบเสื้อผ้ามาสองกระเป๋าเดินทางโยนลงหลังรถและมาใช้ชีวิตอยู่เงียบๆในคอนโดฯกลางเก่ากลางใหม่กับอาจารย์มหาวิทยาลัยหน้าตาคนหนึ่งซึ่งมีพื้นเพเป็นลูกคนเล็กของแม่ค้าขายเนื้อหมูในตลาดสด

คำอธิบายการกระทำของมันมีอยู่ประโยคเดียว

“หัวใจอาจชอบความตื่นเต้น แต่ท้ายที่สุด สิ่งที่มันต้องการที่สุดคือความสงบ”

สาวใช้เปิดตู้เสื้อผ้าแบบฝังผนังตู้หนึ่งต่อหน้าฉัน

“ข้าวของของคุณอยู่ในตู้นี้นะคะ เสื้อผ้าทั้งหมดซักรีด รองเท้าทำความสะอาดและจัดเก็บเข้าตู้เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วค่ะ”

จากทัวร์ตู้เสื้อผ้าก็พาทัวร์..ห้องนอน

“คุณเมธวัชร์มีห้องนอนอยู่เจ็ดห้อง ทุกห้องมีห้องน้ำอยู่ในนั้น สาวใช้จะรับผิดชอบห้องละหนึ่งคน ทำความสะอาดทุกวัน คุณเมธวัชร์บอกว่าให้คุณเลือกตามสบายค่ะ คุณจะนอนห้องไหนก็ได้ ยกเว้นห้องที่เจ็ด คุณเมธวัชร์ไม่ให้ใครเข้าไปนอกจากแม่บ้านคนทำความสะอาด”

ฉันลังเลว่าควรจะสงสัยหรือไม่ห้องที่เจ็ดเป็นห้องแห่งความลับด้วยเหตุผลอะไร แต่ดูเหมือนว่าสาวใช้จะอ่านสีหน้าของฉันออก

“ถ้าคุณเพชรลดาอยากเข้าไป ดิฉันจะเรียนถามให้ก่อน”

“ไม่ต้องหรอก”

ฉันมองประตูห้องนอนที่เรียงสองฟากประหนึ่งประตูห้องของโรงแรม

“ในหกห้องที่เหลือ เขาเคยบอกไหมว่าชอบห้องไหนมากที่สุด”

“ไม่ค่ะ คุณเมธวัชร์นอนทุกห้อง เปลี่ยนกันไปในแต่ละคืน กำหนดหรือเดาใจคุณเขาไม่ได้หรอกค่ะ”

ฉันเปิดประตูเข้าไป ห้องที่เท่าไรก็ไม่รู้ไม่มีหมายเลข

สาวใช้นำชุดนอนไปวางไว้บนเตียงและตรงไปยังห้องน้ำ หยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาให้

อย่างที่คาดการณ์เอาไว้ โทรศัพท์ข้างเตียงกรีดเสียงขึ้นในเวลายี่สิบเอ็ดนาฬิกาสามสิบนาที ฉันปิดหนังสือและกลิ้งตัวบนเตียงไปคว้ามาแนบหู

“เพชรลดาค่ะ”

“เริ่มคิดถึงผมหรือยัง”

เหนือความคาดหมายของฉันที่ผู้ชายอย่างเขาจะพูดจาแบบนี้

“อีกสิบปีค่อยโทร.มาแล้วพูดประโยคนี้นะคะ”

เขาหัวเราะเสียงต่ำๆแล้วเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า

“ทะเลตอนกลางคืนของที่นี่สวย คุณอยากมาดูด้วยกันไหม”

ถ้าเขาพูดว่า คุณอยากมาดูไหม ฉันจะไม่คิดอะไรเลย แต่นี่เขาพูดว่า ‘คุณอยากมาดูด้วยกันไหม’

“คุณอยู่ที่ไหน เผื่อฉันจะรีบไป”

“จิมซาจุ่ยตะวันออก”

“ฮ่องกง”

“ใช่ อยากมาไหม ผมจะบอกลูกน้องให้”

ฉันรู้ว่าถ้าฉันตอบว่าอยากมา อาจแน่นอนว่าฉันจะได้ไปเดี๋ยวนี้

“พรุ่งนี้ฉันมีงานที่มหาวิทยาลัย คงไปไม่ได้หรอกค่ะ”

เขาเงียบไป และฉันก็ไม่อยากว่าเขาจะคิดอะไร อย่างไร ไม่พอใจก็ช่าง

“คุณรู้อะไรไหม”

“ไม่รู้”

“เมื่อเช้าอ่านหนังสือพิมพ์หรือเปล่า”

“อ่านค่ะ นางแบบบนปกวันนี้ใส่ชุดว่ายน้ำทูพีชสีส้ม ข่าวที่พาดหัวใหญ่ที่สุดคือข่าวฆาตกรรมหมกส้วม ข่าวการเมืองงงมากและยังคงงุนงงต่อไปสำหรับฉัน ข่าวสังคมมีงานแต่งงานสี่งาน เจ้าสาวสวมชุดแต่งงานสีขาวทั้งสี่งานเลย ข่าวเศรษฐกิจพูดถึงวิกฤตพลังงาน น้ำมันพุ่งถึงหนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ฉันไม่เก็บเงินซื้อรถแล้ว ดัชนีหุ้นติดลบสองจุดหกแปด ดาวน์โจนส์ ฮั่งเส็งและนิกเกอิติดลบพอๆกัน มูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวานปิดตลาดที่สามหมื่นหกร้อยสิบสองล้านบาท ฉันอ่านละครโทรทัศน์เรื่องหนึ่งไปสามบรรทัดก็เลิกและคิดว่าจะไม่ดูมันด้วย ดวงของฉันบอกว่าถ้าฉันเดินทางวันนี้ ฉันจะได้พบรัก ฉันเลยไม่ไปไหน ข่าวบันเทิงมีเลิฟซีนดุเดือดในละครเรื่องทาสรักหลงเสน่หาซาตานทมิฬ ตบจริง จูบจริงแต่ปล้ำจริงหรือเปล่า ฉันไม่รู้แต่ปล้ำออกอากาศคืนนี้สองทุ่มครึ่ง หนังไทย ไม่มีอะไรที่ฉันอยากดูและปกหลังบอกว่าพรุ่งนี้ห้างเซ็นทรัลมีมิดไนท์เซลล์”

“วันนี้แรมกี่ค่ำ”

“อุ๊ย..ฉันลืม!”

เขาหัวเราะลั่น แต่ก็ช่างเถอะ ฉันลืมอ่านวันที่ข้างบนจริงๆนี่นา

“ไม่มีข่าวของภาณุภัทรใช่ไหม”

“คิดว่าไม่มีค่ะ”

“เมื่อคืนเขาโดนภรรยายิงคาเตียง มัญชีราขโมยปืนของเขาหนีออกจากบ้านกลางดึก พ่อบ้านใหญ่ต้องรีบโทร.หาผมเพื่อให้ผมไปเจรจากับลีเฟยแทนเขา ตอนนี้ก็เพิ่งเสร็จงาน เพิ่งกลับมาถึงโรงแรม คุณล่ะ”

“ฉันกำลังจะเข้านอน”

“อยู่บนเตียงใช่ไหม”

“ค่ะ”

“คุณใส่ชุดอะไร”

“คุณถามทำไม”

“ผมอยากจินตนาการถึงคุณ”

ฉันมองชุดนอนสีชมพูที่สาวใช้วางทิ้งไว้ให้ ขวดน้ำหอมสีแดงกลิ่นโปรดที่วางไว้ใกล้ๆหมอน

“นอกจากน้ำหอมแล้วฉันไม่ใส่อะไรนอน”

ฉันตอบไปอย่างนั้น ได้ยินเสียงเขาครางอย่างพอใจ ตอบอย่างนี้คงจินตนาการง่ายสินะ

“อยู่ตรงนี้ มองทะเลกว้างๆอย่างนี้ ถ้ามีคุณอยู่ด้วยก็ดีสิ”

เสียงของเขาแผ่วทุ้มอ่อนหวาน ฉันฟังและพอใจแค่..ฟัง

“เวลาที่ผมรู้สึกอย่างนี้ แสดงว่าผมกำลังคิดถึงคุณใช่หรือเปล่า”

ฉันเงียบ

“อยากกลับไปจูบคุณจัง”

ฉันเงียบสนิทเลยทีนี้

“เพชรลดา”

“คะ”

“ผมนึกว่าคุณหลับไปแล้วเสียอีก”

“ก็ใกล้..จะหลับ”

ฉันยังไม่ง่วงแต่ก็ใช่ว่าตอนนี้สติสตังมันจะอยู่ที่เดิม

ขอบคุณโทรศัพท์ที่ทำให้ฉันคุยกับเขาโดยไม่ต้องมองเห็นหน้ากัน

“ถ้าอย่างนั้น ขออีกเรื่องแล้วผมจะไม่รบกวนคุณ”

“ค่ะ”

“ผมรู้ว่าคุณเคยรักผู้ชายคนอื่น”

“ค่ะ”

ในเมื่อมันเป็นความจริงฉันก็ยอมรับ เมธวัชร์เงียบไประยะหนึ่งก่อนจะพูดต่อ

“แต่ขอร้อง..อย่าทำให้ผมรู้สึกเหมือนคืนก่อนได้ไหม ได้โปรดอย่าทำให้ผมต้องอิจฉาริษยาผู้ชายในอดีตของคุณอีก”

เป็นอีกหนึ่งคำพูดที่ฉันไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ยินจากปากเขา

“นอนหลับฝันดีนะครับ เพชรลดา”

“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ คุณเมธวัชร์”

ฉันวางโทรศัพท์ มันไม่กรีดเสียงดังขึ้นอีกครั้งแสดงว่าเมธวัชร์ไม่มีอะไรจะพูดกับฉันอีกแล้ว

ชุดนอนสีชมพูถูกดึงมาสวม กระเป๋าถือถูกรื้อค้นอีกครั้ง ฉันหยิบกระดาษใบนั้นขึ้นมา จดหมายฉบับสุดท้ายจากคุณอรรถที่เมธวัชร์ยื่นให้ฉันโดยที่เขาไม่เปิดอ่านก่อน

ฉันเปิดอ่านครั้งแรกต่อหน้าเมธวัชร์และอ่านอีกครั้งเมื่ออยู่คนเดียวในห้องพักของโรงแรม แต่ทั้งสองครั้งที่อ่าน ฉันร้องไห้ แม้แต่ตอนที่อยู่ต่อหน้าเมธวัชร์


ลดา.
.
ผมมีคำพูดจะพูดกับคุณเป็นล้านคำ แต่มันคงไม่สำคัญอะไรกับคุณแล้ว

แต่ผมก็อยากให้คุณรู้ไว้ว่าหากมีผู้ชายคนหนึ่งได้รู้จักคุณ พูดคุยกับคุณ ผู้ชายคนนั้นจะไม่มีวันลืมคุณได้ง่ายๆเพราะคุณเป็นผู้หญิงที่เกิดมาเพื่ออยู่ในความทรงจำของผู้ชาย

และผมก็เป็นผู้ชายที่ตลอดมา..มีชีวิตอยู่ด้วยความทรงจำนั้น


ผมอาจจะไม่มีวันได้พบคุณอีกแล้ว แต่คุณจะอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป จนกว่าหัวใจของผมจะหยุดเต้น

ผมขอให้คุณมีความสุขและขอให้คุณอวยพรเช่นนั้นแก่ผม

อรรถพล


ไม่มีน้ำตาอีกเพราะน้ำตาหยดสุดท้ายหลั่งรินออกไปแล้ว แม้จะเคยมีความโกรธ ความเกลียด ความเศร้าและทุกอารมณ์ที่ผู้หญิงจะมีได้เพื่อผู้ชาย แต่ไม่มีการให้อภัยครั้งแรกหรือแม้แต่การให้อภัยครั้งสุดท้ายเพราะสิ่งที่เขาทำไม่ใช่ความผิด และฉันก็รู้อยู่แก่ใจว่าฉันเปลี่ยนผู้ชายไม่ได้ พวกเขาจมอยู่ในความรักเพราะความลุ่มหลงในความสุขและเมื่อความรักไม่ใช่ความสุข แต่เป็นความทุกข์หรือแม้กระทั่งความเบื่อหน่าย พวกเขาก็จะสลัดมันทิ้ง

ผู้ชายที่ตื่นเต้นหลงใหลในความรักมากเกินไปไม่คู่ควรที่จะเป็นคนรัก ไม่คู่ควรเป็นสามี ไม่คู่ควรที่จะอยู่ในความทรงจำหรือในชีวิตของผู้หญิงคนไหนแม้ว่าพวกเขาจะสามารถทำได้ก็ตาม

ฉันฉีกกระดาษในมือเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เปิดหน้าต่างแล้วคลายมือปล่อยให้เศษกระดาษเหล่านั้นปลิวหายไปกับสายลม


____________________________

หมดสต็อกแล้วค่า (หายไปตั้งนาน ทำไมได้แค่เจ็ดตอน!) ที่จริงได้เยอะกว่านี้ค่ะ แต่ตัดทิ้งกันเกือบครึ่งเพื่อจะย่นย่อเรื่องราวให้สั้นกระชับเพื่อไม่ให้คนอ่านหลับกันเสียก่อน(หรืออ่านไปนี่ก็หลับกันไปแล้ว เอ่อ..ขอโทษนะคะ)

ที่จริง..ก็..ไปหลงอยู่กับนวนิยายอีกเรื่องด้วยล่ะค่ะ หุหุ เรื่องนั้น ก็ว่าจะขนมาที่นี่ด้วยค่ะ

ต่อไปนี้คงจะนานๆมาทีแล้วค่ะ เพราะต้องค่อยๆเขียนไป เรื่องนี้มีอาถรรพณ์ที่ว่าเขียนแล้วชอบตัดทิ้ง เลยต้องตัดไปตัดมาจนกว่าจะอยู่ตัว
เขียนยากนะ..แอบบ่นหน่อย เพราะคาแรคเตอร์ของตัวละครมัน hard ยังไงก็ไม่รู้ เหมือนพระนางคู่นี้พวกเขามีกำแพงที่ยากจะเข้าใจ อีกทั้งตัวละครเอกที่เล่าคือเพชรลดาก็เป็นคนที่ไม่ยอมเปิดเผยความรู้สึก คือในชั้นความคิด(ที่เราอ่านอยู่) เธอยังไม่ยอมพูดถึงสิ่งที่เธอคิดหรือเธอรู้สึกจริงๆเลย (โอย..เหนื่อย)

ขอบคุณทุกคอมเมนต์มากๆค่ะ (ปลาบปลื้มกับคอมเมนต์ของคุณจุฬามณีเฟื่องนครในตอนที่ 4 มากๆค่ะ ขอบคุณนะคะ)



สร้อยดอกหมาก
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 7 เม.ย. 2554, 15:52:12 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 7 เม.ย. 2554, 15:52:12 น.

จำนวนการเข้าชม : 5472





<< ตอนที่ 5 : ผมไม่ใช่ผู้ชายที่ใครเรียกมาก็มา ใครไล่ออกไปก็ไป   ตอนที่ 8 : เมื่อความบ้าคลั่งที่ถูกขนานนามว่าความรักถือกำเนิดขึ้น >>
panon 7 เม.ย. 2554, 16:31:24 น.
วันนี้มายาวดีถูกใจค่ะ


ลูกกวาดสีส้ม 7 เม.ย. 2554, 17:36:32 น.
แล้วมาต่อนะคะ


anOO 7 เม.ย. 2554, 17:52:28 น.
มารอตอนต่อไปค่ะ


มะดัน 7 เม.ย. 2554, 18:02:17 น.
ขนมาเยอะๆนะคะ ชอบอ่านนิยายคุณสร้อย


ก้อนอิฐ 7 เม.ย. 2554, 18:13:19 น.
นานๆมาที..ยังดีค่ะ...จะรอค่ะ


หมี่เย็น 7 เม.ย. 2554, 19:09:04 น.
มนุษย์ช่างเข้าใจยากจริงๆ


จุฬามณีเฟื่องนคร 7 เม.ย. 2554, 19:26:25 น.
คุณ สร้อยดอกหมาก เป็นสัตย์จริงครับ ผมเขียนนิยายผ่านเน็ตมาหลายปีเหมือนกัน แต่ไม่เคยอ่านนิยายในเน็ตจนจบเรื่องสักเรื่องเดียว จนกระทั่งมาเจอชื่อนิยายย้าวยาว และที่สื่อถึงอารมณ์ลึก ๆ ผมก็สัญญากับตัวเองว่าจะต้องลองอ่านนิยายเรื่องนี้สักหน่อย ก็อย่างที่ได้บอกไป พออ่านแล้วก็อยากรู้ แม้จะงง ๆไปบ้างแต่ยอมรับว่า คุณกล้าที่จะนำเสนอด้านมืดของตัวละครซึ่งต้องบอกว่า ผมชอบงาน ฮาร์ด ๆ แบบนี้ครับ ชอบมาก แต่ถ้าให้เขียนเองก็ทำไม่ได้ แต่ชอบอ่าน และที่เคยอ่านไปแล้ว อย่างสองเรื่องที่ถูกเอ่ยถึง กลิ่นของเรื่องก็เป็นลักษณะนี้ ซึ่งสองเรื่องนั้น เป็นนิยายในดวงใจ ที่เวลาผมเจ็บปวดผมก็จะนึกถึง และสิ่งที่คุณบรรยายในเรื่องนี้ ถ้าคุณบอกว่า ตัดแล้วตัดอีกผมก็เชื่อ เพราะสิ่งที่คุณกลั่นกรองมานำเสนอนั้น ผมเป็นคนเขียนหนังสือผมรู้ว่ามันทำได้อย่างยากเย็นจริง ๆ

เป็นกำลังใจให้นะครับ เขียนให้จบนะครับ ผมจะซื้อหนังสือเก็บไว้ด้วย..

ขอบคุณสำหรับงานที่กล้านำเสนอครับ..


namzuza 7 เม.ย. 2554, 20:31:13 น.
คิดถึงคุณสร้อยมากเลยค่ะ มาต่อเพรชลดาด้วยนะค่ะ


bow 7 เม.ย. 2554, 23:09:41 น.
ขอบคุณสำหรับตอนยาวๆ ตอนนี้ด้วยนะคะ
ชอบฉากบรรยายความรู้สึกของตัวละครของคุณสร้อยฯ มากๆ ค่ะ :)
จะติดตามตอนต่อๆ ไปนะคะ.. (ขอให้อย่าลงไหเลย.. เพี้ยง!) :)


Bigbee 7 เม.ย. 2554, 23:40:17 น.
เดินเรื่องกระชับดีค่ะชอบ
รอตอนต่อไปนะคะ


pandepam 8 เม.ย. 2554, 00:25:51 น.
จะรอนะคะ เป็นกำลังใจให้คุณสร้อยดอกหมากคะ ^^


แว่นใส 8 เม.ย. 2554, 08:07:00 น.
ติดตามรออ่านมาตลอดเลยค่ะ


ณิณ 8 เม.ย. 2554, 18:34:56 น.
ขอบคุณค่ะ งานนี้คุณสร้อยเทหมดหน้าตัก หมดสต๊อกเลยทีเดียว ^^ ชอบและติดใจบุคลิกของพระ นาง คู่นี้เช่นกันค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ


หมูบิน 8 เม.ย. 2554, 20:08:25 น.
มาตามเป็นแฟนคลับด้วยคนค่ะ ชอบนิยายเรื่องนี้มากกกก


หมอนทอง 10 เม.ย. 2554, 09:04:22 น.
ชอบค่ะ บางครั้งอ่านแล้วโดน เหมือนเป็นอีกแง่หนึ่งของคนเราที่มี เนื้อหาก็สนุก เขียนให้จบนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ


picky 10 เม.ย. 2554, 10:09:16 น.
ติดตามมาตลอด และจะตามต่อไป นิยายแนวนี้หาอ่านยาก เป็นกำลังใจให้ค่ะ


อนัญชนินทร์ 12 เม.ย. 2554, 03:26:31 น.
มีกดไลค์ความเห็นคุณจุฬามณีฯมั้ยคะ อยากกดหลายๆที
อ่านแล้วรู้สึกเป็นนิยายดิบๆแต่มันเป็นความดิบของมนุษย์ที่แท้จริง
เป็นเรื่องจริงในสังคมที่ไม่มีใครกล้าเขียน แต่คุณทำได้ แล้วก็ทำได้ดีด้วย
ติดตามตอนต่อไป มาไวๆนะคะ :)


ฟ้าริน 18 เม.ย. 2554, 21:03:44 น.
ฮ้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

รอต่ออีก รอต่อไป ต่อไป ต่อไป และต่อไปอีกฮาฟ


เนยแข็ง 3 พ.ค. 2554, 11:40:23 น.
ตอนที่ 6 หายไปเปล่าคะ

รอเรื่องนี้อยู่นานมาก ชอบๆๆๆๆๆ
เคยจำคำในเนื้อเรื่องได้ ไปค้นหาในเน็ตด้วย
เพราะตอนนั้นหาเรื่องไม่เจอ


Canopus 28 ส.ค. 2554, 12:57:03 น.
คงจริง ความรักหอมหวานที่พร้อมจะสร้างความเจ็บปวดแต่รสชาตินั้นชวนให้เสพติด


องุ่น 11 พ.ค. 2555, 05:04:40 น.
หวานล้ำ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account